- หน้าแรก
- ปฏิวัติพลิกฟ้าต่างโลก ด้วยวัฒนธรรมข้ามมิติ
- บทที่ 64: โชคดี
บทที่ 64: โชคดี
บทที่ 64: โชคดี
บทที่ 64: โชคดี
สถาบันเวทมนตร์ขั้นสูงนอร์แลนด์
เมื่อศาสตราจารย์ประจำวิชาจารึกวูดูเพื่อการรุกและรับประกาศเลิกชั้นเรียน ซานซ่าก็จบภารกิจการเรียนในวันนี้
"ในที่สุดข้าก็ได้ตั๋วที่นั่งพิเศษมาแล้ว"
"เจ้าเพิ่งไปดูมาเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ใช่เหรอ?"
"ดูอีกรอบก็ไม่เสียหายหนิ"
ซานซ่านั่งอยู่ในห้องเรียนเก่าคร่ำครึที่ดูเหมือนกระท่อมแม่มด พลางฟังบทสนทนาของนักเรียนที่อยู่ด้านหน้า
พวกเขากำลังคุยกันเรื่องภาพยนตร์ "โฉมงามกับเจ้าชายอสูร"
ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่วันหลังจากหนังเข้าฉาย ซานซ่าแทบจะได้ยินคนพูดถึงเรื่องนี้ไม่ว่าจะไปนั่งตรงไหนของสถาบัน
ทุกครั้งที่ได้ยินพวกเขาคุยกัน ซานซ่ามักจะรู้สึกเหนือกว่านิดๆ เพราะนางกับเพื่อนสนิทอย่างไฮร์ลานเป็นกลุ่มแรกที่ได้ดูหนังเรื่องนี้
ตอนที่ซานซ่าไปดู โรงหนังทั้งโรงแทบจะเหมือนเหมารอบดูคนเดียว คนยังไม่เยอะขนาดต้องแย่งกันจองตั๋วข้ามวันข้ามคืนเหมือนตอนนี้
เมื่อไม่กี่วันก่อน ซานซ่าบอกเพื่อนร่วมชั้นพวกนี้ไปแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่เชื่อ แถมยังบอกว่าการแสดงของคณะละครแบล็คสวอนน่าดูกว่าเยอะ
แต่โชคดีที่ซานซ่าใจป้ำ จองตั๋วพิเศษไว้ "ป้ายยา" เพื่อนๆ ของนางโดยเฉพาะ
ผลของการป้ายยาก็คือ การดู "โฉมงามกับเจ้าชายอสูร" กลายเป็นเทรนด์ฮิตในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ไปแล้ว นักเรียนคนไหนไม่ได้ดูจะคุยกับใครไม่รู้เรื่องเลยทีเดียว
"วันนี้เจ้าไม่ต้องไปทำงานที่สภาสิทธิบัตรเหรอ?"
ไฮร์ลานที่นั่งอยู่ข้างซานซ่าโชว์แสงจารึกแห่งระเบียบสีเงินขาวบนมือ ทักษะที่คล้ายกับ 'หัตถ์จอมเวท' ปรากฏขึ้น
ขวดโหลและไหที่วางอยู่บนโต๊ะเก่าๆ ลอยขึ้นกลางอากาศ แล้วถูกไฮร์ลานจัดเก็บกลับเข้าตู้ข้างห้องเรียนทีละชิ้น
"วันนี้เป็นวันสวดมนต์ของโบสถ์ข้า แน่นอนว่าข้าไม่ต้องไปทำงาน"
ซานซ่าทำท่าประสานมือสวดมนต์ ในฐานะพลเมืองของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ นางต้องสวดอ้อนวอนต่อเทพแห่งแสงสว่างและความยุติธรรมสัปดาห์ละหนึ่งวัน
นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มพลังเวทของระบบจารึกนี้นอกเหนือจากการทำสมาธิ
"งั้นก็รีบกลับเถอะ"
ไฮร์ลานเหลือบมองคนอื่นๆ ในห้องเรียน ตั้งแต่เจอกับโจชัว ไม่ใช่แค่ชีวิตนาง แต่ชีวิตของน้องสาวซิริ และแม้แต่คนรอบตัวนางก็ได้รับอิทธิพลจากโจชัว
จะเรียกอิทธิพลนี้ตามคำพูดของโจชัวว่าอะไรดีนะ... 'เทรนด์' สินะ "โฉมงามกับเจ้าชายอสูร" ดูเหมือนจะกลายเป็นเทรนด์ในหมู่หนุ่มสาวชาวนอร์แลนด์ไปแล้ว สาวๆ บางคนเริ่มอยากจะมีชุดกระโปรงแบบที่เบลล์ใส่
และคนที่ได้รับผลกระทบหนักสุดก็น่าจะเป็นเพื่อนอย่างซานซ่าที่อยู่ตรงหน้านางนี่แหละ
"เจ้าไม่รู้สึกเหมือนโดนหลอกบ้างเหรอ? จ่ายเงินซื้อตั๋วเข้าไปในโรงละคร แต่กลับไม่ได้เห็นตัวจริงของนักแสดง ได้เห็นแค่ภาพติดตาที่เหลือทิ้งไว้เนี่ยนะ?"
แต่ไม่ใช่ทุกคนจะปรับตัวตามเทรนด์ได้ ยังมีบางคนในหมู่เพื่อนร่วมชั้นของไฮร์ลานที่รับไม่ได้กับรูปแบบการแสดงภาพยนตร์
"แต่ 'โฉมงามกับเจ้าชายอสูร' สนุกกว่าละครเวทีตั้งเยอะ!"
ก่อนที่ซานซ่าจะทันได้พูด เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งก็สวนกลับนายน้อยริคาร์ดที่มาจากดินแดนแห่งศิลปะทันที
"พวกเจ้ายังไม่เคยดูละครเวทีดีๆ ของจริงต่างหาก! มีแต่ละครเวทีเท่านั้นที่ทำให้ผู้ชมและนักแสดงสื่อสารกันได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่พวกเจ้าดูก็แค่ความว่างเปล่า"
ริคาร์ดเถียงคนอื่นไม่ลดละ
เขามาจากฟารุชชี่ ดินแดนแห่งศิลปะ และเป็นแฟนพันธุ์แท้ของบุปผาแห่งฟารุชชี่ เขาไม่อาจยอมรับได้ว่ามีใครมาบดบังรัศมีเทพธิดาของเขาในสายอาชีพการแสดง
ไม่ต้องพูดถึงว่าคนคนนั้นไม่ใช่นักแสดงด้วยซ้ำ เป็นแค่หน่วยเก็บข้อมูลจารึกที่ถูกบันทึกไว้ในผลึกออริจิเนียม!
"ไปกันเถอะ ซานซ่า"
ไฮร์ลานไม่อยากเข้าไปยุ่งกับการทะเลาะวิวาทนี้ นายน้อยริคาร์ดสนใจในตัวนาง ไฮร์ลานรู้ดีว่าความจริงแล้วมีผู้ชายหลายคนในสถาบันที่รู้สึกดีกับนาง
แต่ตอนนี้ นอกจากการพิสูจน์ตัวเองให้แม่เห็นและการผลักดันเครื่องจักรเวทมนตร์นั่นแล้ว นางไม่มีกะจิตกะใจจะมาคุยเรื่องความรักเลย
"จริงๆ แล้ว ข้าเห็นด้วยกับริคาร์ดนะ"
ซานซ่าเดินตามไฮร์ลานออกมาจากกระท่อมแม่มด ด้านนอกเป็นทะเลสาบใสสะอาด
"เห็นด้วย?"
ไฮร์ลานรู้สึกว่าสิ่งที่โจชัวทำเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่เพียงแต่ทำให้โลกตกตะลึง แต่ยังเปลี่ยนโลกไปอย่างแนบเนียน บางครั้งสิ่งนี้น่ากลัวที่สุด
เมื่อเจ้าไม่รู้อะไรเลย แต่กลับพบว่าทุกคนรอบตัวเริ่มพูดถึงเรื่องเดียวกัน
"ข้าไม่เห็นนักแสดงตัวจริงน่ะสิ"
ซานซ่าเตะก้อนหินบนพื้นกลิ้งลงไปในทะเลสาบเพื่อระบายความหงุดหงิด
"อุตส่าห์เสียเงินตั้งแพงไปโรงละครแห่งชาตินอร์แลนด์เพื่อดูการแสดงของคณะละครแบล็คสวอน อย่างน้อยก็ได้เห็นตัวจริงของบุปผาแห่งฟารุชชี่ในตำนาน แต่หนังที่โรงละครไวเซนอัชเชดันเป็นแค่ภาพเสมือนจริงจริงๆ นั่นแหละ"
"เจ้าหมายความว่า... เจ้าอยากเจอปีศาจตนนั้น?"
"ไม่ใช่ปีศาจ... ก็ได้... ถึงจะเป็นปีศาจ ข้าก็คิดว่า... ไม่เลวร้ายหรอกมั้ง?"
ซานซ่าพูดอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
"ดูสิว่าเจ้าชายอสูรตนนั้นรักเดียวใจเดียวแค่ไหน ถ้าได้เจอสักครั้ง สัญญาเลยว่าข้าจะไม่กรี๊ดจนเสียจริตแน่นอน"
"..."
ไฮร์ลานติดต่อกับโจชัวมานานพอสมควร นางพอจะรู้เลาๆ ว่าตัวตนของโจชัวไม่ได้เรียบง่ายแค่ 'นักเดินทางธรรมดา' ความจริงไฮร์ลานมีข้อสันนิษฐานที่น่ากลัวอยู่ตลอด แต่ไม่อยากจะคิดถึงมัน
และดูเหมือนซานซ่าตั้งใจจะลงมือทำจริงๆ
"ข้าควรเตือนเจ้าไหมว่าเจ้าเป็นพลเมืองของประเทศอะไรและนับถืออะไรอยู่?"
ไฮร์ลานไม่อยากเชื่อเลยว่าคำพูดที่ว่า 'ปีศาจก็ไม่เลวร้าย' จะออกมาจากปากพลเมืองของดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ระหว่างบทสนทนา ไฮร์ลานและซานซ่าเดินมาถึงแผนกประถมของสถาบันเวทมนตร์
"พี่สาวไฮร์ลาน"
อีนอร์เดินออกมาจากโถงวิจัยของแผนกประถม และเห็นไฮร์ลานผู้สูงโปร่งและมีผมยาวสีเงินเทาในแวบแรก
"นั่นใครน่ะ?"
ซานซ่ากำลังอยู่ในห้วงจินตนาการว่าจะได้เจอนักแสดงจาก "โฉมงามกับเจ้าชายอสูร" เมื่อไหร่ พอดีสังเกตเห็นอีนอร์ที่เดินเข้ามา
ซานซ่ามองสำรวจอีนอร์ที่สวมแว่นตากรอบไม้ตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วรู้สึก... คุ้นๆ?
"จำไม่ได้เหรอ? ข้าเดาว่าขืนบอกไปเจ้าคงสติแตกแน่ งั้นขออุบคำตอบไว้ก่อนละกัน"
ไฮร์ลานส่ายหน้าและไม่เปิดเผยตัวตนของอีนอร์ เนื่องจากอีนอร์และไฮร์ลานเรียนอยู่ในสถาบันเวทมนตร์เดียวกัน โจชัวจึงฝากฝังให้ไฮร์ลานช่วยดูแลอีนอร์
หากถูกพวกครูเซเดอร์จับได้ ไฮร์ลานที่เป็นจอมเวทระดับสามยังพอจะช่วยอีนอร์หนี หรือแจ้งโจชัวผ่านหน้าต่างแชตได้
"พ่อจอมเวทฝึกหัดตัวน้อย บอกชื่อของเจ้าได้ไหม?"
ซานซ่าใช้วิธีเดิมๆ ในการเข้าไปจีบสาวอื่น อีนอร์ดูคุ้นตาเกินไป และซานซ่ามั่นใจว่าเคยเห็นเด็กคนนี้ที่ไหนมาก่อน
"เอาไว้คุยกันระหว่างทางกลับเถอะ อีกครึ่งชั่วโมงที่นี่จะกลายเป็นที่อยู่ของกริฟฟินแล้ว"
ไฮร์ลานไม่ชอบสิ่งมีชีวิตครึ่งนกอินทรีครึ่งสิงโตพวกนั้น แม้จะเป็นสัตว์ขี่ในฝันของอัศวินหลายคน แต่กริฟฟินที่สถาบันเวทมนตร์ชั้นสูงแห่งนี้เลี้ยงไว้นิสัยเสียเกินไป
"ก็ได้"
"บ้านเจ้าไม่ได้อยู่ทางนั้นไม่ใช่เหรอ?" ไฮร์ลานชี้ไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับบ้านของเพื่อนสาวอย่างสิ้นเชิง
"ท่านเทพของข้าบอกให้ข้าทำตามสัญชาตญาณ และสัญชาตญาณบอกข้าว่าจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นถ้าข้าตามเจ้าไป" ซานซ่ากล่าว
(จบตอน)