- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 171 ปีศาจเดิมพัน (ปลาย)
บทที่ 171 ปีศาจเดิมพัน (ปลาย)
บทที่ 171 ปีศาจเดิมพัน (ปลาย)
บทที่ 171 ปีศาจเดิมพัน (ปลาย)
เย่จงหมิงกับเซี่ยเล่ยเดินลงบันไดมาห้องใต้ดิน
นี่คือห้องใต้ดินลับของคลังเสบียง มีเพียงคนสนิทของหวงสี่เจี๋ยไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ ทำให้ข่าวไม่แพร่ออกไปว่าเซี่งหยวนถูกขังอยู่ที่นี่ นับหวงสี่เจี๋ยพ่อลูกแล้วมีคนเพียง 3-4 คนเท่านั้นที่รู้
เมื่อเห็นคนแปลกหน้าสองคนเดินลงมา ยามตระหนักถึงสิ่งผิดปกติได้ทันที
ยามทั้งคู่เป็นผู้วิวัฒนาการ จึงตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาดึงมีดสั้นที่เหน็บหลังออกมาและวิ่งเข้าใส่ แต่ก็ไม่ลืมที่จะร้องบอกพยาบาลเก๋อที่อยู่ในห้องขัง
เย่จงหมิงเดินผ่านชายทั้งคู่ไปที่หน้าประตูห้องขัง แค่ผู้วิวัฒนาการสองคน เซี่ยเล่ยกับดาบส่องจันทร์ก็เพียงพอแล้ว
“ใครกล้ามาหาเรื่องที่นี่? !”
พยาบาลเก๋อคุ้นเคยกับการแสดงอำนาจในเขตปกครองอูหลาน เมื่อได้ยินคำเตือนจากยามข้างนอก เธอก็วางแขนที่ถูกตีจนจวนจะเน่าของเซี่งหยวนลง ทำหน้าบึ้ง และเดินออกมา กะจะด่าสักหน่อย
พอเปิดประตู พยาบาลเก๋อก็เห็นชายหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้า มองเธอด้วยสายตาเฉยชา และด้านหลังของชายคนนี้ คือภาพของเลือดที่สาดกระจายและหัวของชายที่เพิ่งทักทายเธอลอยอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าที่น่ากลัว
พยาบาลเก๋ออ้าปากพยายามกรีดร้อง แต่มีมือข้างหนึ่งเอื้อมมาบีบคอเธอไว้ บีบเสียงกรีดร้องให้หายกลับเข้าไปในลำคอ
สายตาของเย่จงหมิงมองข้ามผู้หญิงคนนี้ไปที่ร่างเปื้อนเลือดของคนที่นอนอยู่บนพื้นสกปรก แม้ใบหน้าของเขาจะเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและมีเส้นผมบดบังไว้ แต่เย่จงหมิงก็รู้ว่านี่คือใบหน้าของชายร่างใหญ่ที่คุ้นเคย
เซี่งหยวน ชายร่างใหญ่ ผู้เคยเป็นพี่น้อง!
แม้ว่าจะรู้มานานแล้วว่า เซี่งหยวนจะต้องประสบกับความทุกข์ทรมานแบบนี้ แต่พอเห็นพี่น้องในชีวิตก่อนอยู่ในสภาพน่ากลัวตรงหน้า ความรู้สึกอยากทำลายล้างก็ปะทุขึ้นในใจอย่างไม่อาจยั้ง
มือที่กำอยู่รอบคอ บีบแน่น ผู้วิวัฒนาการหญิงระดับ 1 ดาวก็เป็นเหมือนไก่ที่ถูกเย่จงหมิงบดขยี้ลำคอ
สำหรับเย่จงหมิงในเวลานี้ ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามอยู่ในระดับเดียวกัน เขาก็สามารถสยบได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวที่ไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ จึงแทบไร้การต่อต้านเมื่อมาอยู่ต่อหน้าเขา
พอได้ยินเสียงเซิ่งหยวนก็พยายามฝืนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ในความมึนงงเขาเห็นว่ามีชายคนหนึ่งมาอยู่ต่อหน้าเขา และย่อตัวลง กอดเขาไว้ในอ้อมแขน
“ต้าเก๋อจือ (ชายร่างใหญ่) ขอโทษที่มาสาย”
เซิ่งหยวนฟังประโยคนี้อย่างงุนงง แล้วหมดสติไปอีกครั้ง
เมื่อเย่จงหมิงพาเซิ่งหยวนออกจากห้องขัง ก็เห็นเซี่ยเล่ยยืนเช็ดเลือดออกจากดาบส่องจันทร์อยู่หน้าประตู ยามทั้งคู่นอนเป็นศพอยู่บนพื้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องใต้ดิน
“นี่หรือคนที่คุณตามหา?”
เซี่ยเล่ยมองชายร่างกายแข็งแรงสูงประมาณ 2 เมตร ในใจก็คิดว่า ช่างสูงได้น่าเกลียดมาก
“ใช่แล้ว ชายคนนี้สามารถป้องกันอันตรายให้กับเราได้”
……
หวงเส่ายืนตัวสั่นอยู่บนบันได มองสามศพในชั้นใต้ดิน
กลางแอ่งเลือดมีชายวัยกลางคนยืนเอามือไพล่หลังอยู่ เขากำลังก้มหน้าจนยากจะมีใครเห็นสีหน้าของเขาตอนนี้
เขาคือหวงสี่เจี๋ย ผู้สร้างเขตปกครองอูหลาน และตอนนี้ก็คือผู้นำของฐานอูหลาน
“สี่เจี๋ย ต้องเป็นเพื่อนสุนัขของเซิ่งหยวนที่มาช่วย…”
“ฉาด!”
ผู้หญิงคนหนึ่งพูดโวยวายด้วยน้ำเสียงแหลม แต่พูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกหวงสี่เจี๋ยตบหน้าอย่างแรงขัดจังหวะพูด
ด้วยพลังของผู้วิวัฒนาการทำให้เธอปลิวกระเด็นไปทันที หากเธอไม่ใช่ผู้วิวัฒนาการเช่นกันแล้วล่ะก็ ครึ่งใบหน้าคงต้องถูกทำลายไปแล้วแน่ๆ
“มันไม่ใช่ความผิดของแกหรือไง!” หวงสี่เจี๋ยเงยหน้ามองด้วยความโกรธ ทำให้เห็นถึงใบหน้าสีม่วงเข้มและมีกล้ามเนื้อกระตุก
เพียงไม่นาน เขาต้องเสียลูกน้อง ซึ่งเป็นผู้วิวัฒนาการไปถึง 6 คน! แล้วพวกมันก็พังประตูเมืองฆ่าลูกน้องของเขาจนหมดราวกับฆ่าหมาฆ่าไก่ หนีออกไป!
อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้เสียดายพวกที่ตายไป แต่เสียดายยาวิวัฒนาการ 6 หลอดที่เสียไปกับพวกเขา นับตั้งแต่วันสิ้นโลกถึงปัจจุบัน เขาได้ยาวิวัฒนาการมาเพียง 20 หลอด และตอนนี้ 1 ใน 3 ได้หายไปแล้ว
“ถ้าไม่ใช่ไปฆ่าผู้หญิงของเซิ่งหยวนเพราะเรื่องเล็กน้อย เรื่องในวันนี้จะไม่เกิดขึ้น! นังสารเลว! มันเป็นเพราะแก นังบ้า!” หวงสี่เจี๋ยเตะไปที่ผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง เธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ผู้วิวัฒนาการนับสิบในห้องใต้ดินได้แต่เฝ้ามองดูอย่างเงียบๆ ไม่มีใครกล้าพูด
หวงสี่เจี๋ยเป็นบอสของพวกเขา และมีอาชีพที่แข็งแกร่ง แม้จะเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวเช่นเดียวกัน แต่หวงสี่เจี๋ยก็แข็งแกร่งกว่าพวกเขา
“แกบอกว่า พวกมันเป็นผู้หญิงคนผู้ชายคนใช่ไหม? ผู้ชายเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ดาว แต่ผู้หญิงไม่ใช่ ใช่ไหม?”
หวงสี่เจี๋ยมองไปที่ลูกชายที่มีท่าทางหงอยๆ แล้วถามขึ้น
“ใช่…”
“คุณหวง” ชายที่นั่งอยู่ข้างศพพยาบาลเก๋อลุกขึ้นยืน “ตามร่องรอยบนคอ มันเป็นรอยมือของผู้ชายที่บีบคอเธอ ไม่มีร่องรอยอื่น ถ้าไม่ใช่ผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ดาว ก็คงเป็นผู้วิวัฒนาการที่มีอาชีพเน้นหนักไปทางด้านพลัง”
“จากอุณหภูมิของร่างกาย และการแข็งตัวของเลือด กับสองคนที่ถูกฆ่าด้วยอาวุธมีคมข้างนอก ทั้งหมดน่าจะเสียชีวิตในเวลาใกล้เคียงกัน”
“คุณกำลังจะบอกว่า …” ดวงตาของหวงสี่เจี๋ยหรี่ลง
ชายคนนั้นพยักหน้า “คนทั้งคู่ลงมือเกือบพร้อมกัน…”
เขาเหลือบมองหวงเส่า ก่อนจะพูดต่อไปว่า “ความแข็งแกร่งของคนทั้งคู่น่าจะเกือบเท่ากัน ผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว มีความแข็งแกร่งเกือบเท่ากับผู้ที่บีบคอ”
“ขอบคุณ หมอมู่” หวงสี่เจี๋ยพูดกับชายคนนั้นอย่างสุภาพ
“ไม่เป็นไร” ชายคนนั้นยิ้ม แล้วกล่าวต่อไปว่า “งั้นผมขอตัวก่อนนะ คุณหวงอย่าลืมที่ได้ตกลงกันไว้ล่ะ”
พูดจบ ชายคนนั้นก็หยิบชุดปฏิบัติการทางการแพทย์สีเงิน จากไปตามลำพัง
หวงสี่เจี๋ยต้องการจะรั้งตัวของเขาไว้ก่อน ใบหน้าของเขาขยับ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“พ่อ!” หวงเส่าเดินมาหา แต่ก็ไม่กล้ามองศพบนพื้น “ทำไมพ่อถึงปล่อยเขาไป ถ้าเขาอยู่ด้วย หาก… หากมีเรื่องเกิดขึ้น เราจะได้มีผู้ช่วย”
หวงสี่เจี๋ยมองหน้าลูกชาย ก่อนจะออกคำสั่งว่า “ประกาศกฏอัยการศึกออกไป ให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดอยู่ในสภาวะระมัดระวังสูงสุด พร้อมที่จะต่อสู้”
พูดจบก็มองไปทางทิศที่หมอมู่เดินจากไป ถอนหายใจเล็กน้อย ในใจก็คิดว่า รั้งเขา? พวกเราไม่มีปัญญาจ่ายหรอก
……
เมื่อเซี่งหยวนฟื้นขึ้นมา ก็พบว่ากำลังนอนอยู่ในเต็นท์ เขาค่อยๆลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง และพบว่าบาดแผลมากกว่าครึ่งหายดีแล้ว
เขารู้อาการบาดเจ็บของตัวเองดี แม้จะมีสมรรถภาพทางร่างกายของผู้วิวัฒนาการ แต่ถ้าหากว่าอาการบาดเจ็บดีขึ้นภายในสิบวันครึ่งเดือนก็นับว่าไม่เลวแล้ว นี่เขาหมดสติไปนานแค่ไหน?
“ตื่นแล้วเหรอ?”
เซิ่งหยวนตกใจมาก เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนอยู่ด้านหลังของเขา
เมื่อหันไปมองก็พบชายหนุ่มที่เขาเห็นก่อนจะหมดสติ
“คุณช่วยผมไว้เหรอ?”
เย่จงหมิงพยักหน้า
“ทำไม?”
เย่จงหมิงมองดูใบหน้าที่คุ้นเคย แต่อ่อนเยาว์ของต้าเก๋อจือ แล้วกล่าวว่า “ผมต้องไปสถานที่อันตราย ต้องการคนมาช่วยรับอันตรายแทน”
ดวงตาของเซิ่งหยวนดูคลายความระวังตัวลงเล็กน้อย
นี่เป็นเรื่องปกติ!
แม้วันโลกาวินาศจะมีอายุไม่ถึงเดือน แต่ความโหดร้ายของมันได้แทรกซึมลึกเข้าไปถึงกระดูกของผู้รอดชีวิต ความปรารถนาดีไม่เคยมาโดยไม่มีเหตุผล การรับไว้มีแต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเท่านั้น
แม้ว่าในชีวิตก่อนเซิ่งหยวนกับเย่จงหมิงจะรักกันเช่นพี่น้อง แต่ในชีวิตนี้ ทั้งคู่คือคนแปลกหน้า เย่จงหมิงก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ตอนนี้เซิ่งหยวนจะเป็นเหมือนต้าเก๋อจือในชีวิตก่อนหรือไม่ เขาจะยอมเป็นโล่มนุษย์คอยต้านรับอันตรายให้อย่างเต็มใจไหม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสังเกตให้ดี เพื่อให้แน่ใจถึงทัศนคติของเขา
เพราะฉะนั้นการเริ่มต้นด้วยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
“ทำไมถึงมองหาผม?”
“เพราะอาชีพของคุณ”
“ผมจะตายไหม?”
“ถ้าไม่มีผม คุณตายแน่”
ต้าเก๋อจือเงียบไปนาน ก่อนจะตอบว่า “ตกลง”
เย่จงหมิงหัวเราะ แล้วชี้ไปยังอีกด้าน “ผมมีบางอย่างจะให้คุณ โล่ยักษ์อันนี้ จะเป็นการดีหากคุณมีโล่ดีๆใช้”
……
ขณะเดินทางในป่าบนภูเขาอูหลาน เซิ่งหยวนยังคงลูบโล่ยักษ์ในมือด้วยความรัก
โล่ยักษ์อันนี้สูงพอๆกับเซิ่งหยวน กว้างถึง 1.5 เมตร รูปทรงโค้งสีเงินดำ มีลวดลายเรียบง่ายแบบดั้งเดิม เซิ่งหยวนถือโล่ขนาดยักษ์ในมือสะบัดเบาๆ ทำลายต้นไม้เล็กๆด้านหน้า เพื่อเปิดเส้นทางเดิน
“นั่นไม่ใช่มนุษย์”
เหลียงชูหยินพึมพำอยู่ข้างหลัง ตัดสินใจไม่มองร่างกอริลล่าที่ถือโล่ยักษ์หนักหลายร้อยชั่งทำลายต้นไม้เล่น
กอริลล่า มันคือชื่อเล่นที่เธอตั้งให้เซิ่งหยวน
นี่เป็นวันที่สามที่เซิ่งหยวนฟื้นขึ้นมา ส่วนอาการบาดเจ็บของเขาก็หายเป็นปกติภายในวันเดียว หลังการรักษาของผูซิ่วหยิง และทีมก็เริ่มเดินทางทันที ออกจากเขตปกครองอูหลานเข้าไปในภูเขาอูหลานที่อยู่ไม่ไกล
เซิ่งหยวนถือโล่ยักษ์ ที่เย่จงหมิงสร้างขึ้นเพื่อเขาโดยเฉพาะ
วัตถุดิบที่ใช้มาจากรถยานเกราะที่ถูกทิ้ง หลายคนที่เคยไม่เข้าใจว่าทำไมเย่จงหมิงถึงได้ตัดชิ้นส่วนแผ่นเหล็กทั้งหมดออกมา ตอนนี้พวกเขาก็ได้คำตอบแล้ว
แผ่นเหล็กเหล่านั้นถูกเย่จงหมิงใช้เป็นวัสดุตั้งต้น และใช้ทักษะเวทย์ผสมทองผีกับโลหะออสเมียมลงไป เพื่อให้มันกลายเป็นโล่ยักษ์อันนี้
คุณสมบัติที่ได้มานั้น ทำให้เย่จงหมิงประหลาดใจมาก
“ความแข็งแรงทนทาน +40, ความเหนียว +40 มีคุณสมบัติซ่อมแซมตัวเอง ความเสียหายที่ได้รับจะฟื้นตัวเมื่อเวลาผ่านไป”
จากแผ่นเหล็กธรรมดา กระโดดมาเป็นโล่ขนาดใหญ่ระดับสีขาว แต่เนื่องจากมีการเพิ่มออสเมียมและทองผีลงไป ทำให้มันมีน้ำหนักมากขึ้น และมีความแข็งแกร่งทนทานและความเหนียวถึง 40 แต้ม และที่น่าทึ่งยิ่งไปกว่านั้นก็คือ โล่ยักษ์ที่ไม่ได้สร้างมาจากภาพแบบ (พิมพ์เขียว) อันนี้ กลับมีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเอง เห็นได้ชัดว่านี่คือประโยชน์ของทองผี
ชีวิตก่อน ต้าเก๋อจือใช้โล่ระดับสีเขียว คุณสมบัติโดยรวมย่อมจะดีกว่าโล่ยักษ์อันนี้ แต่ด้วยคุณสมบัติซ่อมแซมตัวเองได้ของโล่ยักษ์อันนี้ ทำให้มันมีมูลค่าไม่น้อยไปกว่าโล่ระดับสีเขียวเลย
ต้องรู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ระดับใด พวกมันย่อมต้องมีขีดจำกัดในการใช้งานและจำนวนครั้งที่ใช้ได้ เมื่อใช้งานพวกมันไปเรื่อยๆ คุณสมบัติที่มีก็จะลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เมื่อเกินขีดจำกัด อุปกรณ์นั้นๆก็จะถูกทำลาย
ตัวอย่างเช่น ดาบเสียหายที่ถูกทิ้งอยู่ในสนามรบ ในการค้นพบหินคุณลักษณะพิเศษ!
แต่โล่ยักษ์อันนี้มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเอง เมื่อมันได้รับความเสียหาย มันจะค่อยๆหายดี หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือ มันเกือบจะไม่สามารถถูกทำลายได้
ขณะที่มองดูโล่ยักษ์ เย่จงหมิงก็ยิ่งรู้สึกว่า ตนเองตัดสินใจถูกที่เสี่ยงนำทองผีที่ได้จากนักโทษตรวนเหล็กมาผสมลงไปด้วย
ทองผียังมีเรื่องที่ทำให้เขาประหลาดใจได้อีก
“เย่…จงหมิง” เซิ่งหยวนที่ยังไม่คุ้นกับทีม เกาหัว แล้วชี้มือไปข้างหน้า “ที่นี่ใช่ สถานที่ๆคุณบอกไหม?”
เย่จงหมิงเดินออกมาจากทีม มองลึกเข้าไปในป่า รูเล็ตสีทองสูงกว่า 3 เมตรตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ มันแตกต่างจากรูปแบบแผ่นจานของรูเล็ตธรรมดา มันมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอน!
เย่จงหมิงสูดลมหายใจลึก
“ในที่สุดฉันก็เจอแกแล้ว เจ้าปีศาจเดิมพัน!”