เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 476 สระเลือดเนื้อ

บทที่ 476 สระเลือดเนื้อ

บทที่ 476 สระเลือดเนื้อ


บทที่ 476 สระเลือดเนื้อ

“ดอกสว่าน? !”

คนที่ยังมีชีวิตแต่ร่างกายไม่สามารถขยับได้ ยกเว้นดวงตาเท่านั้นที่ยังขยับได้ แต่เนื่องจากมุมการมองเห็น ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่เหนือศีรษะของตัวเอง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นสภาพของคนอื่นได้

พวกเขาพบว่าม่านแสงจอคะแนนและนาฬิกานับถอยหลังที่อยู่บนขั้นบันไดได้หายไปแล้ว แต่มีบางอย่างที่ดูเหมือนดอกสว่านสีดำวาบวับ เพียงแต่ดอกสว่านนั้นค่อนข้างใหญ่ และหนาเท่ากับร่างกายของผู้ใหญ่

นักรบกองทัพเหยาหลายคนพบว่า หลังจากการนับถอยหลังสิ้นสุดลง พวกเขาก็ยังไม่ตาย สัญชาตญาณจึงเทความตื่นเต้นให้กับชีวิตที่เหลืออยู่ของพวกเขา ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของหลายคนสงบลง เพื่อรอการตัดสินที่รออยู่

แต่เย่จงหมิงหลับตาลง

เขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เขาจำได้แม่นว่า คนที่รอดชีวิตจากสนามแข่งขันรูเล็ตมรณะในชีวิตก่อนได้กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นและตัวสั่นเล็กน้อย

และนั่นคือบุคคลที่อยู่รอดในวันโลกาวินาศมาเกือบสิบปี!

เวิง เวิง!

มีเสียงดังขึ้นเบาๆ ผู้คนบนขั้นบันไดพยายามมองไปรอบๆเพื่อค้นหาว่ามีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาพบว่าดอกสว่านเหล่านั้นเริ่มเคลื่อนที่และหมุนเร็วขึ้น!

พูดไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้ ส่งเสียงไม่ได้ ด้วยบรรยากาศแปลกๆ การเคลื่อนไหวของดอกสว่านจึงชัดเจนมากเป็นพิเศษ

หลายคนคิดว่า มันเกิดอะไรขึ้น?

ทันใดนั้น ผู้คนก็พบว่าดอกสว่านที่กำลังหมุนอย่างรวดเร็วนั้นหยุดอยู่บนหัวของนักรบกองทัพเหยาทุกคน

ไม่…นะ? !

ในเวลานี้หลายคนเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี โดยเฉพาะนักรบของกองทัพเหยา พวกเขาพยายามอย่างมากที่จะเคลื่อนไหว แต่ทุกอย่างไร้ผลเมื่ออยู่ต่อหน้ากฎเกณฑ์ของสนามแข่งขันรูเล็ตมรณะ

ถ้าพวกเขาสามารถขยับได้ในตอนนี้ พวกเขาคงวิ่งหนีอย่างดุเดือด และโจมตีให้สิ่งนี้อยู่ห่างจากตัวของพวกเขา

น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ดอกสว่านที่หมุนด้วยความเร็วสูง ค่อยๆตกลงมาอย่างช้าๆ ทุกๆมิลลิเมตรที่ความสูงลดลง นักรบของกองทัพเหยาทุกคนรู้สึกถึงความทุกข์ทรมานจากความสิ้นหวัง

ดอกสว่านได้แตะลงบนศีรษะของหนึ่งในนักรบกองทัพเหยาที่สูงที่สุด เลือดไหลลงบนใบหน้าของเขาทันที ราวกับน้ำตก จากนั้นก็เปียกโชกไปทั้งร่าง

สว่านที่เจาะลงมาเหมือนใช้เวลาชั่วนิรันดร์ โดยไม่มีอะไรหยุดมันได้ หลังจากหัวของชายคนนั้นถูกสว่านเจาะจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ก็ตามมาด้วยร่างกาย

ทั้งขั้นบันไดยังคงเงียบ มีเพียงเสียงสว่านที่เจาะทำลายร่างกายของมนุษย์ และภาพของเลือดเนื้อที่กระจายออกมาเนื่องจากการหมุนด้วยความเร็วสูงของดอกสว่าน

นักรบอวิ๋นติ่งทุกคนต่างหลับตา คนที่เพิ่งต่อสู้กับพวกเขากลายเป็นคนตาย และกลายเป็นเศษเนื้อขาดรุ่งริ่งและของเหลวสีแดงสด

บางคนยังคงยืนนิ่งให้ดอกสว่านเจาะ และบางคนก็ยังคงยืนอยู่กับที่แต่ได้กลายเป็นคนเปื้อนเลือดที่ถูกดอกสว่างเจาะทะลุร่างกาย

ยกเว้นเย่จงหมิงที่หลับตาก่อน ตอนนี้ทุกคนในอวิ๋นติ่งวิลล่าต่างรู้สึกคลื่นไส้อย่างมาก

ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นคนตาย วันสิ้นโลกผ่านมาเกือบปีแล้ว จำนวนชีวิตที่ถูกพรากไปด้วยน้ำมือของพวกเขา หากเป็นในยุคแห่งความสงบก็เพียงพอจะเรียกพวกเขาว่าเพชฌฆาต แต่พวกเขาก็ยังต้องตกตะลึงกับ ‘การฆ่า’ ที่ทั้งช้าและโหดร้ายนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเกลียดชังรูเล็ตที่เคยครอบงำพวกเขามาโดยตลอด

แม้ว่ากองทัพเหยาจะเป็นศัตรูตัวฉกาจ!

ความรู้สึกราวกับกำลังถูกล้อเล่นอย่างเลือดเย็นอยู่ในกำมือของคนอื่น ปรากฏชัดในใจของทุกคน

มนุษย์ครองโลกมานับพันปี เคยชินกับความรู้สึกของผู้เป็นนาย แต่เมื่อมาพบว่าทุกอย่างเริ่มควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกสูญเสียนั้นจะคอยหลอกหลอนพวกเขาตลอดเวลา จนกระทั่งช่วงเวลานี้ ความรู้สึกนี้ได้พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด

ดอกสว่านสีดำแวววาวที่ปกคลุมไว้ด้วยซากตอเนื้อและกระดูกได้หายไป บนพื้นขั้นบันไดทั้งหมดได้กลายเป็นสระเลือดเนื้อ

เมื่อพันธนาการหายไป นักรบอวิ๋นติ่งส่วนใหญ่ก็อาเจียนออกมา แม้จะอาเจียนไปแล้วสองสามครั้ง แต่ก็ยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น

โชคดีที่บันไดที่นำไปสู่บันไดขั้นที่สี่ได้ปรากฏขึ้นในเวลาที่เหมาะสม บรรดาผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างเร่งรีบขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อหลบหนีให้พ้นจากนรกบนดินแห่งนี้

(ผู้แปล – ตอนนี้กำลังงงมาก ว่ามันอยู่ที่บันไดขั้นที่เท่าไหร่กันแน่ ? ยิ่งมากบท ความชราก็ยิ่งเป็นพิษ… ลืมอ่ะ แต่หวังว่าผู้อ่านคงยังไม่งงนะ)

แต่เย่จงหมิงไม่ได้วิ่ง แม้ท้ายที่สุดแล้วเขาจะรู้สึกพะอืดพะอมเช่นกัน ฉากแบบนี้แม้แต่ในวันโลกาวินาศ ก็ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนัก ครั้งสุดท้ายที่เย่จงหมิงเคยเห็นฉากแบบนี้ก็คือก่อนที่จะเกิดใหม่ในการเข้าทำลายรังของสัตว์ประหลาด และสถานที่แห่งนั้นค่อนข้างคล้ายกับที่นี่

เมื่อเดินผ่าน ‘เฉิงเทียนจี้’ เย่จงหมิงก็หยุดไปชั่วขณะ เขามองเศษป้ายชื่อที่แตกหักบนเศษเนื้อ และรู้ว่ามันคือป้ายประจำตัวของผู้บังคับบัญชาแต่ละสาขาของกองทัพเหยา

จากนั้นเย่จงหมิงก็ละสายตา แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

เฉิงเทียนจี้สามารถกล่าวได้ว่า เป็นผู้วิวัฒนาการที่ทรงพลังที่สุดที่เขาเคยพบมา แต่น่าเสียดายที่ภายใต้กฎเกณฑ์ของพื้นที่มิติแห่งนี้ เขาก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป

เย่จงหมิงหรี่ตาลง ความคิดที่จะแหกกฎที่มีอยู่ในใจยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

บนบันไดขั้นที่ 4 เย่จงหมิงพบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาหลายคนกำลังเช็ดมือ เช็ดหน้าอยู่ และผู้หญิงบางคนก็พยายามทำความสะอาดเสื้อผ้าด้วย แต่พยายามอยู่ไม่กี่ครั้งพวกเธอก็ยอมแพ้

วงล้อรูเล็ตปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆต่อหน้าทุกคน และเย่จงหมิงได้เลือกความยากที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียว

นั่นคือระดับความยากต่ำสุดสีขาว

นักรบอวิ๋นติ่งทุกคนโชคดีมาก ถ้าเย่จงหมิงไม่รู้รายละเอียดล่วงหน้า ก็คงเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะจินตนาการถึงสิ่งที่พวกเขากำลังจะเผชิญว่ามันจะอันตรายขนาดไหน

……

ในขณะที่อวิ๋นติ่งวิลล่าเข้าสู่การท้าทายสุดท้ายภายใต้การนำของเย่จงหมิง ในสถานที่ใต้ดินที่ไม่รู้จัก ภายในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี คนหกคนนั่งอยู่ที่โต๊ะประชุมโลหะยาวทั้งสองด้าน มองดูข้อมูลในมือ และขมวดคิ้ว พูดอะไรไม่ออก

ประตูห้องประชุมถูกเปิดออก ก่อนที่ยามตัวตรงราวกับหอกจะเดินเข้ามาก่อน แล้วเดินไปที่มุมหนึ่งของห้องและยืนตัวตรงอยู่ตรงนั้น โดยมีชายวัยกลางคนเดินตามมา

คนทั้งหกลุกขึ้นยืนทำความเคารพพร้อมกัน

“นั่งลง”

ชายวัยกลางคนเดินไปที่หัวโต๊ะแล้วนั่งลง เขาหยิบบุหรี่ออกมาคาบไว้ แล้วดีดนิ้วเรียกโครงกระดูกเพลิงออกมาจากอากาศ และให้มันจุดบุหรี่ที่เขาคาบไว้ทันที

จากนั้นเขาก็โบกมือไล่โครงกระดูกเพลิงกลับไป ชายวัยกลางคนมองไปรอบๆ แล้วพูดช้าๆว่า “เห็นแล้วใช่ไหม?”

คนทั้งหกพยักหน้าพร้อมกัน

“ฉันสนใจคนที่ออกมาจากอาณาจักรลับเป็นพิเศษ จึงส่งผู้สังเกตการณ์ไปสองคน คิดไม่ถึงว่า เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เสี่ยวเหม่ยได้ส่งข่าวมาว่าป้ายชีวิตของผู้สังเกตการณ์ทั้งคู่แตกแล้ว”

“แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ใช่ฝ่ายต่อสู้ แต่ผู้สังเกตการณ์ทั้งสองคนก็เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 6 ดาว การสูญเสียทั้งสองคนไปทีเดียวพร้อมกันไม่ใช่เรื่องเล็ก ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจส่งทีมต่อสู้ไปที่นั่นเพื่อค้นหาสาเหตุ”

ทั้งหกคนได้แต่มองหน้ากันโดยไม่มีคำพูด

“นอกจากนี้ยังมี” ชายวัยกลางคนชี้ไปยังแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ที่ปรากฏอยู่บนกำแพงสีเงินที่อยู่ด้านหลัง สถานที่หนึ่งบนนั้นถูกทำเครื่องหมายไว้ด้วยจุดสีแดง

“แม้ในเวลานี้จะยังไม่แน่ชัด แต่ตามข้อบ่งชี้ต่างๆ หนึ่งในเก้าจานราชา จานราชาสมุทรจะปรากฏขึ้นที่นี่ ภารกิจที่สองของทีมต่อสู้คือการยืนยัน ถ้าเป็นเรื่องจริง เทียนเซียงจะเข้าครอบครองสถานที่แห่งนี้!”

คนที่สามทางซ้ายมือยืนขึ้นทำความเคารพทันที!

******

ผู้แปล – เก้าจานราชา หรือเก้าจานกษัตริย์ จานในที่นี้ อาจหมายถึงจานรูเล็ต หรือไม่ก็แผ่นจารึก รอดูกันต่อไปว่ามันจะหมายถึงอะไรกันแน่ ตอนนี้เอาแค่ว่าหมายถึงสิ่งที่เป็นแผ่นกลมๆไปก่อนก็แล้วกัน

จบบทที่ บทที่ 476 สระเลือดเนื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว