- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 102 หนามวิญญาณ
บทที่ 102 หนามวิญญาณ
บทที่ 102 หนามวิญญาณ
บทที่ 102 หนามวิญญาณ
“อารอง ได้ยินเสียงข้างนอกบ้างไหม?”
เด็กหนุ่มเดินสองก้าวไปที่หน้าต่าง ตั้งใจฟัง
โดยไม่รอคำตอบของอารอง เสียงการต่อสู้เริ่มขึ้น ตามมาด้วยเสียงร้องคำรามของสัตว์กลายพันธุ์
“ทำไมจู่ๆ การต่อสู้ถึงได้รุนแรงแบบนี้? พวกเธอพบอะไรบ้าง?”
หญิงกลางคนหยุดกินไส้กรอกครึ่งท่อนที่เหลือ หน้าซีด กระซิบถามอยู่ในห้องมืด
ห้องเล็กๆในซุปเปอร์มาร์เก็ต มีคนรวมตัวกันอยู่ 7-8 คน พวกเขาจุดเทียนกินอาหาร ตอนนี้เทียนถูกดับ ผู้หญิงสามคนไปกระจุกกันอยู่ในที่ๆไกลจากหน้าต่างที่สุดอย่างตึงเครียด ผู้ชายสี่คนถืออาวุธครบมือยืนเฝ้าระวังอยู่ที่หน้าต่าง ราวกับจะมีศัตรูวิ่งเข้ามาได้ทุกเมื่อ
“เก็บผลึกวิเศษ เตรียมตัวเดินทาง”
“เดินทาง? อารอง จะถอยเหรอ?” เด็กหนุ่มร้องถามไม่เต็มใจทิ้งสถานที่นี้ ที่นี่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องชั่วคราว ถ้าไปจากที่นี่ จะหาที่พักดีๆแบบนี้ได้จากไหน
อารองอายุประมาณ 40-50 ปี ร่างกายแข็งแรงผิวสองสีดูสุขภาพดี กลิ่นอายที่แสดงออกมา บ่งบอกให้รู้ว่าเขาเป็นผู้วิวัฒนาการเพียงคนเดียวของกลุ่มผู้รอดชีวิต
“แข็งแกร่งมาก” อารองกล่าว “พวกเขาแข็งแกร่งมาก หากเข้ามาในนี้ได้ ฉันไม่แน่ใจว่าจะรับมือไหว”
คนอื่นๆได้ยินอารองพูดแบบนั้น ก็มีสีหน้าไม่ดี ที่พวกเขาสามารถอยู่ที่นี่ได้ นอกจากความสามัคคีแล้ว ก็เป็นเพราะความแข็งแกร่งของอารอง กับหน้าไม้ทำมือที่ทรงประสิทธิภาพ
หากเขาบอกว่าสิ่งที่อยู่ข้างนอก เขาไม่สามารถรับมือได้ ก็จำเป็นต้องไป
ครู่ต่อมา สิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านนอกใกล้ๆก็หายไป ตามมาด้วยเสียงซอมบี้ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานหลังจากนั้น คนที่อยู่ในบ้านก็ได้ยินเสียงสาดเหมือนมีอะไรบางอย่างตกลงพื้น จากนั้นก็มีเสียงเคาะเบาๆที่หน้าต่าง
“ยังอยู่ไหม?”
……
ผ้าสีทองถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง พลังงานของมันกำลังจะหมด เมื่อมันพบร่างของสิ่งมีชีวิต ไหนเลยจะยอมสุภาพ มันดูดซับพลังงานอย่างบ้าคลั่งเติมเต็มตัวเองอย่างรวดเร็ว
มารกระดูกรู้สึกว่าพลังงานในร่างหายไปอย่างรวดเร็ว โดยที่มันก็ไม่รู้ว่าทำไม และการสูญเสียแขนไปมากกว่าครึ่ง ทำให้มันไม่สามารถหยุดความกลัวที่ตัวมันคิดว่าไม่มีลงได้ และส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาอย่างไม่อาจยั้ง
ถ้าเป็นซอมบี้ระดับ 2 ชนิดอื่น ถึงจะรู้จักทักษะความสามารถของพวกมัน อย่างไรก็ตามเย่จงหมิงคงไม่สามารถเอาชนะการต่อสู้ได้ง่ายๆ แต่สำหรับมารกระดูกที่มีวิวัฒนาการทางวิญญาณแล้ว แม้ว่ามันจะมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งและมีทักษะวิญญาณที่ไม่อาจคาดเดา แต่ประสิทธิภาพทางร่างกายของมันไม่ได้สูงไปกว่ามนุษย์ที่วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวเลย
เมื่อมาพบกับเย่จงหมิงที่แข็งแกร่งกว่าผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวทั่วไป แถมยังรู้ทักษะความสามารถของมันเป็นอย่างดี มันก็ถึงวาระที่มารกระดูกต้องประสบกับความพ่ายแพ้
ตั้งแต่มันเริ่มวิวัฒนาการจนมาถึงระดับ 2 มารกระดูกไม่เคยพ่ายแพ้ ไม่มีใครต้านทานรังสีแผดเผาของมันได้ นั่นคือเหตุผลที่มันสามารถวิวัฒนาการได้อย่างรวดเร็ว
มาวันนี้ มันรู้สึกว่าทุกอย่างจบลงก่อนจะเริ่ม แต่มันไม่รู้ว่าล้มเหลวได้อย่างไร
แต่มีสิ่งหนึ่งที่มารกระดูกรู้ นั่นคือเมื่อล้มเหลวก็หมายถึงความตาย
แม้ว่ามันจะวิวัฒนาการมาจากคนตาย แต่ความตายก็ยังเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดอยู่ดี
แม้มันต้องการจะแกะผ้าสีทองที่ผูกรอบกระดูกล้อมป้องกันร่างกายส่วนบน แต่แขนของมันขาดไปแล้ว ไม่มีอะไรที่มันสามารถทำได้อีก
มารกระดูกอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว แต่มันไม่สามารถหยุดได้…
……
จากการป้องกันจนถึงการโจมตี เย่จงหมิงใช้เวลาเพียง 1 วินาทีเท่านั้น มารกระดูกไม่ได้สร้างภัยคุกคามใดๆ ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่สตรีพูดได้
เช่นเดียวกับมารกระดูก ประสิทธิภาพทางร่างกายของสตรีพูดได้ ไม่อาจเทียบได้กับซอมบี้ชนิดอื่น ยกเว้นความว่องไว เมื่อถูกโล่แขนทุบเข้าที่ใบหน้า ร่างก็กระเด็นถอยหลังไปไกล รอจนหยุดลงก็พบว่ามนุษย์ได้เข้ามาจนใกล้ ดาบยาวสีเงินอันน่ากลัวได้วาดเข้ามาที่คอของเธอท่ามกลางแสงจันทร์
เมื่อชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย สตรีพูดได้เปิดปาก คำรามไร้เสียงใส่เย่จงหมิง
เย่จงหมิงเจ็บปวดในหัว สายตามืดดับลงทันที และมีแม้กระทั่งเลือดไหลออกมาทางจมูก
เป็นไปไม่ได้!
ไม่สามารถอธิบายได้ถึงความกลัวของเย่จงหมิงในตอนนี้ เพราะทักษะที่สตรีพูดได้ใช้ก็คือ – หนามวิญญาณ!
เธอเป็นเพียงซอมบี้กลายพันธุ์ระดับ 2 ! ซึ่งต้องมีทักษะความสามารถเพียงเมล็ดพันธุ์วิญญาณกับการถ่ายทอดพลัง แล้วทักษะที่สามนี้มันมาได้อย่างไร! ?
แม้ว่าเธอจะมีได้ แต่เธอจะไม่ได้รับมันจนกว่าจะวิวัฒนาการครั้งที่ 3 !
เย่จงหมิงไม่คิดเรื่องนี้ เขาฟันดาบส่องจันทร์เต็มแรง ส่วนอีกมือก็ขยับไปด้านข้างเล็กน้อย ไปตรงจุดที่รู้สึกว่าน่าจะมีโคมไฟถนน
ตูม!
ไฟถนนบิดเบี้ยวกลายเป็นมนุษย์เหล็กสีดำ ทันทีที่มันปรากฏตัว มันก็รีบวิ่งใส่เป้าหมาย ซึ่งก็คือสตรีพูดได้ที่กำลังแสยะยิ้มอ้าปากคำราม
ร่างกายแข็งแกร่งกระแทกเข้าใส่สตรีพูดได้ หนามวิญญาณหยุดลงทันที
ทักษะโจมตีทางวิญญาณประเภทนี้ สร้างความเสียหายโดยตรงต่อจิตสำนึกของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเป็นอันตรายมาก มันถูกระบุว่าเป็น 1 ใน 20 อันดับแรกของทักษะต้องห้ามสำหรับมนุษย์ที่ยังมีชีวิต
ครั้งหนึ่งนานมาแล้วเคยมีสัตว์ประหลาดที่เก่งกาจด้านทักษะวิญญาณแบบนี้ เมื่อมันถูกล้อมด้วยกลุ่มนักสู้ที่มีชื่อเสียงมากกว่าห้าร้อยคน ผู้เข้าร่วมการล่าถูกมันโจมตีด้วยทักษะนี้กลายเป็นคนโง่ในทันที ในจำนวนนั้นมีผู้วิวัฒนาการระดับ 6-7 ดาวอยู่ด้วย แม้แต่สิ่งมีชีวิตในรัศมีร้อยไมล์ก็ได้รับผลกระทบจากทักษะนี้ ทิ้งปัญหาส่งผลต่อเนื่องไม่ว่าหนักหรือเบาทางวิญญาณตามระยะทางที่ห่างไปจากที่เกิดเหตุ
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของทักษะดังกล่าว
เย่จงหมิงสามารถคำนวณทักษะความสามารถของมารกระดูก แต่สำหรับสตรีพูดได้เขาไม่สามารถทำได้ และยังไม่เข้าใจว่าทำไมสตรีพูดได้ระดับ 2 จึงสามารถปลุกทักษะที่ 3 ขึ้นมาได้?
สิ่งนี้โค่นล้มทุกทฤษฎีที่เกิดขึ้นในวันโลกาวินาศของชีวิตก่อน!
แม้หนามวิญญาณของสตรีพูดได้จะไม่ทรงพลังอย่างสัตว์ประหลาดตัวนั้น แต่ก็เพียงพอทำให้ผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวอย่างเย่จงหมิง เจ็บปวดเหมือนหัวแทบแตก สายตามืดดับชั่วคราว
โชคดีที่เย่จงหมิงยังมีไพ่ตายเก็บไว้ นั่นคือทักษะอัญเชิญขั้นต้น ไฟถนนกลายเป็นมนุษย์เหล็กยักษ์ ขัดจังหวะการใช้ทักษะของสตรีพูดได้ ปลดปล่อยเย่จงหมิงจากความไม่สบายทั้งหมดในทันที
พอแมวดำเห็นเจ้านายได้รับบาดเจ็บ ก็ส่งเสียงร้องเหมียวและวิ่งไปหา มันมีความสามารถในการต่อสู้เหนือกว่าตี้หวงหวัน ทำให้ไม่เห็นสุนัขโง่ที่ถูกมันทุบตีอยู่ในสายตา ดังนั้นหัวใจทั้งหมดของมันจึงต้องการเพียงกลับไปช่วยเจ้านาย
ตี้หวงหวันที่ร่างเปื้อนเลือดมองเห็นแมวดำกลายพันธุ์กระโดดไปทางอื่น มันก็อ้าปากกว้างขนทั้งร่างชี้ชัน ทันทีที่มันส่งเสียงคำรามขนทุกเส้นก็พุ่งออกไป เข้าใส่แมวดำที่อยู่กลางอากาศ
ตี้หวงหวันสามารถควบคุมทิศทางทักษะของมันได้แล้ว