- หน้าแรก
- จอมปราชญ์สรรพวิชา เริ่มต้นจากวิชาเมฆฝนน้อย
- บทที่ 35 ก้าวข้ามขีดจำกัด
บทที่ 35 ก้าวข้ามขีดจำกัด
บทที่ 35 ก้าวข้ามขีดจำกัด
บทที่ 35 ก้าวข้ามขีดจำกัด
อำลาเว่ยซงเหนียน จี้อันก็เปลี่ยนเส้นทางบินไปยังหอธุรการ
จากการพูดคุยกับอีกฝ่าย เขาได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากมาสองข้อ
ข้อแรก คนที่มีพรสวรรค์ด้านวิชาวงจรเวทสูงบางคน แม้จะไปไม่ถึงระดับที่เขาแสดงออกมาในตอนนี้ ก็ยังถือว่าไม่ห่างไกลนัก
ข้อสอง ต่อให้เขาแสดงพรสวรรค์ออกมา ก็ไม่มีอันตรายอะไรร้ายแรง
แต่นี่ก็เป็นแค่คำพูดข้างเดียวของเว่ยซงเหนียน เขาต้องค่อยๆ พิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ
การไปหอธุรการครั้งนี้ หนึ่งคือไปค้นดูว่ามีบันทึกเกี่ยวกับสมบัติวิญญาณคู่ชีพหรือไม่ สองคือไปแลกเมล็ดพันธุ์เพิ่มอีกหน่อย
วิชาเมฆฝนน้อยพอเลื่อนขั้นเป็นสมบูรณ์แบบแล้ว การใช้พลังเวทเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่ง แต่ขอบเขตการร่ายฝนกลับเพิ่มขึ้นหลายเท่า การปลูกแค่สี่หมู่แปลงนาวิญญาณมันสิ้นเปลืองเกินไป
เขาคำนวณการใช้พลังเวทในช่วงที่ธัญพืชวิญญาณออกรวงแล้ว ตัดสินใจปลูกธัญพืชวิญญาณเพิ่มอีกสองหมู่
แม้ว่าหญ้ายันต์จะทำผลึกวิญญาณได้มากกว่า แต่ก็ใช้เวลานานกว่า สู้ประหยัดเวลาไปฝึกวิชาวงจรเวทดีกว่า
พลังวิญญาณพื้นฐานในเต่าหินคือที่พึ่งของเขา แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่เคยเกียจคร้านในการฝึกฝนวิชาวงจรเวท
จี้อันร่อนลงที่หอตำราด้านหลังหอธุรการ เริ่มต้นอ่านหนังสือความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียร
เขาพลิกอ่านอย่างรวดเร็ว ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยาม เขาก็เจอบันทึกบางอย่างที่เป็นประโยชน์กับเขาอย่างยิ่งยวด
นี่คือหนังสือเกี่ยวกับพรสวรรค์และร่างเต๋า ข้างในบันทึกเกณฑ์การแบ่งระดับพรสวรรค์ไว้
ยังพูดถึงว่า นอกจากพรสวรรค์แล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรยังมีร่างกายพิเศษสำหรับการบำเพ็ญเพียรอีกหลากหลายชนิด
ร่างวิญญาณห้าธาตุเป็นร่างกายชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างจะไม่หายากเป็นพิเศษ เช่น ผู้บำเพ็ญเพียรร่างวิญญาณอัคคี การบำเพ็ญเพียรเคล็ดวิชาธาตุไฟและวิชาวงจรเวทธาตุไฟจะได้ผลทวีคูณโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียว
พอเห็นตรงนี้ ใจของจี้อันก็ผ่อนคลายลง เขาก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรร่างวิญญาณวารีได้สบายๆ นี่หว่า!
เขาพลิกอ่านต่ออีกครู่หนึ่ง ไม่พบบันทึกเกี่ยวกับสมบัติวิญญาณคู่ชีพ ก็ไม่ดันทุรังอีก หันหลังเดินจากไป
มาถึงหอหลักของหอธุรการ จี้อันกวาดตามองไปรอบหนึ่ง พอเห็นหลี่ฉางเฟิงก็เดินเข้าไปอย่างสบายๆ
“ศิษย์พี่ ซื้อเมล็ดพันธุ์ธัญพืชวิญญาณสองหมู่ครับ”
เขาส่งป้ายหยกกับหินวิญญาณหนึ่งก้อนให้ คลำๆ ผลึกวิญญาณ 10 เม็ดที่เหลืออยู่ พยักหน้าเบาๆ
ใช้ผลึกวิญญาณจนเกลี้ยงอีกแล้ว แต่ก็ใช้ไปกับเรื่องสำคัญทั้งนั้น
“หนึ่งหินวิญญาณแลกได้ 20 แต้มผลงาน เมล็ดพันธุ์ธัญพืชวิญญาณ 8 แต้มผลงาน เท่ากับว่าป้ายหยกของศิษย์น้องยังเหลือ 12 แต้มผลงาน”
หลี่ฉางเฟิงจัดการธุระเสร็จอย่างรวดเร็ว ในใจก็แอบขำ แต้มผลงานบนป้ายหยกของศิษย์น้องคนนี้ไม่เคยเกิน 10 แต้มเลย วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ฟ้าถล่มดินทลาย
จี้อันรับเมล็ดพันธุ์มา ยิ้มแล้วพูดว่า:
“ศิษย์พี่ ถามอะไรหน่อยครับ ได้ยินมาว่าเกษตรกรวิญญาณก็รับภารกิจดูแลสวนสมุนไพรได้ ไม่ทราบว่าต้องไปรับยังไงเหรอครับ?”
“ศิษย์น้องจะรับภารกิจดูแลสวนสมุนไพรรึ? ภารกิจนี้ต้องการให้วิชาเมฆฝนน้อย เคล็ดปฐพีหนา เคล็ดเถาเหี่ยวเถาเริงร่า ทั้งสามวิชาบรรลุขั้นช่ำชอง...”
แววตาของหลี่ฉางเฟิงไหววูบ กดเสียงต่ำ: “ศิษย์น้องฝึกเคล็ดเถาเหี่ยวเถาเริงร่าจนถึงขั้นช่ำชองแล้วเรอะ?”
“ใช่ครับ มีครั้งหนึ่งข้ามาหอธุรการ อยากจะแลกเคล็ดวิชาเคล็ดเถาเหี่ยวเถาเริงร่าขั้นช่ำชอง แต่กลับได้รับแจ้งว่าในนิกายไม่มี”
จี้อันยักไหล่ “ตอนนั้นศิษย์พี่ไม่อยู่พอดี ศิษย์พี่ที่เข้าเวรบอกว่าในบรรดาวิชาเพาะปลูก เคล็ดเถาเหี่ยวเถาเริงร่า เคล็ดโลหะแหลมคม แล้วก็ คาถาเพลิงอัคคี ไม่มีเคล็ดวิชาระดับช่ำชองเลย”
“อืม นั่นเรื่องจริง
เคล็ดวิชาสามแขนงนี้แค่บรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญก็พอใช้แล้ว ทุกคนก็เลยไม่ยอมเสียเวลาไปศึกษามันต่อ อยากจะก้าวหน้าต่อไปก็ต้องอาศัยความเข้าใจส่วนตัวล้วนๆ”
“แล้วการฝึกเคล็ดเถาเหี่ยวเถาเริงร่าจนถึงขั้นช่ำชองมันจะมีความหมายอะไรล่ะครับ?”
จี้อันรู้สึกปวดฟันจี๊ด ถ้ารู้แบบนี้เก็บพลังซวิ่น (ลม) ไว้ดีกว่า
“เพราะว่าเคล็ดเถาเหี่ยวเถาเริงร่าขั้นเชี่ยวชาญมันดูดพลังชีวิตของพืชวิญญาณที่มีระดับได้ช้าเกินไป ศิษย์น้องถ้ารับภารกิจดูแลสวนสมุนไพรเมื่อไหร่ก็จะเข้าใจความหมายที่ข้าพูดเอง”
หลี่ฉางเฟิงพยักหน้า ตระกูลของเขาก็เล่นแร่แปรธาตุกับการเพาะปลูก รู้ลู่ทางด้านการเพาะปลูกเป็นอย่างดี
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ:
“ศิษย์น้องอยากจะได้ภารกิจดูแลสวนสมุนไพรน่ะยากมาก ในบรรดาศิษย์ขั้นหลอมลมปราณของนิกาย ศิษย์เกษตรกรวิญญาณมีจำนวนเยอะที่สุด มีตั้งหลายพันคน
คนที่คุณสมบัติครบก็มีไม่น้อย สวนสมุนไพรไหนมีตำแหน่งว่าง ก็มีคนมาเสียบแทนได้ทันที”
การแข่งขันมันดุเดือดขนาดนี้เลย?
จี้อันตะลึงงัน คิ้วขมวดมุ่น เขายังคิดอยากจะไปคลุกคลีอยู่แถวจุดเชื่อมต่อเส้นชีพจรวิญญาณอยู่เลย?
“ไม่มีโอกาสเลยสักนิดเชียว? ถ้ามีสักวันที่ข้าฝึกวิชาเมฆฝนน้อยหรือเคล็ดปฐพีหนาจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ ก็น่าจะมีโอกาสบ้างสิ!”
หลี่ฉางเฟิงดึงจี้อันออกมานอกหอ ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง:
“ศิษย์น้องเอ๊ย ภารกิจดูแลสวนสมุนไพรผลตอบแทนมันงาม ผลประโยชน์ทับซ้อนข้างในมันยุ่งเหยิงพัวพันกันไปหมด
นอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากเบื้องบน ไม่อย่างนั้น ยาก...”
จี้อันกลับมาที่แปลงนาวิญญาณของตัวเอง บุกเบิกเพิ่มอีกสองหมู่ติดกัน หว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป
พอตกกลางคืน เขาก็มาที่แปลงนาวิญญาณอีกครั้ง ร่ายเคล็ดวิชาโปรยฝน
สายฝนวิญญาณที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายพิเศษโปรยปรายลงมาซู่ซ่า ความคิดของเขาหลอมรวมเข้าไปในสายฝน
รอจนเมฆสลายหมอกจาง จี้อันก็พ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง หันหลังเดินจากไป
คำพูดของหลี่ฉางเฟิง ทำให้หัวใจที่ร้อนรุ่มของเขาเย็นลง บางครั้งการใช้คนเขาไม่ได้ดูที่ความสามารถ แต่ดูที่เส้นสายและผลประโยชน์
สันดานคนเรา ไม่ว่าจะโลกไหนก็เหมือนกัน
การบำเพ็ญเพียรทำให้คนแข็งแกร่งขึ้น ทำให้คนมีอายุยืนยาวขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้คนสูงส่งขึ้น
จี้อันดับความคิดที่จะเปิดเผยวิชาเมฆฝนน้อยขั้นสมบูรณ์แบบไปจนหมดสิ้น ตัดสินใจว่าต่อไปนี้จะร่ายฝนตอนกลางคืนทั้งหมด
ในเมื่อไม่มีผลประโยชน์อะไรจะได้รับ ก็พยายามทำตัวโลว์โปรไฟล์ที่สุดเท่าที่จะทำได้
ถ้าไม่ได้รับภารกิจดูแลสวนสมุนไพร เขาก็คงมีโอกาสน้อยมากที่จะได้ไปบำเพ็ญเพียรบนเส้นชีพจรวิญญาณก่อนถึงขั้นสร้างรากฐาน
ในเมื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมไม่ได้ ก็มีแต่ต้องเปลี่ยนตัวเอง
จี้อันตัดสินใจหาผลึกวิญญาณให้ได้มากที่สุด พยายามเลื่อนขั้นสร้างรากฐานให้เร็วที่สุด
ขั้นสร้างรากฐานก็จะสามารถเลือกจุดเชื่อมต่อเส้นชีพจรวิญญาณมาทำเป็นถ้ำพำนักได้ ถึงตอนนั้นเต่าหินก็จะดูดซับพลังวิญญาณพื้นฐานได้มากขึ้นทุกวัน เขาก็จะได้แปลงนาวิญญาณระดับหนึ่งยี่สิบหมู่มาเป็นของตัวเองด้วย
พอมีเป้าหมายที่ค่อนข้างจับต้องได้ คนเราก็จะไม่สับสนหลงทาง
จี้อันตั้งหน้าตั้งตาบำเพ็ญเพียรทุกวัน ผสมหมึกยันต์ ศึกษาวิชาวงจรเวท วันเวลาผ่านไปอย่างเร่งรีบแต่ก็เติมเต็ม
ผักสวนครัวในลานบ้านถูกรดด้วยวิชาเมฆฝนน้อยขั้นสมบูรณ์แบบ พลังวิญญาณที่อยู่ในนั้นสูงถึงครึ่งหนึ่งของผักวิญญาณจริงๆ ยิ่งเป็นเรื่องน่ายินดีโดยไม่คาดคิด
เนื่องจากขอบเขตของสายฝนวิญญาณมันกว้างเกินไป หญ้าวัชพืชที่อยู่นอกลานบ้านก็พลอยเติบโตงอกงามไปด้วย
เพื่อปกปิดผลของสายฝนวิญญาณ เขาจึงต้องร่ายคาถาเพลิงอัคคีใส่พื้นดินนอกลานบ้านทุกวัน วิชานี้ที่ปกติแทบไม่ได้ใช้ ก็เลยพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ด้วยประการฉะนี้ มียาเม็ดหยกมรกตเพียงพอ ธัญพืชวิญญาณกับผักวิญญาณก็ไม่ขาด การยกระดับบำเพ็ญเพียรของจี้อันจึงไม่เจออุปสรรคใดๆ ก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง
สองเดือนกว่าผ่านไป
ธัญพืชวิญญาณกับหญ้ายันต์แก่เร็วกว่าปกติประมาณสิบวัน จี้อันเก็บเกี่ยวธัญพืชวิญญาณ สีเปลือกเสร็จ ก็นำมาชั่งน้ำหนักหนึ่งรอบ แล้วกำหมัดแน่น
เขาปลูกธัญพืชวิญญาณไปทั้งหมดห้าหมู่ โดนนกกาจิกกินไปบ้าง ตามหลักแล้วผลเก็บเกี่ยวต้องต่ำกว่า 1500 ชั่งแน่นอน
แต่พอชั่งดูเขาก็พบว่า ข้าวหน่อเหลืองที่เก็บเกี่ยวได้กลับมีมากถึง 1600 ชั่ง วิชาเมฆฝนน้อยขั้นสมบูรณ์แบบมันไปเปลี่ยนขีดจำกัดทางพันธุกรรมของข้าวหน่อเหลือง!
แม้ว่าจะได้รายได้เพิ่มมาแค่หนึ่งหินวิญญาณ แต่ความหมายของมันยิ่งใหญ่มาก
การบ่มเพาะสมุนไพรวิญญาณระดับสูงทีหนึ่งต้องใช้เวลาหลายสิบหรือหลายร้อยปี วิชาเมฆฝนน้อยขั้นสมบูรณ์แบบสามารถช่วยย่นระยะเวลาได้ ถ้าอย่างนั้นอนาคตถ้าเขาได้เรียนวิชาที่ทรงพลังกว่านี้ ก็จะสามารถย่นระยะเวลาการเติบโตของสมุนไพรวิญญาณและเพิ่มประสิทธิภาพยาได้มหาศาลเลยไม่ใช่หรือ?
อนาคตช่างสดใส จี้อันไฟลุกท่วมตัว
การที่ธัญพืชวิญญาณกับหญ้ายันต์แก่เร็วกว่ากำหนด ทำให้เขามีเวลาทำกระดาษยันต์มากขึ้น
เขาเตรียมการว่าต่อไปจะหว่านเมล็ดช้ากว่าคนอื่นสิบวัน แล้วปลูกหญ้ายันต์สักสองหมู่ แบบนี้จะได้มีรายได้มากขึ้น
(จบตอน)