- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 77 ภูติทมิฬกลืนกินวิญญาณ
บทที่ 77 ภูติทมิฬกลืนกินวิญญาณ
บทที่ 77 ภูติทมิฬกลืนกินวิญญาณ
บทที่ 77 ภูติทมิฬกลืนกินวิญญาณ
หัวหน้าเย่ดวงตาแดงก่ำ
ก่อนหน้านี้มดสงครามเมฆม่วงได้ก่อความสูญเสียให้กับทีมอย่างหนัก แต่หลังจากที่ซอมบี้จำนวนมากและระฆังเหล็กแดงมาถึง ที่พอทำได้ก็เพียงป้องกันไปเรื่อยๆ เท่านั้น
ถูกแล้ว ไม่สามารถแม้แต่จะหนี
รอบตัวไม่ว่าที่ไหนก็เต็มไปด้วยซอมบี้, สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ และอสุรกาย ตอนนี้เขาเสียคนไปแล้วมากกว่าครึ่ง และหลายคนที่เหลือก็ได้รับบาดเจ็บ
ในกรณีที่บาดเจ็บโดยไม่มีภูมิคุ้มกัน บาดแผลที่ได้รับเหล่านั้นก็คือสัญลักษณ์แห่งความตาย
แม้แต่หัวหน้าเย่ก็ไม่รู้ว่าจะหลบหนีไปที่ไหน ทุกเส้นทางดูเหมือนจะนำไปสู่นรก
มันเป็นความรู้สึกที่บ้าคลั่งของความสิ้นหวัง
บางคนเริ่มพังทลาย หัวหน้าเย่เห็นต้นกล้าที่ดีหลายคนร้องไห้ เหนี่ยวไกยิงหัวตัวเอง เลือดและสมองสาดกระจายเปรอะเปื้อนเครื่องแบบสีเขียวมะกอกที่เคยเต็มไปด้วยเกียรติยศ
ทหารบางคนออกจากทีมวิ่งเข้าไปหาฝูงซอมบี้ราวกับไร้สมอง พวกเขาคิดว่ามันคือการหลบหนี แต่จริงๆแล้ว มันคือการวิ่งไปหาความตาย
ซอมบี้ที่ดูเหมือนไม่มีภัยคุกคามใดๆ สำหรับหัวหน้าเย่ก่อนหน้านี้ ได้แสดงความโหดร้ายที่แท้จริงให้ได้เห็น ด้วยจำนวนของซอมบี้ระดับ 1 ไม่ใช่แค่มนุษย์ แม้แต่สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ก็ไม่สามารถต้านทานได้ ได้แต่ถูกเหล่าซอมบี้ยัดลงท้องเป็นอาหาร
จากทีมที่จัดตั้งสี่ทิศ ขณะนี้สองทิศได้ขาดการติดต่อไปแล้ว และผอ.หลิวก็ได้แจ้งกับหัวหน้าเย่ว่าจะขอถอนตัวไปก่อน เพราะพวกเขาไม่สามารถต้านทานฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่ได้ มีเพียงกองพันที่ 2 เท่านั้นที่พยายามเคลื่อนกำลังพลมาที่นี่ แต่พวกเขาจะฝ่าวงล้อมมาที่นี่ได้หรือ?
หัวหน้าเย่ไม่เชื่อว่าจะทำได้
“ส่งคำสั่งออกไป” สีหน้าหัวหน้าเย่ดูเศร้าหมอง เขากำหมัด แล้วดึงหูฟังไร้สายออก “ฝ่าวงล้อมด้านหน้าออกไปทางซ้ายมือ”
ทหารที่อยู่ข้างๆ งงไปชั่วครู่ “หัวหน้า ทางนั้น……”
“ฉันรู้! แต่นั่นเป็นทางออกเดียวของเรา”
ภายใต้คำสั่ง กำลังพลทั้งหมดเริ่มเคลื่อนย้ายไปในทิศทางของนักโทษตรวนเหล็ก ช่วงเวลานี้ทุกคนพยายามจะเอาชีวิตรอด การเชื่อฟังคำสั่งได้กลายเป็นการกระทำของจิตใต้สำนึก หัวหน้าเย่เห็นบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยในสายตาของหลายๆคน เขารู้ว่าครั้งนี้หากรอดไปได้ หลายคนจะหลบหนีและไม่ฟังคำสั่งของเขาอีกต่อไป
แต่ไม่เป็นไร เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาคาดไว้อยู่แล้ว ทุกอย่างจะคุ้มค่า ตราบใดที่หวังติงทำสำเร็จ เขายอมรับได้ แม้จะต้องเสียสละมากกว่านี้ก็ตาม!
หัวหน้าเย่ก้มหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้า
…………
เย่จงหมิงเกิดปัญหาที่ถนนตรงทางแยกของสนามรบหลัก เพราะมีอสุรกาย ซอมบี้ สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์อยู่ทุกที่ เขาต้องฆ่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้ในขณะที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้า
หวังติงที่ไล่ตามมาก็ประสบปัญหาอย่างเดียวกัน เพราะเขาไม่มีภูมิคุ้มกันไวรัสซอมบี้การเคลื่อนตัวของเขาจึงมีความระมัดระวังกว่าเย่จงหมิง แต่ด้วยพลังของผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ดาว จึงไม่มีอะไรที่สามารถทำร้ายเขาได้
อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่สามารถติดตามชายหนุ่มเบื้องหน้าได้ทัน นั่นทำให้หวังติงโกรธมากขึ้นและรุนแรงขึ้น
โครม!
ไม้เลือดในมือของนักโทษตรวนเหล็กโผล่ออกมาจากตึก บนนั้นมีร่างของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 2 ที่ถูกทุบจนแหลกเละมองไม่เห็นเป็นซากร่าง เหลือเพียงเศษเนื้อ,เศษกระดูกและชิ้นส่วนของผลึกวิเศษสีขาวที่เป็นเครื่องยืนยันถึงระดับการวิวัฒนาการของเจ้าของเศษเนื้อเท่านั้น
พอเห็นร่างขนาดยักษ์ของนักโทษตรวนเหล็กด้านหลังอาคารสูง เย่จงหมิงก็เอาปืนออกมา ลั่นกระสุนใส่มัน
ความจริงจนถึงตอนนี้ ไม่มีสิ่งใดที่จะคิดดึงดูดความสนใจของนักโทษตรวนเหล็ก สัตว์ประหลาดที่ถูกปิดผนึกระดับวิวัฒนาการไว้ที่ระดับ 4 ตัวนี้ ทั้งเหล่ามนุษย์และสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ต่างต้องการอยู่ให้ไกลจากมันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยสัญชาตญาณ
แม้ที่นี่จะเป็นสนามรบสำหรับพวกมนุษย์ แต่ก็เป็นแหล่งอาหารสำหรับซอมบี้และสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ พวกมันใช้มนุษย์เติมเต็มท้อง สะสมพลังงานเพื่อเพิ่มระดับวิวัฒนาการ
แม้จะกลัวนักโทษตรวนเหล็ก แต่พวกมันไม่อาจปล่อยโอกาสดีๆแบบนี้ไปง่ายๆ
ดังนั้นแม้ว่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์เหล่านี้จะพยายามอยู่ให้ห่างจากนักโทษตรวนเหล็ก แต่พวกมันก็ไม่ได้ออกไปจากสนามรบ พวกมันกำลังค้นหาทุกชีวิตที่สามารถฆ่าได้อย่างเมามัน
มันจึงกลายเป็นภาพที่ค่อนข้างแปลก ที่สนามรบอันเต็มไปด้วยชีวิตทุกรูปแบบ มีรัศมีวงกลมราวกับเป็นสูญญากาศเล็กๆ รอบๆ นักโทษตรวนเหล็กเท่านั้นที่ไม่มีสิ่งใดกล้ำกราย
แม้นักโทษตรวนเหล็กจะเดินช้าๆ แต่ส่งผลกระทบต่อสนามรบได้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ความสูงของมัน
แต่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปจากการยิงของเย่จงหมิง
ยกเว้นหวังติงกับพวกก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีชีวิตใดกล้าท้าทายอำนาจของสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนี้อีก เพราะหากมีใครกล้าท้าทาย มันก็จะกลายเป็นเนื้อบด
นักโทษตรวนเหล็กอยู่ในสถานะเดินเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมาย บางทีนี่อาจเป็นวิธีปลดผนึกพลังของมัน
เย่จงหมิงยิงมันด้วยปืนใหม่ และกระสุนที่ใช้ทักษะเสริมสร้างรวมเป็นหนึ่งกับทักษะเวทย์มนต์ เพื่อทำลายการป้องกันที่แข็งแกร่งของมัน
หากนักโทษตรวนเหล็กเป็นสัตว์ประหลาดระดับ 9 ดังเช่นชีวิตก่อน กระสุนที่ยิงออกไปจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ไม่แม้แต่จะแรงเท่ายุงกัด
แต่ตอนนี้นักโทษตรวนเหล็กเป็นเพียงสัตว์ประหลาดระดับ 4 เท่านั้น มันจึงไม่แข็งแกร่งมากนัก แต่หากเผชิญกับชีวิตกลายพันธุ์ระดับ 2 ระดับ 3 หรือ ระดับ 4 นักโทษตรวนเหล็กก็สามารถฆ่าได้อย่างง่ายดาย เพราะระดับวิวัฒนาการเหล่านี้เป็นเพียงการจัดอันดับของระดับพลังงานไม่รวมถึงด้านอื่นๆ อย่างเช่นความสูง
ต่างกันกับเย่จงหมิง แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว แต่เขามีอาชีพเป็นช่างฝีมือที่มีคำขยายว่าผู้มีเกียรติ เขาจึงสามารถเพิ่มระดับการโจมตีได้ไกลเกินกว่าระดับวิวัฒนาการ ซึ่งสามารถทำอันตรายต่อสิ่งที่มีวิวัฒนาการระดับสูงได้
กระสุนที่ลั่นออกไปเจาะหน้าอกของนักโทษตรวนเหล็กจนเป็นรอย
แม้ว่าจะเป็นแค่พื้นผิว ไม่สามารถพูดได้แม้แต่คำว่าบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ก็เป็นการเจาะทะลุระดับการป้องกันของมัน
มันจึงเพียงพอที่จะทำให้นักโทษตรวนเหล็กร้องคำรามและหันมามองดูเย่จงหมิงที่ตัวเล็กราวกับมดบนพื้นดิน มันใช้แรงเพียงเล็กน้อย ถล่มตึกที่อยู่ระหว่างมันกับเย่จงหมิงจนทลายลงเพิ่มจำนวนฝุ่นขึ้นเป็นจำนวนมาก
เวลานี้หัวหน้าเย่กับทีมได้ต่อสู้เข้ามาจนถึงบริเวณใกล้เคียง และความโกรธอย่างฉับพลันของนักโทษตรวนเหล็กก็ได้ช่วยพวกเขาเอาไว้ เพราะทำให้ซอมบี้และสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ไม่กล้าติดตามเข้ามา แม้แต่ระฆังเหล็กแดงก็ค่อยๆ ถอยห่างจนหายลับไป พวกมันไม่เต็มใจที่จะเผชิญหน้ากับนักโทษตรวนเหล็ก
หวังติงไล่ตามมาจนถึงที่นี่ เพียงพริบตาเขาก็วิ่งเข้ามาในฝุ่นควัน ครู่ต่อมาก็ได้ยินเสียงฮัมในลำคอ ไม่นานเย่จงหมิงกับหวังติงก็ถอนตัวออกมาจากฝุ่นควัน และมีร่องรอยของเลือดที่มุมปากของเย่จงหมิง
แม้จะมีฝุ่นควันปกคลุมไปทั่ว แต่เย่จงหมิงยังสามารถแสดงความแข็งแกร่งให้ผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ดาวได้เห็น คนทั้งคู่เข้าปะทะกัน โดยเย่จงหมิงพ่ายแพ้ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นั่นนำความแปลกใจมาให้หวังติง เขารู้ว่าชายหนุ่มเป็นเพียงผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว แต่ยังยากสำหรับเขาที่จะเอาชนะ และ ถ้าหลบไม่เร็วพอ เขาคงได้รับบาดเจ็บจากดาบสีเงินเล่มนั้นไปแล้ว
เสื้อของหวังติงขาดเป็นแนว เขาจึงฉีกมันทิ้ง เผยให้เห็นความแข็งแกร่งของร่างท่อนบน และรอยสักรูปหัวกะโหลกสีดำบนหน้าอกด้านซ้าย
พอเย่จงหมิงเห็นรอยสักนี้ เขาก็นึกถึงคำล่ำลือที่เคยได้ยินมาขึ้นได้ทันที
“ภูติทมิฬกลืนกินวิญญาณ!”