- หน้าแรก
- ดินแดนเหวลึกไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน
- บทที่ 35 สกิลใหม่และ…คำเชิญ
บทที่ 35 สกิลใหม่และ…คำเชิญ
บทที่ 35 สกิลใหม่และ…คำเชิญ
"นอกจากฉายานี้…การที่เลเวลกระโดดขึ้นมาถึง 10 ได้เลย ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราคาดไว้เหมือนกัน" ซูฉีพึมพำกับตัวเอง
ท้ายที่สุดแล้ว ยิ่งเลเวลสูงก็ยิ่งใช้ค่าประสบการณ์ที่มากขึ้น การจะอัปเลเวลแต่ละครั้งก็จะยากขึ้นเช่นกัน แถมความยากของดันเจี้ยน การประเมิน และการทำภารกิจก็ล้วนมีผลต่อค่าประสบการณ์กับเหรียญเกมที่ได้
"รอบนี้ที่ได้ค่าประสบการณ์มามาก…คงเป็นเพราะภารกิจเส้นเรื่องลับ"
ซูฉีเปิดแผงตัวละครขึ้นมาแบบไม่รีบร้อน ก่อนจะกดกระจายแต้มคุณสมบัติ 15 แต้มที่เพิ่งได้มาอย่างสมดุล
[ID: ซูปู้เสียน]
[เลเวล: 10]
[ชีวิต: 100%]
[พลังกาย: 400]
[พลังโจมตี: 20]
[ทักษะการเคลื่อนไหว: 20]
[พละกำลัง: 40]
[พลังจิต: 160]
[คุณสมบัติพิเศษ: ยีนปีศาจราตรี]
[ช่องไอเท็ม: 1. ดวงตาเทพมาร (ติดตัว) 2. มีดสังหารร้อยศพ 3. รองเท้าลมดำ 4. ตราสัญลักษณ์แห่งศรีลาน 5. หัวใจเทพโบราณ 6. บทเพลงต้องสาป 7. เพลงกล่อมเด็กสยอง]
[สกิล: 1. ฟ้าผ่า (เหลือโอกาสใช้อีก 2 ครั้ง)]
[เหรียญเกมปัจจุบัน: 6000]
ซูฉีกวาดตามองแผงตัวละครของตัวเอง
"ไอเท็มมีตั้งเยอะ…แต่สกิลดันมีแค่ท่าเดียว มันดูเหงาไปหน่อยนะ"
นี่ก็เลี่ยงไม่ได้ เพราะดูเหมือนว่าสกิลจะได้จากการสุ่มจับรางวัลเท่านั้น ขณะที่อุปกรณ์สามารถหาได้ง่ายกว่าในดันเจี้ยน
มันเลยทำให้ราคาสกิลในบอร์ดฟอรั่มแพงกว่าอุปกรณ์หลายเท่า
ซูฉีปิดหน้าต่างสถานะ เตรียมจะลองเสี่ยงดวง
เขาตบเบา ๆ บนกล่องสุ่ม พลางบ่นพึมพำเบา ๆ "แหม่เราก็คนกันเอง คราวนี้ช่วยส่งสกิลมาให้อีกรอบเถอะนะ…"
กล่องสุ่มสั่นไหวอยู่พักหนึ่ง ก่อนฝาจะเปิดผางออกมา
ภายในกล่อง…คือแสงกลม ๆ ลูกหนึ่ง
ให้ตายสิคราวนี้เป็น สกิลจริง ๆ!
ดวงตาของซูฉีสว่างวาบ รีบเอื้อมมือไปคว้ามันมาอย่างตื่นเต้น
[ชื่อ: ยุงกวนหูชั่วนิจนิรันดร์]
[ประเภท: สกิล]
[การใช้: พลังกาย 200 แต้ม]
[คุณสมบัติ: เลือกเป้าหมายหนึ่งคน จากนั้นจะมียุงตัวหนึ่งคอยก่อกวนไม่หยุด การกัดของมันสร้างความเสียหาย 1% ของพลังชีวิตสูงสุดของเป้าหมาย สกิลจะสิ้นสุดเมื่อยุงถูกฆ่า]
[หมายเหตุ: อย่าดูถูกเพราะมันเป็นแค่ยุงตัวเดียว มันเคยรอดชีวิตจากเงื้อมมือของชายหัวล้านผู้เก็บตัวมาแล้ว]
มุมปากซูฉีกระตุกทันที …ใช้พลังกายตั้งสองร้อยแต้ม แค่เพื่อปล่อยยุงไปดูดเลือด…
แล้วโดนตบทีเดียวก็ตายคามืออีกต่างหาก
สกิลนี่มัน ไร้ประโยชน์สิ้นดี!
ข้อดีเดียวที่พอมีค่า…ก็คือมันทำดาเมจโดยตรงกับ พลังชีวิตสูงสุด
แต่ดาเมจต่ำเตี้ยจนน่ากลัว คงต้องให้ยุงรอดไปจนถึงปีใหม่ถึงจะสร้างความเสียหายได้เป็นชิ้นเป็นอันได้
"ช่างมันเถอะ…ใช้แก้ขัดไปก่อนแล้วกัน"
ซูฉีใส่มันลงในช่องสกิล อย่างน้อยตอนนี้เขามีช่องสกิลอยู่เพียงสองช่อง และเมื่อมันโผล่มาแล้ว ก็จำใจต้องติดตั้งไว้ก่อน
หลังจากจัดการเสร็จ เขาก็เปิดกล่องจดหมายขึ้นมา
ข้างในมีคำขอเป็นเพื่อนอยู่สองฉบับ มาจากเย่โส่วหนึ่ง และจากเฒ่ามะเขือเทศอีกหนึ่ง
นอกเหนือจากนั้น…ยังมีอีเมลพิเศษฉบับหนึ่ง
มีเพียงห้าคำเท่านั้น
[คำเชิญจากดินแดนเหวลึก]
ตัวอักษรสีเลือดที่ดูอัปมงคล ทำเอาเขารู้สึกหนาวสะท้านโดยไม่รู้ตัว
ซูฉีเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนกดเปิดมันออก
[ซูปู้เสียน, ฮึฮึฮึ…ไอ้กระจอกเอ๋ย]
ประโยคแรกก็เยาะเย้ยแล้ว?
นี่มันจดหมายเชิญบ้าอะไรกัน ไม่ใช่ว่าเปิดมาต้องเป็น “เรียน คุณซูปู้เสียน” อะไรทำนองนั้นเหรอ!
[คุณไม่มีวันเข้าใจ…ความหมายที่แท้จริงของชีวิต และไม่เคยลิ้มรสพลังที่แท้จริงเลยสักครั้ง ขณะที่คุณหลงระเริงกับการได้คะแนนสมบูรณ์แบบในดันเจี้ยนหนึ่ง คุณกลับไม่รู้เลยว่ามันก็แค่เม็ดทรายเล็ก ๆ ท่ามกลางคลื่นมหาสมุทร]
[สิ่งที่ผู้คนเรียกว่า ‘ดินแดนเหวลึก’ หาใช่สถานที่แห่งความสงบไม่ ตราบใดที่คุณตอบรับคำเชิญนี้ จะไม่มีทางย้อนกลับ]
ต่อหน้าซูฉี ตัวอักษรใหม่ผุดขึ้นทีละบรรทัด
[Yes or No]
ซูฉีเหลือบมอง ก็แค่ใช้จิตวิทยาย้อนกลับเองนี่
เขาไม่ลังเล กด Yes ทันที
"เฮะเฮะเฮะ!"
เสียงหัวเราะชั่วร้ายพลันก้องสะท้อนไปทั่วห้อง ราวกับมีใครบางคนมายืนหัวเราะเยาะอยู่ตรงหน้า เสียงหัวเราะนั้นไม่หยุดหย่อน เหมือนจะเย้ยหยันในความใจกล้าเกินขอบเขต…หรือการตัดสินใจบ้าบิ่นของซูปู้เสียน
เสียงหัวเราะยิ่งแหลมขึ้นเรื่อย ๆ แฝงด้วยความวิปลาส ก่อนจะระเบิดดังลั่นกลายเป็นประโยคหกคำที่น่าสะพรึงกลัว
"ยินดีต้อนรับสู่ห้วงเหวลึก!"
[ผู้เล่น ซูปู้เสียน ได้กระตุ้นภารกิจ คำเชิญจากดินแดนเหวลึก]
[ภารกิจที่ 1: เก็บ มลทินระดับ D จำนวนหนึ่งชิ้น]
[ความคืบหน้า: 0/1]
[เมื่อทำสำเร็จ จะปลดล็อกภารกิจถัดไป]
มลทิน…
ซูฉีนึกถึงดันเจี้ยนครั้งที่สอง ตอนนั้นสิ่งที่เกือบทำให้เขาได้รับผลกระทบทางจิตวิญญาณ ก็เป็นมลทินระดับ D จริง ๆ
ส่วน หัวใจเทพโบราณ ที่ถูกชำระจนบริสุทธิ์แล้ว…ไม่นับว่าเป็นมลทินอีกต่อไป
ผลโลหิตอสูร เองก็เช่นกัน เพราะมันเป็นรางวัลจากเส้นเรื่องลับ เลยไม่ถูกนับเช่นกัน
"พูดง่าย ๆ…ถ้าตอนนั้นเราหาทางเก็บของเหลวพวกนั้นเอาไว้ได้ทั้งหมด ก็คงนับว่าเป็นการเก็บมลทิน D ตรง ๆ ไปแล้วสิ?"
แต่ไหน ๆ ก็เอามาเลี้ยงหัวใจเทพโบราณจนหมดแล้ว ตอนนี้มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป…
พลังจิตของซูฉีที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดธรรมชาติทุกครั้งที่เลเวลอัป ตอนนี้พุ่งไปถึง 160 แล้ว… สำหรับเขา มลทินระดับ D คงแทบจะเอามาหนุนคอเป็นหมอนยังได้
"ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ ไป"
ซูฉีกดยอมรับคำขอเพื่อนของเย่โส่วกับเฒ่ามะเขือเทศ
ทันทีที่กดยืนยัน…เย่โส่วก็ส่งข้อความเข้ามา
"พี่ซู ผมนึกว่าพี่จะลืมผมไปแล้วนะ"
"ไม่ใช่ว่าพวกนายจับคู่เล่นด้วยกันสองคนหรอ?"
"ก็…พวกเราหมดกำลังใจไปหน่อย เลยกะเพิ่มเลเวลกันก่อน พี่มะเขือเทศไปลงดันเดี่ยว ส่วนผมกำลังจะออกเกมไปหาอุปกรณ์กับสกิลเพิ่ม"
โอ้…ลูกคุณหนูสินะ?" ซูฉีรู้ดีว่าตอนนี้ราคาของอุปกรณ์กับสกิลในโลกภายนอกพุ่งสูงเอาเรื่อง
"ไม่หรอก…" เย่โส่วตอบเสียงถ่อม "นั่นของพ่อน่ะ"
"?"
เย่โส่วเงียบไปนิด ก่อนเสริม "ว่าแต่พี่ซู ผมขอถามหน่อย รอบที่แล้วพี่ได้คะแนนเท่าไหร่?"
"100"
"?"
คราวนี้ถึงตาเย่โส่วตกใจ "จริงเหรอ? ผมแทบไม่เคยเห็นใครได้เต็ม 100 เลยนะ"
"หืม? นายเพิ่งเล่นแค่ดันทีมเดียวเองไม่ใช่เหรอ จะไปเห็นเยอะได้ไง"
เย่โส่วเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดผิด รีบแก้ "เอ่อ หมายถึงผมเห็นในฟอรั่มน่ะ"
"งั้นก็ไม่แปลกนี่ คนเล่นเยอะก็ย่อมมีให้เห็นเยอะ แล้วสองรอบแรกของฉันก็ได้ 100 หมดนะ" ซูฉีทำเสียงงง ๆ "มันยากขนาดนั้นเลย?"
"…"
ฝั่งเย่โส่วเงียบไปนาน กว่าข้อความจะเด้งมาอีกครั้ง
"เอาเถอะ ไม่กวนพี่ซูแล้ว ผมออกไปหาอุปกรณ์ก่อนนะ!"
"อืม"
ซูฉีเลิกคิ้วเล็กน้อย เด็กนี่หนีไวเกิน…เขาพิมพ์ตอบไป แต่สถานะอีกฝ่ายขึ้น ออฟไลน์ แล้ว
….
ในคฤหาสน์หรูแห่งหนึ่ง
เย่โส่วก้าวออกมาจากห้องเล่นเกมส่วนตัว เดินยี่สิบก้าวไปหยิบโทรศัพท์บนโซฟา
ทันที เขาก็กดโทรออก
"พี่สวี่?"
"ผมเพิ่งจบดันเจี้ยน"
"พี่อยู่ไหนนะ? โอเค ผมจะไปหาทันที"