- หน้าแรก
- ตานเถียนข้ามีสมาร์ตโฟน
- บทที่ 22 เชือดไก่
บทที่ 22 เชือดไก่
บทที่ 22 เชือดไก่
บทที่ 22 เชือดไก่
ปีศาจไก่ตัวผู้พาฝูงสัตว์เลี้ยงกำลังเตรียมจะสวาปามอาหารมื้อใหญ่ ทันใดนั้นถ้ำก็ถูกเปิดออก ถูกดาบฟันจนเปิดออก พื้นดินทะลุ ภายในถ้ำกลายเป็นซากปรักหักพังทันที ควันไฟและฝุ่นผงลอยคละคลุ้ง ฝูงสัตว์เลี้ยงแตกตื่นหนีตายกระเจิดกระเจิง แต่ปีศาจไก่ตัวผู้กลับกางปีกบินขึ้นไปกลางอากาศ มองลงมาที่พื้นดินด้วยความโกรธแค้น
สายตาเหลือบไปเห็นชุดมัจฉาเหิน
"มนุษย์ มือปราบมัจฉาเหิน?!" ปีศาจไก่ตัวผู้ตื่นตระหนกปนโกรธแค้น นับตั้งแต่กลายเป็นปีศาจ สติปัญญามันก็เพิ่มพูนขึ้นไม่น้อย ย่อมรู้ว่ามนุษย์มีมือปราบมัจฉาเหินที่เชี่ยวชาญการฆ่าปีศาจ
"ไหนว่ามือปราบมัจฉาเหินไปแล้วไง?" ก่อนหน้านี้มันส่งเจ้าหมาแก่ตัวนั้นไปลาดตระเวนดูแล้วแท้ๆ
ซูต้งขมวดคิ้วมองดูสภาพเบื้องล่างโพรงดินที่พังทลาย เห็นศพหกศพที่ถูกย่างจนเกือบสุก ดวงตาพลันเปล่งประกายเย็นเยียบ
"เจ้าปีศาจน้อย บังอาจนัก!" ซูต้งเอ่ยเสียงเย็น น้ำเสียงแฝงจิตสังหารเข้มข้น เล่นเอาปีศาจไก่ตัวผู้ถึงกับสะดุ้งเฮือก
ซูต้งมีระดับรวมพลังเป็นหนึ่ง ก่อเกิดประกายแสงอยู่กับตัว ทุกลมหายใจทุกการเคลื่อนไหวล้วนหลอมรวมเป็นหนึ่ง แค่สายตาแค่คำพูด ก็แฝงความคมกล้าโดยธรรมชาติ ยิ่งตอนนี้มีจิตสังหาร คำพูดประโยคนี้ในหูของปีศาจไก่ตัวผู้ จึงไม่ต่างอะไรกับคมดาบที่พาดอยู่บนคอหอย!
ยังไม่ทันลงมือ ปีศาจไก่ตัวผู้ก็ขวัญเสียไปแล้ว
"หยุดเดี๋ยวนี้ เจ้าจะฆ่าข้าไม่ได้ เจ้าเอาสิทธิ์อะไรมาฆ่าข้า? ข้าทำอะไรผิด?" ปีศาจไก่ตัวผู้กางปีกบินอยู่สูงจากพื้นเจ็ดแปดวา ไม่กล้าลงมา แผดเสียงคำรามใส่ซูต้งที่อยู่เบื้องล่าง
"เจ้าเข่นฆ่าผู้คนไม่เลือกหน้า ย่อมสมควรตาย" ซูต้งหน้าตาย ยกดาบในมือขึ้น ตัวดาบยาวเรียวคมกริบสีเงินยวง มันคือซุ่ยหยา
"ข้าฆ่าคนก็สมควรตายงั้นรึ? คนพวกนั้นมันสมควรตาย คู่ของข้า ลูกๆ ของข้า ล้วนถูกพวกมันฆ่าตาย ถ้าไม่ใช่เพราะข้าโชคดีกลายเป็นปีศาจ ข้าก็คงถูกจับกินไปแล้ว ยังมีไอ้มนุษย์ที่ชื่อฉางซานนั่นอีก กลางดึกแอบมาขโมยลูกชายข้าไปกิน มันก็สมควรตาย กุ๊กๆๆ..." ปีศาจไก่ตัวผู้ตะโกนก้อง หงอนไก่บนหัวสั่นระริก
"สวรรค์เมตตาสรรพชีวิต สรรพสัตว์ล้วนเท่าเทียม พวกเจ้ามนุษย์ฆ่าพวกข้ากินพวกข้าถือเป็นเรื่องสมควร แล้วพวกข้าจะฆ่าคนกินคนบ้างไม่ได้เชียวรึ?" ปีศาจไก่ตัวผู้โกรธแค้นจนตัวสั่น
ซูต้งถึงกับชะงัก ถูกปีศาจไก่ตอกกลับจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่แล้วไม่รู้ว่าความคิดอะไรแล่นผ่านสมอง แววตาสังหารกลับลดลงไปไม่น้อย
"เจ้าพูดถูก สวรรค์เมตตาสรรพชีวิต มนุษย์กินพวกเจ้า พวกเจ้าฆ่ามนุษย์ ไม่ผิด" ซูต้งถอนหายใจเบาๆ
"เจ้าว่าข้าพูดถูก? งั้นเจ้าก็จะไม่ฆ่าข้าแล้วใช่ไหม?" ปีศาจไก่ตัวผู้เผยสีหน้ายินดี ต่อหน้ามือปราบมัจฉาเหินผู้นี้ มันยังคงหวาดกลัวอยู่ลึกๆ กว่าจะบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นปีศาจได้เลือดตาแทบกระเด็น ถ้าไม่ต้องตายมันย่อมไม่อยากตาย
แต่ซูต้งกลับส่ายหน้า
"ถ้าเจ้าเป็นแค่ไก่ธรรมดา ข้าย่อมไม่ฆ่าเจ้า แต่น่าเสียดายที่เจ้าเป็นปีศาจ ข้าเป็นมือปราบมัจฉาเหิน หน้าที่คือสังหารปีศาจ"
สรรพสัตว์ในโลกหล้า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ใครกันที่สมควรตายอย่างแท้จริง?
ได้ยินดังนั้น ปีศาจไก่ตัวผู้พลันเดือดดาล กางปีกออกกว้าง
"กุ๊กๆๆ...มนุษย์ก็คือมนุษย์ ป่าเถื่อนไร้เหตุผลสิ้นดี พูดมาตั้งนาน สรุปก็จะฆ่าข้าอยู่ดี กุ๊กๆๆ...น่าเสียดาย เจ้าจะฆ่าข้าได้หรือไม่ยังต้องดูกันอีกที ข้าบินได้ เจ้าไม่มีทางแตะต้องตัวข้าได้หรอก..." ปีศาจไก่ตะโกน
ฟุ่บ
มันโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า บินเฉียงขึ้นสูง มุ่งหน้าหนีไปไกล
"รอไปเถอะ ข้าจะฆ่ามนุษย์ให้มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่ฆ่า แต่จะจับกิน ย่างกิน ทอดกิน ต้มกิน!" ปีศาจไก่ตัวผู้บินไปพลางตะโกนไปพลาง แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
มันหันกลับไปมอง เห็นมนุษย์ผู้นั้นยืนนิ่งไร้อารมณ์ ไม่สะทกสะท้านต่อเสียงคำรามกราดเกรี้ยวของมัน เพียงแค่ยกดาบในมือขึ้น
ตัวดาบที่เรียวยาวอยู่แล้ว พลันถูกเคลือบคลุมด้วยแสงสีแดงฉานที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือของมนุษย์ผู้นั้น!
รวมพลังเป็นหนึ่ง ก่อเกิดประกายแสง!
"แย่แล้ว ต้องบินให้สูงกว่านี้ สูงกว่านี้!" ปีศาจไก่ตัวผู้เห็นแสงดาบนั้น หัวใจพลันบีบรัดด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณเตือนภัยร้องลั่น พยายามหลบหนีอย่างบ้าคลั่ง
"วิถีสวรรค์ไร้ปรานี เจ้าไม่ผิด แต่น่าเสียดายที่เจ้าเป็นปีศาจ แถมยังเป็นปีศาจที่ฆ่าคน" ซูต้งพึมพำเสียงเบา
ปีศาจที่ฆ่าคน ย่อมต้องถูกกำจัด เพราะเมื่อจิตสังหารตื่นขึ้น ก็ยากจะหยุดยั้ง เปรียบกับปีศาจแล้ว มนุษย์ปุถุชนก็ไม่ต่างอะไรจากไก่!
เขาสะบัดดาบในมือ
ฉัวะ
ตัวดาบปล่อยปราณดาบรูปจันทร์เสี้ยวสีแดงฉานพุ่งออกไป ปราณดาบอัดแน่นทรงพลัง ความเร็วปานสายฟ้าแลบ เพียงพริบตาก็ไล่ทันปีศาจไก่กลางอากาศ
"ปราณดาบ? แค่ปราณดาบก็พุ่งได้สูงกว่าสิบวา ไกลเป็นร้อยเมตรเชียวรึ?"
ปีศาจไก่ตัวผู้ตื่นตระหนกสุดขีด มือปราบมัจฉาเหินของมนุษย์ น่ากลัวขนาดนี้เชียวหรือ? น่ากลัวกันทุกคนเลยหรือ?
มันพยายามโยกตัวหลบหนีคมดาบอย่างสะเปะสะปะ
ฉึก
ปราณดาบสีเลือดปาดผ่านลำคอของมัน หัวไก่ขนาดเท่าถังตวงข้าวร่วงหล่นลงสู่พื้นทันที
ซูต้งเก็บดาบ
"เฮ้อ รวมพลังฟันดาบเดียว เล่นเอาเกือบหมดแรง" ซูต้งระบายลมหายใจ หน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย
"ตั้งแต่มันบินขึ้นฟ้า ข้าก็รู้แล้วว่าถ้าจะฆ่ามันต้องพึ่งปราณดาบเท่านั้น ข้าบินไม่ได้ โชคดีที่ร่างกายมันไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนขุนพลปีศาจแรดหรือขุนพลปีศาจลิง ยังเป็นแค่ปีศาจน้อย ข้าเริ่มรวมพลังตั้งแต่เห็นมัน มันมัวแต่พล่ามแต่คำรามใส่ ก็เลยมีเวลาให้ข้ารวบรวมพลัง..." ซูต้งส่ายหน้า ถ้าปีศาจไก่ตัวนั้นคิดหนีแต่แรก บินหนีไปเลย ไม่แน่ว่าซูต้งอาจตามไม่ทันจริงๆ
ซูต้งไม่มียันต์วิเศษของผู้บำเพ็ญเพียรเสียด้วย
"รวมพลังฟันดาบเดียว สูบพลังภายในข้าไปกว่าครึ่ง ดาบนี้ถ้าเจ้าไม่ตาย ข้าคงได้แค่มองตาปริบๆ ปล่อยเจ้าหนีไป แต่น่าเสียดาย เจ้าทนไม่ไหว"
ทนไม่ไหวก็คือตาย
ซูต้งเดินหน้านิ่งไปยังจุดที่ศพปีศาจไก่ร่วงลงมา ควักเอาแก่นปีศาจของมันออกมา เป็นแก่นปีศาจที่เพิ่งก่อตัว มีขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลืองเท่านั้น
"ไก่เลี้ยงธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง บำเพ็ญเพียรจนเป็นปีศาจได้เชียวรึ?" ซูต้งแปลกใจ ปีศาจโดยทั่วไปมีสามประเภท ประเภทแรกคือพวกที่มีสายเลือดปีศาจแต่กำเนิด โตขึ้นก็ตื่นรู้เป็นปีศาจได้เอง ประเภทที่สองคือมีวาสนา ได้รับการชี้แนะจากปีศาจชั้นสูงหรือผู้บำเพ็ญเพียร จนเกิดสติปัญญา ดูดซับพลังฟ้าดินจนกลายเป็นปีศาจ ประเภทที่สาม คือได้กินแก่นวิญญาณ จนกลายร่างเป็นปีศาจ
ไก่เลี้ยงตัวนี้ เป็นปีศาจได้อย่างไร?
"เอ๊ะ? ในขนใต้ปีกนี่มีอะไรซ่อนอยู่?" ซูต้งตรวจดูซากปีศาจไก่ ทันใดนั้นสายตาก็สะดุด ใต้ขนปีกของมันมีลักษณะคล้ายถุงผ้า ห่อหุ้มอะไรบางอย่างไว้
ซูต้งล้วงมือเข้าไปหยิบ เมล็ดข้าวสีขาวนวลสองเมล็ดร่วงลงสู่ฝ่ามือ ทันทีที่เมล็ดข้าวปรากฏ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของพืชพรรณก็ฟุ้งกระจายออกมา กลิ่นหอมนี้เพียงแค่ได้กลิ่น ก็ทำให้ซูต้งเกิดความอยากที่จะกลืนกินมันลงไป
"แก่นวิญญาณ? นี่คือแก่นวิญญาณ!" ดวงตาของซูต้งเป็นประกาย ต่อให้เขามีความรู้น้อยนิด ก็ยังสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของเมล็ดข้าวนี้ ไม่ใช่แก่นวิญญาณแล้วจะเป็นอะไรไปได้?
"มิน่าเล่าไก่เลี้ยงธรรมดาถึงกลายเป็นปีศาจได้ กินแก่นวิญญาณเข้าไปนี่เอง พอกลายเป็นปีศาจก็ฉลาดขึ้น รู้ว่าแก่นวิญญาณมีค่า ไม่กินสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เก็บซ่อนไว้" ซูต้งดีใจจนเนื้อเต้น ปีศาจไก่ตัวนี้เป็นตัวนำโชคของเขาจริงๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่ซูต้งได้รับแก่นวิญญาณ
ก่อนหน้านี้เพราะกลิ่นอายปีศาจบนตัวไก่กลบไว้ เขาจึงไม่ได้กลิ่น ตอนนี้เขาแทบอดใจไม่ไหวอยากจะกลืนเมล็ดข้าวนี้ลงไปเดี๋ยวนี้
"อย่าเพิ่งรีบ กลับจวนค่อยกิน แก่นวิญญาณเป็นของดี จะเสียของไม่ได้ เมล็ดข้าวที่ทำให้ไก่ธรรมดากลายเป็นปีศาจได้ สรรพคุณต้องไม่ธรรมดาแน่"
ซูต้งไม่สนใจจัดการซากปีศาจ รีบเร่งออกจากทุ่งนา มุ่งหน้ากลับหมู่บ้านตระกูลหยาง
เขาจากไปได้ไม่นาน ชาวบ้านหมู่บ้านเป่ยจวงคนหนึ่งก็ออกมาทำนา แล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นซากปีศาจบนพื้น
"ปีศาจ? นั่นมันปีศาจ? ตายแล้ว? ปีศาจตายแล้ว!"
ในชั่วพริบตา ข่าวการตายของปีศาจก็แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านเป่ยจวงที่กำลังขวัญผวา พอรู้ว่าปีศาจตายแล้ว ชาวบ้านต่างพากันดีใจยกใหญ่
ส่วนใครเป็นคนฆ่า ย่อมมีข่าวลือคาดเดาไปต่างๆ นานา
...
หมู่บ้านตระกูลหยาง ภายในคฤหาสน์ผู้เฒ่าหยาง
หยางอวี้ซิ่วยืนอยู่ในโถง ในมือหิ้วปิ่นโตอาหาร สีหน้าฉงนสงสัยมองดูผู้เฒ่าหยางที่กำลังรับประทานอาหารรสเลิศอย่างเอร็ดอร่อย
"พี่ซูต้งเพิ่งกลับมา ก็ขลุกเข้าห้องไปฝึกวิชาเลยหรือเจ้าคะ? แถมยังสั่งห้ามรบกวนอีก?"
ไม่ให้ใครรบกวนหรือเข้าไปรายงาน...
หยางอวี้ซิ่วขมวดคิ้วเรียวงาม พี่ชายของนางยังรอขอให้พี่ซูต้งช่วยธุระอยู่นะ
(จบตอน)