- หน้าแรก
- สตาร์เอ็มไพร์ เกมวิวัฒน์อาณาจักรมนุษย์
- สตาร์เอ็มไพร์ บทที่ 55 เรือบรรทุกยานรบ (อ่านฟรี)
สตาร์เอ็มไพร์ บทที่ 55 เรือบรรทุกยานรบ (อ่านฟรี)
สตาร์เอ็มไพร์ บทที่ 55 เรือบรรทุกยานรบ (อ่านฟรี)
สตาร์เอ็มไพร์: เกมวิวัฒน์อาณาจักรมนุษย์ บทที่ 55 เรือบรรทุกยานรบ (อ่านฟรี)
เรดาร์รุ่นเก่าทำงานได้ไม่ดีนักในการตรวจจับอาวุธพลังงานจลน์อย่างกระสุนแม่เหล็กไฟฟ้า ฝนกระสุนที่โปรยปรายถักทอเป็นตาข่าย ห่อหุ้มเรือโจรสลัดลำหนึ่งเอาไว้ทั้งลำ
การรับรู้จากพลังจิตหลอมรวมกับคลื่นเรดาร์ ภาพเหตุการณ์ที่อยู่ไกลออกไปหลายวินาทีแสงฉายชัดในสัมผัสรับรู้ เรือโจรสลัดลำที่ถูกล็อกเป้าไว้ถูกสั่งให้ระดมยิงพร้อมกัน กระสุนกว่าร้อยนัดพุ่งใส่ราวดาวตกถล่ม
ด้วยข้อจำกัดของระดับทักษะ กระสุนส่วนใหญ่จึงพลาดเป้า ลากเส้นแสงหายลับไปในความมืด แต่การยิงพร้อมเพรียงก็มีข้อดีของมัน ภายใต้การโจมตีแบบอิ่มตัวเกินขีดจำกัด ย่อมต้องมีกระสุนบางนัดที่เป็นผู้โชคดียิงเข้าเป้า
“บึม~”
ในคราวเดียวกันนั้นเอง กระสุน 7 นัดยิงเข้าเป้า หนึ่งในนั้นเป็นกระสุนจากปืนใหญ่อานุภาพระดับร้อยเทระจูลที่ติดตั้งบนเรือรบประจันบาน ป้อมปืนใหญ่ประเภทนี้มีกระสุนทรงอานุภาพเหนือกว่าปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าขนาดเล็กหลายเท่า เรือโจรสลัดที่ถูกยิงซ้ำติดกันจึงแทบไม่มีอะไรให้ลุ้น ระเบิดกลายเป็นเปลวไฟกองมหึมาในพริบตา
กองเรือโจรสลัดที่ถูกโจมตีอย่างฉับพลันถึงกับชะงักงัน การบัญชาการที่เลวร้ายทำให้กองเรือนี้ถูกซุ่มโจมตี มันไม่ได้แตกกระจายหรือเปลี่ยนรูปขบวนทันที หากยังคงแล่นไปตามแนวเดิม ขณะที่ช่องสื่อสารเต็มไปด้วยเสียงโกลาหล
ไม่นาน เพียงสิบกว่าวินาทีต่อมา การระดมยิงระลอกที่สองก็มาถึง และเป็นไปตามคาด เรือโจรสลัดลำที่ซวยโดนกระสุน 8 นัดซัดใส่ก็กลายเป็นเปลวไฟอีกกอง จากนั้นคือระลอกที่สาม ระลอกที่สี่...
ท่ามกลางการยิงต่อเนื่อง ย่อมมีผู้รอดอยู่บ้าง เช่นเรือปืนใหญ่โจรสลัดลำหนึ่ง ที่แม้จะโดนกระสุนแม่เหล็กไฟฟ้าไปถึง 6 นัดติดต่อกัน ก็ยังคงสามารถปฏิบัติการได้ตามปกติ
แต่ไม่ใช่ทุกลำจะทำได้เช่นนั้น ภายใต้การระดมยิงต่อเนื่องกว่าสิบระลอก เรือปืนใหญ่โจรสลัดถูกทำลายไปมากกว่า 1 ลำ เรือโจรสลัดถูกยิงจมอีก 6 ลำ กำลังหลักของกองเรือโจรสลัดได้รับความเสียหายสาหัส
กองเรือที่เหลือรอดไม่ได้รอจนถึงรุ่งอรุณของพวกมัน เพราะในตอนนั้น ฝูงยานขับไล่ก็เข้าสู่ตำแหน่งโจมตีพอดี การยิงพร้อมเพรียงเพียงระลอกเดียว ปล่อยตอร์ปิโดนิวเคลียร์กว่าร้อยลูก ระเบิดเป็นดอกไฟทีละกลุ่มกลางห้วงอวกาศ
เมื่อทุกอย่างสงบลง การรบก็สิ้นสุด กองเรือดาวตกยังไม่ทันได้งัดกลยุทธ์ใหม่ออกมาใช้ กองเรือโจรสลัดก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
“ไม่เลว ทักษะการระดมยิงพิสัยไกลพิเศษโดยรวมขึ้นถึงระดับต้นกันแล้ว แถมยังมีหลายคนที่อัปเกรดขึ้นไปเป็นระดับกลางได้เลย”
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของหลินจื้อเฉิน เมื่อเทียบกับสินสงครามกระจ้อยร่อย สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เขาให้ความสำคัญมากกว่า
“พี่ใหญ่ สินสงครามเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว ได้พิมพ์เขียวเรือรบประจันบานมาอีกหนึ่งชุด! ที่เหลือก็เป็นของกระจุกกระจิก รวม ๆ กันก็น่าจะขายได้สักร้อยเหรียญพลังงาน”
เว่ยเผิงปรากฏตัวในโฮโลแกรมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“อืม เก็บให้เรียบร้อย เราออกเดินทางต่อ”
หลินจื้อเฉินเอ่ย เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า บนหน้าต่างสถานะของตนเอง ทักษะผู้บัญชาการกองเรือได้เข้าใกล้ระดับกลางแล้ว
ตามข้อมูลภายในของสหพันธรัฐ ผู้บัญชาการกองเรือที่ผ่านเกณฑ์ ทักษะผู้บัญชาการกองเรือ อย่างน้อยต้องอยู่ในระดับสูง และมีเพียงเมื่อถึงระดับสูงเท่านั้น จึงจะสามารถบัญชาการกองเรือขนาดเล็กให้ออกรบได้อย่างคล่องตัว
“อีกสักครั้ง… ไม่ อย่างน้อยต้องรบอีกสองครั้ง ถึงจะอัปเกรดได้สำเร็จ”
ทั้งกองเรือออกเดินทางอีกครั้ง เคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้าตามเส้นทางของเขตดาวเคราะห์น้อย
เขาไม่คิดจะตั้งฐานทัพในระบบสุริยะ ตามแผนของหลินจื้อเฉิน กองเรือดาวตกจะแล่นวนไปตามแนวเขตดาวเคราะห์น้อย จนกว่าจะครบรอบการลาดตระเวนรอบระบบสุริยะหนึ่งวงเต็ม
ระหว่างทาง ไม่ว่าพบกองเรือ NPC แบบใด ไม่ว่าจะอ่อนหรือแข็ง ก็จะถูกกวาดล้างทั้งหมด ใช้เป็นทั้งสนามฝึกฝนและแหล่งสะสมเกียรติยศทางทหาร เพื่อยกระดับกองทหารรับจ้างของตน
ศึกครั้งที่สองมาถึงเร็วกว่าที่คาด เพียงแค่ห้าวันให้หลัง กองเรือโจรสลัดชุดที่สองก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
“เรือปืนใหญ่โจรสลัดเจ็ดลำ เรือโจรสลัดสามสิบสี่ลำ ในระบบสุริยะ กองเรือขนาดนี้ถือว่าอยู่ในระดับกลางแล้ว!”
มองดูข้อมูลตอบสนองจากเรดาร์ สีหน้าของอู๋เทียนอี้เคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย กองเรือส่วนตัวของตระกูลและกลุ่มทุนขนาดเล็ก–กลางบนโลกส่วนใหญ่ ยังเทียบไม่ได้กับขนาดของกองเรือ NPC ตรงหน้าด้วยซ้ำ
“จัดรูปขบวนกองเรือ เตรียมปล่อยยานขับไล่ กองเรือหลักออกปฏิบัติการ!”
ยังคงใช้รูปขบวนเดิม เรือบรรทุกยานบินหยุดตรึงตำแหน่ง ขณะที่กองเรือหลักพุ่งออกสู่แนวหน้า
เพราะขาดการสนับสนุนจากเรือครุยเซอร์ กองเรือโจรสลัดแม้จะมีขนาดใหญ่กว่า แต่กลับไม่อาจยกระดับการควบคุมสมรภูมิได้เลย กว่าพวกมันจะรู้ตัวว่าถูกจู่โจม กองเรือดาวตกก็ยิงครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายเสร็จสิ้นแล้ว
หลินจื้อเฉินนั่งอยู่บนเรือฟริเกต ฉินหยวน รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของลำเรือ หลังจากอัปเกรดเสร็จสิ้น ป้อมปืนใหญ่ของเรือลำนี้เพิ่มจาก 3 ฐานเป็น 6 ฐาน ความหนาแน่นของอำนาจการยิงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
ด้วยอานิสงส์จากทักษะ และการที่ NPC พลปืนใหญ่เลื่อนสู่ระดับปรมาจารย์ด้านการระดมยิงพิสัยไกลพิเศษ ทำให้การยิงปืนใหญ่ของฉินหยวนแทบไม่พลาดเป้าเลยสักนัด ประสิทธิภาพเหนือกว่าทั้งกองเรืออย่างชัดเจน
ระหว่างที่ครุ่นคิด เขาพลันสังเกตเห็นว่าประสิทธิภาพของทั้งกองเรือเพิ่มขึ้นอีกระดับ เดิมทีต้องใช้เวลาราว 13 วินาทีในการยิงพร้อมกันครบหนึ่งรอบ ตอนนี้กลับถูกบีบเหลือไม่ถึง 10 วินาที ราวเกือบ 9 วินาทีก็สามารถยิงจบหนึ่งชุด
เขาเปิดหน้าต่างสถานะตรวจสอบลูกเรือ NPC ใต้บังคับบัญชา แล้วค้นพบด้วยความพึงใจว่าทักษะของพวกเขาโดยรวมเลื่อนสู่ระดับกลางกันถ้วนหน้า
ชัดเจนว่า การรบที่ดุเดือดคือทางลัดที่ดีที่สุดในการขัดเกลาทักษะของลูกเรือ NPC เพียงสองศึกสั้น ๆ พวกเขาก็เติบโตจากมือใหม่ไร้ประสบการณ์ กลายเป็นลูกเรือที่ผ่านเกณฑ์อย่างเต็มตัว
เมื่อทักษะเลื่อนระดับ กำลังรบของทั้งกองเรือก็พุ่งสูงขึ้นทันที ความหนาแน่นของห่ากระสุนแตกตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนออกมาบนร่างของกองเรือโจรสลัด ในห่าการยิงปืนใหญ่ที่ถาโถมไม่ขาดสาย เรือโจรสลัดจำนวนมากถูกจุดไฟระเบิดทีละลำ ๆ
ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง กองเรือโจรสลัดชุดนี้ก็แทบถูกยำจนไม่เหลือสภาพ เหลือเพียงเรือโจรสลัดไม่กี่ลำที่ยังดิ้นรนอย่างยากลำบาก ท่ามกลางการไล่ล่ากวาดล้างของฝูงยานขับไล่
แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น ขณะนั้นเอง สัญญาณฉุกเฉินจากเรือบรรทุกยานบินด้านหลังก็ถูกส่งเข้ามา
ที่แท้เพราะเรือบรรทุกยานบินติดตั้งเซ็นเซอร์แรงโน้มถ่วงกำลังสูงกว่า ระยะสแกนของเรดาร์จึงกว้างไกลยิ่งขึ้น ห่างออกไปถึง 4 วินาทีแสง มีกองเรือโจรสลัดชุดใหม่กำลังเร่งความเร็วเต็มกำลังมุ่งหน้ามา เป้าหมายชัดเจน ตรงมายังกองเรือโจรสลัดที่กำลังจะถูกกวาดล้างนี้โดยตรง
“เป็นกองกำลังโจรสลัดกลุ่มเดียวกันงั้นหรือ?” เว่ยเผิงที่เอาแต่นั่งดูศึกแบบไม่จริงจังตลอดทั้งเวลา ยังอารมณ์ดีพอจะวิจารณ์ต่อ
“ท่าทางมาไม่ธรรมดา เรดาร์ยืนยันแล้ว กองเรือนั่นมีเรือโจรสลัดขับไล่อยู่หนึ่งลำ!”
เรือโจรสลัดขับไล่ เป็นเรือโจรสลัดระดับเรือครุยเซอร์ โดดเด่นด้านความเร็ว
“เป็นเรือบรรทุกยานบินขับไล่ ฝ่ายนั้นปล่อยยานขับไล่ออกมาแล้ว!” อู๋เทียนอี้มองจอเรดาร์แล้วรายงาน
เรือครุยเซอร์สามารถติดตั้งโรงเก็บยานได้ หากยอมสละความได้เปรียบด้านอำนาจการยิง ก็สามารถดัดแปลงให้กลายเป็นเรือบรรทุกยานบินขนาดย่อมได้ การดัดแปลงเช่นนี้ทำให้เรือครุยเซอร์สูญเสียปืนใหญ่หลักขนาดใหญ่ไป เหลือเพียงการติดตั้งป้อมปืนใหญ่ขนาดกลาง อำนาจการยิงโดยรวมยังด้อยกว่าเรือรบประจันบานที่ติดตั้งป้อมปืนใหญ่ขนาดใหญ่เสียอีก
แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ข้อดี ภายในโรงเก็บยานที่ดัดแปลง สามารถบรรทุกฝูงยานได้ 3 ฝูง รวมแล้ว 36 ลำ
ว่าตามตรง จำนวนระดับนี้แทบไม่อาจเปลี่ยนทิศทางสมรภูมิได้เลย ทว่าเมื่อมันเผชิญหน้ากับองเรือขนาดเล็กที่มีเรือรบประจันบานและเรือฟริเกตเป็นหลัก กลับสามารถอาศัยพื้นที่ปฏิบัติการที่กว้างขวางกว่าสำหรับยานขับไล่ สร้างความได้เปรียบด้านข่าวกรอง ตรวจพบศัตรูก่อน และจัดวางแผนล่วงหน้า
เช่นในตอนนี้ ยานขับไล่ 36 ลำถูกปล่อยออกมา หากฝ่ายตนไม่มีฝูงยานขับไล่ ก็ทำได้เพียงทนรับการก่อกวนของอีกฝ่าย
แต่ความจริงไม่มีคำว่า “ถ้า” ทันทีที่เห็นฝูงยานขับไล่ของศัตรูพุ่งเข้ามา ยานขับไล่หนึ่งฝูงของฝ่ายตนก็เปลี่ยนเป้าหมายในบัดดล ทะยานเข้าสกัดฝูงเรือโจรสลัดอย่างไม่ลังเล
-------------------------
เปลี่ยนเวลาเป็น 12.34 , 19.34 น.