เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 103 แลกเปลี่ยน

บทที่ 103 แลกเปลี่ยน

บทที่ 103 แลกเปลี่ยน


บทที่ 103 แลกเปลี่ยน

เห็นได้ชัดว่าแมวดำกลายพันธุ์นึกไม่ถึงว่าสุนัขตัวใหญ่ที่ถูกตนข่วนจนเลือดออกทั่วตัวจะทำการโจมตีมันในเวลานี้ อย่างไรก็ตามพอได้ยินเสียงจากด้านหลัง มันก็เริ่มหลบโดยสัญชาตญาณ

แต่ขนบนตัวตี้หวงหวันมีจำนวนมากขนาดไหน จะหลบได้ง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร?

แมวดำส่งเสียงกรีดร้อง เมื่อถูกขนของตี้หวงหวันปักเข้าที่บั้นท้าย แม้ว่าทักษะนี้จะใช้ขนจำนวนมาก แต่มีพลังน้อย เนื่องจากมีขนจำนวนมากเกินไป ไม่สามารถเทียบได้กับเส้นผมแต่ละเส้นที่สตรีพูดได้ใช้โจมตี

เมื่อถูกขนแทงใส่ แมวดำกลายพันธุ์ที่มีความว่องไวราวกับสายฟ้าก็ร่วงจากอากาศตกลงมากระแทกพื้น ส่งเสียงกรีดร้องก้อง เพราะมีเส้นขนอีกจำนวนมากพุ่งเข้าใส่ร่าง แม้จะไม่ร้ายแรง แต่เพียงพอให้สูญเสียความรู้สึก มันพยายามดิ้นรนอยู่บนพื้นเพื่อจะลุก แต่ไม่สามารถทำได้

การโจมตีครั้งนี้ทำให้ตี้หวงหวันกลายเป็นสุนัขไร้ขนอีกครั้ง… แต่มันจะปล่อยโอกาสที่แมวตกน้ำ (สูญเสียความสามารถในการต่อสู้) ผ่านไปได้อย่างไร มันไม่คำนึงถึงบาดแผลที่มีอยู่เต็มตัว เพราะมันรู้สึกว่า หากมันกินแมวดำกลายพันธุ์ตัวนี้ลงไป มันจะสามารถวิวัฒนาการได้อีกครั้ง

สตรีพูดได้ล้มลงจากการกระทำของมนุษย์เหล็กไฟถนน จนมีสภาพน่าสังเวช ทั้งหู ตา จมูก ปาก เปื้อนไปด้วยเลือด สีเลือดของเธอพิเศษมาก มันเป็นสีฟ้า เมื่อไหลรินผ่านใบหน้าขาวซีด ในเวลาค่ำคืนแบบนี้ ทำให้เธอดูเหมือนภูติผีจากยมโลก

การถูกขัดจังหวะการใช้ทักษะทำให้บาดเจ็บหนัก เพิ่มเติมจากการถูกตีด้วยโล่ พอเห็นการโจมตีครั้งต่อไปของสัตว์ประหลาดเหล็ก เธอก็ยิงเส้นผมใส่ทันที

มนุษย์เหล็กที่ถูกอัญเชิญมาจากไฟถนนเป็นแบบที่ธรรมดามาก เย่จงหมิงไม่ได้เพิ่มเติมพลังวิญญาณให้มัน ความทนทานจึงมีเพียง 10 แต้ม เส้นผมของสตรีพูดได้จึงสามารถแทงทะลุ ทำให้ร่างของมันเกิดระเบิดขึ้นกลายเป็นเศษเหล็กกระจายออกเป็นวงกว้าง

แต่เวลานี้เย่จงหมิงฟื้นตัวแล้ว สายตากลับมามองเห็นเป็นปกติ และได้เห็นสภาพน่าสังเวชของสตรีพูดได้ ก่อนจะถือดาบเดินเข้าไปตัดสินปัญหากับเธอ เย่จงหมิงต้องการให้เธอรับรู้ว่า ไม่มีใครสามารถยั่วยุเขาได้

ในขณะนั้นเอง มารกระดูกที่ ‘เต้นเร่า’ อยู่ด้านข้างด้วยความสิ้นหวัง ก็ส่งเสียงคำรามและวิ่งเข้าหาเย่จงหมิง

เย่จงหมิงหันกลับไปตัดหัวมารกระดูก เก็บผ้าสีทองใส่กลับไว้ในผลึกมิติ

ความล่าช้านี้เปิดโอกาสให้สตรีพูดได้ ซอมบี้กลายพันธุ์ตัวนี้รู้ว่าวันนี้มันพ่ายแพ้แล้ว หากไม่รีบหนีจะไม่มีโอกาสอีก

ด้วยความที่มีเชาว์ปัญญาสูง สตรีพูดได้รีบวิ่งอย่างรวดเร็วไปที่แมวดำของเธอ ใช้เส้นผมไม่กี่เส้นโจมตีบังคับให้ตี้หวงหวันถอย อุ้มสัตว์เลี้ยงที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้อีก เริ่มวิ่งหนีจากไปอย่างบ้าคลั่ง

กว่าเย่จงหมิงจะรู้ สตรีพูดได้ก็วิ่งออกไปหลายสิบเมตรแล้ว

การถูกเธอลอบโจมตีทำให้เย่จงหมิงโกรธ เมื่อเห็นเหยื่อกำลังจะหลุดมือไป เขาจะให้เธอสมใจได้อย่างไร เขาสูดลมหายใจลึกต้องการตามให้ทัน

ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตทางด้านหลัง เพราะประสิทธิภาพของประสาทหูที่ดีเยี่ยมทำให้เขาได้ยิน ความลังเลเล็กน้อยที่เกิดขึ้นทำให้เขาตามเธอไม่ทันแล้ว ซอมบี้กลายพันธุ์ระดับ 2 หนีอย่างรวดเร็วและหายไปจากสายตาของเย่จงหมิง

เสียงจากซุปเปอร์มาร์เก็ตเตือนเย่จงหมิงให้ระลึกถึงสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ เขากลัวว่าหากไล่ตามสตรีพูดได้ไป ตอนกลับมาคนเหล่านี้อาจจากไปแล้ว

มันเป็นการแลกเปลี่ยนที่ทำให้เขาสูญเสียโอกาสตัดรากถอนโคน

เขาแอบพูดด้วยความเสียดาย เย่จงหมิงขุดผลึกวิเศษจากมารกระดูก แล้วโยนศพทิ้ง จากนั้นก็สัมผัสตัวตี้หวงหวันกระซิบสั่ง เจ้าหมาใหญ่เดินขากะเผลกออกไป

การต่อสู้ดึงดูดซอมบี้จากบริเวณใกล้เคียงจำนวนมาก แต่พวกมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเย่จงหมิง  เขารีบกวาดล้างซอมบี้ที่อยู่ใกล้เคียงจนหมด แล้วกลับมาเคาะหน้าต่างซุปเปอร์มาร์เก็ต เพราะเสียงเคาะเบาๆนี้อาจดึงดูดความสนใจของซอมบี้ แล้วส่งเสียงถามคนข้างใน

เกิดความเงียบขึ้นในซุปเปอร์มาร์เก็ต

“ไม่ต้องห่วง ผมไม่มีเจตนาร้าย ผมมาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนกับคุณ แต่มาเจอพวกซอมบี้แล้วเกิดการต่อสู้ขึ้นเท่านั้น” เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า “ผมมาคนเดียว และมียาวิวัฒนาการมาด้วย”

ทำให้รู้สึกปลอดภัยและมีความต้องการ นี่เป็นกฎที่สมบูรณ์แบบสำหรับการแลกเปลี่ยนในวันโลกาวินาศ

เย่จงหมิงพิงกำแพงตั้งใจฟัง หลังจากครึ่งนาทีแห่งความเงียบ ก็ได้ยินเสียงคนกระซิบคุยกัน แต่เขาไม่รีบเร่ง และไม่รบเร้า

สองนาทีต่อมา ในที่สุดหน้าต่างก็แง้มออก ใบหน้าของชายวัยกลางคนปรากฏขึ้น มองเย่จงหมิงและมองสำรวจไปรอบๆอย่างระมัดระวัง แล้วถามเสียงต่ำว่า “รู้ข่าวมาจากไหน?”

“เติ้งเกอ”

“มาคนเดียว?”

“ใช่”

“มีซอบบี้อยู่ใกล้ๆไหม?”

“กำจัดทิ้งหมดแล้ว”

หลังบทสนทนาเรียบง่ายตรงไปตรงมา หน้าต่างก็ปิดลงอีกครั้ง ครู่ต่อมา ชายคนนั้นก็นำกุญแจมาไขเปิดหน้าต่างกันขโมย และโบกมือเรียกเย่จงหมิง “เข้ามา ช้าๆ ยกมือให้ผมมองเห็น”

เย่จงหมิงทำตาม และกระโดดเข้าไปในห้อง

หน้าต่างปิดลงอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยผ้าม่านหนา ชายคนหนึ่งจุดเทียนไขด้วยไฟแช็ก แล้วห้องก็สว่างขึ้น

เย่จงหมิงกวาดตามองอย่างรวดเร็ว และพบว่ามีชายกลางคนถือหน้าไม้ทำมืออยู่ตรงหน้า มีชายอีกสองคนยืนคุมเชิงอยู่ที่มุมห้องมุมละคน ที่ด้านหลังคือชายกลางคนที่เปิดหน้าต่างให้

มีเสียงดังมาจากนอกห้อง ต้องมีคนอื่นอีก

“เอายาวิวัฒนาการมาให้เราดูก่อน”

เย่จงหมิงพยักหน้า ค่อยๆเปิดกระเป๋าเป้สะพายหลัง พยายามไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ค่อยๆหยิบขวดยาวิวัฒนาการออกมา

“ขอดูสินค้าของพวกคุณด้วย”

ชายกลางคนลังเลชั่วครู่ แล้วพยักหน้าให้ชายหนุ่มตรงมุมห้อง ชายหนุ่มหยิบพัสดุจากด้านหลัง เปิดออกอย่างระมัดระวัง นำใบรับรองอาชีพที่มีแสงจางๆ ออกมา

เปิดออก ให้เย่จงหมิงดู

ผู้ซื้อไม่ได้รับอนุญาตให้สัมผัสกับสิ่งแลกเปลี่ยนโดยตรง คนเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่โง่ พวกเขาเข้าใจกฎนี้ตั้งแต่ช่วงแรกของวันโลกาวินาศ

เมื่อเย่จงหมิงมองผ่าน ดวงตาของเขาก็ไหววูบ แอบกัดฟัน ทำให้ตัวเองสงบอย่างสุดความสามารถ แล้วพยักหน้าให้ชายหนุ่มรับรู้ว่าเขาเห็นแล้ว

“จะแลกเปลี่ยนอย่างไร?”

สายตาของเย่จงหมิงจับจ้องไปยังชายกลางคนตรงหน้า รักษาระยะห่างจากหน้าไม้อย่างระมัดระวัง เขารู้ว่าชายคนนี้เป็นผู้ตัดสินใจ

“ยาวิวัฒนาการระดับ 1 ดาว 6 ขวด!”

ชายกลางคนดวงตาไหววูบ แล้วระเบิดราคาที่น่าตกใจออกมา

“แพงไป” เย่จงหมิงส่ายหน้า

“คุณไม่รู้จักสินค้า” ชายหนุ่มที่โชว์ใบรับรองยิ้มดูถูกว่าเย่จงหมิงตาไม่ถึง

“2 ขวด”

เย่จงหมิงไม่สนใจชายหนุ่ม ฉากหน้าแดงหน้าขาว (ยั่วยุ)แบบนี้ระดับต่ำเกินไป

“ไม่ ต่ำไป อย่างน้อยต้อง 5 ขวด!”

“3 ขวด มากสุด”

ชายกลางคนหยุดชั่วครู่ เห็นได้ชัดว่าถูกล่อลวงเล็กน้อย

ไม่กี่วินาทีต่อมา ชายกลางคนก็ส่ายหน้าช้าๆ “อย่างน้อย 4 ขวด ถ้าไม่ตกลงก็กรุณาออกไป”

จบบทที่ บทที่ 103 แลกเปลี่ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว