- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 207 คาราวานมืด
บทที่ 207 คาราวานมืด
บทที่ 207 คาราวานมืด
บทที่ 207 คาราวานมืด
ผ้าสีทอง
วัสดุชิ้นที่ 3 ที่เย่จงหมิงใส่ลงไปก็คือผ้าสีทองที่ได้มาจากเด็กประหลาด – ผ้าสีทอง
ก่อนหน้านี้ เย่จงหมิงพบว่าผ้าที่น่าทึ่งนี้มีคุณสมบัติในการดูดซับพลังชีวิต เมื่อมันได้รับผลกระทบจนเกิดความเสียหาย มันจะกลายเป็นสิ่งน่ากลัวที่ดูดซับพลังชีวิตของทุกชีวิต
เย่จงหมิงเคยใช้มันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรให้ความสนใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเอง และผลที่ได้รับจะไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไป
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจใส่มันลงไป
คราวนี้ เย่จงหมิงเริ่มต้นด้วยความคิดที่จะลอง
อีกทั้งมันเป็นเศษผ้า และรองเท้าบู๊ทเหยียบโลหิตนี้ดูเหมือนจะทำมาจากไฟเบอร์ ดังนั้นมันควรตรงตามข้อกำหนด
และตรงตามข้อกำหนดจริงๆ เพียงแต่…มันเล่นใหญ่ไปหน่อย
“น้องสาวคุณสิ แค่เอามือเดียวค้ำกำแพง ต้องทำเสียงดัง เล่นใหญ่ขนาดนี้ด้วย” เซี่ยเล่ยเคี้ยวเนื้อแห้งบ่นพึมพำ กลอกตามองบนอย่างดุร้าย ทำให้ทุกคนหันมองไปรอบๆทันที เตรียมพร้อมอพยพ
โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน และแสงสีทองนี้ก็รุนแรงน้อยกว่าประตูสังเวย หลังจากส่องแสงอยู่สักพัก ความสงบสุขก็กลับคืนมา จึงไม่ได้สร้างความเดือดร้อนมากนัก
เย่จงหมิงมองรองเท้าสีเทาที่มีแสงสีทองเรืองรองในมือ ด้วยความรู้สึกตกใจอยู่บ้าง
“ความเร็ว +26, ความว่องไว +17, ความสมดุล +11, ความเหนียวทนทาน +20, ทักษะการวิ่ง เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 100% ภายในสามวินาที ระยะเวลาคูลดาวน์ 10 ชั่วโมง, ทักษะการเตะ สร้างความเสียหายให้กับเป้าหมายx2 ดาเมจ ใช้พลังวิญญาณ 100 หน่วย”
คุณสมบัติและทักษะเหล่านี้โดยพื้นฐานแล้ว ยังคงเหมือนเดิมหลังจากใส่หางมนุษย์กิ้งก่า แต่มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เย่จงหมิงประหลาดใจก็คือ ทักษะติดตัว (สกิล) ที่เพิ่มขึ้นสองอย่างสุดท้าย
“ทักษะติดตัว (สกิล) 1, ที่เก็บของ(อัพเกรดได้) ,ปริมาตร 2 ลูกบาศก์เมตร”
“ทักษะติดตัว (สกิล) 2, ซาตานดูดดาว (อัพเกรดได้), ดูดซับพลังงานที่มีอยู่ในชีวิตและสารที่เกี่ยวข้องกับชีวิตทั้งหมดเมื่อสัมผัส, เสริมการบริโภคพลังงาน และรักษาอาการบาดเจ็บให้ผู้สวมใส่”
อุปกรณ์ระดับมหากาพย์สีทองอีกชิ้น!
เย่จงหมิงเขย่ามือ เท้าก้าวกระโดด
ประตูสังเวยเป็นอุปกรณ์ระดับมหากาพย์สีทองชิ้นแรกของเย่จงหมิง ตอนนั้นเขาก็ตื่นเต้นมาก แต่ไม่มีอะไรที่เหมือนกับตอนนี้
หลังจากได้เรียนรู้วิธีการใช้ประตูสังเวย เย่จงหมิงรู้ว่ามันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ต้องการระยะเวลาในการใช้งาน สำหรับการใช้ครั้งที่ 2 พลังงานที่จำเป็นต้องใช้ในการสังเวย จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากในการรวบรวม ตอนนี้แม้แต่เย่จงหมิงก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะรวบรวมได้ในระยะเวลาสั้นๆ
แต่รองเท้าบู๊ทเหยียบโลหิตแตกต่างออกไป นี่เป็นสิ่งที่สามารถช่วยเย่จงหมิงได้ทันที และเป็นความช่วยเหลือที่ใช้ได้อย่างต่อเนื่อง
ไม่ต้องพูดถึงคุณสมบัติที่มีคุณค่าของพื้นที่เก็บของ มาพูดถึงทักษะติดตัวประการที่สอง ซาตานดูดดาว สิ่งนี้สามารถรับประกันว่าจะสามารถต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่อง มันเป็นทักษะวิเศษที่เปลี่ยนผู้สวมใส่ให้กลายเป็นแมลงสาปที่ไม่มีวันตาย
ทักษะนี้วัดได้จากอัตราการดูดซับพลังชีวิตของผ้าสีทอง หากเย่จงหมิงได้รับบาดเจ็บสาหัสเหมือนตอนที่อยู่ในพื้นที่ลับ เขาก็เพียงแค่ฆ่าสัตว์ประหลาดระดับ 2 ไม่กี่ตัว หลังจากนั้นก็ดูดซับพลังชีวิตของมันด้วยรองเท้านี้ เพียงแค่วันเดียวก็สามารถฟื้นคืนดังเดิมแล้ว
เย่จงหมิงสังเกตเห็นคำว่า ‘ดูดซับพลังงานที่มีอยู่ในชีวิตและสารที่เกี่ยวข้องกับชีวิตทั้งหมดเมื่อสัมผัส’ ซึ่งหมายความว่าไม่เพียงพลังชีวิตของสัตว์ประหลาดหรือชีวิตกลายพันธุ์เท่านั้นที่จะสามารถดูดซับพลังชีวิตได้ อะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตอย่างเช่น พืช ก็สามารถดูดซับได้เช่นกัน กล่าวได้ว่า หากต่อสู้กันบนทุ่งหญ้า เย่จงหมิงจะได้รับพลังเสริมให้กับความแข็งแกร่งของร่างกาย ความอดทนและอื่นๆ ได้ตลอดเวลา และหากได้รับบาดเจ็บก็จะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องทันที! และอย่าลืมว่าเย่จงหมิงเคยกินหินคุณลักษณะพิเศษ ‘แหล่งที่มาของความอดทน’ มาก่อน
ทักษะนี้ ค่อนข้างแข็งแกร่งอย่างอุกอาจมาก
ยิ่งกว่านั้นยังสามารถอัพเกรดทักษะได้อีกด้วย!
พอเย่จงหมิงสวมรองเท้าก็รู้สึกตัวเบาขึ้นมากทันที เขาดีใจแล้วเดินไปรอบๆ เพื่อปรับร่างกายให้คุ้นชิน
แม้จะดี แต่แสงสีทองที่ไหลเวียนอยู่ด้านบนจะดูโดดเด่นเกินไป แม้จะทำให้ตัวเบามากก็ตาม แต่ก็เพียงพอจะทำให้ผู้คนสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว
คนไม่ผิด แต่ผิดที่มีหยกติดตัว หลังจากใส่รองเท้าคู่นี้แล้ว เขาไม่รู้ว่ามันจะสร้างปัญหาโดยไม่จำเป็นขนาดไหน
ขณะที่เย่จงหมิงกำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แสงบนรองเท้าก็จางหายไป เปลี่ยนเป็นรองเท้าบู๊ททหารธรรมดาๆคู่หนึ่ง
พอจิตใจของเย่จงหมิงขยับเล็กน้อย แสงสีทองก็เริ่มไหลเวียนอีกครั้ง
เย่จงหมิงจึงรู้ว่า อุปกรณ์ระดับมหากาพย์ที่สวมอยู่ สามารถควบคุมการแสดงแสงของระดับสีได้
เย่จงหมิงคิดว่าทำไมชีวิตก่อนถึงไม่รู้จักสิ่งนี้… อุปกรณ์ที่ดีที่สุดที่เขาเคยมี เป็นแค่ระดับหายากสีเขียวเท่านั้น…
เย่จงหมิงสวมรองเท้าคู่ใหม่กลับมาหาทีมพร้อมกับรอยยิ้มที่ปกปิดไม่มิดที่มุมปาก ซึ่งทำให้ทุกคนรู้สึกสับสน
“เขาไม่ควรรู้สึกเหนื่อยนะกับแค่การเอามือเดียวค้ำกำแพง? ทำไมถึงได้หน้าแดงจัง?” เซี่ยเล่ยถามเหลียงชูหยินอย่างจริงจัง
เน็ตไอดอลสาวเอียงคอมองเย่จงหมิง “สดชื่นแจ่มใสแบบนี้ก็ดีแล้วนี่”
เสี่ยวหู่กับเยวี่ยต้าหย่วนและคนอื่นๆ ต่างยิ้มอย่างมีเลศนัย
เห็นแบบนั้น เย่จงหมิงก็นึกอยากลองเตะคนเหล่านี้ดูสักที
แล้วเซี่ยเล่ย โม่เย่และถังเทียน ก็สังเกตเห็นว่าเย่จงหมิงเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ แม้จะสนใจและมีข้อสงสัยเล็กน้อย แต่ไม่มีใครถาม
ด้วยรองเท้าคู่นี้ แม้ว่ามันจะไม่สามารถให้ความมั่นใจกับเย่จงหมิงได้ว่าจะสามารถเอาชนะหอการค้าหลิงได้ แต่ก็เพียงพอเป็นทุนให้เขาไม่ต้องเกรงกลัวต่อการเผชิญหน้ากับองค์กรก่อการร้ายในชีวิตก่อนอีก
อย่างไรก็ตาม เย่จงหมิงก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจ
หากในวันหนึ่งเขาและทีมแข็งแกร่งพอ มะเร็งร้ายอย่างหอการค้าหลิงจะต้องถูกลบไปจากโลก
หลังจากกินอาหารเสร็จ ทีมก็เดินทางต่อไป หลังจากการต่อสู้ที่เรียบง่ายผ่านเมืองเล็กๆข้างหน้า พวกเขาเก็บรวบรวมผลึกวิเศษได้จำนวนหนึ่ง
เนื่องจากโม่เย่กับคนอื่นๆ เคยมาบริเวณนี้มาก่อน ดังนั้นเส้นทางที่ใช้จึงมีความแน่นอน ในช่วงบ่าย พวกเขาก็อยู่ห่างจากอวิ๋นติ่งวิลล่าในระยะเวลาเดินทางเพียงหนึ่งชั่วโมง
แต่ในเวลานั้นเอง ทีมก็ได้พบกับกองกำลังอื่นในพื้นที่โล่งโดยไม่คาดคิด
“ดูจากเสื้อผ้า น่าจะเป็นคาราวานมืด”
โม่เย่กระชับดาบในมือ ตำรวจสาวผู้แสนดี เกือบจะติดเชื้อของวันโลกาวินาศไปเต็มที่แล้ว ยกเว้นคนในทีมนอกเหนือจากนั้นเธอจะมีสัญชาตญาณของการระวังภัยและความเป็นปรปักษ์
คาราวานมืดไม่ได้เป็นหนึ่งในกองกำลังที่ใหญ่ที่สุดรอบๆ อวิ๋นติ่งวิลล่า และมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่ามีกองกำลังดังกล่าวอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
เย่จงหมิงเห็นขบวนรถจักรยานยนต์ 4-5 คัน รถออฟโรด 3 คัน และรถบัส 1 คัน วิ่งตามกันมาไม่ใกล้ไม่ไกลกันนัก นี่คือรูปแบบของขบวนยานพาหนะการค้าในอนาคต
คนเหล่านี้ไม่มีฐานถาวร พวกเขาเดินทางเตร็ดเตร่ไปตามถิ่นทุรกันดาร รวบรวมวัสดุทุกชนิดและทำการค้ากับกองกำลังอื่น เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับขบวนคาราวานกับกองกำลังติดอาวุธธรรมดา แต่หากว่าพบความผิดปกติ อย่างเช่น ขบวนได้พบกับกองกำลังที่อ่อนแอกว่าหรือคู่ค้าที่มีจำนวนน้อยกว่า ขบวนก็จะกลายเป็นโจรที่ก่อให้เกิดการนองเลือดและการปล้นชิง
ขบวนค่อยๆหยุดลงด้านหน้าทีมของเย่จงหมิง คนที่ขี่รถจักรยานยนต์ถอดหมวกออก ยกมือทั้งคู่ขึ้น แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นภัย
อย่างไรก็ตามมันจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ ถ้าคิดว่าคนกลุ่มนี้เป็นมิตร เย่จงหมิงพบว่าที่หน้าต่างของรถบัส ในมุมที่ไม่มีใครสังเกตเห็น มีหลุมดำของปากกระบอกปืนหลายหลุมยื่นออกมา
“เฮ้ สหาย เราไม่ได้มีเจตนาร้าย!”
ชายคนหนึ่งลงมาจากรถเบนซ์แบบออฟโรด ยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้น ใบหน้าเหลี่ยมที่ไม่ได้โกนหนวดเครามาเป็นเวลานาน ทำให้บอกอายุที่แน่นอนไม่ได้ แต่ยังไงก็ไม่น่าเกิน 40 ปี
“ในเมื่อบอกว่าไม่มีเจตนาร้าย ก็บอกให้พี่น้องของนายเก็บปืนสิ ถูกปืนจ่อแบบนี้ ทำให้คนอื่นกังวลนะ ต่อให้ไม่ทำอะไรก็เถอะ”
เซี่ยเล่ยหัวเราะจนร่างกายท่อนบนสั่นเล็กน้อย เธอซ่อนครึ่งร่างอยู่ด้านหลังเซิ่งหยวน ชายร่างใหญ่ยืนอยู่เบื้องหน้าของทุกคน ปักโล่ยักษ์ไว้ตรงหน้า ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ลูกปืนธรรมดาจะเจาะทะลุสิ่งนี้ได้
เย่จงหมิงกวาดตามอง ก็รู้ว่าทีมนี้น่าจะมีสมาชิกมากกว่า 20 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้วิวัฒนาการและทุกคนมีปืนที่มีอานุภาพการยิงที่ไม่อ่อนนัก
คนที่ลงมาทักทายทีมของเย่จงหมิง มองเสื้อเกราะสีเทากับโล่ยักษ์สีขาวของเสี่ยวหู่กับเซิ่งหยวน และมองทุกคนที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง แต่พอได้เห็นสุนัขสีทองตัวใหญ่ที่มีผลึกวิเศษสีขาวสว่างบนหน้าผาก สีหน้าของชายคนนั้นก็เปลี่ยนไปทันที
เขาตระหนักได้ว่า คนกลุ่มนี้เตรียมการป้องกันไว้แล้ว ถ้าเมื่อครู่คนของเขาลงมือโจมตี ไม่ต้องพูดถึงว่าลูกกระสุนปืนจะเป็นภัยคุกคามโล่ยักษ์ระดับสีขาวนี้ได้หรือไม่ เพียงแค่สัตว์เลี้ยงกลายพันธุ์ระดับ 2 ก็เห็นได้ชัดว่ามันเตรียมพร้อมโจมตีอย่างดีที่สุด เพียงสองอย่างนี้เขาก็หาประโยชน์จากการโจมตีคนกลุ่มนี้ไม่ได้แล้ว
เมื่อสังเกตดูดีๆ เขาก็เห็นดาบสีขาวที่สะพายอยู่ด้านหลังของคนเหล่านั้น
นอกจากผู้หญิงสามคนแล้ว ทุกคนน่าจะมีอาวุธครบมือ!
ชายคนนั้นโบกมือให้กับคนของเขา และตะโกนดังๆว่า “ลดปืนลง ลดปืนลง ทุกคนลงมาพบเพื่อนจากแดนไกล ลิ่วจือ (เจ้าหก) เอาบุหรี่หวงเฮ่อโหลว 1916 ซองสีเหลืองมาด้วย!”
“ขอแนะนำตัวเองนะ ผมชื่อหยวนซั่ง ผมกับญาติและเพื่อนๆตั้งกองคาราวานนี้ เพราะทุกคนแต่งตัวด้วยชุดดำ ผู้คนจึงเรียกเราว่าคาราวานมืด ฮ่า ฮ่า แต่ความจริงเป็นเพียงธุรกิจหาบเร่เล็กๆเท่านั้น” พูดจบ หยวนซั่งก็ยักไหล่ แอบโชว์กล้าม และเปิดเผยให้เห็นระเบิดสองลูกที่ผูกอยู่ที่เอว
“ผมเห็นสหายกับเหล่าเจียเม่ย(พี่สาวน้องสาว) อยู่ตรงนี้ เลยแวะมาดูเผื่อว่าจะช่วยอะไรได้ หวังว่าทุกคนจะไม่เข้าใจผิด อย่าเข้าใจเราผิดนะ”
เซี่ยเล่ยเหลือบมองเย่จงหมิง เมื่อเห็นว่าเขาไม่แสดงสีหน้า จึงพูดต่อไป “เข้าใจผิดก็ไม่เป็นไร วันโลกาวินาศแบบนี้ บางครั้งการเข้าใจผิดก็เป็นสิ่งดี”
เธอพูดด้วยเสียงแม่เหล็กอย่างยิ้มแย้ม แต่เป็นคำเตือนอย่างชัดเจน สีหน้าของคนในคาราวานมืดที่ลงจากรถเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“แต่ฉันชอบทำธุรกิจ มาดูหน่อยว่าพวกคุณมีอะไรบ้าง”
หยวนซั่งประกบมือเข้าด้วยกัน และยิ้ม “คนสวยพูดได้ดีจริงๆ ผมชอบ มีของดีๆไม่มากหรอก ก็แค่อาหาร, น้ำดื่ม, กับของจำเป็นในการดำรงชีวิตและของเล็กๆน้อยๆบางอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะอยากได้อะไร”
เย่จงหมิงที่ยืนฟังอยู่ส่ายหน้าเล็กน้อย ร่างกายกระพริบออกจากทีมด้วยความเร็วอย่างมากจนคนไม่ทันได้เกิดปฏิกิริยา
เขาเคลื่อนย้ายเพียงสองครั้ง ผ่านหน้าหยวนซั่งในพริบตา มาถึงข้างรถบัส ก้มตัวเล็กน้อยและหยิบกระเป๋าออกมาจากใต้รถบัส
“เมื่อจะทำธุรกิจก็ต้องแสดงความจริงใจ พวกเราไม่มีอารมณ์ฆ่าคน แต่เรามีนิสัยชอบพูดคุยในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย”
เย่จงหมิงเหวี่ยงมือโยนวัตถุระเบิดชุดนั้นไปยังหยวนซั่ง และเขย่ามือให้เห็นรีโมทสีดำในมือ