- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 274 แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 274 แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 274 แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 274 แขกไม่ได้รับเชิญ
อู๋ซิน (ไร้ใจ) ไม่ได้ไร้หัวใจจริงๆ
หลังจากวันสิ้นโลกได้เริ่มขึ้น ญาติของเขา ลูกและภรรยา ทุกคนเสียชีวิตลงต่อหน้าต่อตาของเขาในลักษณะต่างๆกัน เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาได้ตายไปแล้ว ดังนั้นเมื่อมีคนถามว่าเขาชื่ออะไร เขาจะตอบว่า อู๋ซิน
ร่างกายกลายเป็นเพียงเปลือกที่ว่างเปล่า เขาใช้ชีวิตอยู่ตามสัญชาตญาณเท่านั้น
ก่อนหน้านี้อู๋ซินไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน เขารู้สึกว่าเงินไม่กี่พันหยวนต่อปีที่นำไปใช้ซื้อบุหรี่สูบ สามารถนำมาซื้อของเล่นดีๆมาให้ลูกของเขาเล่นได้ หรือนำมาซื้อกระเป๋าถือแบรนด์เนมชั้นสองให้กับภรรยาของเขาได้
แต่ตอนนี้เขาสูบบุหรี่ เขายังทำแม้แต่เอาอาหารกับน้ำดื่มซื้อผู้หญิงที่สวยกว่าภรรยามาเปลื้องผ้า ขณะที่กำลังสูบบุหรี่
อู๋ซินรู้สึกว่ายามมองผ่านควันตรงหน้า เงาของเธอที่ยังประทับอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณได้วาบผ่านมาเป็นบางครั้ง และเขาก็เสพติดกับความรู้สึกนี้
บางทีคงมีแต่ในช่วงเวลานั้นเท่านั้น ที่ความทรงจำจะยังคงอยู่ตลอดไป
“อู๋ซินเกอ (พี่ชายอู๋ซิน) ข้างนอกดูเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ”
หนึ่งในลูกน้องที่แข็งแกร่งมากคนหนึ่งได้เดินเข้ามาพูดกับอู๋ซินด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
อู๋ซินยืดตัวขึ้นทันที เขารู้ว่าคนของเขาจะไม่พูดอะไรไร้สาระ อันที่จริงในวันโลกาวินาศ ก็ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดไร้สาระ
อู๋ซินเดินมาที่หน้าต่างและมองออกไปโดยไม่เฉพาะเจาะจง เพราะนี่คือชั้นหนึ่งของอาคาร ทัศนวิสัยข้างนอกจึงไม่ค่อยดีนัก แต่ยังพอมองเห็นภาพรวมของถนนด้านนอก
ไม่พบอะไรเลย
ไม่มีซอมบี้ ไม่มีสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์ ไม่มีแม้แต่…ศพ
นี่มันผิดปกติอย่างยิ่ง อิงเฉิงในตอนนี้ มีกระดูกเกลื่อนกลาดอยู่ทุกที่ ถ้าถนนเส้นไหนไม่มีสิ่งเหล่านี้ มันย่อมผิดปกติอย่างแน่นอน
แต่ที่นี่มันสะอาดมาก!
ทีมเหรินซิ่งครอบครองสถานที่แห่งนี้มาหลายวันแล้ว ทีมงานทั้งหมดได้เตรียมการมากมายสำหรับงานแสดงสินค้าครั้งนี้ แม้แต่บริเวณโดยรอบยังได้รับการทำความสะอาดแต่เนิ่นๆ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันก็ยังมีซอมบี้หลงเข้ามา อย่างเช่นเช้าวันนี้ อู๋ซินได้ฆ่าพวกมันสองสามตัวด้วยหน้าไม้จากทางหน้าต่างชั้นสอง
แต่ตอนนี้ ซอมบี้เหล่านั้นได้ถูกขุดผลึกวิเศษออกไปแล้ว!
“ทุกคนระวังตัว ส่งคนขึ้นไปแจ้งบอสด้วย”
ไม่ใช่ไม่มีเหตุผลที่ทีมเหรินซิ่งเป็นกองกำลังอันดับ 1 ของอิงเฉิง ผู้ใต้บังคับบัญชาของไป๋เฟิงทุกคนล้วนแต่มีเอกลักษณ์ อย่างเช่นอู๋ซิน ที่เป็นที่รู้จักกันดีเรื่องความสงบนิ่งและใจเย็น แต่แน่นอนว่าในช่วงเวลาสำคัญ เขาจะเป็นคนที่ดุร้ายเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าใคร
เมื่อไร้หัวใจ แล้วจะมีสิ่งใดทำให้กลัวได้
ลูกน้อง 20 คน สมาชิกในทีมของอู๋ซินอยู่ในภาวะตื่นตัวทันที ชายคนหนึ่งวิ่งไปที่บันไดอย่างรวดเร็ว เพื่อขึ้นไปแจ้งต่อไป๋เฟิงที่กำลังจัดการประชุมอยู่ชั้นบน ส่วนอีกสองคนรีบใส่เกราะเหล็กหนาทำเอง ออกไปทางประตูด้านข้าง ตรวจสอบสถานการณ์อย่างระมัดระวัง
ขณะที่อู๋ซินมองสำรวจไปรอบๆ มือข้างหนึ่งของเขาก็ได้กลายเป็นสีดำ
สิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดย ผู้รักษาการณ์แห่งโรคระบาด อาชีพของเขา
ซือ ซือ ซือ!
เสียงแปลกๆดังขึ้นในหูของอู๋ซินกับคนของเขา สองคนที่ออกไปสำรวจสถานการณ์ด้านนอกก็ได้ยินเสียงนี้เช่นกัน และอาจเป็นเพราะพวกเขาอยู่ด้านนอกจึงได้ยินได้ชัดกว่า คนทั้งสองเงยหน้าขึ้นมอง แล้วสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
“ระวังด้านบน!”
พออู๋ซินเห็นการแสดงออกทางสีหน้าของคนของเขา ก็รู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ หลังจากเสียงเตือนดังขึ้น เขาก็นำคนพุ่งออกห่างจากหน้าต่าง วินาทีถัดมา เงาดำสั้นๆนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะลุกระจกนิรภัยเข้าใส่คนที่อยู่ในห้องอย่างรวดเร็ว
“อะไรกันวะเนี่ย!”
ผู้รอดชีวิตในห้องที่ตอบสนองช้ากว่าเล็กน้อย ได้ถูกเงาดำเข้าใกล้ และด้วยความตื่นตระหนกจึงได้ใช้มือปัดมันไปโดยไม่รู้ตัว
แต่พอมือสัมผัสกับเงา เขาก็รู้สึกเจ็บปวด จึงได้โบกอาวุธในมือออกไปด้วยความตกใจ
ขณะล่าถอย อู๋ซินได้เหลือบมองลูกน้องคนนั้น และเห็นว่าเงาดำไม่กลัวการโจมตีด้วยอาวุธ มันพุ่งเข้ากัดคอลูกน้องคนนั้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง!
ไม่มีเลือดกระเซ็น ไม่มีเลือดเนื้อกระจาย ร่างกายของเขาหดตัวลงทันที ในที่สุดสัตว์ประหลาดสีดำก็แสดงให้เห็นรูปร่างแท้จริง
มันเป็นสัตว์ประหลาดที่มีลักษณะของกลุ่มหมอกที่มีรูปร่างเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่มีหัวเหมือนหมาป่า ตัวของมันยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร ล่องลอยอยู่ในอากาศด้วยความเร็วมาก และมีการโจมตีที่ทรงพลังมาก มิฉะนั้นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว คงไม่ถึงกับต้านทานไม่ได้แม้แต่นิดเดียวเช่นนี้
อู๋ซินคำรามลั่น ฝ่ามือสีดำพุ่งเข้าใส่บางสิ่งที่เหมือนกับวิญญาณหมาป่าที่อยู่ตรงหน้า ทักษะกัดกร่อนของโรคระบาดถูกเปิดใช้งาน!
เสียงกรีดร้องน่ากลัวดังออกมาจากทั้งสองฝ่าย
วิญญาณหมาป่าสีดำกลายเป็นสีเขียวไหลเยิ้ม ใบหน้าที่เป็นหมอกสีดำดูบิดเบี้ยว การแสดงออกดูเหมือนมนุษย์มาก แล้วมันก็แตกสลายไป
อู๋ซินก็ร้องลั่นเช่นกัน เขารีบมองไปยังมือขวาของตน มือที่ควรเป็นสีดำ ตอนนี้ตำแหน่งของนิ้วมือได้เผยให้เห็นกระดูก!
เสียงฝีเท้าที่รวดเร็วและเป็นระเบียบดังมาจากถนน แล้วเสียงกรีดร้องสั้นๆของสองคนที่อยู่ด้านนอกก็ดังขึ้น อู๋ซินรู้ว่าวันนี้เขาได้พบคู่ต่อสู้เข้าแล้ว เขาร้องตะโกนสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาที่กำลังกลัว “ถอย ขึ้นไปสมทบกับบอสที่ชั้นบน!”
ไม่ต้องสงสัยว่าอู๋ซินตัดสินใจได้ฉลาดมาก แม้ว่าวันนี้ทีมเหรินซิ่งจะไม่ได้นำสมาชิกมาเต็มรูปแบบ และแม้แต่เหล่าผู้นำกองกำลังที่อยู่ด้านบนก็ไม่ได้นำคนมามากมาย แต่พวกเขาก็เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในอิงเฉิง พลังที่อยู่ที่นี่เพียงพอจะกวาดล้างทุกสิ่ง เพียงแค่ถอนกำลังขึ้นไปชั้นบนได้ เขาและผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะรอด
กลุ่มนักรบในชุดรบสีดำปรากฏขึ้นที่หน้าประตู ทางเข้าหลักที่ถูกปิดกั้นด้วยเศษซากแตกออกเป็นชิ้นๆ ด้วยการปะทะอย่างดุเดือดของนักรบเหล่านี้ ขวานสงครามระดับสีเทาที่มีประกายเยียบเย็นเป็นอาวุธมาตราฐานของคนกลุ่มนี้ พวกเขาร้องคำรามและพุ่งเข้าโจมตีสมาชิกทีมเหรินซิ่งที่กำลังล่าถอย
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทีมเหรินซิ่งมีชื่อเสียงโด่งดังจนไม่มีใครสามารถมองข้ามได้ นั่นคือสมาชิกของพวกเขาล้วนแต่เป็นผู้วิวัฒนาการ ดังนั้นแม้ว่าพวกเขาจะมีสมาชิกไม่มากนัก แต่ก็ยังสามารถครอบครองตำแหน่งกองกำลังอันดับหนึ่งในอิงเฉิงได้ ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เห็นการร่วมมือกันต่อสู้ของเหล่าผู้วิวัฒนาการในทีม ต่างก็ต้องตกตะลึงและหวาดหวั่น
แต่ในวันนี้ พวกเขาได้มาพบกับคู่ต่อสู้เสียแล้ว
นักรบในชุดดำเหล่านี้ทำตัวเหมือนกองทัพยิ่งกว่าทีมเหรินซิ่ง ไม่ว่าถอยหลังหรือเดินหน้า เข่นฆ่าหรือฟาดฟัน ล้วนแต่มั่นคงและเด็ดขาด
ไม่เพียงอู๋ซินจะเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ดาว แต่เขายังเป็นผู้มีอาชีพ บวกกับมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวจำนวนมาก อย่างไรก็ตามภายใต้ภัยคุกคามของวิญญาณหมาป่าสีดำและการเผชิญหน้ากับนักรบในชุดดำ เพียงไม่กี่วินาทีพวกเขาก็พังทลายลง
การพังทลายย่อมหมายถึงความตาย อู๋ซิน (ไร้ใจ) กลายเป็นผู้ไร้หัวใจไปจริงๆ เขานอนลงกับพื้น และเพิ่งรู้สึกว่าพื้นนั้นเย็นมาก เงาภาพลวงตาปรากฏขึ้นผ่านดวงตา ทำให้เขารู้ว่า ในที่สุดคราวนี้ เขาสามารถพบเจอกับพวกเธอได้แล้วจริงๆ
……
งานแสดงสินค้าจบลงอย่างกะทันหันด้วยเสียงการต่อสู้ที่ดังมาจากทางด้านล่าง
“บอสไป๋ นี่มันหมายความว่ายังไง?”
บางคนมีสีหน้าไม่ดี เพราะคิดว่าไป๋เฟิงกำลังทำบางสิ่งที่ไม่ดี
“คนของฉันอยู่ข้างล่าง” ไป๋เฟิงคำรามเสียงต่ำ เริ่มเกรี้ยวกราด
เสียงกรีดร้องที่เขาได้ยิน มันคือเสียงของความสิ้นหวังที่เกิดขึ้นก่อนตายของมนุษย์
ประตูห้องประชุมใหญ่ถูกผลักเปิดออกก่อนที่ไป๋เฟิงจะทันได้สัมผัสถูก มือของร่างที่เปื้อนเลือดทั้งตัวตกลงและล้มผ่านประตูเข้ามา ดวงตาของไป๋เฟิงเป็นประกายเจิดจ้าเมื่อเห็นร่างนั้น เขาเอื้อมมือออกไปเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องชะงัก แล้วทุกคนในห้องประชุมก็พบว่า ร่างนั้นได้กลายเป็นศพไปแล้ว
ทุกคนที่ได้เห็นฉากนี้ต่างรู้สึกไม่ดี
เสียงฝีเท้าเป็นระเบียบดังขึ้นจากทางเดินด้านนอกประตู กดดันหัวใจคนด้านในอย่างมาก ไป๋เฟิงและผู้คนที่อยู่ใกล้ประตูต่างพากันถอยห่างออกมา เว้นระยะห่างเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน
ครู่ต่อมา วิญญาณหมาป่าสีดำประมาณ 15 ดวงที่กำลังล่องลอยขึ้นๆลงๆอยู่รอบตัวร่างกำยำที่กำลังเดินกอดอกเข้ามา ก็ปรากฏต่อสายตาของทุกคน
ติดตามมาด้วยนักรบติดอาวุธสังหารที่น่ากลัวหลายสิบคนทางด้านหลัง
“ดีใจจัง ที่ได้เห็นพวกแกทุกคนอยู่ที่นี่” ชายร่างกำยำเริ่มพูดขึ้นราวกับไม่เห็นผู้นำกองกำลังที่ยอดเยี่ยมในอิงเฉิงเหล่านี้อยู่ในสายตา
“พวกแกรู้สึกยังไงตอนที่ได้รับยาวิวัฒนาการสักหลอดมาฉีด? ใช่แล้ว ตอนนี้ข้าก็รู้สึกแบบนั้น”
ชายร่างกำยำปล่อยมือจากท่ากอดอก ดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่ไม่มีใครเข้าใจ
“มาเถอะ เจ้าพวกหมูทั้งหลาย พวกแกจงมาเป็นผลงานให้กับบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์หมัวจิน!”
แต่สิ่งที่ตอบกลับไป กลับเป็นประกายดาบเจิดจ้า
เย่จงหมิงเริ่มต้นโจมตีเป็นคนแรกอย่างไม่คาดคิด