- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 505 การเลือก (บท 2 in 1)
บทที่ 505 การเลือก (บท 2 in 1)
บทที่ 505 การเลือก (บท 2 in 1)
บทที่ 505 การเลือก (บท 2 in 1)
.
อะไรเป็นตัวกำหนดสถานะ? ในยุคแห่งความสงบสุข สิ่งนั้นคืออำนาจและเงินทอง แต่ในวันโลกาวินาศ มันคือความแข็งแกร่ง
และตอนนี้อวิ๋นติ่งวิลล่าก็มีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า ดังนั้นพวกเขาจึงมีสถานะที่เหนือกว่า
การเปลี่ยนแปลงสถานะดังกล่าวถูกสังเกตเห็นโดยทีมพันธมิตรหยุนกัง อาจกล่าวได้ว่า พวกเขาได้เป็นพยานถึงอำนาจสูงสุดของอวิ่นติ่งวิลล่าในอิงเฉิง
เดิมทีพวกเขาตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ต่ออีก 2-3 วัน เพื่อติดต่อกับกองกำลังที่มีศักยภาพทั้งหมดที่พวกเขาสามารถรวบรวมได้ และสามารถไปกับพวกเขาได้มากที่สุด แต่ถ้าใครไม่ไป พวกเขาก็ไม่บังคับ
อย่างไรก็ตามภายใต้วิธีการต่างๆที่อวิ๋นติ่งวิลล่าใช้ พวกเขาค้นพบว่า อวิ๋นติ่งวิลล่าได้เสร็จสิ้นการควบคุมอิงเฉิงอย่างแท้จริงในเวลาเพียงสิบวัน และได้สร้างพันธมิตรขึ้นภายใต้ผลประโยชน์อย่างหลวมๆ แต่ในอนาคตมันจะแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ อวิ๋นติ่งก็ตกลงที่จะส่งกองกำลังไปช่วย แต่จะทันเวลาไหมนั้น ทีมหยุนกังกังวลเป็นอย่างมาก
นี่มันก็ล่าช้าไปกว่าสิบวันแล้ว แม้บอสเย่จะพูดจริงว่าจะใช้เวลาครึ่งเดือนในการส่งกองกำลังไปช่วยเหลือ แต่การกลับไปยังหยุนกัง มันเป็นการเดินทางที่ลำบาก ไม่รู้ว่าเวลาหนึ่งเดือนจะไปถึงได้หรือไม่?
พวกเขาออกมาจากหยุนกังได้เดือนกว่าแล้ว และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้นที่นั่น ถ้าล่าช้าไปกว่านี้ พวกเขาจะทำอย่างไรถ้ากลับไปแล้วไม่มีอะไรเหลือเลย?
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม หัวหน้าทีมกับลูกทีมอีกคนหนึ่งรั้งอยู่ ส่วนคนอื่นๆก็ให้กลับไปที่หยุนกังทันที และไปแจ้งกับพันธมิตรหยุนกังให้รู้ว่า จะมีสุดยอดทีมนักสู้มากกว่า 10,000 คน ไปช่วยหยุนกัง พวกเขาต้องยืนหยัดรอจนกว่ากำลังเสริมจะไปถึง
คนสองคนที่อยู่ที่นี่ต้องคอยกระตุ้นให้เย่จงหมิงออกเดินทาง แต่หลังจากพบเย่จงหมิงมาสองครั้ง จากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้พบใครอีกเลย
เพราะเย่จงหมิงไม่ได้อยู่ในอวิ๋นติ่งวิลล่าหรือเมืองผู่ซิง เขากำลังนำผู้คนจำนวนไม่มาก แต่นับว่าเป็นทีมชั้นยอดของอิงเฉิง ไปซุ่มตัวอยู่ที่ชานเมืองจิงไหวห่างจากอิงเฉิงมากกว่า 100 กิโลเมตร
“ที่นี่เหรอ?”
ทีมนี้มีประมาณร้อยคนเท่านั้น ระดับต่ำสุดของทีมคือผู้วิวัฒนาการระดับ 4 ดาว พวกเขานั่งซุ่มเงียบๆอยู่บนหลังคาของอาคารร้างในเขตชานเมือง และมองไปยังเขตเมืองที่ดูเงียบสงบ
“อืม”
ทีมนี้เป็นการรวมตัวของชนชั้นสูงเกือบทั้งหมดของอิงเฉิง ซึ่งรวมถึงจ้าวซิงเหม่ย ไป๋เฟิง และหัวหน้าทีม 50 อันดับแรก ทั้งหัวหน้าทีมและสมาชิกหลักต่างอยู่ที่นี่ สำหรับทีมอวิ๋นติ่งวิลล่า ยกเว้น เซี่ยเล่ย หลูอี้ หรงเจี่ย ถังเทียน โม่เย่ หลิวเจิ้งหง เยวี่ยต้าหย่วน สมาชิกหลักคนอื่นล้วนอยู่ที่นี่ อาจกล่าวได้ว่า ถ้าทุกคนที่นี่ตาย โดยพื้นฐานแล้วผู้รอดชีวิตที่เป็นมนุษย์ทั้งหมดในอิงเฉิงจะกลายเป็นผู้ไร้ประโยชน์
หนึ่งในธุรกิจของตลาดแลกเปลี่ยนอวิ๋นติ่งในเมืองผู่ซิง คือการรวบรวมข้อมูล ตราบใดที่คิดว่ามีข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับอวิ๋นติ่งวิลล่า ก็สามารถนำมาซื้อขายได้ และตราบใดที่พบว่าข่าวสารนั้นมีค่า ก็จะได้รับรางวัลที่สอดคล้องกัน
เดิมทีธุรกิจนี้เป็นเพียงความพยายามของเย่จงหมิงในการสร้างระบบข่าวกรองของตัวเอง เพื่อวางรากฐานสำหรับอนาคต ใครจะคิดว่าเขาจะได้รับข่าวชิ้นหนึ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจ
มีคนเสนอขายตำแหน่งฐานที่มั่นของกองกำลังที่เขารู้จักให้กับตลาดการค้า เพื่อแลกกับอุปกรณ์สีเงินหนึ่งชิ้น
เสิ่นถัง กองทัพเหยา หอการค้าหลิง ตอนนี้กองกำลังเหล่านี้ต่างสาบานที่จะเป็นศัตรูกับอวิ๋นติ่งวิลล่า และเย่จงหมิงก็กังวลว่าจะค้นหาคนเหล่านี้ไม่พบ แต่หลังจากได้พบคนขายข่าว และได้รับข้อมูลเป็นการส่วนตัว เขาก็มอบอุปกรณ์สีเงินให้กับคนขายข่าวทันที อย่างไรก็ตาม เย่จงหมิงไม่ได้โง่ เขาได้พาคนขายข่าวผู้นี้ไปด้วย หากข้อมูลนี้เป็นเท็จ คนขายข่าวย่อมมีจุดจบที่น่าสลดอย่างแน่นอน
แล้วทำไมเขาต้องนำชนชั้นสูงจากอิงเฉิงเหล่านี้มาด้วยน่ะเหรอ… ความตั้งใจของเย่จงหมิงนั้นง่ายมาก
ไม่ต้องการพึ่งพาเขาในการพัฒนางั้นเหรอ? ก็ได้ไม่มีปัญหา ครั้งนี้เขาจะให้เลือก จะมาหรือไม่มาก็ได้
แน่นอนว่าเขาไม่ห้าม แต่ถ้าเลือกที่จะไม่มา ในอนาคตก็ไม่จำเป็นต้องอยู่อิงเฉิงอีกต่อไป
และแน่นอนว่ามีคนส่วนใหญ่ที่ไม่พอใจต่อความแข็งแกร่งของเย่จงหมิง อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากผลกำไรของตลาดแลกเปลี่ยนเมืองผู่ซิงตั้งแต่เริ่มเปิดทำการในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คนเหล่านี้ก็เข้าใจแล้วว่าบอสเย่กำลังทำอะไร ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจเลือกอย่างชาญฉลาด แม้แต่ไป๋เฟิงก็เช่นกัน
ด้วยบทเรียนที่ได้รับจากครั้งที่แล้ว อวิ๋นติ่งวิลล่าจึงจัดการกับสิ่งเหล่านี้โดยเปลี่ยนวิธีการในการดึงตัวและจัดระเบียบพวกเขาให้ตรงไปตรงมาและหยาบมากขึ้น
ดังนั้นสุดยอดทีมนี้จึงเกิดขึ้น
คนขายข่าวชี้ไปยังถนนในเมืองเล็กๆ ซึ่งแท้จริงเป็นเขตเมืองภายใต้เมืองระดับจังหวัด และพูดว่า “บ้านของผมอยู่ตรงนั้น ตอนที่ผมจากมาเมื่อหลายเดือนก่อน ที่นี่ส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยหอการค้าหลิง ตอนนี้ที่นี่ทั้งหมดน่าจะตกเป็นดินแดนของพวกเขาแล้ว”
วิธีการวิวัฒนาการได้อย่างรวดเร็วของหอการค้าหลิงคือการเลี้ยงหมู นี่เป็นองค์กรที่สร้างขึ้นมาจากชีวิตเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเป็นที่เกลียดชังของคนส่วนใหญ่ และคนขายข่าวผู้นี้ก็เป็นหนึ่งในคนที่หลบหนีจากที่นี่ไปยังอิงเฉิงและเข้าร่วมกับทีมขนาดกลาง เพื่อไม่ให้ถูกจับไปเป็นหมู
และครั้งนี้บอสของเขาก็มาด้วย ดังนั้นเขาจึงรู้สึกโล่งใจที่จะพูด เพราะถ้าหากมีข้อผิดพลาดใดๆ เขาและทีมของเขาจะไม่อาจอยู่ในอิงเฉิงได้อีกต่อไป
เย่จงหมิงไม่ได้พูดอะไรอีก เขาส่งสัญญาณให้เซี่ยไป๋กับเสี่ยวหู่ลอบเข้าไปสืบข่าวในเมืองจิงไหวจากสองทิศทางที่แตกต่างกันทันที
สองชั่วโมงต่อมา เซี่ยไป๋กับเสี่ยวหู่ก็กลับมาทีละคน พร้อมกับแจ้งยืนยันข่าวสารเรื่องสาขาย่อยของหอการค้าหลิง
“หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนี้ ผมจะมอบอาวุธผลึกวิเศษให้กับพวกคุณแต่ละคนเป็นการส่วนตัว”
คำพูดของเย่จงหมิงทำให้ดวงตาของคนเหล่านี้สดใสขึ้นมาทันที!
อาวุธผลึกวิเศษ นี่คือความลับหลักของอวิ๋นติ่งวิลล่า แม้แต่ระบบภาษีเมืองที่ถูกสร้างขึ้นในครั้งนี้ มันก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเงื่อนไข หรือถูกนำมาเป็นสินค้าสำหรับซื้อขาย จนถึงตอนนี้ นอกจากอวิ๋นติ่งวิลล่าแล้ว ก็ไม่มีใครเป็นเจ้าของอาวุธผลึกวิเศษอันลึกลับนี้
ตอนนี้มันถูกใช้เป็นรางวัลสำหรับภารกิจครั้งนี้? !
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความไม่พอใจและความกังวลเกี่ยวกับอนาคตในใจของคนเหล่านี้ก็หายไป
เย่จงหมิงยิ้ม เพราะในช่วงที่เขาไม่อยู่ เยวี่ยต้าหย่วนได้ผลิตปืนผลึกวิเศษกึ่งสำเร็จรูปออกมาเป็นจำนวนมาก ด้วยการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องข้อจำกัดได้ถูกกำจัดออกไป ไม่ต้องพูดถึง อัตราการแปลงพลังงานที่ต่ำ อีกทั้งปัญหาเรื่องความแม่นยำ ซึ่งหากปราศจากการสนับสนุนเสริมจากเย่จงหมิง ปืนชนิดนี้จะต้องถูกโยนทิ้งหลังจากยิงไปได้อย่างมากที่สุดประมาณ 10 นัด สำหรับเยวี่ยต้าหย่วนแล้วการทำแบบนี้มันน่าเสียดายเหมือนกับการกินทิ้งกินขว้าง และเยวี่ยต้าหย่วนก็กังวลว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี ซึ่งบังเอิญที่เย่จงหมิงสามารถช่วยแก้ไขในจุดนี้ได้
ด้วยแรงจูงใจนี้ ขวัญกำลังใจของทีมจึงอยู่ในระดับสูง แล้วพวกเขาก็ลอบเข้าไปในเขตเมืองภายใต้การนำของเย่จงหมิง
……
ภายในลานจอดรถของอาคารธนาคารแห่งหนึ่ง มีคนหลายสิบคน ซึ่งบ้างก็นั่งยองๆ บ้างก็ยืนสูบบุหรี่อยู่ใกล้กับรถบรรทุก มองดูคนมากมายที่กำลังวุ่นวายอยู่ในล็อบบี้ชั้นหนึ่ง พวกเขากำลังนำตู้เซฟใส่ลงไปในกระเป๋าเดินทางเป็นครั้งคราว แล้วนำมันมาไว้ที่รถบรรทุก ภายในล็อบบี้และภายในรถมีบางคนกำลังนับอะไรบางอย่างอยู่
“มีของต้องส่งเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
ท่ามกลางผู้คนในชุดเครื่องแบบรบสีดำหลายสิบคน มีคนหนึ่งถามกัปตันทีมที่อยู่ด้านข้างขึ้นเบาๆ
กัปตันมองดูอย่างระแวดระวังและพูดกับเหล่าคนสนิทว่า “รองประธานโฉ่วประสบอุบัติเหตุในอิงเฉิง”
หืม? นี่เป็นข่าวใหญ่ หอการค้าหลิงมีรองประธานสามคน ประธานผู้ร่วมก่อตั้งสี่คน และทั้งหมดนั้นคือการดำรงอยู่ที่ทรงพลังเหนือกว่าบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าคน แล้วมันเกิดอะไรขึ้น?
“เกิดอุบัติเหตุกับรองประธานโฉ่ว? เขา เขาควรเป็นผู้วิวัฒนาการระดับหกดาวไม่ใช่เหรอ?”
กัปตันพยักหน้า: “ฉันไม่รู้รายละเอียด ถ้าไม่ใช่เพราะฉันมีหน้าที่รับผิดชอบภารกิจส่งของนี้ ท่านบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์คงไม่เปิดเผยข้อมูลนี้ให้ฉันรู้”
กัปตันโยนก้นบุหรี่ลงพื้นและใช้เท้าขยี้สองสามครั้ง และกล่าวต่อเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่กำลังตกใจเหล่านั้นว่า “เรากำลังจะถอนตัวจากฐานที่มั่นนี้”
หา?
คนผู้หนึ่งถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจ
ฐานที่มั่นเมืองจิงไหวเป็นฐานที่มั่นที่ก่อตั้งโดยหอการค้าหลิง หลังจากวันสิ้นโลกเริ่มต้นได้ไม่นาน และเป็นหนึ่งในฐานที่มั่นเก่าแก่ ว่ากันว่าบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์หัวหน้าหน่วยของพวกเขาก็มาจากที่นี่ด้วย
นอกจากนี้ที่นี่ยังอยู่ในระดับแนวหน้าของฐานที่มั่นต่างๆของหอการค้าหลิง ว่ากันตามขนาดและสภาพของ ‘หมู’ มันไม่ง่ายเลยที่จะสร้างและใช้งานฐานที่มั่นนี้จนมาถึงขั้นนี้ได้ แล้วจะยอมแพ้แค่นี้เหรอ?
“หุบปาก!”
กัปตันมองไปยังผู้คนที่พลุกพล่านในล็อบบี้ชั้นหนึ่ง หลังจากพบว่าไม่มีใครให้ความสนใจ เขาก็กล่าวต่อไปว่า: “ที่นี่ใกล้อิงเฉิงเกินไป ไม่ช้าก็เร็วจะมีคนค้นพบที่นี่ และถ้ามีคนพบ พวกนายคิดว่าคนที่ฆ่ารองประธานโฉ่วจะยอมปล่อยไปเหรอ? แทนที่จะรอให้คนอื่นมาทำลายสถานที่แห่งนี้ อพยพออกไปก่อนดีกว่า วิธีนี้สูญเสียน้อยกว่า”
เมื่อได้ยินสิ่งที่กัปตันพูด คนเหล่านี้ก็เข้าใจ อย่างไรก็ตามหลังจากอยู่ในขุมกำลังใหญ่อย่างหอการค้าหลิงมานาน ย่อมต้องมีความเย่อหยิ่งบางอย่างๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงมีคนหนึ่งถามขึ้นว่า “แล้วทำไมเราไม่แก้แค้นล่ะ? นี่เป็นความอัปยศอย่างยิ่ง เรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหากับท่านประธานอาวุโสไม่ใช่เหรอ?”
กัปตันทำเสียงส่งสัญญาณให้ทุกคนทราบว่า สินค้ากำลังจะโหลดเสร็จและพร้อมที่จะไปได้แล้ว ขณะที่กำลังเดินไปที่รถบรรทุก เขาก็กระซิบบอกว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องของเรา สำหรับกองกำลังที่สามารถสังหารรองประธานได้นั้น พวกเราที่เป็นลูกสมุนตัวเล็กๆ ไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว ฉันได้ยินมาว่า ไม่ใช่แค่รองประธานโฉ่วเท่านั้นที่ถูกสังหาร ท่านบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์หลายคนก็เสียชีวิตเช่นกัน เรื่องนี้… แค่คอยเชียร์กับพูดคุยกันส่วนตัวมันก็ได้ แต่รู้ใช่ไหมว่าอย่าปากโป้ง เสร็จภารกิจนี้ กลับไปแล้วพวกนายทุกคนก็มากินเนื้อกับฉัน”
ทุกคนพยักหน้า แล้วถืออาวุธไปเคาะรถบรรทุกส่งสัญญาณให้เตรียมตัว ด้วยการแสดงออกที่จริงจังกว่าเดิมมาก
หากฐานที่มั่นนี้ถูกถอนออกไป วัสดุที่ส่งไปยังสาขาในครั้งนี้จะถือว่าเป็นล็อตใหญ่ ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้น ในฐานะที่เป็นคนคุ้มกัน พวกเขาจะต้องเสียหัวอย่างแน่นอน และคนในสาขาก็จะได้รับการตำหนิไปด้วย อย่างไรก็ตามภารกิจที่สำคัญเช่นนี้ กลับส่งทีมเดียวเท่านั้นให้มารับผิดชอบ มันเสี่ยงเกินไปจริงๆ
ไม่นานสินค้าทั้งหมดก็ถูกขนขึ้นรถบรรทุก ทีมงาน 200 คนก็ออกมาจากอาคาร เห็นได้ชัดว่ามีหน้าที่คุ้มกัน พวกเขาเป็นกองกำลังติดอาวุธของฐานที่มั่นเมืองจิงไหวแห่งนี้
ผู้นำของทั้งสองทีมหารือร่วมกัน และเริ่มปล่อยทีมให้ออกเดินทาง แต่ไปได้ไม่ไกล เงาสีทองก็พุ่งเข้ามาจากกำแพงที่อยู่ไม่ไกลอย่างฉับพลัน และงับศีรษะของคนๆหนึ่งที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นก็อ้าปากโยนศีรษะที่ถูกกัดขาดออกไป
นี่เป็นสัญญาณของเงาสีทอง เพื่อให้ทีมงานหลายร้อยคนรีบเข้ามาสังหารทุกคนที่พบเห็น!
อย่างไรก็ตามพวกเขาล้วนเป็นผู้รอดชีวิตที่รอดชีวิตในวันโลกาวินาศมาได้เกือบปี การตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันจึงรวดเร็วมาก ดังนั้นหลังจากสตั๊นไปสองวินาที คนของหอการค้าหลิงก็โต้ตอบกลับทันที พวกเขาสร้างแนวรบและเริ่มต่อต้าน ในเวลาเดียวกันก็ส่งสัญญาณขอกำลังสนับสนุนจากผู้คนในอาคารธนาคาร ซึ่งเป็นฐานที่มั่นเมืองจิงไหว
มียามรักษาการของหอการค้าหลิงหลายพันคนอยู่ที่นี่ แม้จะกระจัดกระจายอยู่ในเขตเมือง เนื่องจากภารกิจต่างๆในระหว่างวัน แต่ตอนนี้ นอกเหนือจากสองร้อยคนนี้แล้วก็ยังมีคนอย่างน้อยสามถึงสี่ร้อยคนอยู่ในอาคารธนาคาร ขอเพียงถ่วงเวลาสักครู่ กำลังเสริมที่ตามมาก็เพียงพอที่จะล้อมฆ่าศัตรูร้อยกว่าคนนี้ได้แล้ว!
แต่น่าเสียดายที่หลังจากการต่อสู้ได้เริ่มขึ้น พวกเขาค้นพบว่าคนกลุ่มนี้ทรงพลังเกินไป ระดับวิวัฒนาการต่ำสุดของคนกลุ่มนี้คือสี่ดาว แต่ระดับวิวัฒนาการสูงสุดของพวกเขาคือสี่ดาว…
นี่จึงเป็นการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว เมื่อนักสู้ของหอการค้าหลิงในอาคารออกมาสนับสนุน ผู้คนมากกว่า 200 คนก็ถูกสังหารหมดแล้ว และศัตรูกลุ่มนี้ก็พุ่งเข้าไปในอาคารธนาคารเผชิญหน้ากับนักสู้กลุ่มใหม่โดยตรง
มีพลุสัญญาณหลายนัดถูกยิงออกจากอาคารธนาคาร นักสู้ของหอการค้าหลิงที่ออกไปทำภารกิจและอยู่กระจัดกระจายตามสถานที่ต่างๆในเขตเมือง ต่างพากันรีบกลับฐานที่มั่น และการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ดังกล่าวก็ได้ดึงดูดความสนใจของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์และซอมบี้ที่อยู่โดยรอบ พวกมันเริ่มรวมตัวกันมายังทิศทางนั้นอย่างช้าๆ
ต่อหน้าคนทั่วไป ผู้วิวัฒนาการระดับสี่ดาวถือได้ว่าเป็นซุปเปอร์แมนตัวน้อย ดังนั้นแม้ว่าอาคารธนาคารจะมีมากกว่า 10 ชั้น แต่การบุกสังหารไปจนสุดทางก็ใช้เวลาไม่นานเลย
สำหรับชนชั้นสูงในอิงเฉิงต่างคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนๆกัน เนื่องจากพวกเขาได้สมัครมาทำภารกิจเพื่อรับรางวัล การบุกหอการค้าหลิงจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการแสดงผลงานต่อหน้าบอสเย่และผู้คนจากอวิ๋นติ่งวิลล่าจะทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้น พวกเขาต้องหนักแน่นเข้าไว้
ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง การต่อสู้ก็จบลง สมาชิกส่วนใหญ่ของหอการค้าหลิงที่นี่ถูกกำจัดออกไป แน่นอนว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีบางคนที่หนีรอดไปได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนของอิงเฉิงที่มาในครั้งนี้ก็มีน้อยเกินไป และศัตรูบางคนก็ฉลาด พอเห็นท่าไม่ดีก็พากันหลบหนีไป
“ลูกพี่ เจอแล้ว เจอแล้ว!”
เย่จงหมิงไม่ได้ติดตามคนที่บุกขึ้นไปจากชั้นหนึ่งจนถึงชั้นบนสุด แต่พาอวิ๋นเส้ากับคนอีกสองสามคนไปตรวจสอบชั้นหนึ่งว่ามีห้องใต้ดินหรือทางลับหรือไม่ หลังจากตรวจค้นแล้วไม่พบอะไร อวิ๋นเส้าก็สังเกตเห็นรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างนอก พอเปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์เข้าไป แล้วเปิดกระเป๋าเดินทางที่มีตู้เซฟและทำลายตู้เซฟออกดูสองสามตู้ เขาก็ร้องโวยวายออกมาทันที
เย่จงหมิงตามไปดูและรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเช่นกัน
ภายในรถบรรทุกคันนี้มีตู้เซฟใส่ผลึกวิเศษอยู่หลายตู้ แม้ว่าตู้เซฟเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์อะไรต่อผู้วิวัฒนาการก็ตาม แต่สำหรับการขนส่งภายในของกองกำลัง มันยังคงเป็นทางเลือกที่ดี
นอกจากผลึกวิเศษแล้ว ยังมีวัสดุต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นวัสดุที่ดี ที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 และระดับ 4 มีระดับ 5 อยู่ด้วยแต่น้อยมาก
ส่วนที่เหลือก็เป็นยาวิวัฒนาการ อาวุธ และผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากรูเล็ต
มูลค่ารวมของสิ่งเหล่านี้ไม่ต่ำ ถ้าจะแลกเปลี่ยนกับยาวิวัฒนาการระดับ 5 ดาวสัก 2-3 หลอดก็มากเกินพอ ไม่ต้องพูดถึงว่า สิ่งเหล่านี้เป็นยาวิวัฒนาการระดับสี่ดาว 15 หลอด ระดับสามดาว มากกว่า 50 หลอด ระดับสองดาวมากกว่า 130 หลอด และระดับหนึ่ง ดาวอีก 500 หลอด
เย่จงหมิงเลือกแล้วเลือกอีก และหยิบชิ้นที่มีค่าที่สุดใส่ลงไปในพื้นที่มิติ ส่วนวัสดุที่เหลือในรถบรรทุก อีกสักครู่พวกเขาจะขับกลับไปยังอวิ๋นติ่ง
“บอสเย่ ขึ้นมาดู สิ่งที่สัตว์ร้ายพวกนี้ทำสิ!”
มีศีรษะยื่นออกมาจากชั้น 7 ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดมีแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาตะโกนลงมาบอกเย่จงหมิงที่อยู่ด้านล่าง โดยไม่สนใจว่าจะดังขนาดไหน
เย่จงหมิงพยักหน้าและเดินขึ้นไป แต่ในใจก็รู้ว่าเขาจะได้เห็นอะไร