- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 170 ปีศาจเดิมพัน (ต้น)
บทที่ 170 ปีศาจเดิมพัน (ต้น)
บทที่ 170 ปีศาจเดิมพัน (ต้น)
บทที่ 170 ปีศาจเดิมพัน (ต้น)
แน่นอนว่านี่เป็นแค่เรื่องตลกระหว่างคนสองคน แค่เรื่องไร้สาระ? มันเป็นภัยคุกคามในวันโลกวินาศด้วยหรือ?
เซี่ยเล่ยเป็นคนร่าเริงและกล้าหาญมาก เธอมักใช้เวลากับตำรวจติดอาวุธที่มีบุคลิกห้าวหาญ พูดและทำอะไรง่ายๆ เธอจึงมักจะชอบพูดเล่นยิงมุขแบบไร้ยางอายอย่างนี้บ่อยๆ
ตอนนี้เธอก็ใช้วิธีนั้นเพื่อบอกกับเย่จงหมิงถึงสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เธอต้องการ
ความต้องการนี้ไม่ได้มากเกินไป เย่จงหมิงรู้ดีว่า ถ้าลดปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องลง โดยคิดเฉพาะความสามารถส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว เพื่อตรวจสอบว่าใครในบรรดาสมาชิกในทีมจะมีคุณสมบัติที่ดีที่สุดที่จะได้รับยาวิวัฒนาการระดับ 2 ดาว ทางเลือกแรกก็คือ โม่เย่ กับเซี่ยเล่ย
และถ้าหากต้องเลือกระหว่างสองผู้หญิงสองคนนี้ เย่จงหมิงจะเลือกเซี่ยเล่ย
แม้ว่าผู้หญิงทั้งสองคนนี้จะเป็นตำรวจติดอาวุธที่ดีที่สุดในเมืองที่พวกเขาจากมา มีเกียรติประวัติที่ได้รับการบันทึกไว้พอๆกัน แต่เซี่ยเล่ยก็มีมากกว่าโม่เย่เล็กน้อย อีกทั้งเซี่ยเล่ยยังได้รับการฝึกสอนทักษะดาบมาจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้เงื่อนไขการใช้ดาบส่องจันทร์แบบเดียวกันแล้ว เซี่ยเล่ยจะแข็งแกร่งกว่า
ตอนนี้เธอเสนอที่จะรับโอกาสที่จะได้วิวัฒนาการ ต่อจากเหลียงชูหยินกับเยวี่ยต้าหย่วน ซึ่งก็สมเหตุสมผลดี
อีกทั้ง เย่จงหมิงรู้เรื่องสิ่งที่เกิดกับเธอในฐานเขตใหม่ จึงรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการวิวัฒนาการยิ่งกว่าใคร เพราะการทรยศของสามีเธอ และเขาเองก็เข้าใจความรู้สึกของเธอดี
ด้วยความต้องการที่เหมาะสม กับเหตุผลที่เหมาะสม และวิธีใช้ประโยชน์จากการสื่อสารของเธอ เย่จงหมิงไม่ได้รู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด
“หลีกไป หลีกไป!”
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้เข้าเมือง เสียงเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ก็ดังขึ้น ทุกคนหันไปดู ก็เห็นขบวนเล็กๆของรถมอเตอร์ไซค์ 5-6 คัน คนขับทุกคนมีกระเป๋าคาดเอว และถุงที่โป่งพองพันมัดอยู่ที่เข็มขัด
“ขบวนรถกลับมาแล้ว”
มีใครบางคนร้องบอกด้วยเสียงเบาๆ ฝูงชนรีบหลบไปด้านข้างเปิดเส้นทางเข้าสู่เมือง คนเหล่านั้นขับรถมอเตอร์ไซค์เข้าเมืองไปตรงๆ ยามรักษาการณ์มากกว่า 20 ที่หน้าประตูเมือง ไม่กล้าจะหยุดพวกเขา
“เห็นที่เอวของพวกเขาไหม? มันเต็มไปด้วยผลึกวิเศษ!”
“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“แล้วนายคิดว่าไงล่ะ! ไฟไหม้ตั้ง 2 วัน เพิ่งซาลงเมื่อวาน ตอนบ่ายพวกเขาก็ออกไปนอกเมือง ฉันคิดว่าพวกเขาน่าจะไปทำความสะอาดที่เกิดเหตุกันทั้งคืน นายคิดว่าพวกเขาจะได้มามากขนาดไหนกันล่ะ!”
“นั่น นั่นน่ะ ไม่ใช่น้อยๆเลย! น่าจะมี 1-2 พันชิ้น”
“ผลึกวิเศษประมาณ 3 พันชิ้นต่างหากล่ะ อย่าลืมสิ ที่นั่นไม่ได้มีแต่ซอมบี้ แต่ยังมีคนมากมายที่ยังมีชีวิตที่ติดอยู่ในไฟ และอาจถูกซอมบี้กัด”
“ชาติชั่ว สารเลวจริงๆ”
“โลกมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว และพวกเขาก็เป็นผู้วิวัฒนาการ เราไม่มีทางทำอะไรพวกเขาได้หรอก แม้จะรู้ว่าพวกเขาเป็นคนเลว แต่เราก็ยังต้องการเข้าไปในเมืองเพื่อความปลอดภัยไม่ใช่หรือ ยังไงก็ทำได้แต่อดทนต่อไปเท่านั้น”
คนรอบข้างก็เงียบลง พวกเขามาที่นี่เพื่อหลบหนีภัยพิบัติ และได้เห็นอันตรายและความตายมากมายตลอดเส้นทาง ความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ มีสถานที่ปลอดภัยที่สามารถอาศัยอยู่ได้
แม้ว่าที่นี่จะไม่ได้ดีขนาดนั้นก็ตาม
มีรอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเย่จงหมิง
ตอนที่เย่จงหมิงยังไม่ได้เกิดใหม่ สถานที่นี้ก็จะเป็นเหมือนฐานเขตใหม่ เป็นสถานที่ของผู้วิวัฒนาการ ที่มีชั้นนอก ชั้นใน และจุดศูนย์กลาง ซึ่งควบคุมโดยผู้แข็งแกร่งระดับ 5 ดาว – หวงสี่เจี๋ย
ต่อมาพวกเขาก็ถูกทำลายลงโดยกองกำลังอื่น แกนนำทั้งหมดล้วนถูกฆ่าตาย
นั่นเป็นเรื่องของชีวิตก่อน แต่ตอนนี้เย่จงหมิงก็ต้องการทำลายมันด้วยมือตัวเองเช่นเดียวกัน
แน่นอนว่า นั่นเป็นเพราะชายร่างใหญ่เป็นศัตรูกับคนพวกนี้ ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างโหดร้ายที่นี่ เมื่อชายร่างใหญ่ได้ต่อสู้แลกชีวิตจนได้รับโอกาสวิวัฒนาการสูงขึ้น เมื่อเขามีกลุ่มสหายที่ยอมใช้ชีวิตและความตายร่วมกันอยู่รอบตัว และมีอิทธิพลเพียงพอในทีม ความเกลียดชังที่ฝังลึกอยู่ในใจถึงมีโอกาสได้ระบายออก
ชายร่างใหญ่ใช้เลือดของคนเหล่านี้ ล้างกองกำลังอูหลาน และตอนนั้นเย่จงหมิงก็เข้ามีส่วนร่วมเป็นการส่วนตัว
บางทีผู้วิวัฒนาการที่เพิ่งขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าเขาไปในวันนี้ อาจมีคนที่เคยถูกเย่จงหมิงฆ่าในชาติก่อนก็เป็นได้
หลังจากขบวนรถมอเตอร์ไซค์ผ่านไป ฝูงชนก็เริ่มขยับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆอีกครั้ง
หากต้องการเข้าไปในเขตปกครองอูหลานก็ต้องจ่าย ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย สิ่งที่จ่ายส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารหรือน้ำดื่ม อาวุธหรือกระสุน หรืออะไรพวกนี้ ซึ่งแล้วแต่จะพิจารณา แต่ถ้าจ่ายด้วยผลึกวิเศษ ก็จะเห็นผลได้ทันที
เซี่ยเล่ยกับเย่จงหมิงใช้ผลึกวิเศษระดับ 1 เพียง 2 ชิ้น ก็ได้เข้าเมือง
แต่คนทั้งคู่แตกต่างจากคนอื่นๆเล็กน้อย แม้สภาพชุดที่พวกเขาจะไม่ค่อยดีนัก แต่ก็สะอาด ไม่มีท่าทางหิวโหยอ่อนแรงจากการอดอาหารเป็นเวลานาน สายตาที่มองฝูงชนก็เป็นประกายสดใส
ดังนั้นขณะกำลังตรวจสอบผ่านเข้าประตูเมือง ยามรักษาการณ์ในเครื่องแบบยุ่งเหยิงแตกต่างกัน จึงได้ใช้สายตาไม่สะอาดจ้องมองผู้หญิงที่งดงามสดใสนุ่มนวลหาได้ยากอย่างเซี่ยเล่ย
หลังจากที่คนทั้งคู่เข้าเมืองได้ ก็แยกกันไปคนละทาง เซี่ยเล่ยเดินเที่ยวเล่นไปตามลำพัง ส่วนเย่จงหมิงก็หายตัวไปจากถนนอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ นายเห็นไหม?”
หัวหน้าทีมยามรักษาการณ์ทางเข้าประตูเมืองสองคน มองตามด้านหลังทรงเสน่ห์เย้ายวนของเซี่ยเล่ยไปอย่างคลั่งไคล้ใหลหลง แล้วกระซิบคุยกัน
“อืม สุดยอดไปเลย” หัวหน้าทีมพยักหน้า เอามือกุมคาง “นายคิดว่าไง?”
“ไปบอกหวงเส่ากันเถอะ”
“ฮ่า ฮ่า ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน หวงเส่าน่าจะพอใจ บางทีเราสองคนอาจได้รับยาวิวัฒนาการก็ได้ ถ้าเขาพอใจ”
หัวหน้าทีมทั้งคู่รีบส่งมอบงานให้คนอื่น แล้วรีบออกไปตามหาใครบางคนทันที
เมืองอูหลานก็เป็นเหมือนฐานเขตใหม่ ที่ผู้คนขาดแคลนเสื้อผ้าและอาหาร และมีการจัดตั้งตลาดกลางแจ้งขึ้น ตลาดเหล่านี้อาจใช้เพื่อการค้าอาหาร สิ่งของ ยา หรืออะไรพวกนั้น จากนั้นก็จะพัฒนาไปสู่การแลกเปลี่ยนอะไรก็ตามที่ผู้รอดชีวิตชอบในอนาคต
ซึ่งอาจจะเป็นยาวิวัฒนาการ, อุปกรณ์, ม้วนอาชีพ และสิ่งที่ผู้คนไม่เคยคาดคิดทุกประเภท
เซี่ยเล่ยเดินเตร็ดเตร่ สืบหาข่าวไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่พบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หัวหน้าฐานนี้เจ้าเล่ห์มาก นอกจากตัวเขากับคนสนิทแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่าเมืองอูหลานมีผู้วิวัฒนาการอยู่จำนวนเท่าไร มีอาวุธและกระสุนมากแค่ไหน แม้กระทั่งผู้นำฐานพักอาศัยอยู่ที่ไหน ก็ไม่มีใครรู้
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรในตลาด เซี่ยเล่ยก็จากไป และค้นพบว่ามีใครบางคนตามเธอมา สำหรับเธอที่เรียนทักษะด้านนี้มาโดยตรง ทักษะการติดตามของคนเหล่านี้แย่มาก
เธอจงใจเดินเข้าไปในสถานที่ ที่ห่างไกลผู้คน แล้วเซี่ยเล่ยก็หยุดยืนพิงกำแพงรอ สี่คนด้านหลังให้ตามมาทัน
หัวหน้าคือคนที่ดูอายุน้อยที่สุด ชายหนุ่มย้อมผมสีทอง ใช้ดวงตาราวกับปีศาจจ้องเซี่ยเล่ยตาเป็นมัน
ชายคนนี้ เป็นลูกชายคนเดียวของชายที่เป็นศัตรูของชายร่างใหญ่ และเป็นปีศาจร้ายสมบูรณ์แบบของผู้หญิง ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ แม้แต่นางบำเรอของผู้เป็นพ่อ ก็แทบหนีไม่พ้นมือเขา
“พวกแกช้ามากเลยนะ”
เหมือนเซี่ยเล่ยจะไม่ได้ตระหนักว่าตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อ เธอมองคนเหล่านี้ด้วยรอยยิ้ม
ชายหนุ่มตกใจ นึกในใจว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนใคร ตอนนี้ควรเป็นเวลาที่ต้องตื่นตระหนก ส่ายหน้า ร้องบอกว่าอย่าทำฉันไม่ใช่หรือ?
“ฉันพาเขามาให้แล้ว คุณยังไม่ออกมาอีกเหรอ?”
ขณะที่เซี่ยเล่ยร้องบอกด้วยเสียงแหลมสูง เงาร่างของเย่จงหมิงก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของพวกเขา
ในชีวิตก่อน เย่จงหมิงไม่ได้ถามชายร่างใหญ่ถึงตำแหน่งของที่คุมขัง ดังนั้นหากต้องการหาสถานที่คุมขังในเมืองนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะพึ่งพาคนเพียงไม่กี่คน
แน่นอนว่า เย่จงหมิงต้องหาคำตอบจากคนที่สามารถเข้าออกสถานที่นั้นได้ และบังคับให้ใครคนนั้นบอกสถานที่ ที่หัวหน้าใหญ่อยู่ แต่การกระทำแบบนั้นจะทำให้เกิดความวุ่นวาย อันนำมาซึ่งอันตรายที่ไม่รู้จักกับชายร่างใหญ่ ยิ่งกว่านั้นเขารู้ว่า สิ่งที่ชายร่างใหญ่ต้องการ คือการแก้แค้นด้วยมือตัวเอง แทนที่จะให้ใครทำทุกอย่างเพื่อเขา
คนเหล่านั้นมองหน้ากันแล้วหัวเราะ
พวกเขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เป็นผู้วิวัฒนาการ ต่อให้คนทั้งคู่เป็นผู้วิวัฒนาการด้วยเหมือนกันแล้วไง? จะเอาชนะฝ่ายที่มีกำลังคนเหนือกว่าได้หรือ?
เซี่ยเล่ยส่ายหน้าและถอนหายใจ ต่อกบในบ่อเหล่านี้ ที่คิดว่าผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวอยู่ยงคงกระพัน
ก่อนที่เสียงหัวเราะของพวกเขาจะหยุดลง เย่จงหมิงก็ปรากฏตัวขึ้นข้างๆพวกเขา ชกเข้าใส่ชายที่อยู่ใกล้ที่สุดหนึ่งหมัด ส่งร่างของชายผู้แข็งแกร่งอายุประมาณ 30 ปีปลิวกระเด็นไปชนกำแพง เขาพยายามลุกขึ้นยืน แต่ปากก็เริ่มมีเลือดไหลออกมา เขาก้มมองดูส่วนที่เป็นตำแหน่งของหัวใจอย่างไม่เชื่อสายตา ดวงตาเบิกกว้างและหยุดหายใจ
การกระทำที่ตรงไปตรงมาและเด็ดขาดในการฆ่าคน ทำให้คนอื่นๆกลัว แม้สหายคนนี้จะไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอ อีกทั้งทุกคนก็เป็นผู้วิวัฒนาการ ซึ่งไม่ว่าพละกำลังและความแข็งแกร่งล้วนใกล้เคียงกัน แต่ต่อหน้าชายคนนี้ เพียงแค่วินาทีเดียวก็ถูกสังหารเสียแล้ว!
“ผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ดาว!”
ความคิดน่ากลัววิ่งเข้ามาในหัวของหวงเส่า จนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา
ประโยคนี้ทำให้ชายสองคนที่วิ่งเข้ามาหมายจัดการกับเย่จงหมิง ถึงกับชะงักกึก แล้วก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว แต่มีหรือที่เย่จงหมิงจะให้โอกาสพวกเขา เพียงก้าวเดียว เขาก็เข้าไปอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ แขนทั้งคู่งอเข้า ใช้ข้อศอกกระแทกเข้าที่ลำคอของชายทั้งสองคน สองชายผู้โชคร้ายคอหักพับ หัวไปกองที่ไหล่ ล้มลงกับพื้น สิ้นใจตาย
หวงเส่ากางเกงเปียกเป็นสีเหลืองทันที
การฆ่าคนได้ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กลัวตาย บางครั้งมันเป็นไปในทางตรงกันข้าม นั่นคือ เพราะรู้ว่าอะไรคือความตาย จึงเป็นเหตุให้กลัวตายมากยิ่งขึ้น
สำหรับชายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจคนนี้ เย่จงหมิงมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยชัดเจนนัก ในชีวิตก่อน หวงเส่าถูกฆ่าด้วยโล่ยักษ์ของชายร่างใหญ่
และตอนนี้เขาก็กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น น้ำมูกน้ำตาไหลนอง กลัวจนไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
“บอกมาว่าพวกแกเอาเซิ่งหยวนไปขังไว้ที่ไหน?”
เซิ่งหยวน? สติของหวงเส่ากลับคืนมาเล็กน้อย ดวงตาขยับ คิดเปิดปากพูด แต่พูดไม่ออก
“ตอบมา ไม่งั้นฉันจะฆ่าแก”
เย่จงหมิงกล่าวอย่างเย็นชา มองต่ำไปที่หวงเส่าที่กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น
“ที่ อยู่ที่ชั้นใต้ดินคลังเสบียงทิศใต้”
……
“พยาบาลเก๋อ มาแล้ว!” ชายสองคนกำลังนั่งยองๆสูบบุหรี่อยู่มุมห้อง พอเห็นว่ามีคนเข้ามาก็ร้องทักทาย
“ใช่สิ ก็จะปล่อยให้เขาตายได้ไง บอสยังเล่นไม่พอเลย”
ใบหน้ายาวของพยาบาลเก๋อ ปกคลุมไว้ด้วยชั้นแป้งหนา รูปร่างท่าทางร้อนแรง สวมชุดพยาบาล ดูเย้ายวนใจแบบสาวในเครื่องแบบ
หลังจากมองเข้าไปในห้องขัง พยาบาลเก๋อก็เปิดล็อคเหล็กหนาสองอัน เดินเข้าไปพร้อมถุงสารอาหารสองถุง
“เพื่อผู้หญิงคนเดียว เซิ่งหยวนเคยคิดบ้างไหมว่าจะเป็นแบบนี้? มันคุ้มค่าไหมกับแค่คนที่ถูกคนรักของบอสฆ่า?” ยามด้านนอกคุยกับเพื่อนเบาๆ
“ไม่ใช่ครั้งแรกที่บอสทำแบบนี้สักหน่อย เขามีอาชีพด้วยนี่นา แต่ทุกวันนี้กลายเป็นคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง”
ขณะที่คนทั้งคู่กำลังจะพูดคุยกันต่อ พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินลงบันไดมา