- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 70 ข่าวรั่ว
บทที่ 70 ข่าวรั่ว
บทที่ 70 ข่าวรั่ว
บทที่ 70 ข่าวรั่ว
การปรากฏตัวของนักโทษตรวนเหล็ก ทำให้สนามรบทั้งหมดชะงักงัน ทุกชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ประหลาด พากันมองไปยังร่างใหญ่ยักษ์ราวกับภูเขา และรู้สึกหนาวสั่นลึกเข้าไปถึงวิญญาณ
แม้แต่ซอมบี้ที่ไม่มีความคิดมีชีวิตเหมือนซากศพเดินได้ พวกมันก็ต่างเงยหน้ามองขึ้นไปด้วยดวงตาที่ขุ่นมัว
เย่จงหมิงกัดฟัน ยอมทิ้งความคิดที่ไม่อาจเป็นจริง
นักโทษตรวนเหล็กเต็มไปด้วยสมบัติ หากได้มามันจะเพียงพอให้ใช้ได้ไปอีกนาน แต่ผลตอบแทนสูงย่อมหมายถึงความเสี่ยงสูง การปะทะกับสัตว์ประหลาดระดับ 4 ด้วยความแข็งแกร่งของผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว อาจจะเป็นไปได้ ถ้าหากนั่นจะไม่ใช่สัตว์ประหลาดระดับ 9 ในคราบระดับ 4 เห็นได้ชัดว่า ความคิดนี้มันไม่ฉลาดเลย
มันไม่ได้เลวร้ายเกินไปหากเย่จงหมิงจะใช้ความได้เปรียบของอาชีพและความรู้ที่ได้มาจากวันโลกาวินาศในชีวิตก่อนฆ่าสัตว์ประหลาดระดับ 2 แต่จะให้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดระดับ 4 น่ะเหรอ…ลืมไปได้เลย
เย่จงหมิงจ้องมองไปยังมดสงครามเมฆม่วงที่อยู่ไม่ไกล
ตั้งแต่นักโทษตรวนเหล็กที่เคยเห็นในชีวิตก่อนปรากฏตัวขึ้น เย่จงหมิงเป็นคนแรกที่ฟื้นคืนสติจากแรงกดดันของมัน และนี่ก็เป็นโอกาสอันดีสำหรับเขา ประกายตาของเย่จงหมิงเย็นเยียบ และเริ่มโจมตี เขากระโดดลงตรงระหว่างกลางของกลุ่มมดสงครามเมฆม่วง ดาบส่องจันทร์พาดผ่านอากาศยามเย็น ตัดเข้าใส่ร่างของมดสงครามเหล่านั้น
แม้แต่มดดาบอันเลื่องชื่อเรื่องการป้องกัน ยังไม่อาจหยุดยั้งดาบส่องจันทร์ มดที่รับผิดชอบในการป้องกันเหล่านั้น ถูกฆ่าตายทันที
เมื่อไม่มีการปกป้องของมดดาบ มดน้ำกรดและมดกระดูกหนามที่อยู่ในสถานะอ่อนแอ ก็เป็นเหมือนลูกแกะที่รอถูกเชือด เมื่ออยู่ต่อหน้าดาบส่องจันทร์ของเย่จงหมิง… แม้ว่าเขาจะสามารถใช้แขนได้เพียงข้างเดียวก็ตาม
ขุดผลึกวิเศษ ตัดปลายเท้าของมดดาบเสร็จ เย่จงหมิงก็รีบวิ่งเข้าไปในร้านที่ได้ยินเสียงแตร เด็กประหลาดอยู่ที่นั่นจริงๆ
ในเวลานี้ นักโทษตรวนเหล็กเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าแต่ละก้าวข้ามผ่านระยะทางหลายสิบเมตร ข้ามจากทะเลสาบไข่มุกมายังถนน เหยียบลงบนศาลาชมวิวหลายศาลา
เย่จงหมิงรู้สึกได้ถึงเงาเหนือศีรษะ บริเวณโดยรอบสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง นักโทษตรวนเหล็กกำลังเดินผ่านหัวเขาไป แรงกดดันที่ได้รับราวกับถูกกดทับด้วยไท่ซาน (ภูเขาไท่ซาน-ภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในห้าขุนเขาทางภาคกลางของจีน)
แต่เย่จงหมิงกลับรู้สึกว่าตนปลอดภัยชั่วคราว
เด็กประหลาดเรียกสัตว์ประหลาดมาเพื่อปกป้องตัวเอง แม้ว่ามันจะไม่สามารถควบคุมสัตว์ประหลาดที่มีวิวัฒนาการระดับสูงได้ แต่สัตว์ประหลาดเหล่านั้นก็จะไม่ทำร้ายมัน
ดังนั้นเย่จงหมิงที่อยู่ภายนอกร้านจึงไม่กลัวว่า นักโทษตรวนเหล็กจะเหยียบย่ำตนเอง
ภายในร้านขนาด 1 คูหาในเวลานี้ วุ่นวายไปหมด มันเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด มีซากศพ 5-6 ร่างนอนแผ่อยู่ แสดงให้เห็นว่าที่นี่มีการต่อสู้ที่รุนแรงมาก
แล้วเย่จงหมิงก็พบความผิดปกติ เขาสูญเสียการเชื่อมต่อกับหญิงสาวทั้งสองคน ทางด้านของผูซิ่วหยิงยังพอมีเสียงอู้อี้อยู่บ้าง แต่ทางด้านของเหลียงชูหยินนั้น วิทยุถูกปิดลงอย่างสิ้นเชิง
ในใจของเขาเกิดร่องรอยของความรู้สึกไม่ดี
เขาบังคับตนเองให้กดความรู้สึกเป็นกังวลลง เย่จงหมิงรู้ว่าเป้าหมายของเขาในวันนี้คือเด็กประหลาด หากจับมันและนำถุงที่มันแบกไว้ทางด้านหลังมาได้ ทุกอย่างที่ลงทุนไปก็คุ้มค่า
ร้านขนมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ด้านหน้าเป็นสถานที่ขายของ ด้านหลังเป็นห้องนั่งเล่น ซากศพทั้งหมดอยู่ตรงห้องโถงส่วนหน้า จากทิศทางของสภาพศพและมุมของรอยเลือดกระเซ็น เย่จงหมิงลงความเห็นว่าการต่อสู้จะต้องเริ่มตั้งแต่หน้าประตู ตรงไปยังห้องนั่งเล่นส่วนหลัง
บางทีการต่อสู้อาจเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน เขาลองขยับแขนข้างขวา ด้วยร่างกายของผู้วิวัฒนาการทำให้มีการฟื้นฟูได้บางส่วน แต่ก็ยังไม่ง่ายที่จะขยับ ดูเหมือนว่ามันยังคงใช้การไม่ได้ชั่วคราว
พอเข้าใกล้ห้องนั่งเล่นด้านหลัง แต่ยังไม่ทันถึงหน้าประตู จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงจากทางด้านใน มันเหมือนเสียงของบางอย่างถูกทำลาย แล้วก็เสียงจี๊ดจี๊ดแปลกๆ
พอได้ยินเสียงนี้ หัวใจของเย่จงหมิงก็เต้นแรง มันคือเสียงร้องของเด็กประหลาด เจ้าตัวน้อยอยู่ไม่ไกลจากตน!
เย่จงหมิงวิ่งตรงไปยังห้องนั่งเล่น และได้เห็นด้านหลังของคนที่ยืนลังเลอยู่ทางด้านหน้า เมื่อคนเหล่านั้นได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทางด้านหลังก็หันกลับมามอง พอเห็นว่าเป็นคนแปลกหน้า พวกเขาก็ตื่นตัวขึ้นทันที
รูม่านตาของเย่จงหมิงหดตัวลง เมื่อเห็นคนเหล่านั้นถืออาวุธปืนครบมือ!
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงปืนพกธรรมดา แต่ในพื้นที่เล็กๆแบบนี้ มันก็มีอำนาจคุกคามมาก
“ใคร? ไม่ใช่เรื่องของนายรีบไปซะ”
คนเหล่านั้นหันปืนมาหาด้วยสีหน้าดุร้ายน่ากลัว
หากคนเหล่านี้พบกับสถานการณ์แบบนี้หลังจากวันโลกาวินาศผ่านไปแล้วชั่วระยะเวลาหนึ่ง พวกเขาจะยิงออกมาทันที โดยไม่มามัวทักทายแบบนี้ แต่ตอนนี้วันโลกาวินาศเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น คนเหล่านี้จึงยังไม่สามารถฆ่าคนได้ง่ายๆ
เย่จงหมิงไม่มีเวลาพูดเรื่องไร้สาระกับพวกเขา เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเด็กประหลาดที่กำลังหลบหนีออกไปทางด้านหลัง เขาไม่อาจมาเสียเวลาอยู่ตรงนี้
เพียงเคาะไม่กี่ครั้งคนเหล่านั้นก็ล้มลงสลบเหมือด หลังจากนั้นก็เก็บปืนของพวกเขามา
ปืนกองทัพ! (อาวุธประจำกายทหาร)
ทันทีที่เย่จงหมิงเห็นปืนใกล้ๆ เขาก็รู้ว่ามันเป็นปืนที่ออกมาจากกองทัพ ดูเหมือนว่าหัวหน้าทีมของคนเหล่านี้ ยอมทุ่มทุนหลั่งเลือดเพื่อดำเนินการเรื่องนี้จริงๆ
มีรูขนาดใหญ่บนผนังตรงห้องน้ำด้านหลัง เย่จงหมิงออกมาจากตรงนั้นเข้าไปในตรอกหลังร้านค้า นักโทษตรวนเหล็กกำลังเหวี่ยงไม้เลือดในมือใส่ซอมบี้และสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จนกระเด็นไปมาอยู่ตรงปากตรอกไม่ไกลจากตรงนั้น
เย่จงหมิงจ้องมองไปที่ปลายตรอก เด็กประหลาดแบกถุงทองอยู่บนหลังมดสงครามเมฆม่วงที่กำลังวิ่ง ไม่ไกลจากที่นั่นมีคน 4 คนกำลังใช้ปืนยิงไล่หลังมันอยู่
เสียงปืนดังขึ้น ดอกไม้เลือดก็ปรากฏขึ้นบนไหล่ของเด็กประหลาด มีคนยิงโดนมัน! มดสงครามเมฆม่วงเปิดทางให้มดตัวที่เด็กประหลาดขี่อยู่วิ่งหายลับออกจากตรอกไป
“หัวหน้าเย่ ขอกำลังเสริมด้วย ผมพบเจ้าตัวน้อยที่แบกถุงทองแล้ว เมื่อกี้นี้ มันเพิ่งเอาขวดยาจากในถุงปาใส่พวกเรา มันเป็นขวดยาวิวัฒนาการ! เจ้านั่นควรเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดในวันนี้! ต้องมีอะไรดีๆอยู่ในถุงที่มันแบกแน่!”
หลี่ชูจิ้นตะโกนใส่วิทยุ หลังจากการต่อสู้ เขารู้ว่าไม่สามารถจัดการกับมดยักษ์เหล่านั้นได้โดยลำพัง เขาจึงละทิ้งความคิดที่จะดำเนินการโดยอิสระ แล้วแจ้งข่าวให้หัวหน้าเย่ทราบในที่สุด
เย่จงหมิงรู้แล้วว่า ความลับของเด็กประหลาดไม่สามารถซ่อนได้อีกต่อไป ไม่ช้า ทุกคนที่เข้าร่วมปฏิบัติการในวันนี้จะรู้ข่าว เขาต้องเอาถุงนั่นมาให้ได้ก่อนคนเหล่านี้
เย่จงหมิงไม่ลังเลอีกต่อไป เขารีบวิ่งไปในทิศทางที่มันหายตัวไป พอหลี่ชูจิ้นกับคนอื่นๆพบว่าชายที่กำลังวิ่งเข้ามาเพื่อตามมันไปไม่ใช่เพื่อนของพวกเขา ก็ยกปืนขึ้นยิง พวกเขาทั้งสี่มีปืนเห็นได้ชัดว่าได้เปรียบชายที่วิ่งออกมาจากตรอกคนนั้น
แต่ทั้งสี่คนพบว่า เย่จงหมิงวิ่งโยกซ้ายโยกขวาเล็กน้อยเข้ามาหาพวกเขา จนพวกเขาไม่อาจล็อคเป้าได้ ทำให้พลาดโอกาสที่จะยิงให้ตรงเป้า ชายผู้ถือโล่พุ่งเข้าใส่พวกเขาราวกับเสือที่วิ่งเข้าไปในฝูงชน กระสุนสาดเข้าใส่ชายคนนั้น มีนัดหนึ่งพุ่งตรงเข้าใส่ไหล่ขวา แต่ก็ถูกกั้นไว้ด้วยโล่ พอโล่ขยับออก ดาบส่องจันทร์ก็สะบัดออกไป เหล่าคนที่กำลังยิงไม่รู้ตัวว่า ใบมีดได้ตัดปืนในมือของพวกเขาออกเป็นสองส่วนแล้ว
เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มใบหน้า ก้าวถอยหลังไปชนกับผนังตรอกทางด้านหลัง เปิดทางให้เย่จงหมิงผ่านไป แม้ว่าจะสูญเสียอาวุธ แต่การกระทำนี้กลับช่วยชีวิตของพวกเขาเอาไว้
เดิมทีหลี่ชูจิ้นอยู่ตรงแถวหน้า แต่พอหันกลับมา เขาก็กลายเป็นคนที่อยู่ด้านหลัง เขารู้สึกราวกับเห็นดอกไม้เบ่งบานขึ้นตรงหน้า ชายคนนี้เป็นเหมือนเขา
ตัวเขาเองเป็นผู้วิวัฒนาการเช่นกัน ทำให้เขารู้ว่ามันสายเกินกว่าที่จะยิง ในเวลานั้นเขาทำได้เพียงวิ่งพุ่งชนเข้าไปตรงๆเท่านั้น
ด้วยสมรรถภาพทางกายของผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว เขาไม่เชื่อว่าชายคนนั้นจะแข็งแกร่งกว่าเขา
แต่เย่จงหมิงกลับหันด้านข้างอย่างแปลกๆเข้าหา ราวกับรู้ว่าจะถูกพุ่งชน โล่ถูกตีเข้าที่สีข้างของหลี่ชูจิ้น แล้วใช้พลังสะท้อนเหยียบใส่ผนังด้านข้าง เผ่นหนีออกไปไกล
“ขอบคุณที่ช่วยส่ง!”
เย่จงหมิงทิ้งคำพูดไว้เบื้องหลัง แล้ววิ่งไล่ตามเด็กประหลาดไป โดยคนทั้งสี่ไม่สามารถหยุดยั้งเขาไว้ได้!
ตูม! ตูม! ตูม!
มีเสียงระเบิดดังขึ้นจากทางด้านหลัง หลี่ชูจิ้นกล้ำกลืนความเจ็บปวดรุนแรงที่สีข้างหันไปมอง เขาเห็นหวังติงกับคนอีก 7-8 คน ปรากฏตัวขึ้นบนหลังคาตึก และรับรู้ได้ถึงแรงกดดันรุนแรง คนพวกนั้นบางคนกำลังถือจรวดโจมตีเข้าใส่สัตว์ประหลาดร่างยักษ์สูงกว่า 50 เมตร!
“พวกคุณเล่นบ้าอะไรอยู่!” หลี่ชูจิ้นเหงื่อออกด้วยความหงุดหงิด คว้าวิทยุแล้วตะโกนอย่างบ้าคลั่ง!
“หัวหน้าเย่ อย่าเพิ่งโจมตีมัน อย่าเพิ่งโจมตีมัน! เด็กประหลาดอยู่ที่นี่ ถ้าไม่รีบมาอีก มันจะถูกปล้นแล้ว!”