- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 378 เผ่าฮุยซาน
บทที่ 378 เผ่าฮุยซาน
บทที่ 378 เผ่าฮุยซาน
บทที่ 378 เผ่าฮุยซาน
ฮุยซานเคี้ยวสิ่งอยู่ในปาก อดทนอยู่สักพักก็ต้องคายทิ้ง
รสชาตห่วยแตก
กะหล่ำปลีดำห่อเนื้อแห้งต้มน้ำมีรสชาตเลวร้ายมากจริงๆ แม้จะกินสิ่งนี้ในฤดูหนาวมาตั้งแต่เด็ก แต่ฮุยซานก็ยังไม่ชินกับมัน
อย่างไรก็ตาม ฤดูหนาวที่กินเวลาทรายตกหลายร้อยวัน หากไม่มีสิ่งนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนในเผ่าที่ต้องอดตาย
“ท่านผู้เฒ่า ทีมล่าสัตว์จินเคอกลับมาแล้ว” ชายวัยกลางคนร่างกายแข็งแรงเปิดเต็นท์เข้ามา พูดกับฮุยซานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หินขนาดใหญ่
แล้วใบหน้าที่รายล้อมไปด้วยหนวดเคราของฮุยซานก็มีความประหลาดใจบางอย่างปรากฏขึ้น ร่างกายที่สง่างามยืนขึ้นราวกับกำแพงหิน
“การเก็บเกี่ยวเป็นอย่างไรบ้าง?”
ชายกลางคนพึมพำ “เอาอาหารกลับมาได้ 5-6 ตะกร้า”
ฮุยซานพอได้ยินก็อ้าปากค้าง ตอนแรกเขาตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ตอนนี้กลับไม่มีอะไรน่าสนใจ เขากลับมานั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง และทุบลงไปยังที่พักแขน การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจของเขา
ฮุยซานรู้ว่าในฤดูกาลนี้ ทั้งสัตว์ประหลาดที่ทรงพลังและมรณาชนต่างต้องเตรียมพร้อมสำหรับฤดูหนาว การล่าสัตว์อย่างดุเดือดจะเกิดทั่วทั้งอาณาจักรลับปู้หลู่โดยไม่คำนึงถึงเวลา สัตว์ประหลาดบางชนิดกำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูผสมพันธุ์ ทำให้การป้องกันอาณาเขตของพวกมันเข้มงวดมาก ใครก็ตามที่กล้าบุกรุกเข้าไป ไม่ว่าคนหรือสัตว์ พวกมันจะโจมตีอย่างบ้าคลั่งอย่างไม่กลัวตาย
เมื่อสถานการณ์เหล่านี้มารวมกัน ทำให้การล่าของมรณาชนเกิดปัญหาและยากลำบากทุกครั้งที่เวลานี้มาถึง เป็นที่แน่ชัดว่ามรณาชนต้องผ่านฤดูหนาวอย่างยากลำบากมากทุกปี แต่สำหรับชนเผ่าเล็กๆ อย่างเช่นเผ่าฮุยซานนั้น หากคนในเผ่าสามารถอยู่รอดผ่านฤดูหนาวไปได้ถึง 80% ก็จะถือว่าเป็นเรื่องดีที่ควรเฉลิมฉลอง
อากาศหนาวจัดควบคู่ไปกับปัญหาการขาดแคลนอาหาร สำหรับมรณาชนที่อ่อนแอบางคน มันเหมือนกับการถูกตัดสินประหารชีวิตล่วงหน้า และแม้แต่ผู้หญิงและเด็กบางคนก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ในฤดูหนาวเช่นนี้
“แต่…”
ฮุยซานหันไปมองผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความสามารถของเขาและถามอย่างไม่พอใจว่า “เจ้าจะลังเลที่จะพูดไปถึงเมื่อไหร่”
“แต่จินเคอกับคนอื่นๆ ได้กลับมาบอกข่าวว่า พวกเขาได้พบกลุ่มมรณาชน และทิศทางของพวกเขากำลังเดินทางมุ่งหน้ามาหาเรา อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นคนเหล่านั้นกำลังตามล่าฝูงสัตว์ประหลาดกวางจุดดำอยู่ แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจนักเพราะจินเคอเห็นพวกเขาจากระยะไกลบนเนินเขา และไม่ได้ติดต่อกันเลยไม่ทราบที่มาที่แน่นอน”
ถ้าไม่ใช่เผ่าที่คุ้นเคยกัน ในการออกล่าก่อนฤดูหนาว โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะคอยป้องกันกันเอง แม้ว่ามรณาชนจะไม่ค่อยสังหารกันมานานหลายพันทรายตก อย่างไรก็ตามก่อนจะเข้าฤดูหนาว เรื่องอย่างการปล้นสะดมตามล่าอาหารสำรองยังคงมีอยู่ สถานการณ์นี้ไม่สามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์ แม้แต่เผ่าฮุยซานเองก็ยังทำบ้างเป็นครั้งคราว ตอนนี้กลับมีการพบเห็นเผ่าที่สามารถตามล่าสัตว์ประหลาดกวางจุดดำได้ แม้จะยังอยู่ห่าง แต่ทิศทางกลับตรงมาทางนี้
“กลุ่มนั้นมีกี่คน?” ฮุ่ยซานถามโดยไม่รู้ตัว
ชายวัยกลางคนมีสีหน้าอธิบายไม่ถูก เขาตอบว่า “มากกว่า 100 คน”
หือ?
ฮุยซานประหลาดใจ “มากเท่าไหร่?”
“เกิน 100 คน แต่ไม่น่าเกิน 150 คน”
การแสดงออกของฮุยซานไม่ค่อยดีนัก แม้ว่าสัตว์ประหลาดกวางจุดดำจะมีพลังโจมตีต่ำ แต่ก็เป็นสัตว์ประหลาดที่มีความแข็งแกร่งประมาณระดับ 3 และมีการป้องกันที่แข็งแกร่ง โดยปกติฝูงขนาดเล็กจะมีอย่างน้อย 200 ตัว ชนเผ่าเล็กๆแบบเผ่าฮุยซานไม่ควรไปยั่วยุพวกมันในทุกกรณี
แต่กลับมีพวกที่กล้าล่าสัตว์ประหลาดกวางจุดดำด้วยนักรบเพียง 150 คน ความแข็งแกร่งโดยเฉลี่ยของคนกลุ่มนี้ต้องมีถึงระดับ 3 และในจำนวนนั้นต้องมีนักรบทรงพลังที่มีระดับใกล้เคียงกับระดับ 4 ขึ้นไปอย่างน้อยสามสิบคน ด้วยความแข็งแกร่งโดยรวมดังกล่าวจึงจะสามารถท้าทายฝูงสัตว์ประหลาดกวางจุดดำได้
กลุ่มคนที่ทรงพลังกำลังมุ่งมาทางเผ่าของพวกเขา ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกไม่สบายใจ
“จินเคอบอกว่ามีเพียง 50 คนเท่านั้นที่ลงมือ!”
ฮุยซานลุกขึ้นยืนทันที อะไรนะ? ห้าสิบคนเท่านั้นที่ลงมือ? มรณาชนเผ่าใหญ่ไหนกันแน่ ที่มาที่นี่ พวกเขากำลังจะทำอะไร?
หลังจากเดินไปมาภายในเต็นท์สองสามรอบ ฮุยซานก็พูดอย่างเคร่งขรึม: “ไปบอกเด็ก ๆ ว่าให้ทั้งเผ่าอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมและนำอาหารไปเก็บไว้ในอุโมงค์ หากพบว่ามีเรื่องผิดปกติให้อพยพออกไปทันที”
ชายวัยกลางคนพยักหน้าทันที เขาก็ตระหนักถึงปัญหาร้ายแรงนี้เช่นกัน
ขณะที่เขากำลังจะออกไปบอกทุกคน จู่ๆ คนกลุ่มหนึ่งก็บุกเข้ามา
ในเผ่าเล็กๆมีกฎเกณฑ์ไม่มากนักและฮุยซานเองก็ไม่ใส่ใจ แค่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น
“ท่านผู้เฒ่า มีกลุ่มคนอยู่ข้างนอก เป็นผู้เฒ่าอาเถามาด้วยตนเอง!”
พอฮุยซานได้ยินเช่นนั้น เขาก็หัวเราะทันที พวกเขากับเผ่าอาเถาซึ่งอยู่ไม่ไกล นับว่ามีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พวกเขาล้วนเป็นเผ่าเล็กๆ ที่อ่อนแอ โดยปกติจึงช่วยเหลือกันและให้ความร่วมมือกันอย่างมีความสุข ตอนนี้ภายนอกยังมีภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากชนเผ่าใหญ่ การมาถึงของพวกเขาช่วยเพิ่มความสามารถในการป้องกันให้กับพวกตนอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นฮุยซานจึงอดไม่ได้ที่หัวเราะอย่างมีความสุข
“ไป ไปพบพี่ใหญ่กับข้า”
บริเวณไหล่เขาที่ชนเผ่าฮุยซานตั้งอยู่นั้นมีขนาดเล็กกว่าเผ่าอาเถา หากมีคนจำนวนมากเข้ามาในค่ายในคราวเดียวก็จะแออัดเกินไป จึงทำได้เพียงรออยู่ด้านนอกภูเขาเท่านั้น
การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาทรายตกประมาณ 5 วัน นอกเหนือจากการบรรทุกวัสดุจำนวนมากเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งเดิมต้องใช้เวลาทรายตกเพียง 3 วัน แต่สาเหตุที่ทำให้ล่าช้าไปก็เพราะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องสัตว์ประหลาดในระหว่างทาง
โชคดีที่เก็บเกี่ยวได้ไม่เล็ก โดยเฉพาะฝูงสัตว์ประหลาดกวางจุดดำที่เจอเมื่อวาน ไม่เพียงเนื้อจะอร่อย แต่ยังเป็นอาหารหายากและยอดเยี่ยมในหมู่สัตว์ประหลาด ขนของพวกมันมีประโยชน์มากและ
หนังของพวกมันยังสามารถนำมาสร้างเกราะหนังที่มีการป้องกันที่ดีเยี่ยม และนำใช้ทำเตียง ทำผ้าห่ม ทำเต็นท์ ซึ่งให้ความอบอุ่นได้ดีมาก
นอกจากความสุขที่คาดไม่ถึงนี้ เย่จงหมิงยังค้นพบวัสดุมากมายในช่วงเวลาของการเดินทางครั้งนี้ แม้ว่าส่วนใหญ่จะยังใช้ไม่ได้ชั่วคราว แต่เขายังคงรวบรวมไว้ ในอนาคตเมื่อกลับสู่โลก สิ่งต่างๆเหล่านี้จะมีมูลค่าเป็นผลึกวิเศษสามหลัก
“พี่ใหญ่อาเทา ทำไมมาถึงที่นี่ได้ อยากออกไปล่าสัตว์กับข้าหรือไง?” ฮุยซานหัวเราะและนำคนออกไปทักทาย พอเห็นอาเถา ทั้งสองก็โอบกอดกัน
“ข้าได้กลิ่นกะหล่ำปลีดำจากปากของเจ้ามาตั้งแต่ไกล ข้าจะไม่ออกไปล่าสัตว์กับหัวหน้าเผ่าที่กินของแบบนี้”
พอได้ยินเช่นนั้น ฮุยซานก็ยิ้มน้อยๆ อย่างช่วยไม่ได้ “ตาเฒ่า เจ้าอย่าคิดว่าตัวเองทำได้ดี แล้วเจ้าจะไม่เหมือนเรา ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่ต้องการกะหล่ำปลีดำในฤดูหนาวนี้... เอ่อ.. .”
ก่อนที่ฮุยซานจะทันได้พูดจบ ลูกน้องที่อยู่ด้านหลังก็แอบดึงเสื้อของเขา พอสายตากวาดไปมองตามที่ลูกน้องส่งสัญญาณ สิ่งนั้นก็ทำให้เขาหยุดพูดอย่างกะทันหันราวกับถูกใครรัดคอ
เขาเห็นที่ด้านหลังของอาเถา ยืนตระหง่านด้วยทีมอันทรงพลัง ผู้คนที่ยืนอยู่ด้านหน้า 50 คนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นนักรบที่เก่งที่สุดในเผ่า ทุกคนมีกลิ่นอายที่ไม่ต่ำไปกว่าระดับ 2 และในหมู่พวกเขามีนักรบอย่างน้อย 15 คนที่อยู่มากกว่าระดับ 3!
และสิ่งที่ฮุยซานยอมรับไม่ได้มากที่สุดก็คือ ท่ามกลางฝูงชนกว่า 100 คนที่อยู่ด้านหลัง มีเกวียนไม้เรียบง่ายหลายร้อยคันจอดอยู่ และบนนั้นมีอาหารเป็นภูเขา…