เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 479 วิวัฒนาการระดับ 7 ดาวที่ไม่สมบูรณ์

บทที่ 479 วิวัฒนาการระดับ 7 ดาวที่ไม่สมบูรณ์

บทที่ 479 วิวัฒนาการระดับ 7 ดาวที่ไม่สมบูรณ์


บทที่ 479 วิวัฒนาการระดับ 7 ดาวที่ไม่สมบูรณ์

เย่จงหมิงเคยไปที่อิงเฉิงมาก่อนหน้านี้ เพื่อหมุนรูเล็ตระดับสูง และเพื่อสร้างรูเล็ตมรณะธงภูติผี และสองสิ่งนี้คือผลพลอยได้

แม้การพูดแบบนี้อาจทำให้คนอื่นที่ได้ยินรู้สึกอยากด่าทอ แต่มันคือความจริง

ไม่มีใครคาดคิดว่าในเวลานี้เย่จงหมิงจะยังมีสิ่งนี้อยู่ก้นหีบ

ก่อนหน้านี้ตอนที่โฉ่วจื่อซ่งหยิบยาวิวัฒนาการระดับ 6 ดาวออกมา ผู้คนของอวิ๋นติ่งวิลล่าต่างตกใจ ถ้าเย่จงหมิงไม่แข็งแกร่งพอ บางทียาวิวัฒนาการหลอดนั้นอาจเปลี่ยนแปลงผู้เข้าท้าทายรอบสุดท้ายครั้งนี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม เย่จงหมิงก็มียาวิวัฒนาการระดับสูงอยู่สองหลอดจริงๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือ มันไม่เพียงเป็นยาวิวัฒนาการระดับ 6 ดาวเท่านั้น แต่ยังเป็นยาวิวัฒนาการระดับ 7 ดาวอีกด้วย!

อา… 7 ดาว!

นี่คือจุดสุดยอดที่มนุษย์สามารถไปถึงได้ในตอนนี้อย่างแน่นอน! ผู้วิวัฒนาการระดับ 7 ดาวทั้งโลกนี้ อาจจะมีไม่ถึง 5 คนเสียด้วยซ้ำ และในประเทศนี้ก็มีความเป็นได้สูงว่าอาจมีเพียงหนึ่งหรือไม่มีแม้แต่คนเดียว!

การคาดเดานี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากอากาศ เพราะหลังจากวันสิ้นโลกผ่านมาเกือบปี ทุกคนต่างมีแนวคิดที่ค่อนข้างชัดเจนเกี่ยวกับระดับวิวัฒนาการสูงสุดของมนุษย์

ตัวอย่างเช่น ระดับสูงสุดของชีวิตกลายพันธุ์ในตอนนี้อาจอยู่ที่ 8 ซึ่งหาได้ยากมาก จากนั้นก็เป็นระดับ 7 ซึ่งพอจะมีอยู่บ้าง และมนุษย์ก็จำเป็นต้องล่าชีวิตกลายพันธุ์ที่มีระดับสูงกว่าตนเองหนึ่งระดับ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลึกวิเศษ สำหรับวิวัฒนาการ ไม่ต้องพูดถึงว่ามีอันตรายแค่ไหน และจะมีคนตายกี่คน หากว่ากันตามจำนวนผลึกวิเศษที่ต้องใช้ในการหมุนรูเล็ตแล้วละก็ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหาผลึกวิเศษระดับ 8 ที่หาได้ยาก ดังนั้นสูงสุดที่หาได้ก็จะเป็นระดับ 7 เท่านั้น!

กล่าวคือ แม้ว่ามนุษย์จะสามารถตามทันวิวัฒนาการของชีวิตกลายพันธุ์ก็ตาม แต่ก่อนถึงระดับ 9 ระดับวิวัฒนาการสูงสุดของมนุษย์จะต่ำกว่าระดับวิวัฒนาการของชีวิตกลายพันธุ์หนึ่งระดับเสมอ

ตอนนี้ในเมืองใหญ่บางแห่ง และพื้นที่ที่มีจำนวนประชากรหนาแน่นในประเทศ ได้มีข่าวออกมาแล้วว่ามีการพบเห็นชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 8 ดังนั้นระดับ 7 ดาวจึงควรเป็นระดับวิวัฒนาการสูงสุดที่มนุษย์สามารถเป็นได้ในเวลานี้

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เย่จงหมิงเคลื่อนไหว เขาก็หยิบยาวิวัฒนาการระดับ 7 ดาวออกมา ซึ่งทุกคนสามารถจินตนาการมูลค่าของมันได้ หากนำมันออกสู่ภายนอก ยาหลอดนี้จะมีมูลค่าสูงกว่าการสร้างอวิ๋นติ่งวิลล่าในปัจจุบันขึ้นมาใหม่อีกแห่ง!

ไม่ต้องพูดถึงยาวิวัฒนาการระดับ 7 ดาว เพียงแค่มูลค่าปัจจุบันของยาวิวัฒนาการระดับ 6 ดาว มันก็มีมูลค่าสูงมากจนสามารถทำให้กองกำลังขนาดใหญ่ถึงกับล้มละลายได้เลย

ดังนั้นการนำยาดังกล่าวออกมาให้ผู้อื่นใช้นั้น จึงอยู่นอกเหนือโลกทัศน์ของผู้คนจำนวนมากที่เพิ่งเริ่มวิวัฒนาการในวันโลกาวินาศ

“คุณใช้เองเถอะ”

เซี่ยไป๋ไม่พูดอะไรที่ซาบซึ้ง แต่ใบหน้าเบื้องหลังหน้ากากมีความประหลาดใจสุดจะพรรณนา และความอบอุ่นที่หายไปจากตัวเธอเมื่อนานมาแล้ว

“ผมไม่มียาวิวัฒนาการระดับ 5 ดาวเหลือแล้ว”

พอได้ยินประโยคนี้ อย่างแรกก็คือตกใจ หลังจากนั้น หลายคนก็อยู่ในสภาพที่ตกตะลึงพูดไม่ออก

เพื่อลดความยากโดยรวมของสนามแข่งขันรูเล็ตมรณะ และเหตุผลที่ความแข็งแกร่งแท้จริงของเย่จงหมิงไม่ได้รับผลกระทบจากยาวิวัฒนาการอีกต่อไป ซึ่งทำให้ระดับวิวัฒนาการของเขาถูกกดอยู่ที่ระดับ 4 ดาว ต่อมาเพื่อให้ทุกคนผ่านด่านได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ยาวิวัฒนาการระดับ 5 ดาวทั้งหมดจึงถูกส่งมอบให้กับเหล่าสมาชิกหลัก

ดังนั้นตอนนี้เขาจึงไม่มียาวิวัฒนาการระดับ 5 ดาวเหลืออยู่อีก หากเขาได้รับยาวิวัฒนาการข้ามระดับ เขาจะตายทันที

ด้วยยาวิวัฒนาการระดับ 5 ดาว หลอด ‘เล็กๆ’ ที่ได้รับกับความจริงที่ว่าเย่จงหมิงยังมียาวิวัฒนาการระดับ 7 ดาวอยู่อีก ได้ทำให้ทุกคนนิ่งงัน จากนั้นประโยคนี้ก็ได้ทำให้ทุกคนรู้สึกไม่สามารถหักเลี้ยวได้ชั่วขณะ

“ความจริงพวกคุณควรรู้สึกแล้วใช่ไหมว่า หลังจากได้รับยาวิวัฒนาการระดับ 5 ดาวไปแล้ว การดูดซับยายังไม่สมบูรณ์นัก และยายังคงตกค้างอยู่ในร่างกายอีกสองสามวัน” เย่จงหมิงมองดูสังเวียนที่อยู่ข้างหน้าที่เริ่มส่องแสง เขารู้ว่าการต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ดังนั้นเขาจึงนำยาใส่มือของเซี่ยไป๋โดยตรง

“นั่นเป็นเพียงเวลาที่ใช้สำหรับการวิวัฒนาการระดับ 5 ดาวและ 6 ดาว และโดยปกติก็จำเป็นต้องหมดสติไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเวลาที่แน่นอนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งใช้เวลาน้อยลง”

ในชีวิตก่อนเย่จงหมิงเป็นเพียงผู้วิวัฒนาการธรรมดาๆเท่านั้น แม้จะมีความแข็งแกร่งไม่เลวนักในกลุ่มต่อสู้ แต่หากถูกถอนออกจากทีมก็ไม่นับว่าเป็นอะไรนัก ในเวลานั้นเขาใช้เวลาถึงสามวันในการวิวัฒนาการเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 6 ดาว

“แต่มีกรณีหนึ่งที่การวิวัฒนาการจะไม่ตกอยู่ในอาการหมดสติ นั่นคือ เมื่อสายเลือดถูกกระตุ้น”

ทุกคนจึงเข้าใจและไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเซี่ยไป๋จึงได้รับอนุญาตให้ต่อสู้ เนื่องจากเธอมีสายเลือด และมีทักษะที่เก่งกาจ อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งมากในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว ดังนั้นเธอจึงได้รับเลือก

นี่คือเหตุผลที่สำคัญที่สุด แต่แน่นอนว่าในใจของเย่จงหมิงแล้ว สำหรับการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิตและความตายนี้ คนที่เขาอยากให้มาช่วยต่อสู้มากที่สุดก็คือเซี่ยไป๋

เมื่อเทียบเธอกับคนอื่นๆแล้ว แม้จะมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกัน แต่ไม่มีใครที่โหดเหี้ยมได้เท่ากับเธอ

เซี่ยไป๋ไม่ใช่คนเสแสร้ง เธอกระตุ้นสายเลือด จากนั้นก็เริ่มฉีดยาวิวัฒนาการระดับ 6 ดาว แล้วตามมาด้วยระดับ 7 ดาว

ภายในดวงตาของเย่จงหมิงมีความรู้สึกขอโทษเล็กน้อย

ความจริงเขามีบางสิ่งที่ไม่ได้พูด ในสถานการณ์การวิวัฒนาการแต่ละระดับที่ไม่ปกตินี้ มันมีผลต่อเนื่อง การวิวัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์ในแต่ละระดับนี้ จะทำให้ความแข็งแกร่งแท้จริงของเซี่ยไป๋ ไม่สูงเทียบเท่ากับผู้วิวัฒนาการอย่างเต็มที่ในระดับเดียวกัน

นั่นคือ แม้เวลานี้การวิวัฒนาการของเธอจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความอ่อนแอที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เย่จงหมิงรู้สึกว่า เป็นการดีที่เขาจะจดจำเรื่องนี้ไว้ และหาโอกาสชดเชยให้กับเซี่ยไป๋ในอนาคต

พอเซี่ยไป๋วิวัฒนาการแล้ว ความท้าทายสุดท้ายก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ปีศาจอเวจีในลำแสงแรกได้ถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปยังสังเวียน

“อย่าฝืน แต่ถ้าเป็นไปได้ให้จัดการสองเกมแรก ถ้าหากชนะ แต่ได้รับบาดเจ็บก็ให้ลงมา ส่วนที่เหลือผมจัดการเอง” เย่จงหมิงบอกเซี่ยไป๋ ขณะที่เธอก้าวขึ้นสู่สังเวียน

การต่อสู้รอบแรกได้เริ่มต้นขึ้น!

ผู้วิวัฒนาการระดับ 7 ดาวที่ไม่สมบูรณ์ vs ปีศาจอเวจี!

สิ่งแรกที่เซี่ยไป๋ทำคือการดื่มยาฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณ

สายเลือดและอาชีพของเธอไม่มีข้อจำกัดมากนัก แต่มีความต้องการพลังจิตวิญญาณสูง ด้วยอาการบาดเจ็บทางร่างกายที่ได้รับการรักษาแล้วก่อนหน้านี้ และการวิวัฒนาการติดต่อกันสองระดับ ทำให้พลังจิตวิญญาณของเธอพร่องไป หลังจากดื่มยาฟื้นฟูลงไป ตอนนี้กล่าวได้ว่าเซี่ยไป๋อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด

เคียวแห่งความเศร้าสีหมึกเคลื่อนช้าๆในอากาศ แม้ทักษะความสามารถบางอย่างของอาวุธชิ้นนี้จะอยู่ในสภาพคูลดาวน์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พลังของอาวุธยังคงมีอย่างเต็มเปี่ยม

ปีศาจอเวจีค่อนข้างคล้ายกับเซนทอร์ แต่ร่างกายแข็งแกร่งกว่าเซนทอร์มาก โดยเฉพาะใบมีดที่เกิดจากแขนหนาที่ส่องประกายของโลหะภายใต้แสง

เนื่องจากความเร่งรีบ เย่จงหมิงจึงไม่มีเวลาบอกข้อดี ข้อเสียของสัตว์ประหลาดตัวนี้ให้เธอรู้ เซี่ยไป๋จึงต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง

ปีศาจอเวจีเหวี่ยงแขนดาบทั้งคู่ พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องเสียดประสาทอย่างรุนแรงออกจากปาก กีบเท้าทั้งสี่กระทืบลงพื้น แล้วร่างใหญ่ก็กลายเป็นภาพติดตา มันยกแขนดาบขึ้นและฟาดฟันใส่เซี่ยไป๋ทันที

“ผ่าแสงเงา? !”

เย่จงหมิงเลิกคิ้ว และตระหนักได้ว่านี่เป็นทักษะโดยกำเนิดของปีศาจอเวจี โดยใช้แรงเฉื่อยที่เกิดจากความเร็ว เพื่อกระตุ้นการโจมตีที่ทรงพลัง

เริ่มต้นด้วยการใช้ทักษะความสามารถตั้งแต่ตอนแรกเลยหรือเนี่ย?

เย่จงหมิงครุ่นคิดด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

เป็นไปได้ไหมว่าข้อจำกัดของทักษะความสามารถโดยกำเนิดของสัตว์ประหลาดเหล่านี้มีน้อยกว่าด้านนอกพื้นที่มิติแห่งนี้?

จบบทที่ บทที่ 479 วิวัฒนาการระดับ 7 ดาวที่ไม่สมบูรณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว