เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 รวมทีม

บทที่ 71 รวมทีม

บทที่ 71 รวมทีม


บทที่ 71 รวมทีม

โม่เย่ตื่นเต้นที่เห็นผูซิ่วหยิง เพราะผู้หญิงคนนี้อยู่กับเย่จงหมิงตอนที่เธอจากมา ตอนนี้ผู้หญิงคนนี้อยู่ที่นี่เพราะฉะนั้นเย่จงหมิงต้องอยู่แถวนี้ด้วย!

พอโม่เย่ยืนยันว่าใช่ผู้หญิงคนนั้นจริงๆ เธอก็กระโดดออกทางหน้าต่าง ดึงปืนพกยิงใส่ซอมบี้ที่อยู่ตรงหน้า ระเบิดหัวพวกมันทีละตัว ทีละตัว

“เธอบ้าไปแล้วรึไง? !”

เฉิงสือรับไม่ได้ ที่เห็นลูกศิษย์ของตนกระโดดออกจากห้อง เขาร้องตะโกนด้วยความกลัว เพราะไม่รู้ว่าเธอเป็นแบบนั้นได้ยังไง

เฉินหลงกับเสี่ยวหู่หันมองหน้ากัน คนทั้งคู่ต่างเป็นคนในทีมของโม่เย่และต่างก็เป็นผู้อาศัยอยู่ตามลำพังภายในเมืองเช่นเดียวกับเธอ ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสามจึงดีมาก

คนทั้งคู่พอเห็นหัวหน้าทีมของพวกเขาจากไป ก็หันมองหน้ากันและต่างก็เข้าใจความหมายของสายตาของอีกฝ่าย พวกเขาพากันกระโดดออกทางหน้าต่าง ไล่ตามโม่เย่ไป ภายใต้ความตกตะลึงของเฉิงสือกับเซี่ยเล่ย

ในขณะนั้นเองก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู ชายหลายคนกำลังวิ่งเข้ามาพร้อมกับปืนในมือ ซึ่งนำมาโดยเลขาชายที่เพิ่งโดนไล่ออกไป

“โม่เย่ล่ะ? เธอทำผิดวินัย! เธอต้องรับผิดชอบ!”

เมื่อเห็นชายที่เพิ่งหนีไปด้วยความอับอาย พาคนกลับมาด้วยความโกรธ เฉิงสือกับเซี่ยเล่ยก็โมโห ในสถานการณ์อย่างนี้ยังมาทำแบบนี้อีก มันใช่เวลาจะมาเล่นเรื่องระเบียบวินัยไหม? ในเวลาสู้รบแบบนี้ มันสมควรจะมาโจมตีพวกเดียวกันไหม? !

เฉิงสือซึ่งเดิมทีกำลังไม่พอใจกับการจากไปของ โม่เย่ เฉินหลง และเสี่ยวหู่ อยู่แล้ว ได้ส่งเสียงตะคอกออกไปว่า “สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือกำลังคน! ไม่มีใครต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น! ฉันจะไปตามโม่เย่กลับมา!”

แล้วเขาก็กระโดดออกจากหน้าต่างไล่ตามไปในทิศทางที่คนทั้งสามเพิ่งออกไป

เซี่ยเล่ยจับปืนในมือแน่น เธอก็อยากจะไปด้วยเช่นกัน แต่พอคิดถึงสามีที่กำลังรอจะได้พบกันอยู่ หลังจากลังเลอยู่สักพัก ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้

เธอกับพวกเขา… แตกต่างกัน

……

ผูซิ่วหยิงไม่เคยเกลียดใครมากขนาดนี้มาก่อน

เฉียนต้า ชายจมูกโตที่เธอเจอในมหาวิทยาลัย เข้าจู่โจมเธออย่างไร้ยางอาย

ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ดี ขณะที่เธอกำลังใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องมองสนามรบ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เย่จงหมิงและแนะนำเหลียงชูหยิน

เธอกำลังตั้งใจทำภารกิจของตน จนไม่คิดว่าจะมีใครลอบขึ้นมาบนอาคาร ผูซิ่วหยิงจึงถูกชายจมูกโตเข้าเล่นงานโดยไม่ทันตั้งตัว

เขาตั้งใจจะบังคับให้เธอบอกข้อมูลทุกอย่างของเย่จงหมิง และบังคับให้เธอถามเย่จงหมิงสำหรับทุกอย่างในวันโลกาวินาศที่เขายังไม่รู้

ผูซิ่วหยิงดูออกว่า ชายจมูกโตคนนี้แข็งแกร่งมาก และมีวิชากังฟู เขาเข้าเล่นงานเธอตรงตำแหน่งหน้าท้องอันเป็นส่วนสำคัญที่สุดบนร่างกายมนุษย์ โดยหมายจะควบคุมเธอเอาไว้

อย่างไรก็ตามชายจมูกโตไม่ได้คำนวณเลยว่า ผูซิ่วหยิงจะไม่ได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยสาวแบบเดียวกับที่เขาเคยเจอเธอในตอนแรก แต่เป็นผู้วิวัฒนาการที่แท้จริง

ดังนั้นเมื่อเฉียนต้าเริ่มใช้มือเท้าสกปรกเข้าเล่นงานเธอ โดยหวังจะควบคุมเธอไว้ได้ง่ายๆ เขาจึงถูกเธอตอบโต้กลับไปทันที

เฉียนต้าถูกอาจารย์สาวใช้ “ศิลปะการป้องกันหมาป่า” (ศิลปะการต่อสู้ป้องกันการถูกข่มขืน) ตีจนเกือบตกลงมาจากดาดฟ้าตึก หากไม่ใช่เพราะความคล่องแคล่วของเขาแล้วล่ะก็ เขาคงตายไปแล้ว

แต่ด้วยระยะเวลาจำกัดในการทำความเข้าใจพลังผูซิ่วหยิงจึงระเบิดพลังได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้นถึงแม้เฉียนต้าจะไม่ใช่ผู้วิวัฒนาการ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาเคยหมุนรูเล็ตมา เพราะเขามีอาวุธในมืออยู่หลายประเภท หลังจากการต่อสู้อย่างรุนแรง ผูซิ่วหยิงก็รับมือไม่ไหว

ดังนั้นเธอจึงรีบหนีออกมาอย่างไร้ทิศทาง

ด้วยผลของวิวัฒนาการทางร่างกายและภูมิคุ้มกันไวรัสซอมบี้ ทำให้เธอสามารถวิ่งไปซ้าย ไปขวา ในสนามรบได้โดยไม่กลัว เธอวิ่งหนีจนสุดท้ายเฉียนต้าก็ไม่กล้าไล่ตาม เพราะอาจารย์ผูได้วิ่งตรงเข้าไปยังจุดที่มีการต่อสู้รุนแรงที่สุด

“อาจารย์ผู!”

ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกตน อาจารย์ผูก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากโหมดหลบหนี และฉีกยิ้มกว้างทันทีที่ได้เห็นคนเรียก

“โม่เย่! ดีใจจังเลย ที่เจอเธอ!”

ผูซิ่วหยิงกระโดดกอดโม่เย่ด้วยความตื่นเต้น จิตใจรู้สึกสงบขึ้นมาก

“เธอมาทำอะไรตรงนี้? แล้วเย่จงหมิงกับเหลียงชูหยินล่ะ?

โม่เย่ดึงอาจารย์ผูให้วิ่งไปพร้อมๆกัน เพราะตรงนั้นไม่ใช่สถานที่ๆเหมาะสำหรับการพูดคุย

ก่อนที่ผูซิ่วหยิงจะทันได้ตอบอะไร แรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่และเงาร่างขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้น พวกเธอมองขึ้นไปก็พบกับใบหน้าอันน่ากลัวของนักโทษตรวนเหล็ก และร่างกายใหญ่โตราวกับภูเขาของมัน

หญิงสาวทั้งคู่ตะลึงงันไปชั่วครู่เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ก่อนจะคืนสติได้ในเวลาต่อมา

“แย่แล้ว!” ผูซิ่วหยิงร้องออกมา “เมื่อครู่ฉันเพิ่งเห็นเย่จงหมิงตรงไปหาเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้!”

โม่เย่หน้าเปลี่ยนสี เธอได้ตัดสินใจแล้วว่าจะติดตามเย่จงหมิง เธอจึงไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขา เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้มันดูน่ากลัวเกินไป

“แต่ว่า พวกเราต้องไปช่วยเหลียงชูหยินก่อน ตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในอันตราย ฉันเห็นเธอกำลังต่อสู้กับบางคนอยู่” อาจารย์ผูพูดหอบๆ พร้อมกับดึงโม่เย่ให้ตามไป

“แล้วเย่จงหมิงล่ะ?”

แม้ว่าอาจารย์ผูจะอ่อนแอ แต่เธอก็ดื้อรั้นในบางเรื่อง นั่นคือความรู้สึกที่แข็งแกร่งของความยุติธรรมในจิตใจ ในฐานะที่เธอเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เธอจึงมีทักษะความสามารถในการวิเคราะห์ที่ดี เธอได้ตัดสินใจจากสถานการณ์ก่อนจะสูญเสียการเชื่อมต่อ เพราะเห็นได้ชัดว่าเย่จงหมิง กำลังมองหาบางอย่างอยู่ ทำให้เธอคิดว่าเขาคงไม่ไปยั่วยุสัตว์ประหลาดตัวนี้ ซึ่งต่างจากเหลียงชูหยิน ที่กำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มคน และมีซอมบี้กับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์มากมายอยู่โดยรอบ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด

“เขาไม่เป็นอะไรหรอก เราไปช่วยเหลียงชูหยินกันก่อนแล้วค่อยไปพบเขา เธอก็รู้ หลายครั้งที่เรามัวแต่คิดจะติดตามเขา จนกลายเป็นภาระให้เขา”

โม่เย่กัดฟันและรู้ว่าอาจารย์ผูพูดถูก “นำไปเลย ไปหาเหลียงชูหยินกัน”

“สหายโม่ รอพวกเราด้วย!” เฉินหลงกับเสี่ยวหู่ตามมาทันแล้ว  หลังจากซัดกระสุนไม่กี่นัดเข้าใส่ซอมบี้ที่ล้อมอยู่ พวกเขาก็แหวกทางเข้ามาหาพวกเธอจนได้

พวกเขายังไม่ได้วิวัฒนาการ แม้ไม่จะสามารถทันความเร็วของโม่เย่ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งห่าง อันแสดงถึงความสามารถที่ดีของวิชาชีพ

“พวกนายมาที่นี่ได้ไง?”

“ทำไมจะมาไม่ได้?” เฉินหลงพูดจาโอหัง “ฉันก็เห็นเหมือนกันนี่ ว่าตอนนี้โลกมันวุ่นวายไปหมดแล้ว เราไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นั่นอีก”

“ถูกแล้ว หัวหน้า พวกเราจะติดตามพี่ พี่ไปไหนผมไปด้วย” เสี่ยวหู่หัวเราะร่า การไม่คิดอะไรมากเป็นความสามารถพิเศษของเขา

“แต่ละยุคสมัยมีกฎที่แตกต่างกัน สำหรับยุคปัจจุบัน บางทีเธออาจพูดถูก”

ต่างคนก็หันไปมอง แล้วก็เห็นเฉิงสือที่มาพร้อมกับปืนในมือ แม้ว่าโรคเก่าที่ขายังคงส่งผลที่เห็นได้อย่างชัดเจน แต่มันก็ไม่มีผลต่อความเร็วของครูฝึกคนนี้ เขาได้ติดตามเฉินหลงกับเสี่ยวหู่จนมาถึงที่นี่

ประกายตาของโม่เย่สว่างขึ้น ลูกน้องทั้งสองกับครูฝึกของเธอ ต่างก็เป็นนักรบที่ดีที่สุด มีพวกเขาอยู่ ชายที่เหมือนตดเหม็นๆคนนั้นต้องดีใจแน่

“ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ ไปช่วยเพื่อนกันก่อน!”

“หัวหน้า จะไปช่วยใครเหรอ?” เสี่ยวหู่พูดอย่างร่าเริง แต่ปืนในมือยังส่งกระสุนปลิดชีพแมวกลายพันธุ์ได้อย่างแม่นยำ

“ไอดอลของนาย”

“น่าหนี?” (ภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “อะไร”)

……

เสื้อบริเวณทรวงอกของเหลียงชูหยินมีรอยขาดมากมาย มันขาดวิ่นจนเห็นชั้นในสีชมพูของเธอ ใกล้ๆชุดชั้นใน มีรอยแผลที่มีเลือดไหลซึมออกมา ยาวกว่า 10 เซนติเมตร ผิวสีขาวตัดกับเลือดสีแดง บาดสายตาคนที่พบเห็น

ก็แค่ฆ่าคนไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

เน็ตไอดอลสาวเลียเลือดที่มุมปาก จ้องมองกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้า และที่บริเวณเท้าของเธอมีคนนอนทอดร่างเป็นศพอยู่

หูตั้วไห่จับแขนซ้ายที่มีบาดแผลลึกถึงกระดูก หากเขาไม่ได้วิวัฒนาการจนมีความเร็วระดับในหนึ่งแล้วล่ะก็ เขาคงถูกแส้นี้ตีตายไปแล้ว!

“วันนี้ ต้องจัดการนางแพศยานี่ให้ได้!”

เขาเคยเป็นกรงเล็บที่ชั่วร้าย วันนี้เขาต้องหยุดผู้หญิงคนนี้ให้ได้ เขาต้องรู้ข้อมูลจากปากของเธอ

“ฉันมาที่นี่เพื่อหล่อน หักขาหล่อนซะ อย่าให้ถึงตาย ต่อให้ไม่มีแขนขาก็ต้องเก็บชีวิตหล่อนไว้ให้ฉัน”

คนอื่นๆมองหน้ากัน แม้ใจจะอยากฆ่า แต่เมื่อมองศพเพื่อน พวกเขาก็รู้ว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นปีศาจ หากไม่ระวัง ตัวเองก็อาจกลายเป็นศพซะเอง!

“เหลียงชูหยิน!”

แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างที่วิ่งเข้ามา ชกคนเหล่านั้นจนลงไปกองอยู่กับพื้น หูตั้วไห่ซึ่งเป็นผู้วิวัฒนาการคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็นก่อนหมดสติว่า เงาที่วิ่งเข้ามาซัดเขาด้วยกำปั้นเป็นสาวสวย หูตั้วไห่รู้ได้ทันทีว่า เขาได้พบกับผู้วิวัฒนาการอีกคนแล้ว

จบบทที่ บทที่ 71 รวมทีม

คัดลอกลิงก์แล้ว