เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 ความรักไม่ใช่ทางเลือก (ฟรี ตอนยาวพิเศษ) สวัสดีปีใหม่นะคะ

บทที่ 157 ความรักไม่ใช่ทางเลือก (ฟรี ตอนยาวพิเศษ) สวัสดีปีใหม่นะคะ

บทที่ 157 ความรักไม่ใช่ทางเลือก (ฟรี ตอนยาวพิเศษ) สวัสดีปีใหม่นะคะ


นานซีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้

ในฐานะพิธีกรระดับแถวหน้า และซูเปอร์สตาร์ที่เดินทางไปมาระหว่างหลากหลายโลก เขาไม่ใช่มือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการ พฤติกรรมอย่างการสูดลมหายใจลึก ๆ เช่นนี้ ปกติแล้วจะเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่เขาเพิ่งเข้าวงการใหม่ ๆ เท่านั้น

มักจะเป็นตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ใหญ่โต หรือเหตุการณ์ที่เกินกว่าที่คาดไว้จริง ๆ

แต่ตอนนี้

นานซีค่อย ๆ วางมีดและส้อมลง “ยอมรับเลย ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก”

เขากลับคืนสู่ความสงบแล้ว แม้ใบหน้าจะบึ้งตึงแต่ยังฝืนยิ้มออกมา

ถ้าคิดดี ๆ แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

ตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์แบบครั้งก่อน ไม่มีอะไรต้องไปเกรงใจเด็กคนนี้

“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นครราตรี หรือว่าคุณจุติลงมาที่นี่?” นานซีมองซูฉีด้วยสายตาสงบนิ่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดคำว่า “จุติ” ก่อนหน้านี้ในรายการ เขาเคยพบผู้จุติมาแล้วมากมาย ทั้งคำว่า ภารกิจ ผู้เล่น ไอเท็ม สกิล ทั้งหมดนี้แทบไม่ใช่ความลับอะไรอีกต่อไป

ล้วนเป็นผลกระทบจากพลังของดินแดนเหวลึก สกิลก็เป็นเพียงการทำให้คุณลักษณะกลายเป็นข้อมูลเท่านั้น

ในบรรดาคนทั่วไป นานซีนับว่าเป็นคนที่เข้าใจตัวตนจากดินแดนเหวลึก ได้ลึกซึ้งกว่าคนอื่นไม่น้อย

“เรื่องนี้…พูดยาวเลย”

“พูดยาวก็พูดมา ผมฟังได้”

ถ้าเป็นคนอื่น นานซีคงไม่เสียเวลาฟัง แต่ถ้าเป็นซูปู้เสียน เขารู้สึกว่าควรรู้ที่มาที่ไปให้ชัดเจน

“ก็ได้” ซูฉีพูด

“สิบสี่วันก่อน รวมถึงผมด้วย ผู้เล่นทั้งหมดหนึ่งพันคน หรือที่คุณเรียกว่าผู้จุติได้มาถึงเมืองนี้”

“ตอนมาถึง ผมยังติดหนี้อยู่เลย”

เขายกข้อมือขึ้นให้ดู

“ตอนนี้ระดับสถานะพลเมือง ก็ยังอยู่ชั้นล่างสุด”

นานซีเผยรอยยิ้มบาง ๆ ดูเหมือนเขาจะคิดมากเกินไป พอได้ยินว่าอีกฝ่ายเพิ่งมาถึงที่นี่ได้แค่สิบวัน เขากลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมา

เพราะสิบห้าวันจะทำอะไรได้บ้าง? ในนครราตรี ต่อให้เป็นตั๋วเข้าหอหมื่นดวงดาว ก็คงยังซื้อไม่ไหวด้วยซ้ำ

เขาเคยคิดว่าอีกฝ่ายอาจก่อเรื่องที่คาดไม่ถึง ตอนนี้ดูแล้ว คงเป็นเขาที่คิดมากไปเอง

“???”

ซูฉีมองเขา “ช่วยเก็บรอยยิ้มแบบสะใจนั่นหน่อยได้ไหม?”

“ขอโทษที ผมเป็นคนยิ้มง่ายโดยธรรมชาติ”

นานซีดูผ่อนคลายขึ้น หยิบมีดและส้อมขึ้นมาอีกครั้ง ตัดสเต๊กระดับมีเดียมแรร์ ชุบซอสพริกไทยดำ แล้วค่อย ๆ ใส่เข้าปาก เคี้ยวอย่างสบายอารมณ์

ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้างมองภาพนี้ เธอรู้ดีว่าหัวหน้าของตนกลับมาอารมณ์ดีแล้ว

เพียงแต่ไม่คิดว่า เขาจะเผลอยิ้มออกมาแบบนี้

เป็นรอยยิ้มจากใจจริง ไม่ใช่รอยยิ้มเพื่อรับมือแขกหรือแฟน ๆ

แม้จะเป็นรอยยิ้มแบบสะใจอยู่บ้างก็ตาม

“ในเมื่อคุณยิ้มง่ายแบบนี้ ดูท่า ตำแหน่งพรีเซนเตอร์ของสมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน

คงไม่มีใครเหมาะไปกว่าคุณแล้ว” ซูฉีพูดกับตัวเอง

นานซีหรี่ตา “ไม่เกียจคร้าน? สมาคมการค้า?”

ครั้งก่อนหมอนี่ในรายการ ยังเรียกตัวเองว่าเจ้าลัทธิของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน ตอนนี้งอกเป็นสมาคมการค้าแล้ว?

“นี่นามบัตรของผม”

ผู้ช่วยสาวรีบยื่นมือออกมา เตรียมรับแทนตามหน้าที่ เพราะเรื่องพวกนี้ปกติเป็นหน้าที่ของเธอ

แม้แต่เหล่าผู้มีอำนาจในนครราตรีก็เช่นกัน เว้นแต่จะเป็นตัวตนระดับที่สูงกว่านั้นจริง ๆ นานซีถึงจะรับเอง

แต่ครั้งนี้

นานซีกลับโบกมือเป็นเชิงห้าม เช็ดปากด้วยผ้าเช็ดปาก แล้วยื่นมือไปรับเอง พร้อมพูดไปด้วย

“สิบห้าวันก็สามารถตั้งสมาคมการค้าได้ แถมยังมาถึงที่นี่ได้ ดูแล้วคุณก็โดดเด่นในหมู่ผู้จุติจริง ๆ

อย่างน้อยก็ต้องมีผู้มีอำนาจหนุนหลังอยู่”

แม้ในรายการ เขาจะถูกซูฉีแย่งซีนไปเต็ม ๆ แต่เขาเห็นการแสดงของซูฉีมาตั้งแต่ต้น แม้แต่ตัวตนเหล่านั้น ก็ยังยอมรับความพ่ายแพ้

เด็กคนนี้มีความสามารถ มากกว่าที่คิดไว้จริง ๆ

เพียงแต่

เมื่อสายตาของนานซีตกลงไปที่นามบัตร ซึ่งเป็นแผ่นกระดาษที่วาดขึ้นเองแบบลวก ๆ

เขาก็เงียบไปทันที

“คุณแน่ใจนะว่านี่คือนามบัตร?”

ซูฉีพูด

“ถ้าไม่ใช่นามบัตร จะเป็นคูปองข้าวหรือไง?”

“…”

ไม่สิ แค่มองว่ามันเหมือน…ลายขีดเขียนมากกว่า

“ใจเย็น ๆ เวลามันจำกัด เตรียมตัวกะทันหันไปหน่อย อีกอย่าง ตอนนี้มันเป็นรุ่นลิมิเต็ด

วาดด้วยมือของเจ้าลัทธิของเหล่าคนไม่เกียจคร้านโดยตรง“ซูฉีตบไหล่เขา”เก็บไว้สิ ดูให้ดี

มูลค่าในอนาคตประเมินไม่ได้เลยนะ”

เก็บกับผีน่ะสิ!

นานซีแทบอยากโยนนามบัตรคืนกลับไป!

แต่คิดอีกมุมหนึ่ง

แบบนี้ยิ่งไม่ต้องกังวลอะไร ขนาดนามบัตรยังหยาบขนาดนี้ สมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน ก็คงไม่ได้จริงจังอะไรนัก

หอหมื่นดวงดาวเพื่อแบ่งชนชั้น และป้องกันไม่ให้คนทั่วไปปะปนกับผู้มีอำนาจ จึงแบ่งพื้นที่ตามสถานะอย่างชัดเจน ตรงกลางยังมี EMT จำนวนมากคอยคุ้มกันเป็นแนวกั้น

พูดให้สวยคือเพื่อความปลอดภัยของผู้ชม พูดกันตรง ๆ ก็เพื่อกันไม่ให้คนบางกลุ่ม ไปเข้าตาผู้มีอำนาจ ตัวตนระดับสูง หรือแม้แต่บุตรของราชันวิญญาณ เพื่อไม่ให้เกิดความไม่พอใจ

“ก็ได้ ผมจะเก็บนามบัตรนี้ไว้” นานซีไอเบา ๆ แล้วใส่มันกลับเข้ากระเป๋า “ถือว่าเป็นวาสนาที่ได้เจอกันเป็นครั้งที่สอง”

หลังจากครั้งก่อน ที่เขาพ่ายแพ้ยับเยินในรายการ ในรายการถัดมาอีกหนึ่งสองครั้ง ผู้ชมยังเอาแต่พูดถึงซูปู้เสียน จนเส้นเลือดบนขมับของนานซีแทบจะปูดทุกครั้ง

สุดท้าย

เขาจึงไปศึกษาวิเคราะห์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะสไตล์การอธิบาย ที่เร้าอารมณ์และดึงผู้ชมได้อยู่หมัด

ก็ถือว่าได้อะไรกลับมาบ้าง

แน่นอน

เขาไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้

“แต่…”

“เรื่องพรีเซนเตอร์ที่คุณพูดถึง” นานซีส่ายหน้า ยิ้มบาง “เรื่องนี้คงไม่ได้ คุณก็เห็นแล้ว ผู้มีอำนาจหลายคนเสนอราคาสูงมาก แต่ผมก็ยังไม่ตอบรับ มันไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจกันได้ง่าย ๆ”

การปฏิเสธซูปู้เสียน ทำให้เขารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

และที่สำคัญ

เรื่องนี้มันไม่ง่ายจริง ๆ

นานซีรู้คุณค่าทางการค้าของตัวเอง ยิ่งรู้ เขายิ่งถนอมชื่อเสียง งานโฆษณาที่รับมีน้อยมาก และจะประเมินคุณค่าและผลกระทบอย่างเข้มงวด

อีกจุดหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขาไม่เคยทำอะไรเพื่อเงิน

ทุกการตัดสินใจ ล้วนเพื่อเพิ่มพูนชื่อเสียงของตนเอง

มีบางคนใช้พลังและความสามารถปกครองโลกหนึ่งได้ เขาไม่มีพลังถึงระดับนั้น แต่สามารถใช้ชื่อเสียงในฐานะดาราแทนได้

โลกที่เขาเคยอาศัยอยู่ จึงได้รับการคุ้มครอง รอดพ้นจากการปนเปื้อนและการล่มสลาย

ในโลกปัจจุบันที่อันตรายขึ้นเรื่อย ๆ โลกที่ไม่มีเบื้องหลัง มีแต่จะอยู่ยากขึ้นทุกวัน

ซูฉีลังเล “หรือว่าด้วยความสัมพันธ์ของเราสองคน ก็ยังไม่ได้อีก?”

“…”

มุมปากของนานซีกระตุก

เราสองคนมีความสัมพันธ์อะไรกัน!

“ช่างเถอะ ดูท่าแล้วความสัมพันธ์จะจืดจางไปแล้ว” ซูฉีส่ายหน้า “ทั้งที่ผมยังขึ้นเวทีเดียวกับคุณ

ร่วมจัดรายการ ก็ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมงานไม่ใช่เหรอ”

‘คุณเป็นผู้เข้าแข่งขัน! ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าเพื่อนร่วมงานอีกเรอะ!!’

การรื้อฟื้นเรื่องเก่า ทำให้นานซีเกือบคุมอารมณ์ไม่อยู่ มือกำมีดส้อมแน่น!

หลังรายการจบครั้งนั้น เขาสาบานไว้เลย ว่าจะบล็อกซูฉี และจะไม่ให้เขาเข้าร่วมรายการรัก ความตาย และสุดยอดผู้เล่น อีกชั่วชีวิต!

“เอ่อ…”

ผู้ช่วยสาวเห็นสถานการณ์ไม่ดี จึงรีบไอเบา ๆ ออกมา

“นานซี ยังมีอีกหลายคนรอคุณอยู่นะคะ”

นานซีถึงได้รู้ตัว ว่าเกือบเสียอาการไปแล้ว เขากัดฟัน ค่อย ๆ วางมีดส้อมลง

“พอเถอะ ไม่อยากคุยกับคุณต่อแล้ว”

ฝีปากที่เขาภูมิใจ ดันแพ้ทางคนตรงหน้า ที่ไม่เดินตามกรอบเลยสักนิด

“คุณก็ควรไปทำธุระของคุณเถอะ ผมยังต้องเตรียมตัว พรุ่งนี้ยังต้องไปเป็นพิธีกรที่หอหมื่นดวงดาว”

ซูฉี “งั้น… ตอนนั้นจะมีการโต้ตอบกับผู้ชมไหม?”

“ไม่เกี่ยวกับคุณ” เปลือกตาของนานซีกระตุก

เพราะมัน…มีจริง ๆ

“เอาเป็นว่า” นานซีรู้สึกว่าอยู่ต่อไม่ปลอดภัย

เขาลุกขึ้น

“ซูปู้เสียน แล้วพบกันใหม่”

“ก็ได้ พรุ่งนี้เจอกัน”

“…”

นานซีรู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึก ๆ กับประโยคนั้น แต่ถึงอีกฝ่ายจะเข้าไปได้จริง ก็เป็นได้แค่โซนด้านหลัง ไม่มีทางก้าวเข้าสู่เขตผู้มีอำนาจ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเขตแขกวีไอพี

“งั้น…เจอกันพรุ่งนี้” เขาลุกขึ้นยืน ทันทีนั้น เหล่าผู้มีอำนาจคนอื่นก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบตัวเขา

ซูฉีตักของหวานเข้าปากหนึ่งคำ แล้วหันไปมองผู้ช่วยสาวข้าง ๆ

“คุณไม่ตามไปเหรอ”

เธอส่ายหน้า แต่กลับตอบไม่ตรงคำถาม

“เงิน อำนาจ สถานะ…”

ผู้ช่วยสาวพูดเบา ๆ “นานซีเห็นสิ่งพวกนี้มามากเกินไปแล้ว ปกติเขาจะไม่หวั่นไหวกับมัน

และยิ่งไม่ตอบรับอะไรพวกนี้ง่าย ๆ แต่ถึงอย่างนั้น การที่เขารับนามบัตรของคุณด้วยตัวเอง ก็ถือว่าเป็นการยอมรับจากนานซีแล้ว”

ยอมรับงั้นเหรอ

ไม่จำเป็นเลย

อีกอย่าง

ไม่หวั่นไหวงั้นหรือ

ไม่มีทาง

ซูฉีไม่ได้โต้แย้ง เพียงแต่เหลือบมองผู้ช่วยสาว

“ว่าแต่…คุณชอบนานซีหรือเปล่า”

ผู้ช่วยสาวที่กำลังพูดอยู่ ดวงตาเบิกกว้างทันที

เธอติดอ่าง “เดี๋ยว…คุณพูดอะไรของคุณ…”

อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องเร็วเกินไป จนเธอตั้งตัวไม่ทัน แล้วเขาดูออกจากตรงไหนกัน!

“ไม่ต้องปิดบังหรอก ผมเคยทำงานทั้งบริษัทจัดหาคู่ ทั้งมุมดูตัว เรื่องความรัก ผมเชี่ยวชาญมาก”

นี่คุณเป็นพ่อสื่อหรือไงกัน!

“ฉันจะไปชอบหัวหน้าตัวเองได้ยังไง” ผู้ช่วยสาวตั้งสติรีบอธิบาย

“ผมเป็นมืออาชีพ ผมไม่พลาดหรอก” ซูฉีพูดเรียบ ๆ “เมื่อก่อน ภายใต้การช่วยเหลือของผม

มีชายหญิงที่เกือบจะเป็นคู่กันทั้งหมดสามสิบสองคู่”

“คุณจับคู่ให้พวกเขาสำเร็จเหรอ?”

“ไม่ ผมแยกพวกเขาออกจากกันได้หมด”

“???”

ผู้ช่วยสาวเบิกตาโพลงอย่างไม่อยากเชื่อ

นี่เรียกว่าเชี่ยวชาญตรงไหน!

“ผมแยกเฉพาะพวกผู้ชายเลวหรือผู้หญิงหลายใจ แน่นอนว่าคู่ที่เหมาะสม ผมก็จับคู่ให้ไม่น้อย

ดูแป๊บเดียวก็รู้ คุณเองก็ปิดผมไม่มิด”

ตอนนั้นอยู่ในช่วงที่เขาทดลองความสามารถอยู่ โดยเริ่มจากมุมดูตัว แต่ก็เกือบโดนคนรุม เลยย้ายไปบริษัทจัดหาคู่ จะว่าไปก็ถือว่าทำประโยชน์ให้มนุษยชาติไม่น้อย

“…งั้นคุณต้องการจะพูดอะไร” น้ำเสียงของผู้ช่วยสาวหนักแน่นขึ้น เธอมองซูฉีอย่างระแวดระวัง ท่าทีจริงจังขึ้น “หรือว่าคุณคิดจะใช้เรื่องนี้ ทำอะไรกับคุณนานซี”

เธอไม่คิดว่าจะถูกมองออก แต่ถึงจะถูกจับได้แล้วอย่างไร ถ้าอีกฝ่ายคิดจะใช้เรื่องนี้เล่นงานนานซี เธอขอบอกไว้ตรงนี้ว่า ไม่มีทาง!

“ผมไม่ใช่คนไม่ดีนะ” ซูฉียิ้มอย่างไร้พิษภัย “ผมแค่พิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมดูเป็น เลยอยากเตือนคุณสักหน่อย” เขามองไปทางแผ่นหลังของนานซี “หมอนั่น…ก็ดูเหมือนจะชอบคุณเหมือนกัน”

ผู้ช่วยสาวสะดุ้งทั้งตัว เสียงสั่นเล็กน้อย

“คุณอย่าพูดมั่ว”

“ผมอธิบายรายละเอียดเชิงวิเคราะห์ให้คุณฟังได้นะ หรือแม้แต่สอนวิธีตรวจสอบก็ได้

ใช้เวลาไม่กี่นาทีเอง” ซูฉีพูดเหมือนคุยกับตัวเอง

“แต่ดูเหมือนคุณจะไม่สะดวก พวกคุณก็ดูยุ่งจริง ๆ ถ้าไม่อยากก็ช่างเถอะ”

ผู้ช่วยสาวทุบโต๊ะดังปัง

“ไม่ได้! บอกฉันมา!”

ซูฉียิ้ม

ห้านาทีต่อมา

ผู้ช่วยสาวเดินจากไปด้วยท่าทางโซเซ จิตใจสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด

ซูฉีมองแผ่นหลังที่เดินห่างออกไป

“เห็นไหม คนมีความรักก็เป็นแบบนี้แหละ ขาดเหตุผล” พึมพำกับตัวเอง “ถึงขั้นไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าข้อมูลที่เก็บไว้ โดนเจาะเข้าไปแล้ว แถมข้อมูลก็เยอะใช้ได้”

ซูฉีมองข้อมูลรายการและกำหนดการ ที่โปรโตคอลความฝันเหนือระดับ แทรกซึมเอามาจากอีกฝ่าย

เพราะการแทรกซึมต้องใช้เวลา และถ้าอีกฝ่ายเช็กข้อมือ ก็จะมีโอกาสถูกจับได้

เขาจึงเลือกหัวข้อ ที่กระแทกจิตใจผู้ช่วยสาวได้แรงที่สุด

ผลลัพธ์นั้นดีมาก

เพราะทุกคนล้วนมีจุดอ่อน หรือช่องโหว่ในใจ เมื่อเขาควบคุมข้อมูลของจุดอ่อนนั้นได้ ก็เท่ากับได้เปรียบ

แต่

เขาก็ไม่ได้พูดโกหก แค่สองคนนั้นมีสถานะต่างกัน ต่างฝ่ายต่างยังติดขัดในใจ ถ้าเกิดลงเอยกันได้จริง ทั้งคู่ก็ควรจะกราบเขาสักที

“หืม?” ซูฉีเลื่อนดูข้อมูลต่อไป “แขกจากหลายโลกขนาดนี้เลยหรือ”

“จักรวาลแฟนตาซีนี่ช่างหลากหลายจริง ๆ เตรียมรายการเปิดงานไว้เยอะขนาดนี้ นานซีคนเดียวจะไหวเหรอ”

“ของประมูลก็เยอะ แต่ยังไม่มีอะไรถูกใจ”

“แล้วก็…บุตรของราชันวิญญาณก็จะมาด้วย?”

สายตาของซูฉีหยุดชะงัก

ที่รายการหนึ่ง

“เดี๋ยวนะ… เปียโนตัวนี้ ทำไมดูคุ้น ๆ”

ในตอนนั้นเอง เสียงของซื่อกงเฉิงดังขึ้นข้าง ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

“คุณ…ติดต่อนานซีได้จริง ๆ เหรอ” เขามองซูฉีอย่างตกตะลึง “ผมเห็นกับตา ว่าเขารับนามบัตรของคุณด้วยตัวเอง หลายคนถึงกับช็อก คุณทำได้ยังไง”

ซูฉีปิดแผงข้อมูล

“ทำได้ยังไงอะไร ผมก็บอกแล้วว่าเรามีความสัมพันธ์กัน เมื่อก่อนเขาเกือบเกิดอุบัติเหตุในรายการหนึ่ง ผมนี่แหละที่ออกหน้า พลิกสถานการณ์ ช่วยคุมเวทีไว้ได้”

“จริงหรือเปล่า” ซื่อกงเฉิงยิ่งตกใจ

“จริงยิ่งกว่าจริง ไม่เชื่อ พรุ่งนี้คุณถามเขาเองก็ได้”

นานซี “????”

ซูฉีหยุดคิดเล็กน้อย “แล้วก็มีข่าวดีอีกอย่างหนึ่ง”

ซื่อกงเฉิงชะงัก “อะไร”

“นานซีตกลงจะเป็นพรีเซนเตอร์ให้สมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้านแล้ว”

“ตอนไหน!” ซื่อกงเฉิงเบิกตากว้าง เขาไม่เห็นว่าทั้งสองจะเซ็นสัญญา หรือคุยกันนานเลยสักนิด

“ประมาณหลังพิธีเปิดหอหมื่นดวงดาวพรุ่งนี้”

ซื่อกงเฉิง “…”

เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ ดีใจเก้อแท้ ๆ

คิดดูก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ พรีเซนเตอร์ให้ในงาน มันคนละเรื่องกัน

เหล่าผู้มีอำนาจรู้ดี ว่าพวกเขาไม่มีทางให้นานซี มาเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าได้ จึงทำได้แค่ซื้อโฆษณาในหอหมื่นดวงดาว

อย่างมากก็แค่ ตอนงานเลิก ให้โฆษณาฮอโลแกรมเลื่อนผ่าน จะให้นานซีเป็นพรีเซนเตอร์จริง ๆ ด้วยพลังของนครราตรี เป็นไปไม่ได้เลย

ซื่อกงเฉิงถอนหายใจ “ถ้าเขายอมเป็นพรีเซนเตอร์ให้ไลฟ์กรุ๊ป สถานการณ์ขาดทุนตอนนี้ รวมถึงภาพรวมทั้งหมดคงเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง”

แต่นั่นก็เป็นแค่ความฝัน

“ใครจะไปเป็นพรีเซนเตอร์ของพวกนั้น”

“???”

ซูฉีตบไหล่เขา

“คุณแค่จำไว้ พรุ่งนี้ให้ดินแดนไร้กฎหมายทำความสะอาดให้เรียบร้อย ติดตั้งป้ายของสมาคมการค้าของเหล่าคนไม่เกียจคร้านให้ครบ โรงงานเตรียมพร้อมตลอดเวลา รอคำสั่งจากผม”

“ส่วนหลังจากจบงานหอหมื่นดวงดาว ที่เหลือก็ฝากคุณกับไซมอนแล้ว”

จบบทที่ บทที่ 157 ความรักไม่ใช่ทางเลือก (ฟรี ตอนยาวพิเศษ) สวัสดีปีใหม่นะคะ

คัดลอกลิงก์แล้ว