- หน้าแรก
- ตานเถียนข้ามีสมาร์ตโฟน
- บทที่ 8 เซียนผู้วิเศษ
บทที่ 8 เซียนผู้วิเศษ
บทที่ 8 เซียนผู้วิเศษ
บทที่ 8 เซียนผู้วิเศษ
อำเภอเมืองอยู่ไม่ไกล ซูต้งพาลูกน้องสองคนขี่ม้าไปถึงตอนเที่ยงพอดี
แม้อำเภอผิงอันจะไม่ใช่เมืองใหญ่โต แต่ก็แบ่งเขตออกเป็นตะวันออก ตะวันตก เหนือ ใต้ และเขตกลาง ประชากรรวมๆ กันก็นับแสนคน
จวนท่านนายอำเภอตั้งอยู่ในเขตตะวันออก เมื่อซูต้งไปถึง ทั้งจวนก็ประดับประดาด้วยโคมไฟและธงทิวสีสดใส คึกคักไปด้วยผู้คน
"พ่อหนุ่มคนนั้นเป็นใครกัน? ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"
"ท่านจาง ท่านออกไปค้าขายต่างเมืองมาสองปี ไม่รู้จักก็ไม่แปลก คนที่สวมชุดลายปลาบินนั่น ท่านเคยเห็นไหมล่ะ? นั่นคือซูต้ง มือปราบซู หนึ่งในสามมือปราบมัจฉาเหินแห่งอำเภอเราไง"
"มือปราบมัจฉาเหิน? เคยฆ่าปีศาจมาแล้วสินะ เก่งจริงๆ ดูจากอายุ น่าจะเพิ่งยี่สิบต้นๆ เองมั้ง"
"ในอำเภอน่าจะมีมือปราบมัจฉาเหินเยอะกว่านี้หน่อย พวกปีศาจจะได้เกรงกลัวบ้าง"
ถ้าเป็นมือปราบทั่วไป ชาวบ้านอาจจะมีคำครหา หรือมีเรื่องขัดแย้งกันบ้าง แต่สำหรับมือปราบมัจฉาเหิน ผู้คนต่างเคารพยกย่อง เพราะพวกเขาคือผู้ที่สังหารปีศาจ คุ้มครองความสงบสุขให้ชาวบ้านอย่างแท้จริง
"อายุแค่ยี่สิบก็กล้าสู้กับปีศาจ ใจเด็ดจริงๆ ฝึกยุทธ์ฝึกกาย ก็ต้องเอามาปราบปีศาจพิทักษ์คุณธรรมแบบนี้แหละ ดีกว่าพวกอันธพาลหาเรื่องชาวบ้านไปวันๆ เยอะ"
ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ซูต้งเดินตรงเข้าไปยังจวนนายอำเภอ นายอำเภอคนปัจจุบันแซ่เซี่ย จวนนี้จึงเรียกว่าจวนสกุลเซี่ย
"ซูต้ง มือปราบซู มาถึงแล้ว!"
คนเฝ้าประตูรีบออกมาต้อนรับ ตะโกนแจ้งชื่อเสียงดังลั่น มือปราบมัจฉาเหินขั้นแปด มีสถานะไม่ธรรมดาในอำเภอผิงอันแห่งนี้
ซูต้งสั่งให้ลูกน้องเอาของขวัญไปมอบที่ห้องลงบัญชี ส่วนตัวเองเดินเข้าห้องโถงอย่างคุ้นเคย ท่านนายอำเภอกำลังรับแขกอยู่ตรงนั้น และยังมีคุณชายเป่า เจ้าภาพงานในวันนี้ ที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข
"สวัสดีครับท่านมือปราบซู"
"คารวะท่านมือปราบซู"
"ท่านเศรษฐีหลี่ สบายดีนะครับ เถ้าแก่เฉียน กิจการรุ่งเรืองนะครับ" ซูต้งทักทายตอบกลับผู้คนที่เข้ามาทัก
"พี่ซู! มานั่งนี่เร็ว!" คุณชายเป่า หรือ เซี่ยเป่าเหริน หันมาเห็นซูต้งก็ยิ้มแก้มปริ รีบเดินเข้ามาต้อนรับอย่างดีใจ
"ยินดีด้วย ยินดีด้วย" ซูต้งยิ้ม พลางมองดูชายหนุ่มตรงหน้า
คุณชายเป่า มีชื่อจริงว่า เซี่ยเป่าเหริน มีพี่สาวหกคน เขาเป็นลูกคนสุดท้องคนที่เจ็ด ท่านนายอำเภอรักดั่งแก้วตาดวงใจ ประคบประหงมสุดๆ จึงได้ฉายาว่า คุณชายเป่า (คุณชายสมบัติล้ำค่า)
"ตั้งแต่ตอนที่ปีศาจแม่น้ำอาละวาดปีนั้น ข้าช่วยชีวิตเขาไว้จากเงื้อมมือปีศาจ เซี่ยเป่าเหรินผู้นี้ก็นับว่าเป็นคนรู้บุญคุณ ทุกเทศกาลจะส่งของขวัญชิ้นใหญ่ไปให้ที่จวนข้าเสมอ"
นึกถึงเรื่องในอดีต ซูต้งก็อดทอดถอนใจไม่ได้ เด็กหนุ่มที่เขาช่วยไว้ในวันนั้น ไม่นึกว่าจะชอบสะสมภรรยาขนาดนี้
"พี่ซู น้องไม่ได้จะว่าพี่นะ แต่ปีนี้ข้าเพิ่งสิบแปด ก็รับอนุคนที่เก้าแล้ว พี่น่ะยี่สิบกว่าแล้ว ยังไม่แต่งงานเลย ลูกสาวคนเล็กของข้าสามขวบแล้วนะพี่" คุณชายเป่าส่ายหน้าถอนหายใจ เขาหน้าตาเกลี้ยงเกลา ท่าทางไม่ได้ดูหยิ่งยโสโอหังเหมือนลูกเศรษฐีทั่วไป
เจอกันทีไรก็อดแซวซูต้งไม่ได้ เขามีพี่สาวตั้งหกคน แต่ไม่มีพี่ชายหรือน้องชายเลย
สำหรับซูต้ง ตั้งแต่ที่ช่วยชีวิตเขาจากกรงเล็บปีศาจเมื่อสามปีก่อน เขาก็นับถือซูต้งเป็นพี่ชายผู้มีพระคุณอย่างแท้จริง
ซูต้งได้แต่ขำ
ยี่สิบกว่า? เขาเพิ่งจะยี่สิบสองเองนะ ไม่ใช่เขาแต่งงานช้า แต่โลกนี้แต่งงานกันเร็วเกินไปต่างหาก ผู้หญิงสิบสามก็ออกเรือน ผู้ชายสิบหกแต่งงานถือเป็นเรื่องปกติ
พอเทียบกันแล้ว ตอนนี้เขาดูเหมือนชายแก่ขึ้นคานจริงๆ นั่นแหละ
"ข้าไม่รีบ" ซูต้งตอบ
"จะไม่รีบได้ไง เอาอย่างนี้ วันหลังข้าจะพาพี่ซูไปรู้จักคุณหนูตระกูลผู้ดีในอำเภอเรา สวยๆ ทั้งนั้น ขอแค่พี่ซูชอบคนไหน ข้าจะให้ท่านพ่อไปสู่ขอให้เลย" คุณชายเป่าเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น
"อื้ม เรื่องแม่สื่อแม่ชักให้ซูต้ง ข้าจัดการเอง" เสียงหัวเราะสดใสดังมาจากด้านหลังคุณชายเป่า ชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับคุณชายเป่าเดินถือถ้วยชาเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
"ผู้น้อยคารวะท่านนายอำเภอ" ซูต้งประสานมือทำความเคารพ
"คนกันเองทั้งนั้น จะมากพิธีไปทำไม" ท่านนายอำเภอทำท่าดุ แต่แฝงความเอ็นดู
ซูต้งยิ้มรับ
"เป่าเหริน พี่ซูของเจ้าไม่เหมือนเจ้าหรอก พี่ซูของเจ้าพรสวรรค์ล้ำเลิศ อายุยังน้อยแต่วรยุทธ์เกรียงไกร อนาคตไกลลิบ หญิงสาวทั่วไปย่อมไม่อยู่ในสายตา" ท่านนายอำเภอยิ้ม มองซูต้งด้วยสายตาชื่นชม เขาแก่แล้ว ชาตินี้คงหยุดอยู่ที่ตำแหน่งนายอำเภอนี่แหละ แต่ซูต้งต่างออกไป ตอนนี้เป็นถึงมือปราบมัจฉาเหินขั้นแปด อีกสักสองปี พอฝีมือแกร่งกล้าขึ้น ตำแหน่งหัวหน้ากองปราบมัจฉาเหินประจำเขตคงหนีไม่พ้นมือเขาแน่
หัวหน้ากองปราบมัจฉาเหิน คุมมือปราบมัจฉาเหินทั้งเขต เป็นขุนนางขั้นเจ็ด ขึ้นตรงต่อเจ้าเมือง ตำแหน่งใหญ่กว่าเขาที่เป็นนายอำเภอเสียอีก
"ใช่ หญิงสาวทั่วไปย่อมไม่คู่ควรกับพี่ซู" คุณชายเป่าพยักหน้าเห็นด้วย เขาไม่ได้คิดลึกซึ้งเหมือนพ่อ แค่ชื่นชมซูต้งจากใจจริง
ซูต้งได้แต่ยืนฟังสองพ่อลูกวางแผนชีวิตให้เขาเงียบๆ
...
"ท่านนายอำเภอ ยินดีด้วยครับ"
"อ้าว เถ้าแก่เฉิน"
"คุณชาย ยินดีด้วยครับ"
มีแขกเข้ามาทักทายไม่ขาดสาย ช่วยชีวิตซูต้งไว้ได้พอดี
"ท่านนายอำเภอ คุณชายเป่า เชิญรับแขกตามสบายครับ ไม่ต้องห่วงข้า" ซูต้งยิ้มบอกลาสองพ่อลูก
"ซูต้ง มานั่งทางนี้สิ"
เสียงเรียกดังขึ้นพอดี ซูต้งหันไปมอง ที่มุมด้านในของห้องโถง ชายร่างใหญ่สวมชุดลายปลาบินเหมือนกันกำลังมองมา
"พี่หวัง" ซูต้งยิ้ม เดินเข้าไปนั่งโต๊ะเดียวกัน
"ท่านนายอำเภอเอาอกเอาใจเจ้าดีจังนะ ข้าเดินเข้ามา เขาแค่ปรายตามองนิดเดียวเอง" พอซูต้งนั่งลง พี่หวังผู้เป็นเพื่อนร่วมอาชีพก็เอ่ยปากแซว
"ระดับเจ้ากับข้า ยังต้องมาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องพวกนี้อีกรึ?" ซูต้งหัวเราะ
"ฮ่าๆ นั่นสิ ข้าสนแต่ฆ่าปีศาจ เรื่องอื่นขี้เกียจจะสนใจ" พี่หวังหัวเราะร่า
หวังหลาง หนึ่งในสามมือปราบมัจฉาเหินแห่งอำเภอผิงอัน นิสัยโผงผางตรงไปตรงมา วรยุทธ์สูงส่ง เชี่ยวชาญวิชาฝ่ามือ และฝึกวิชาดาบด้วย สมัยหนุ่มพ่อแม่ถูกปีศาจฆ่าตาย ตั้งแต่นั้นมาก็ตั้งปณิธานว่าจะล้างบางปีศาจให้สิ้นซาก
แม้นั่งอยู่ข้างๆ ซูต้งยังสัมผัสได้ถึงความบ้าคลั่งและจิตสังหารที่ซ่อนอยู่ในแววตาของอีกฝ่าย
"ปีศาจที่ตายด้วยน้ำมือพี่หวัง มีเยอะจนน่าตกใจ" ซูต้งคิดในใจ เขาฆ่าปีศาจแบบตามมีตามเกิด เจอถึงฆ่า แต่หวังหลางไม่ใช่ เขาออกตามล่าฆ่าล้างผลาญ โดยเฉพาะพวกปีศาจชั้นต่ำ
ปีศาจระดับสูงเขาสู้ไม่ไหว ก็ไล่ฆ่าพวกปีศาจเล็กปีศาจน้อย ฆ่าฟันและทรมานอย่างบ้าคลั่ง
"ดูสิ เหยียนเซียนเฟิง (เหยียนผู้บุกเบิก) มาแล้ว" หวังหลางจู่ๆ ก็มองไปนอกห้องโถง แล้วเอ่ยขึ้น
ซูต้งมองตามไป พอดีกับที่ทางนั้นมองมา สบตากันแวบหนึ่ง
สวมชุดลายปลาบินเหมือนกัน อายุราวสามสิบ ใบหน้าเคร่งขรึม ชายผู้นั้นเพียงแค่มองมาทางนี้แวบเดียว แล้วก็ละสายตา เดินปลีกตัวไปอีกทางอย่างไม่ใส่ใจ ข้างกายมีผู้ติดตามสองคน
"หยิ่งชะมัด คิดว่าตัวเองมาจากสำนักใหญ่ ก็เลยดูถูกพวกเราที่เป็นมวยวัดสินะ" หวังหลางแค่นเสียงอย่างดูแคลน
ซูต้งไม่พูดอะไร ในเมื่ออีกฝ่ายไม่อยากคบหา เขาก็ไม่แคร์
"เชอะ เก่งจริงก็ไปบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนสิ ไปหาทางเป็นอมตะ มาทำกร่างอะไรที่นี่..." หวังหลางดูจะมีความแค้นฝังใจกับคนผู้นั้นไม่น้อย
ซูต้งส่ายหน้า
"พี่หวังอย่าโมโหไปเลย มา ดื่มเหล้าดีกว่า" เขารินเหล้าให้หวังหลางด้วยตัวเอง
ไกลออกไป เหยียนเจิ้งนั่งลงที่โต๊ะหนึ่ง คนรอบข้างไม่กล้าเข้าไปทักทาย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนคนไม่กล้าเข้าใกล้
"ใต้เท้า นั่นซูต้งสินะขอรับ หนุ่มแน่นจริงๆ เขาว่ากันว่าคนนี้มีหวังจะได้เลื่อนเป็นหัวหน้ากองปราบมัจฉาเหินมากที่สุดนะขอรับ" ผู้ติดตามคนหนึ่งกระซิบ
"ฮึ ก็แค่เด็กเมื่อวานซืน ฝึกกำลังภายในไม่กี่วัน ไปจำวิชาดาบมาจากไหนไม่รู้ ฟลุ๊คฆ่าปีศาจได้ตัวสองตัว มีอะไรน่าชื่นชมนักหนา ข้าเป็นศิษย์สายตรงสำนักหานเยียน (ควันหนาว) มันจะมาเทียบอะไรกับข้าได้?" เหยียนเจิ้งไม่แม้แต่จะปรายตามองซูต้ง
"คอยดูเถอะ ตำแหน่งหัวหน้ากองปราบมัจฉาเหินต้องเป็นของข้า ใครก็แย่งไปไม่ได้" เขาพูด้วยความมั่นใจเปี่ยมล้น
เปรี้ยง!
ทันใดนั้น เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว สั่นสะเทือนไปทั่วห้องโถง ทุกคนสะดุ้งโหยง
"เสียงฟ้าผ่า?"
"ฝนจะตกเหรอ?"
ผู้คนแตกตื่นตกใจ
"ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ?" หวังหลางก็ตกใจ แต่แล้วเขาก็เห็นซูต้งที่นั่งอยู่ข้างๆ พุ่งตัวออกไปนอกห้องโถงในพริบตา
เร็วมากจนเขาแทบมองไม่ทัน
"เร็วชะมัด" หวังหลางใจหายวาบ
แล้วรีบพุ่งตามออกไป
ซูต้งพุ่งออกมาเป็นคนแรก เงยหน้ามองท้องฟ้า เห็นแสงรุ้งพาดผ่านท้องฟ้าสูงขึ้นไปร้อยเมตร พุ่งทะยานไปทางทิศตะวันตกอย่างรวดเร็ว
"เหาะเหินเดินอากาศ? เซียน นั่นมันเซียนผู้วิเศษ!"
มีคนบนพื้นมองเห็นเข้า ร้องตะโกนขึ้นมา เสียงร้องนั้นเรียกความสนใจจากผู้คนมากมาย
เซียนผู้วิเศษ... ตัวตนในตำนานที่เล่าขานกันมา