เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 301 เล่นกับราชาหนู

บทที่ 301 เล่นกับราชาหนู

บทที่ 301 เล่นกับราชาหนู


บทที่ 301 เล่นกับราชาหนู

ซุนโส่วซานฟันแมลงวันกลายพันธุ์ตรงหน้าออกเป็นสองซีก ปอดของเขากำลังมอดไหม้ด้วยความเจ็บปวด

นี่เป็นผลสืบเนื่องจากการต่อสู้อันดุเดือด

แม้การต่อสู้จะใช้เวลาไม่นาน แต่เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่วันโลกาวินาศได้เริ่มต้นขึ้นของซุนโส่วซาน

เขากวักแกว่งมีดทุกวินาที และทุกมีดที่ฟาดฟันต้องได้ลิ้มรสเลือด

ซุนโส่วซานรู้ว่าจะหยุดไม่ได้ เพราะการหยุดหมายถึงความตาย เขาต้องก้าวไปข้างหน้า โดยมีคนคอยตามขุดผลึกวิเศษจากสัตว์กลายพันธุ์ที่เขาฆ่าอยู่ด้านหลัง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนเพื่อความอยู่รอดในอนาคต

สำหรับกองกำลังเล็กๆที่สร้างขึ้นจากญาติสนิทมิตรสหายไม่กี่สิบคน ซุนโส่วซานทำงานอย่างหนักอยู่ทุกวัน จนถึงวันนี้ เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสิ่งที่เคยทำมาทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเรื่องตลก วันนี้ต่างหากที่เป็นการทำงานอย่างหนักอย่างแท้จริง

แต่ภายในใจของซุนโส่วซานกลับสบายใจกว่าที่เคย

เขาไม่เคยคิดว่า วันหนึ่งเขาจะสามารถล่าถอยจากสัตว์ประหลาดนับล้านได้อย่างปลอดภัย เขาไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเขาจะสามารถได้รับผลึกวิเศษนับร้อยอย่างง่ายดาย และเขาก็ไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเขาจะสามารถถือมีดมาเชเทระดับสีเทาไว้ในมือ

ก่อนหน้านี้เขากับคู่หูจะรีบถอยหนีทันทีที่เห็นซอมบี้จำนวนมากกว่า 20 ตัว พวกเขาจะทำงานอย่างหนักกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำทุกวันเพื่อให้ได้รับผลึกวิเศษหลายสิบชิ้น ส่วนอาวุธน่ะเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า ก็แค่หาเหล็กเส้นหนาๆประมาณ 1 นิ้วจากซากปรักหักพังก็สามารถใช้ไปได้หลายสัปดาห์แล้ว สำหรับอาวุธระดับสีเทาน่ะเหรอ? มันจำเป็นต้องแลกด้วยยาวิวัฒนาการระดับ 1 ดาวถึง 3 หลอด แต่มีดระดับสีเทาในมือของเขาเล่มนี้ เขาแลกมันมาด้วยผลึกวิเศษระดับ 2 เพียง 1 ชิ้นเท่านั้น

แมลงวันกลายพันธุ์เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจและมีอยู่แทบทุกหนทุกแห่ง แม้จะมีวิวัฒนาการเพียงระดับ 1 แต่มันก็น่ารำคาญและน่าสะพรึงกลัว พวกมันมักจะยกโขยงกันมาเป็นโหลๆ และด้วยความแข็งแกร่งกับจำนวนสมาชิกในทีมของซุนโส่วซาน ทำให้เขาต้องหลีกเลี่ยงพวกมันทันทีที่เห็นเสมอ

แต่วันนี้ พวกมันเปราะบางราวกระดาษ เมื่ออยู่ต่อหน้าเขากับมีดระดับสีเทา

ซึบ!

ขณะที่ซุนโส่วซานไม่ทันระวังตัว ใยของแมงมุมกลายพันธุ์ก็พุ่งมาที่ไหล่ มันไม่ได้ยึดติด แต่กระชากเอาชิ้นส่วนของเนื้อหนังออกไป จนมีเลือดไหลออกมาทันที

“มีสัญญาณ! มีสัญญาณ!”

เสียงตะโกนดังขึ้นจากทางด้านหลังของซุนโส่วซานผู้กำลังกระหายเลือด (อยากแก้แค้น) เนื่องจากการบาดเจ็บ เขาเงยหน้าขึ้นไปมองและพบว่าที่บนหลังคาอาคารภายในขอบเขตการมองเห็นของเขา มีคนกำลังโบกธงสีสันสดใสอย่างต่อเนื่อง

“หน้าซ้าย แนวทะแยง!”

คำพูดสองสามคำปรากฏขึ้นในใจของซุนโส่วซานทันที ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าการต่อสู้ในวันนี้ นี่คือสิ่งที่ทุกคนต้องจดจำ

ทีมมนุษย์เปลี่ยนทิศทางการโจมตีไปทางด้านหน้าซ้ายแนวทะแยงอย่างรวดเร็ว

ทีมมนุษย์หลายพันคน เริ่มเข้าโจมตีกองกำลังสัตว์กลายพันธุ์จากทางด้านหลัง ซึ่งราชาหนูเองก็ไม่กล้าเพิกเฉยรีบสั่งให้ลูกสมุนที่อยู่กับมันทำการบุกทันที

แมลงวัน หนู ยุง และตัวเรือด พวกมันทั้งสี่เป็นตัวแทนของสัตว์รบกวนสกปรกในยามสงบ ซึ่งมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน เมื่อก่อนพวกมันมีขนาดเล็กจนมนุษย์ไม่ให้ความสนใจกับพวกมันมากนัก แต่ตอนนี้พวกมันกลายพันธุ์ จนตัวที่มีขนาดเล็กที่สุดมีขนาดใหญ่เท่ากำปั้น และด้วยจำนวนมหาศาลของพวกมันก็ได้สร้างความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวให้กับเหล่าผู้รอดชีวิตทุกคน

โดยปกติเมื่อมีการให้ลำดับความสำคัญก็ไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ใดๆ เพียงแค่ต้องรีบเร่งให้เร็วก็พอ

อย่างไรก็ตามในเวลานี้ราชาหนูกลายพันธุ์ได้โมโหสุดๆ ไปแล้ว เพราะมนุษย์ได้กลายเป็นเหมือนปลาชนิดหนึ่งที่เรียกว่าปลาไหล ซึ่งคอยลื่นหลบจากมือและเล่นซ่อนหากับมัน

มนุษย์เหล่านี้ไม่ได้โจมตีลึกเข้ามาในกองกำลัง พวกเขาแค่โจมตีตามชายขอบ และเมื่อสบโอกาส พวกเขาก็แทรกเข้ามาในกองกำลังในแนวทะแยง จากนั้นก็รีบถอยกลับ และใช้รูปแบบการโจมตีและถอยกลับแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งทุกครั้งที่ทำ มันก็เป็นการสร้างระยะห่างจากราชาหนูกลายพันธุ์

มนุษย์ที่อยู่แนวหน้าจะเป็นคนที่ต่อสู้ระยะประชิดได้ดี และผู้รอดชีวิตที่มีอาวุธระยะไกล อย่างเช่น หน้าไม้และปืน หรือผู้ที่มีทักษะการโจมตีระยะไกลก็จะเป็นกองหนุน เมื่อชีวิตกลายพันธุ์ที่บินได้ใกล้เข้ามา พวกมันก็จะถูกคนเหล่านี้โจมตีอย่างรุนแรง

มนุษย์ไม่มีวันยอมเปิดโอกาสให้ชีวิตกลายพันธุ์มาล้อมกรอบพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นหรือบนท้องฟ้า

หากกองกำลังสัตว์กลายพันธุ์มีเพียงกลุ่มหนู ราชาหนูกลายพันธุ์คงจะไล่ตามกลุ่มผู้รอดชีวิตได้ทันไปแล้ว แต่ตอนนี้มันไม่สามารถควบคุมชีวิตกลายพันธุ์ชนิดอื่นได้อย่างเด็ดขาด ทำให้ชีวิตกลายพันธุ์เหล่านั้นกลายเป็นสิ่งกีดขวางของมัน เมื่อใดก็ตามที่ชีวิตกลายพันธุ์เหล่านั้นถูกบังคับให้เปลี่ยนทิศทาง ในตำแหน่งนั้นจะมีชีวิตกลายพันธุ์จำนวนมากและเป็นชนิดเดียวกันมากที่สุด ดังนั้นเมื่อพวกมันตกอยู่ในความโกลาหล ราชาหนูกลายพันธุ์ก็จะถูกผลักให้แยกห่างจากพวกมนุษย์ที่เคลื่อนที่ไปยังทิศทางอื่นเรียบร้อยแล้ว

สิ่งนี้ทำให้ราชาหนูบ้าคลั่งมากขึ้น!

ทันใดนั้นราชาหนูกลายพันธุ์ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังและค่อนข้างคุ้นเคย แต่ค่อนข้างแปลก

มันรีบกระโดดขึ้นไปบนหัววัวกลายพันธุ์ที่รับคำสั่งจากมันจนมึนงง และยืดตัวตรง จากนั้นก็จ้องเขม็งไปในทิศทางหนึ่ง

มนุษย์คนหนึ่งกำลังตรงเข้ามาทางนี้!

เป้าหมายของคนผู้นี้คือ ราชาหนูกลายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มกันอย่างหนาแน่น

นี่เป็นการท้าทาย ท้าทายกันแบบซึ่งๆหน้า ราชาหนูสูดลมหายใจลึก แล้วส่งเสียงกรีดร้องแหลมและเฉียบขาดที่สุดใส่มนุษย์ผู้นั้น เสียงนี้ดูเหมือนจะพูดว่า มาเลยมนุษย์ ข้าจะฉีกแกเป็นชิ้นๆ!

ตั้งแต่วิวัฒนาการมาถึงระดับ 4 นอกจากมังกรปีศาจยังโกสแล้ว ราชาหนูกลายพันธุ์ก็ไม่เคยถูกใครท้าทายมาเป็นเวลานานแล้ว

การปรากฏตัวของเย่จงหมิงเป็นส่วนสำคัญของแผนการ

ไม่ว่าทีมผู้รอดชีวิตจะดีแค่ไหนก็ตาม  กล้าหาญขนาดไหนก็ตาม หรือคำสั่งสัญญาณจะดีมากเพียงใดก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว จำนวนของพวกเขาก็มีน้อยเกินไป และจำนวนของชีวิตกลายพันธุ์ก็มีมากเกินไป

ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่หลังจากเวลาผ่านไป เมื่อความแข็งแกร่งทางกายภาพของผู้วิวัฒนาการลดลง และจำนวนชีวิตกลายพันธุ์ที่เข้ามาโจมตีมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับกลุ่มของราชาหนูที่เข้ามาร่วมสร้างปัญหา เมื่อถึงเวลานั้นมันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่

ช่วงนี้จึงต้องมีคนช่วยถ่วงเวลา ให้ช่วงที่ยังไม่มีปัญหายืดยาวออกไปให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด

บทบาทในการปรากฏตัวของเย่จงหมิงเป็นเช่นนี้ เขาจะเป็นคนคอยถ่วงเวลาราชาหนูกลายพันธุ์กับลูกสมุนของมัน และชีวิตกลายพันธุ์ที่กำลังมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ในฐานะผู้วิวัฒนาการระดับ 4 ดาว และมีอาวุธอย่างดาบส่องจันทร์ บวกกับคุณลักษณะแฝงของแหล่งที่มาของความอดทนและการสวมรองเท้าบู๊ทเหยียบโลหิต เย่จงหมิงฝ่าเข้าไปในฝูงชีวิตกลายพันธุ์ที่อยู่กันอย่างเนืองแน่นไม่ยอมหยุด ทุกก้าวที่ก้าวไปข้างหน้า เลือดและเนื้อชิ้นใหญ่ก็จะบินขึ้นไปในอากาศ เบื้องหลังของเขาจึงเต็มไปด้วยซากศพที่ไม่ครบสมบูรณ์

ความเร็วของเย่จงหมิงทำให้ราชาหนูกลายพันธุ์ถึงกับตกตะลึง มันคาดไม่ถึงว่ามนุษย์ผู้นี้จะฝ่าทะลุมาได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็ได้กระตุ้นเจตจำนงในการต่อสู้ของมัน เงาร่างขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นทางด้านหลังของมันอีกครั้ง

กระทั่งห่างจากราชาหนูกลายพันธุ์ประมาณ 100 เมตร เย่จงหมิงก็มาถึงขีดจำกัด แต่พอเหล่าชีวิตกลายพันธุ์คิดว่าเขาจะช้าลง เย่จงหมิงก็กลายเป็นภาพติดตา และมาปรากฏต่อหน้าราชาหนูกลายพันธุ์ทันที

ราชาหนูตกตะลึง แต่ทันใดนั้นก็มีเงาร่างขนาดใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้า มาบดบังตัวราชาหนูไว้ มันเป็นหนูยักษ์สูง 2 เมตร สวมชุดเกราะสีดำ และถือส้อมเหล็กขนาดยักษ์ไว้ในมือ

นี่คือผู้พิทักษ์ราชาหนู ซึ่งเป็นลูกสมุนที่จงรักภักดีที่สุด และเป็นหลักประกันที่แข็งแกร่งที่สุดของราชาหนู ในการคงสถานะปัจจุบัน

พวกมันเข้ามาขนาบราชาหนูไว้ทั้งซ้ายและขวา โดยมีระดับ 4 หนึ่งตัวและระดับ 3 อีกหลายร้อยตัว!

เย่จงหมิงเหมือนไม่เห็นหนูกลายพันธุ์ที่มีจำนวนเพียงพอจะท่วมทับเขาจนมิดในสายตา ดาบในมือเปล่งประกายวาบขึ้น ตราประทับดาบเปลวเพลิงได้ถูกฟาดฟันออกไปแล้ว

ชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 3 มีสติปัญญาพอจะรู้วิธีแสวงหาข้อดี และหลีกเลี่ยงข้อเสียได้แล้ว เมื่อเห็นประกายดาบพุ่งเข้ามา พวกมันก็กระโจนหลบไปทีละตัว จนเหลือเพียงหนูกลายพันธุ์ดวงตาแดงก่ำที่กินเลือดวิวัฒนาการจนกลายเป็นระดับ 4 เท่านั้นที่ไม่ยอมหลบ เพราะด้านหลังของมันคือราชาหนู มันจึงตั้งใจจะไม่หลบ

ทันทีที่ประกายดาบฟาดใส่ร่าง เกราะพลังงานโปร่งแสงสีเทาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของมัน

ประกายดาบของตราประทับดาบเปลวเพลิงฟันลงไปบนเกราะจนเกิดแสงสว่างระยิบระยับ

ภายใต้แสงสว่างระยิบระยับนั้น มีเงาเส้นบางๆสีขาวพุ่งเข้าใส่ราชาหนูกลายพันธุ์ที่มีขนาดร่างกายสูงกว่าลูกสมุนระดับ 4 ที่อยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

ราชาหนูตัวสั่น ส่งเสียงขู่ พร้อมกับหมุนส้อมขนาดใหญ่ในมือป้องกันตัวเอง

ในมือของเย่จงหมิงไม่รู้ว่าถูกแทนที่ด้วยธนูระดับสีเขียวตั้งแต่เมื่อไหร่! เส้นสีขาวคือลูกศรระดับสีเทาอันแหลมคมที่ถูกเขายิงออกไป

แต่เป็นเพราะเย่จงหมิงไม่เข้าใจวิธียิงธนู เขาจึงไม่สามารถใช้พลังสูงสุดของธนูและลูกศรได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปืนกระสุนพลังผลึกวิเศษระดับสีม่วงแล้ว ธนูคันนี้มีข้อดีคือไม่มีข้อกำหนดในการใช้งาน และด้วยระยะใกล้เช่นนี้ ความแม่นยำของวิถีโค้งของลูกธนูก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไป ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้ว

แน่นอนว่าเย่จงหมิงไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้ธนูและลูกศรในการสังหารชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 4 อยู่แล้ว

โล่พลังงานและส้อมเหล็กของหนูกลายพันธุ์ สามารถขัดขวางการโจมตีของเย่จงหมิงไว้ได้ หนูกลายพันธุ์ระดับ 4 ทั้งสองตัวรู้ว่า การโต้กลับกำลังจะเริ่มขึ้น และวันนี้พวกมันต้องร่วมมือกันเพื่อสังหารมนุษย์ผู้มีระดับวิวัฒนาการที่เท่าเทียมกับพวกมัน! บางทีหลังจากที่มันกินคนผู้นี้ลงไป มันอาจวิวัฒนาการไปสู่ระดับ 5 ได้อย่างราบรื่น

อย่างไรก็ตามขณะที่ผลของพลังงานที่เกิดจากการปะทะกันยังไม่ทันจางหาย พวกมันก็ได้ยินเสียงกรีดร้องและเมื่อมองออกไป พวกมันก็พบว่า มนุษย์ผู้นั้นกำลังล่าถอยอย่างรวดเร็ว ด้วยสีหน้าเย้ยหยัน ตอนนี้คนผู้นั้นอยู่ห่างจากพวกมันมากกว่า 50 เมตรแล้ว และในมือของคนผู้นั้นก็ถือหัวของหนูกลายพันธุ์ระดับ 3 ไว้เกือบ 30 หัว!

ราชาหนูกลายพันธุ์แหงนหน้าขึ้นฟ้า กรีดร้องไล่หลังเย่จงหมิงไปอย่างบ้าคลั่ง

จบบทที่ บทที่ 301 เล่นกับราชาหนู

คัดลอกลิงก์แล้ว