เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 158 ตื่นตระหนก (ฟรี ตอนยาวพิเศษ) สวัสดีปีใหม่นะคะ

บทที่ 158 ตื่นตระหนก (ฟรี ตอนยาวพิเศษ) สวัสดีปีใหม่นะคะ

บทที่ 158 ตื่นตระหนก (ฟรี ตอนยาวพิเศษ) สวัสดีปีใหม่นะคะ


วันเปิดงานหอหมื่นดวงดาว

นี่เป็นวันสุดท้ายที่ผู้เล่นจำนวนมากซึ่งเข้ามายังนครราตรี จะมารวมตัวกันที่นี่

นครราตรีแน่นขนัดไปด้วยผู้คน แขกหลากหลายรูปแบบจากทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ามา ต่างก้าวเข้าสู่หอหมื่นดวงดาวอันยิ่งใหญ่ เทคโนโลยีโฮโลแกรม คำต้อนรับ กระแสไฟที่เหมือนไม่ต้องจ่าย รวมถึงโฆษณาจำนวนมาก อัดแน่นอยู่ทุกมุมของนครราตรี

ผู้คนจำนวนมากกำลังทยอยเข้าไปในหอหมื่นดวงดาว

ผู้ช่วยกำลังแต่งหน้าให้นานซี จัดระเบียบเสื้อผ้า เตรียมทุกอย่างก่อนเปิดงาน

นานซีนึกทบทวนขั้นตอนทั้งหมดอย่างสงบนิ่ง ไม่ได้มีความรู้สึกตื่นเต้น แต่เขากลับมองผู้ช่วยของตัวเองอย่างแปลกใจเล็กน้อย

“ว่าแต่ วันนี้ทำไมคุณก้มหน้าตลอดเลย”

“เมื่อวาน…นอนตกหมอน…คอเลยเคล็ดค่ะ”

นี่เป็นคำโกหก

เมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอน เพราะรายละเอียดกับการวิเคราะห์ที่ซูฉีพูดไว้ มันวนอยู่ในหัวไม่หยุด

เธอจะบอกได้ยังไงว่าเธอคิดเรื่องนั้นทั้งคืน?

นานซีมองจอโฮโลแกรมในพื้นที่ทำงานเล็ก เห็นพนักงานหอหมื่นดวงดาวกำลังวิ่งวุ่นไปมาไม่หยุด

“คนเยอะจริง ๆ”

แขกจากหลายโลกมีไม่น้อย เพราะงานประมูลครั้งนี้เทียบเท่างานเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นปีละครั้งของขอบเขตโลกแห่งนี้ ส่วนนครราตรีก็เป็นเพียงสถานที่ที่ถูกเลือกให้เป็นเจ้าภาพเท่านั้น

แต่ถึงอย่างนั้น นครราตรีก็ทุ่มสุดกำลัง ระดมทุกทรัพยากร ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อรองรับแขกจากทุกฝ่าย ชนชั้นสูงเหล่านี้ก็ใจกว้างเรื่องใช้เงินจริง ๆ แน่นอนว่าเงินทั้งหมดถูกใช้ไปกับเขตชนชั้นสูงและเขตวีไอพี

ทว่าชนชั้นสูงจำนวนมากกลับมองว่ามันคุ้มค่า เพราะขอบเขตโลกแห่งนี้รวมเอาโลกเล็กโลกใหญ่ไว้นับไม่ถ้วน แม้ในทะเลแห่งความโกลาหลอันกว้างใหญ่จริง ๆ ที่แห่งนี้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของภูเขาน้ำแข็ง หรือเทียบได้แค่หนึ่งกาแล็กซีในจักรวาลทั้งหมด แต่สำหรับนครราตรี แค่นี้ก็เกินพอแล้ว

“วันนี้พลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว” นานซีพูดเบา ๆ “เหล่าทายาทของราชันวิญญาณตอนนี้มาถึงหน้างานแล้วราว ๆ สิบคน”

สิบกว่าคนนั้นเป็นสายเลือดห่าง ๆ ของราชันวิญญาณ เปรียบเหมือนลูกหลานในตระกูลใหญ่ของราชันวิญญาณ ฟังดูอาจไม่เท่าไร แต่แค่เกี่ยวดองกับราชันวิญญาณ ก็เป็นคนที่นานซีต้องระวังตัวให้มาก

อย่าคิดว่า “ลูกหลานห่าง ๆ” จะไม่ใช่ญาติ

นอกจากนี้ ยังมีทายาทโดยตรงของราชันวิญญาณ คาดว่าน่าจะมาถึงช้าหน่อย

คนกลุ่มนี้ดูเหมือนจะมีสถานะไม่ธรรมดายิ่งกว่า

นี่จึงเป็นเหตุผลที่นครราตรีจัดรายการให้ยาวขนาดนี้

“ใกล้ได้เวลาแล้วครับ คุณนานซี” ผู้รับผิดชอบพูดเบา ๆ “พิธีเปิดจะเริ่มในอีกห้านาที”

“ได้”

ในฐานะพิธีกร นานซีต้องไปยังพื้นที่รอก่อนขึ้นเวที

ตอนนี้หอหมื่นดวงดาวเต็มไปด้วยผู้คน แต่กลับแบ่งโซนกันชัดเจน ไม่มีเสียงโห่ร้องอึกทึก และไม่ดูแออัด

นครราตรีถึงขั้นลดทอนเสียงระหว่างแต่ละโซนลงอย่างมาก ต่อให้โซนด้านหลังตะโกนโหวกเหวก อย่างน้อยก็ไม่ไปรบกวนเขตวีไอพี

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีภาพโฮโลแกรมฉายอยู่ตามมุมต่าง ๆ ไม่ต้องกลัวคนสายตาสั้นจะมองเวทีไม่เห็น

“ทำได้ดีจริง ๆ แบบนี้ก็ดี อย่างน้อยก็คงไม่เกิดเรื่องวุ่นวาย”

เมื่อวานนานซีก็ได้ยินเหล่าผู้มีอำนาจพูดถึงเรื่อง “ดินแดนไร้กฎหมาย” พวกเขาบอกว่า นครราตรีกำจัด “จักรพรรดิทมิฬ” กับ “เหล่าผู้เสพสุข” สองกองกำลังใหญ่ได้สำเร็จ ตอนนี้ถูกนำเข้าสู่การกำกับดูแล รายละเอียดไม่ได้พูดชัด เหมือนตั้งใจเลี่ยง

เขาเองก็ขี้เกียจถามต่อ

“ได้เวลาเปิดงานแล้วครับ คุณนานซี”

นานซีพยักหน้า รวบรวมสมาธิ

จากนั้นก็เผยรอยยิ้มแบบมืออาชีพ สวมชุดหางยาวหรูหรา หลังตรงมั่นใจ ก้าวออกไปด้วยท่าทีสง่างาม

เขาเหมือนลำแสงที่ทุกคนจับตามอง ก้าวเข้าสู่เวที!

เสียงดนตรี แสงไฟ ทั้งหอหมื่นดวงดาวกำลังกะพริบระยิบระยับ!

“ทุกท่าน”

เสียงของนานซีส่งถึงหูของทุกคน “ยินดีต้อนรับสู่ นครราตรี!”

“ยินดีต้อนรับสู่การประมูลระดับโลกในครั้งนี้!”

“ผมคือพิธีกรของวันนี้ นานซี!”

สปอร์ตไลต์จำนวนมากส่องโอบล้อมร่างเขา เสียงโห่ร้องของผู้ชมก็ตามมา ความร้อนระอุในอากาศทำให้ทุกเซลล์ในร่างกายเขาเหมือนกำลังกระโดดโลดเต้น

ใช่แล้ว

นี่แหละความรู้สึกนี้ ทุกอย่างค่อย ๆ ไหลไปตามขั้นตอน! ทั้งหมดอยู่ในกำมือของเขา!

“ต่อไป ขอให้พวกเราต้อนรับแขกคนสำคัญ ที่มาถึงนครราตรีในครั้งนี้….”

นานซีเริ่มแนะนำทายาทราชันวิญญาณและตัวตนจากกองกำลังอื่น ๆ พวกเขานั่งอยู่ด้านหน้าและที่นั่งระดับสูงสุด มีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง จึงไม่จำเป็นต้องแนะนำละเอียด แค่กล่าวต้อนรับตามฝ่ายอำนาจก็พอ

ทายาทราชันวิญญาณสิบกว่าคนนี้ มาจากฝ่ายของ ราชันวิญญาณแห่งความฝันลวง และ ราชันวิญญาณแห่งดาวมรณะ สองตัวตนนี้ก่อเป็นตระกูลใหญ่โต โดยเฉพาะฝ่ายหลังที่ยึดสายเลือดโดยตรงเป็นแกนกลางของอำนาจ

จากนั้นก็เป็นองค์กรอื่น ๆ แม้จะเทียบราชันวิญญาณไม่ได้ แต่สำหรับนครราตรีก็ยังเป็นยักษ์ใหญ่

ท้ายที่สุด

ถึงคิวแนะนำ “ฝ่ายเจ้าภาพ” ของหอหมื่นดวงดาว นั่นคือผู้มีอำนาจห้าคนที่ลงทุนและลงแรงมากที่สุดในนครราตรี พลังและมูลค่าของพวกเขาในนครราตรีถือว่าอยู่ระดับบนสุดอย่างไม่ต้องสงสัย นี่ก็เป็นวิธีที่พวกเขาใช้เปิดเผยชื่อเสียงของตัวเอง

“การขนส่งสตาร์ริเวอร์…”

“นิวอีโวลูชันกรุ๊ป”

นานซีอ่านตามแผงโฮโลแกรมทีละรายชื่อ เพราะเป็นเจ้าภาพจึงเป็นขั้นตอนตามปกติ

ที่นั่งของเจ้าภาพทั้งห้าก็อยู่ด้านหน้าแยกเป็นโซน คล้ายที่นั่งกรรมการ และอยู่ใกล้ตำแหน่งของทายาทราชันวิญญาณด้วย

บนที่นั่งแต่ละคนยังมีโลโก้กลุ่มธุรกิจและโฆษณาแบบโฮโลแกรม พออ่านชื่อใครจบ ที่นั่งของผู้มีอำนาจคนนั้นก็จะเลื่อนขึ้นมาให้เห็นเด่นชัด

เรียกได้ว่า เพื่อที่จะประจบ ตัวตนระดับสูง พวกเขาพร้อมที่จะงัดทุกวิธีออกมาใช้จริง ๆ

“อินเทลเลียนซ์กรุ๊ป…”

“มีฮากรุ๊ป…”

นานซีอ่านต่อไป จนถึงคนสุดท้าย

“สมาคมการค้า….”

เขาชะงักกึกทันที รูม่านตาหดลงเล็กน้อย ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

อะไร?

คำพวกนี้ทำไมคุ้นตาขนาดนี้!?

สมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน?

นานซีถึงกับตกตะลึงสุดขีด

นี่มันไม่ใช่สมาคมการค้าที่คนคนนั้นตั้งแบบเล่น ๆ หรอกหรือ? นามบัตรหยาบ ๆ ใบนั้นยังอยู่ในกระเป๋าเสื้อของเขาอยู่เลย!

แล้วทำไมคำนี้ถึงโผล่มาอยู่ในรายชื่อ “เจ้าภาพ” ได้!

นานซีไม่มีเวลาคิด เพราะสายตานับไม่ถ้วนกำลังจับจ้องเขา พอแน่ใจว่าอ่านไม่ผิด

เขาถึงได้สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

“และ สมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน! ขอขอบคุณเจ้าภาพทั้งห้าท่านที่ให้การสนับสนุน!”

นานซีมองไปยังเขตวีไอพี ที่นั่งของเจ้าภาพคนสุดท้ายค่อย ๆ ปรากฏโลโก้ของสมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้านขึ้น ถ้ามองดี ๆ จะเห็นเป็นตัวอักษรจีน “闲”

ผู้แปล: 闲 แปลว่า ว่าง ผักผ่อน สบาบ ๆ ไม่ได้ทำอะไร

และสิ่งที่ปรากฏในสายตานานซีพร้อมกัน ก็คือ ซูฉี โผล่ขึ้นมาพร้อมกับที่นั่งที่ค่อย ๆ ยกสูงขึ้น

“….”

แย่แล้ว

นานซีรู้สึกเหมือนมีลมหายใจติดค้างอยู่ในอก เขายังเห็นซูฉียิ้มแล้วโบกมือให้เขา!

ยังทำท่าทางเหมือนให้กำลังใจอีก!

ให้กำลังใจอะไรกัน!

ที่สำคัญกว่านั้นคือ “เจ้าภาพ” มีไมค์ด้วยไว้สำหรับการกล่าวสุนทรพจน์สั้น ๆ หลังจากจบรายการและก่อนเริ่มการประมูล  นี่เป็นโอกาสที่ผู้มีอำนาจทั้งห้าจะโฆษณาและ “ประจบ” ฝ่ายอำนาจต่าง ๆ

แค่ดึงความสนใจได้สักคน ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

สรุปคือ แย่แล้ว!

คราวนี้แย่แล้วจริง ๆ

นานซีรู้สึกเหมือนหนังศีรษะชาวาบ เหงื่อไหลท่วมตัว

แค่หมอนั่นโผล่มานั่งแถวหน้าเขาก็ว่าแย่พอแล้ว นี่ยังกลายเป็นหนึ่งในผู้จัดงานอีก แถมยังถือไมโครโฟนได้อีกต่างหาก!

ช่างเป็นเวรกรรมจริง ๆ!

นานซียกไมโครโฟนขึ้นด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย

“โดยสรุป งานในวันนี้ไม่ใช่แค่งานประมูล แต่ยังเป็นงานเฉลิมฉลองที่แขกจากทุกวงการมารวมตัวกัน ก่อนพิธีประมูลจะเริ่ม ขอเชิญทุกท่านรับชมการแสดงอันน่าตื่นตาที่กำลังจะเริ่มต่อไปนี้!”

เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบถอนตัวออกจากเวทีทันที ปล่อยให้รายการแสดงรับหน้าต่อไปก่อน

ผู้รับผิดชอบยืนนิ่งงัน มองร่างของนานซีที่ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“คุณนานซี เวลาลงเวทีของคุณ ดูเหมือนจะเร็วกว่าแผนไปประมาณหนึ่งนาทีนะครับ”

“ไม่ต้องมาบอกผมเรื่องนี้” สายตาของนานซีเคร่งเครียดอย่างยิ่ง “บอกผมมาก่อนว่า สมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้านมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงกลายมาเป็นผู้จัดงานได้”

ผู้รับผิดชอบไอเบาๆ

“เรื่องนี้…เป็นคำสั่งกระทันหันครับ เดิมทีตำแหน่งนั้นควรเป็นของไลฟ์กรุ๊ปกับกงเฉิง แม้พวกเขาจะถดถอยลงมาก แต่เงินลงทุนก่อนหน้านี้ก็ยังเพียงพอให้ไลฟ์กรุ๊ปครองที่นั่งนั้นไว้ได้ เพียงแต่เช้าวันนี้มีคำสั่งให้เปลี่ยนเป็นสมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้านแทน”

“พอพวกผู้มีอำนาจคนอื่นเห็นว่า ไลฟ์กรุ๊ปไม่ออกหน้า แล้วยังโอนสิทธิ์ให้สมาคมการค้าที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง ทุกคนก็เลยมองว่าเป็นโอกาสดี เลยพากันเห็นด้วยครับ”

“ผมไม่ได้ถามเรื่องนั้น” นานซีกล่าวช้าๆ ทีละคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมถามว่า ทำไมไลฟ์กรุ๊ปถึงยอมส่งมอบที่นั่งนี้ให้คนคนนั้น”

ที่นั่งนี้คือสิ่งที่บรรดาผู้มีอำนาจแย่งชิงกัน ไม่ว่าจะมองในแง่มูลค่าหรือโอกาส ล้วนสำคัญต่อพวกเขาอย่างยิ่ง

ผู้รับผิดชอบพูดติดขัด

“ผะ…ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แค่ทราบว่าไลฟ์กรุ๊ปเข้าไปตั้งหลักในดินแดนไร้กฎหมาย แล้วที่นั่นเหมือนจะเป็นต้นกำเนิดของสมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน”

สีหน้านานซีหม่นลงเล็กน้อย เขานิ่งคิดอยู่ไม่กี่วินาที

สุดท้ายก็ตัดสินใจออกจากที่นี่ เดินตรงไปหาผู้ช่วยของตัวเอง

“คุณนานซี!”

ผู้รับผิดชอบเรียกเท่าไรก็ไม่ทัน

ขณะนั้น ผู้ช่วยสาวกำลังตรวจสอบของประมูลต่างๆ อยู่ในโซนด้านล่าง สิ่งเหล่านี้สำคัญมาก เธอต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง

แต่เมื่อเห็นนานซีปรากฏตัว เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย

“นานซี่? คุณควรอยู่โซนรอขึ้นเวทีไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาที่นี่ได้” มองท่าทางรีบร้อนของนานซี เธอก็เหมือนจะนึกอะไรออก “เอ่อ…ถ้าอั้นไม่ไหว ห้องน้ำอยู่อีกทางนั้นค่ะ”

นานซีส่ายหน้า

“ช่วยผมตรวจสอบเรื่องหนึ่ง พวกผู้มีอำนาจในนครราตรีกำลังโกหก ไปสืบเรื่องดินแดนไร้กฎหมาย ดูสถานการณ์จริงของสมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน”

ในใจเขามีความรู้สึกถึงวิกฤตบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก

ความรู้สึกนี้มีมานานแล้ว ไม่รู้ว่ามาจากไหน อาจเกี่ยวกับเขาเอง หรืออาจเกี่ยวกับทายาทราชันวิญญาณก็ได้ แต่ดูเหมือนจะมีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น เป็นเรื่องใหญ่ที่อาจตัดสินเส้นทางอาชีพของเขา

หลังจากได้พบกับซูปู้เสียน ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งรุนแรงขึ้น

เพราะงั้น

เขาจำเป็นต้องมีข้อมูลให้มากพอ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่รู้จัก หรืออย่างน้อยก็ใช้เป็นแต้มต่อในการตัดสินใจ

อีกด้านหนึ่ง กงเฉิงนั่งอยู่กับไซมอน แต่ตำแหน่งของพวกเขาไม่ใช่โซนวีไอพี หากเป็นโซนธรรมดา

ไซมอนพึมพำ

“ไม่คิดเลยว่าคุณจะถูกท่านประธานเกลี้ยกล่อมได้จริง ๆ ถึงกับยอมโอนตำแหน่งนั้น” เขาหันไปมองกงเฉิงข้างๆ “คุณไม่มีอะไรแบบ…เช่น นอกใจ หรือคดีอาชญากรรม ที่ถูกประธานกุมไว้หรอกใช่ไหม”

กงเฉิง “…”

“ฉันทำอะไรเปิดเผยโปร่งใส ไม่มีเรื่องสกปรกแบบนั้น”

“อีกอย่าง ฉันชอบการลงทุน”

สายตาของเขากวาดผ่านภาพโฮโลแกรมที่ซูปู้เสียนปรากฏตัวอยู่เพียงชั่วครู่

การที่กงเฉิงเลือกสนับสนุนสมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน เป็นเพราะอาการป่วยของลูกสาวเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสนับสนุนแบบไร้เงื่อนไข ยกผลประโยชน์ทั้งหมดให้ไปหมด

การที่เขาสามารถเข้าไปตั้งหลักในดินแดนไร้กฎหมาย และประกาศการก่อตั้งสมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้านอย่างเป็นทางการ ก็ถือว่าทำถึงขีดสุดแล้ว

เดิมทีเขายังหวังอาศัยโอกาสจากงานที่หอหมื่นดวงดาวครั้งนี้ ฟื้นฟูไลฟ์กรุ๊ปให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

แต่ชายคนนั้นกลับโน้มน้าวเขาสำเร็จ

‘การเข้าร่วมการพนันครั้งใหญ่นี้ ไม่รู้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะถูกหรือผิด’

ไซมอนงงเป็นไก่ตาแตก เขามองซูปู้เสียนอยู่ไกลๆ อย่างเงียบๆ

แต่ก็ไม่เป็นไร ไม่ว่าประธานจะทำอะไร เขาก็จะสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไข

[ชื่อเสียง +100]

เปลือกตาของซูฉีกระตุกเล็กน้อย โห มาจากไหนอีกหนึ่งร้อย ปกติชื่อเสียงก้อนใหญ่แบบนี้ ถ้าไม่ใช่ตัวตนทรงอิทธิพล ก็ต้องเป็นความเคารพนับถือหรือการยกย่องอย่างจริงจัง

สาวกของลัทธิคนไม่เกียจคร้านเพิ่มขึ้นอีกแล้วเหรอ

ขณะเดียวกัน การปรากฏตัวเมื่อครู่ก็ทำให้ชื่อเสียงเพิ่มขึ้นประปรายเช่นกัน เพียงแต่จำนวนไม่มาก

เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ทิ้งความประทับใจลึกซึ้งไว้

มันก็เหมือนดูโฆษณา ถ้าไม่เปิดซ้ำๆ ไม่ยัดคำโฆษณาให้ติดหู ใครจะจำได้

เขามองดูความคืบหน้าปัจจุบันของตัวเอง

[ฉายา: เจ้าลัทธิของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน (75238/100000)]

[ระดับปัจจุบัน LV2: เริ่มเป็นที่จับตา]

ถือว่าใช้ได้ เทียบกับก่อนหน้านี้ เพิ่มขึ้นมาเกือบสี่หมื่น นอกจากเหนือจากที่เพิ่มขึ้น หนึ่งหมื่นกว่าแล้ว ที่มาจากนครราตรี ที่เหลือก็เป็นชื่อเสียงที่สะสมวันแล้ววันเล่า เพิ่มขึ้นเองตามธรรมชาติ

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนออกแรงอยู่เบื้องหลัง

“แต่ก็ควรให้ความสำคัญจริงๆ” ซูฉีพึมพำกับตัวเอง “จากข้อมูลที่ได้มาจากพวกของจั่วโช่ว ชื่อเสียงไม่ได้เกี่ยวแค่พลังของฉายาเท่านั้น”

“มันยังมีบทบาทสำคัญอีกมาก อย่างสัญลักษณ์ ศาลบูชา ผู้ศรัทธา พวกนี้ล้วนเป็นจุดสำคัญ”

เรื่องศาลบูชา เขารู้ดี

ไม่ว่าจะเป็นเทพเจ้าเหล่าใด หรือแม้แต่เจ็ดราชันวิญญาณ ตัวตนทรงพลังเหล่านั้นล้วนมีศาลบูชา ใช้คุ้มครองโลก ข่มการปนเปื้อน

และยังเป็นวิธีเพิ่มผู้ศรัทธาอีกด้วย

แน่นอน เทพมารจะตรงกันข้าม ศาลบูชาคือหัวแกะ เป้าหมายคือการปนเปื้อนโลกและทำลายทุกสิ่ง

ทั้งหมดนี้ เกิดจากตัวตนเหล่านั้นที่มีพลังและชื่อเสียงที่มากพอพอจะสะกดข่มทั้งจักรวาล

“ส่วนผู้ที่อ่อนแอกว่า สิ่งที่เปิดได้ควรเรียกว่างสัญลักษณ์”

เหมือนลวดลายที่สลักบนเครื่องราง ไม่ใช่วัตถุคงที่ แค่สามารถฉายพลังเข้าไปได้ก็ใช้งานได้แล้ว แต่มากสุดก็แค่ปรับฮวงจุ้ยบ้าน หรือคุ้มครองคนธรรมดาคนหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่น

กำไลหยกที่พระภิกษุอาวุโสผู้มีชื่อเสียงไปทั่วสิบหมู่บ้านมาทำพิธีให้ ย่อมแฝงพลังของพระรูปนั้น พลังนี้ไม่ได้มาจากความแข็งแกร่งโดยตรง หากแต่มาจากชื่อเสียงที่สะสมวันแล้ววันเล่า และพลังศรัทธาที่รวมตัวกัน

มันช่วยชำระสิ่งสกปรกได้

ผู้เล่นทั่วไปจำนวนมาก จริงๆ แล้วไม่ได้ให้ความสำคัญกับชื่อเสียง พวกเขาคิดว่าพลังฉายาเป็นแค่ตัวเสริม และการมีชื่อเสียงก็ไม่ง่าย

แต่เหล่าซูเปอร์นิวบี้ที่ชมรมใหญ่ ๆ ซึ่งมุ่งมั่นจะสร้างชื่อจากดันเจี้ยนต่าง ๆ นั้น ไม่ได้ทำไปเพื่อพลังจากฉายาเพียงอย่างเดียวแน่นอน

“…”

ในขณะนั้นเอง

การแสดงรายการแรกก็จบลง

นานซีก้าวออกมาอีกครั้ง คราวนี้เมื่อเทียบกับตอนเปิดงาน ความมั่นใจลดลงไปเล็กน้อย มีความไม่เป็นธรรมชาติเพิ่มเข้ามา

แน่นอน ระดับความเป็นมืออาชีพยังอยู่ครบ คนอื่นมองไม่ออก

มีเพียงซูฉีเท่านั้นที่เห็น

เพราะเหนือศีรษะของนานซี มีเครื่องหมายคำถามลอยอยู่

[ตอนนี้…เขากำลังตื่นตระหนก]

จบบทที่ บทที่ 158 ตื่นตระหนก (ฟรี ตอนยาวพิเศษ) สวัสดีปีใหม่นะคะ

คัดลอกลิงก์แล้ว