เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 302 ผมแดง ผมดำ วิวัฒนาการ

บทที่ 302 ผมแดง ผมดำ วิวัฒนาการ

บทที่ 302 ผมแดง ผมดำ วิวัฒนาการ


บทที่ 302 ผมแดง ผมดำ วิวัฒนาการ

หลังจากราชาหนูไล่ติดตามเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง มนุษย์ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มันเอาตีนข้างหนึ่งตบหัวตัวเองอย่างไม่ยินยอม และแหงนหน้ากรีดร้องขึ้นไปในอากาศ

เย่จงหมิงที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล ได้ยินเสียงกรีดร้องก็นึกในใจว่า น่าเสียดายที่จัดการกับราชาหนูไม่ได้ เขาพยายามล่อมันออกมาเพราะต้องการถ่วงเวลาเพื่อให้กองกำลังพันธมิตรขนาดย่อมล่าถอยออกจากสนามรบ อีกอย่างเขามีความโลภและคาดหวังอยู่ในใจว่า ราชาหนูจะไล่ติดตามมาโดยทิ้งลูกน้องไว้เบื้องหลัง ขอเพียงมีโอกาสแบบนั้นเพียงครั้งเดียว เย่จงหมิงก็มั่นใจถึง 70% ว่า เขาจะสามารถฆ่ามันได้

แต่น่าเสียดายที่ราชาหนูไม่ได้โง่ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ระดับเดียวกัน มันไล่ติดตามมาโดยไม่ยอมทิ้งห่างจากเหล่าลูกสมุน

ต่อหน้าหนูกลายพันธุ์นับหมื่น เย่จงหมิงทำได้เพียงวิ่งหนีเท่านั้น

เมื่อเขากลับมาถึงค่าย ทีมได้กลับมาถึงก่อนแล้ว เย่จงหมิงขอให้พวกเขาใช้เสื้อผ้าเปื้อนเลือดเป็นเหยื่อล่อให้ชีวิตกลายพันธุ์อื่นๆ หลงทาง จนไม่สามารถดมกลิ่นติดตามพวกเขามาได้

ผู้นำกองกำลังอย่าง เป่าเกอ ซาซ่า ถงหู่ พอเห็นเย่จงหมิงก็รีบเข้ามาทักทายและรายงานผลการต่อสู้

โดยทั่วไปแล้ว สิ่งดีๆที่ได้จากภารกิจนี้ คือการเก็บเกี่ยวผลึกวิเศษระดับ 1 ได้มากกว่า 6,000 ชิ้น ผลึกวิเศษระดับ 2 อีกหลายร้อยชิ้น และผลึกวิเศษระดับ 3 อีก 3 ชิ้น

อันที่จริง การสังหารที่เกิดขึ้นจริงนั้นมีจำนวนมากกว่านี้มาก แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาและโอกาสพอที่จะขุดผลึกวิเศษ

แน่นอนว่ามีความสูญเสียเกิดขึ้นเช่นกัน มีคนมากกว่า 60 คนที่ไม่ได้กลับมา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกเล็กน้อย ถ้าไม่มีหมอ พวกเขาก็มีความหวังน้อยมากที่จะผ่านไปได้

แต่เย่จงหมิงก็ไม่พบร่องรอยของความโศกเศร้าบนใบหน้าของคนเหล่านี้

ในตอนแรกเย่จงหมิงก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย เพียงครู่เดียวเขาก็ตระหนักได้ว่า ชีวิตนี้ตัวเขาคุ้นเคยกับการนำทีมที่ได้รับความสูญเสียบาดเจ็บล้มตายเพียงเล็กน้อย เพื่อแลกกับผลลัพธ์อันยอดเยี่ยม โดยลืมไปว่า ในวันโลกาวินาศ การฆ่าศัตรูหนึ่งพันโดยสละคนของตนแปดร้อยนั้นเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นสำหรับทีมที่ประกอบด้วยพันธมิตรของกองกำลังที่มีสมาชิกนับสิบหรือหลายร้อย การสูญเสียสมาชิกโดยเฉลี่ย 1-2 คนต่อกองกำลังอยู่ในขอบเขตที่สามารถยอมรับได้โดยสมบูรณ์

ยิ่งกว่านั้น ผลลัพธ์นี้ยังอยู่ห่างไกลจาก ‘สละคนของตนแปดร้อย’ มากนัก

ทุกคนรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของเย่จงหมิงดี และภารกิจนี้ก็มีประสิทธิภาพพอๆกับการให้สตรีพูดได้ล่อซอมบี้มาให้พวกเขาฆ่า แม้ว่าภารกิจครั้งนั้นจะปลอดภัยกว่าครั้งนี้ก็ตาม

“ให้ทุกคนไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้จะเป็นศึกหลัก” เย่จงหมิงออกคำสั่ง และพูดต่อไปว่า “รายได้ของวันนี้ให้จัดสรรเพิ่มให้กับทุกคนอีก 20% จากเดิม ส่วนกองกำลังที่มีการสูญเสีย ให้เพิ่มอีก 10% เป็นการชดเชย แบ่งให้เท่าๆกันตามสัดส่วนที่สูญเสีย ผมต้องการผลึกวิเศษระดับ 3 ให้พวกคุณเอาผลึกวิเศษระดับ 1 ในส่วนของผมไปเป็นการแลกเปลี่ยน”

เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป เสียงโห่ร้องดีใจก็กลบภาวะซึมเศร้าบางส่วนในค่ายลง เย่จงหมิงเกือบจะยอมสละรายได้ส่วนใหญ่เพื่อเสริมสร้างพลังใจให้กับกองกำลังเล็กๆเหล่านี้ ความใจกว้างเช่นนี้หาได้ยากมาก และด้วยความเอื้ออาทรเช่นนี้ ทำให้แต่ละกองกำลังได้รับผลึกวิเศษระดับ 1 ไปอย่างน้อยหลายร้อยชิ้นและผลึกวิเศษระดับ 2 อีกจำนวนหนึ่ง นี่เป็นรายได้ที่เยอะมากสำหรับพวกเขา

ดังนั้นตำแหน่งของเย่จงหมิงในใจของทุกคนจึงเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

เมื่อเขากลับไปยังห้องพัก สตรีพูดได้กับผมแดงก็รออยู่ภายในห้องนานแล้ว และความปรารถนาภายในดวงตาของพวกเธอก็ไม่สามารถปกปิดได้มิด

ในที่สุดเลือดวิวัฒนาการสองหยดก็มาอยู่ในมือของพวกเธอ

ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นกลืนกินหยดเลือดวิวัฒนาการอย่างไม่ลังเล และเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับร่างกายของพวกเธอในทันที

ผมสีดำของสตรีพูดได้ยืดยาวขึ้นด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หลังจากนั้นไม่นานเส้นผมก็พันร่างกายของเธอจนกลายเป็นก้อนกลมๆ ส่วนเส้นขนของแมวดำก็งอกยาวออกมาพันตัวของมันจนเป็นก้อนกลมๆเช่นกัน ก้อนสีดำลูกใหญ่ ลูกเล็กเริ่มเคลื่อนไหวเป็นจังหวะ ในจังหวะที่เป็นหนึ่งเดียวกัน

นี่เป็นครั้งแรกที่เย่จงหมิงได้เห็นการวิวัฒนาการของสตรีพูดได้ เขาจึงค่อนข้างอยากรู้อยากเห็น

สำหรับผมแดงตกอยู่ในสถานการณ์อื่น มีหนามและเถาวัลย์สีเขียวและม่วงปรากฏขึ้นที่ใต้ร่างของเธอ จนกลายเป็นวงแหวนขนาดใหญ่ที่สลับซับซ้อน เถาวัลย์เหล่านั้นยื่นหนามแหลมคมออกมาในระยะเท่าๆกันและค่อยๆเจาะเข้าไปในร่างของผมแดงอย่างช้าๆ จนกระทั่งร่างของเธอถูกยกขึ้นไปในอากาศ จนดูเหมือนว่าเธอกำลังนอนอยู่บนหนามไม้หนาทึบเหล่านั้น

กระบวนการวิวัฒนาการอันแปลกประหลาดของหญิงสาวทั้งคู่ ทำให้เย่จงหมิงรู้สึกเปิดหูเปิดตามาก เขาเฝ้าสังเกตดูพลังที่ไม่รู้จักนี้อย่างระมัดระวัง

หลังจากนั้นประมาณ 2-3 นาที ผมแดงก็เสร็จสิ้นการวิวัฒนาการเป็นรายแรก หนามไม้ค่อยๆลดระดับลง ร่างของผมแดงถูกวางลงบนวงแหวนหนามไม้บนพื้น แล้วหนามและเถาวัลย์ก็ดึงตัวเองออกจากร่างของผมแดงทีละน้อยตามลำดับ เมื่อผมแดงยืนขึ้น เย่จงหมิงก็รู้สึกถึงความแข็งแกร่งของเธอได้อย่างชัดเจน

เส้นผมสีแดงเพลิงยาวสยายจากกลางหลังลงมาถึงสะโพก ผิวที่เคยเป็นสีเทาแห้งแตกดูคล้ายมนุษย์ยิ่งขึ้น แต่ซีดกว่าเล็กน้อยดูคล้ายกลับคนที่เพิ่งหายป่วยจากโรคร้ายแรง เธอยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีผลึกวิเศษบนหน้าผาก ใครก็ตามที่เห็นภาพนี้ ก็คงอดคิดไม่ได้ว่านี่เป็นสาวงามทรงเสน่ห์ที่มีความงดงามเหนือกว่าเพศเดียวกันส่วนใหญ่อยู่หลายระดับ

เพียงแต่ว่าเมื่อผมแดงลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอกลับมีเส้นไหมสีแดงอยู่ภายใน แม้จะไม่มาก แต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจน สิ่งนี้ไม่เพียงทำให้เธอดูแปลก แต่ยังเพิ่มบรรยากาศที่น่าขนลุก

ในขณะที่เธอลืมตาขึ้น การเชื่อมต่อระหว่างเธอกับเย่จงหมิงที่ถูกตัดไปเนื่องจากการวิวัฒนาการก็ได้รับการเชื่อมต่อใหม่อีกครั้ง เย่จงหมิงสามารถรับรู้ได้ถึงความสุขสันต์ในใจของผมแดงได้อย่างชัดเจน รวมถึงความรู้สึกเชิงบวกที่ผมแดงมีต่อเขา และการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณของเขากับเธอก็ยิ่งมีความเท่าเทียมกันยิ่งขึ้น จนไม่เหลือร่องรอยของนายกับผู้รับใช้ในอดีตอีก อย่างไรก็ตามเย่จงหมิงกลับรู้สึกว่าการเชื่อมต่อนี้มีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น อย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้มาก่อน

แต่ไม่ว่ารูปแบบชีวิตใหม่ของผมแดงจะเป็นอย่างไร เย่จงหมิงก็รู้ว่า อย่างน้อยที่สุดในอนาคต เธอจะไม่ใช่ศัตรู

หลังจากทั้งสองมองหน้ากัน  ผมแดงก็เลื่อนสายตาไปยังสตรีพูดได้ แล้วหันกลับมามองเย่จงหมิงอีกครั้ง เหมือนเป็นการถามที่มีเจตนาฆ่า

ผมแดงต้องการถามเย่จงหมิงว่าเขาต้องการใช้โอกาสนี้ฆ่าซอมบี้ตัวนี้หรือไม่

เย่จงหมิงลังเลเล็กน้อยแล้วส่ายหน้า ในตอนนี้เขายังต้องการความช่วยเหลือจากสตรีพูดได้อยู่ การฆ่าเธอไม่คุ้มกับผลที่ได้รับ

ผมแดงทำปากยื่นเหมือนมนุษย์ และพูดเบาๆว่า “งั้นคุณ ก็ทำมัน เป็นหุ่นเชิด มาให้ ฉัน กิน”

คิ้วของเย่จงหมิงกระตุกเล็กน้อย และสงสัยว่าตัวเองได้ยินผิดไปหรือเปล่า ศพเหล็กตัวนี้… กำลังทำตัวเป็นเด็กกับเขาอยู่งั้นหรือ?

น้ำเสียงแข็งกร้าว คำพูดคลุมเครือ แต่ด้วยการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณ ทำให้เขารู้ว่า เธอเพียงต้องการแสดงอารมณ์ไม่พอใจออกมาเท่านั้น!

ในเวลานี้สตรีพูดได้ผมสีดำยาว ก็เสร็จสิ้นการวิวัฒนาการแล้วเช่นกัน ซึ่งนั่นก็ได้มาขัดจังหวะความรู้สึกสับสนของเย่จงหมิง

ก้อนกลมสีดำ หนึ่งใหญ่ หนึ่งเล็ก ค่อยๆบานออกช้าๆราวกับกลีบดอกไม้ เผยให้เห็นหนึ่งคน (ซอมบี้) หนึ่งแมว ที่นอนอยู่ภายใน

สตรีพูดได้ลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของเธอใสราวกับน้ำ กระจ่างราวกับอัญมณี เธอยืนขึ้น ร่างผอมเพรียว แต่กลมกลึงงามสง่า เส้นผมสีดำยาวตรง พลิ้วไหวเล็กน้อย ควบคู่ไปกับผิวสีขาวเป็นมันวาว ถ้าไม่เห็นผลึกวิเศษสีเขียวบนหน้าผาก เธอก็ดูเหมือนกับสตรีชั้นสูงที่เดินช็อปปิ้งในร้านแบรนด์เนม

แม้แต่เย่จงหมิงยังต้องยอมรับว่าในตอนนี้ ถ้าสตรีพูดได้ปิดบังผลึกวิเศษบนหน้าผาก เธอก็เหมือนกับมนุษย์มากยิ่งกว่าผมแดง

เหมียว!

แมวดำเองก็วิวัฒนาการเป็นชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 4 และมันน่าจะรับรู้ถึงความรู้สึกเกลียดชังของผมแดงในเวลานี้ ด้วยร่างกายที่ยืดหยุ่นและแข็งแกร่ง มันกระโจนเข้าหาผมแดงอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ แสงสีดำแวบออกมาจากอุ้งเท้าข้างหนึ่งของมันพุ่งเข้าไปที่คอของผมแดง

ดวงตาของเย่จงหมิงส่องประกายวาบ ดาบส่องจันทร์ปรากฏขึ้นในมือ และตวัดใส่แสงสีดำอย่างแม่นยำ ในเวลาเดียวกันกับจุดสิ้นสุดของการฟาดฟันดาบส่องจันทร์ ธนูยาวสีเขียวก็ปรากฏขึ้นในมือ และลูกศรแหลมคมสีเทาก็พุ่งเป้าไปยังหัวของแมวดำ

ด้วยอาวุธระดับสีเขียวในระยะใกล้แค่นี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่แมวดำจะหลบพ้น

สตรีพูดได้ตกใจมาก เร็วเท่าความคิด ทันทีที่แมวดำแกว่งหาง เพื่อพลิกร่างเบี่ยงหลบ ผมสีดำของสตรีพูดได้ก็ยืดยาวออกไปรัดตัวของแมวดำม้วนกลับมาอย่างรวดเร็ว

ลูกศรสีเทาตัดขนบนหัวของแมวดำ และทะลุกำแพงออกไป โดยไม่รู้ว่าไปสิ้นสุดที่ไหน

เพิ่งวิวัฒนาการเสร็จ ก็ต้องมาเฉียดตายแล้ว แมวดำที่ชาญฉลาดรีบซ่อนตัวอยู่ในอ้อมแขนของสตรีพูดได้โดยขนทั้งตัวยังคงฟูพอง ภายในอ้อมแขนของเจ้านาย มันมองเย่จงหมิงด้วยสายตาที่น่ากลัว และตัวที่สั่นเทา

แมวดำตัวนี้รู้สึกจริงๆว่า ถ้าชายคนนี้อยากจะฆ่ามัน เขาก็สามารถฆ่ามันได้จริงๆ!

“ดูแลสัตว์เลี้ยงของเธอให้ดี อย่าให้สร้างปัญหา มิฉะนั้นเธอก็ไม่จำเป็นต้องมีมัน”

น้ำเสียงของเย่จงหมิงเย็นชา และมีกลิ่นอายที่ไม่มีใครสามารถต้านทานได้

สตรีพูดได้ส่งเสียงอืม เธอก้มศีรษะลงและลูบขนปลอบแมวดำ

ผมแดงเก็บหนามกลับคืน แต่เจตนาต่อสู้ยังคงไม่จางหายไปจากดวงตา อันที่จริง เธอก็อยากทดสอบพลังที่เพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน

เย่จงหมิงมองไปที่ ‘หญิงสาว’ ทั้งคู่ที่เหมือนมนุษย์มาก แต่ไม่ใช่มนุษย์ และเริ่มพูดสิ่งที่พวกเธอต้องทำในวันพรุ่งนี้

จบบทที่ บทที่ 302 ผมแดง ผมดำ วิวัฒนาการ

คัดลอกลิงก์แล้ว