เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 274 เจ้าเองก็ต้องตายด้วยเช่นกัน

บทที่ 274 เจ้าเองก็ต้องตายด้วยเช่นกัน

บทที่ 274 เจ้าเองก็ต้องตายด้วยเช่นกัน


สามารถติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจ : แปลได้แล้ว

เมืองเพลิงภูตคือเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกของอาณาจักรเซิ่งหลิงและยังเป็นหนึ่งในสิบเมืองหลัก เมืองแห่งนี้ถูกควบคุมโดยขั้วอำนาจตระกูลหลานซึ่งถูกจัดให้อยู่ในอันดับหกจากสิบอันดับตระกูลที่ทรงพลังที่สุดในอาณาจักรเซิ่งหลิง

“นั่นใคร?!”

“ศัตรูบุก!”

เมื่อกลุ่มของเจียงอี้ย่างเท้าเข้ามาในเมืองด้วยท่าทีอันผิดวิสัยไปจากคนปกติ เหล่าทหารลาดตระเวนจำนวนมากก็มีปฏิกิริยาและรุดหน้ามาหาพวกเขาทันที

“ข้าคือทูตตรวจการแห่งจักรวรรดิมังกรเวหา เจียงอี้! ข้ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องทำให้เมืองนี้—โปรดหลีกทางให้ด้วย!”

เจียงอี้ถ่ายเทแก่นแท้พลังลงไปในดาบมังกรเพลิงซึ่งทำให้มันส่องแสงเรืองรองพร้อมทั้งร่างจำแลงมังกรที่โผล่ออกมาแหวกว่ายอยู่ในอากาศ

ในขณะเดียวกัน เจตจำนงสังหารอันมากล้นก็ทะลักออกมาจากร่างของเขาและเข้าปกคลุมกองทหารทั้งหมดเอาไว้

“ดาบมังกรเพลิง! เจตจำนงสังหาร!”

ทันใดนั้นสีหน้าของทหารระดับผู้บัญชาการก็แปรเปลี่ยนไป พวกเขารู้ว่าทั่วทั้งทวีปนี้มีเพียงเจียงอี้เท่านั้นที่ครอบครองดาบมังกรเพลิงและเจตจำนงสังหาร

ดาวโชคร้ายได้มาเยือนเมืองเพลิงภูตแล้ว!

“ผู้ตรวจการเจียง!”

ชนชั้นแม่ทัพผู้หนึ่งร่อนลงมาและโค้งคำนับ

“บ่าวผู้นี้เป็นผู้พิทักษ์เมืองเพลิงภูตนามว่า หลานเฟิง ขอรับ! ข้าขอเรียนถามได้หรือไม่ว่าใต้เท้ามีธุระอันใด? ท่านต้องการให้ข้าไปแจ้งท่านเจ้าเมืองหรือไม่ขอรับ?”

“หลานเฟิง?”

ทันทีที่ชายตรงหน้ากล่าวจบ ม่านตาของเจียงอี้ก็หดแคบลงขณะกล่าว “เจ้าเป็นคนของตระกูลหลาน? ดี เช่นนั้นหลานยวีอยู่ที่นี่หรือไม่? ให้มันออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!”

“หลานยวี?”

คิ้วของหลานเฟิงขมวดเป็นปม ในขณะเดียวกันการแสดงออกทางสีหน้าของอีกหลายๆคนก็ผิดแปลกไป

“ใต้เท้า หากว่าประมุขน้อยของพวกเราทำให้ท่านขุ่นเคือง ข้าหวังว่าท่านจะยกโทษให้เขาสักครา แต่… ท่านช่วยบอกต้นสายปลายเหตุก่อนได้ไหมขอรับ ข้าจะได้ไปรายงานท่านประมุขได้อย่างถูกต้อง”

“ประมุขน้อย? ดี ดีมาก!”

เจียงอี้แสยะยิ้มและกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา “ข้าให้เวลาเจ้าสามสิบนาที จงไปพาประมุขน้อยของพวกเจ้ามาพบข้าเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้น… ก็จงเตรียมรับผลที่จะตามมาได้เลย!”

จากข้อมูลลับที่ได้จากเฉียนว่านก้วน ผู้ที่ทำการจับตัวเจียงหยุนไฮ่และติดต่อกับเซี่ยอู๋หุ่ยก็คือหลานยวี!

ในใจของเจียงอี้ เขาได้ตัดสินโทษตายสำหรับประมุขน้อยตระกูลหลานคนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว!

เรื่องที่เขาจับตัวเจียงหยุนไฮ่ไปนั้นยังไม่สำคัญเท่าการที่รู้อยู่แล้วว่าเขาคือปู่ของเจียงอี้และยังแอบไปทำข้อตกลงกับเซี่ยอู๋หุ่ย ในเมื่อเขากล้าล้ำเส้นเช่นนี้ เจียงอี้ก็ไม่คิดที่จะปรานีอย่างแน่นอน

“นี่…”

ใบหน้าของหลานเฟิงซีดขาวลงทันตา เขาไม่กล้ารอช้าและรีบวิ่งกลับเข้าไปในเมืองทันที เพราะรู้แล้วว่าอีกไม่นานกำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

สิบห้านาทีต่อมา ผู้คนกว่าหนึ่งโหลได้ออกมาจากเมือง นอกจากนี้พวกเขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยวทั้งหมด

หนึ่งในนั้นเป็นชายชราที่น่าจะอยู่ในขอบเขตเสินโหยวขั้นที่เจ็ดหรือแปด เขาสวมเสื้อคลุมลายปักและมีกลิ่นอายที่โดดเด่นกว่าผู้อื่น เห็นได้ชัดว่าเขาจะต้องเป็นบุคคลสำคัญของเมืองเพลิงภูตอย่างไม่ต้องสงสัย

ชายชราเดินนำกลุ่มคนและรีบตรงขึ้นไปบนกำแพงเมือง จากนั้นก็ทำการโค้งคำนับอย่างสุภาพขณะกล่าว

“บ่าวผู้นี้มีนามว่า หลานเหิง เป็นผู้อาวุโสสามแห่งตระกูลหลาน”

“ข้าต้องขออภัยใต้เท้าจากใจจริง ตอนนี้ประมุขน้อยกำลังอยู่ในช่วงบำเพ็ญตน เอาแบบนี้ดีไหม ข้าขอเรียนเชิญกลุ่มของท่านให้เข้าไปพูดคุยกันในตำหนักตระกูลหลานก่อน ท่านคิดเช่นไร?”

ดวงตาอันเยือกเย็นของเจียงอี้กวาดมองใบหน้าทุกคนก่อนที่จะกล่าว

“สรุปแล้วหลานยวีอยู่ที่นี่จริงๆสินะ?”

ผู้อาวุโสสามตระกูลหลานหัวเราะออกมาเล็กน้อยขณะที่เหล่มองผู้พิทักษ์เมืองหลานเฟิงและกล่าวออกมาอย่างนอบน้อม

“ใต้เท้า ข้าได้ส่งคนไปแจ้งประมุขน้อยแล้ว แต่เขายังอยู่ในช่วงสำคัญของการบำเพ็ญตน ข้าเกรงว่า…”

“ฮึ่ม!”

เจียงอี้เค้นเสียงออกมาอย่างไม่ไว้หน้าและกล่าวด้วยความเดือดดาล

“ประมุขน้อยของพวกเจ้าเป็นพวกหยิ่งยโสสินะ? ดี… หากมันไม่มา เช่นนั้นข้าก็จะไปหามันด้วยตัวเอง!”

เจียงอี้นำกลุ่มของเขากระโดดลงมาจากกำแพงเมือง แต่ที่ด้านหลัง ใบหน้าของผู้อาวุโสสามเผยร่องรอยความเย็นชา แต่พริบตาเดียวเขาก็ปกปิดมันอย่างรวดเร็วและกระโดดตามลงมา

“ใต้เท้าผู้ตรวจการ โปรดอย่าเพิ่งบันดาลโทสะ ทุกสิ่งสามารถเจรจากันได้ หากว่าประมุขน้อยของเราเผลอไปสร้างความขุ่นเคืองให้ท่าน ตระกูลหลานของเราจะทำการลงโทษเขาอย่างแน่นอน ท่านไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงลงมือเองขอรับ!”

เจียงอี้เพิกเฉยต่อคำพูดเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง เขาเพียงแค่หันไปมองหลานเฟิงและกล่าว “นำทางไป!”

หลานเฟิงลอบปาดเหงื่อและหันไปมองผู้อาวุโสสามที่ดูเหมือนจะมีโทสะ แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือก เขาก็ต้องพากลุ่มของเจียงอี้ตรงไปยังตำหนักตระกูลหลานที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองอย่างจำใจ

“คารวะผู้อาวุโสและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน!”

เมื่อยามหน้าประตูตำหนักเห็นกลุ่มคนที่กำลังตรงเข้ามา พวกเขาก็รีบโค้งคำนับอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกัน หนึ่งในนั้นก็รีบกลับเข้าไปในตำหนักอย่างเร่งรีบ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังเข้าไปรายงานใครบางคน

ปัง!

เจียงอี้หาได้เกรงใจเจ้าถิ่นไม่ เขาเดินตรงไปและยกเท้าถีบประตูอย่างจัง จากนั้นก็ตะโกน

“หลานยวี! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!”

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

เสียงตะโกนของเจียงอี้ทำให้ยามอารักขาในตำหนักตื่นตัว แต่ในขณะที่กำลังจะกรูกันเข้ามานั้น พวกเขาก็เห็นร่างของผู้อาวุโสสาม ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าเคลื่อนไหวและทำได้เพียงแค่ยืนมองเท่านั้น

ในเวลาเดียวกัน ผู้อาวุโสทั่วไปหลายคนกำลังเดินตรงมาด้วยความโมโห แต่เมื่อพวกเขาเห็นผู้อาวุโสสามส่งสัญญาณผ่านสายตา พวกเขาก็รีบจากไปทันที

“ใครมันกล้าเอะอะโวยวายที่นี่?! หลานเทียน พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่? ไปฆ่าไอ้คนที่แหกปากเมื่อครู่ให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้!”

เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธดังมาจากห้องใต้หลังคาพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มผมฟ้าที่ก้าวออกมา แต่เมื่อเขามองเห็นเจียงอี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันทีและตะโกน “เจ้าคือคนในตอนนั้น?”

“หากเราไม่ใช่ศัตรู บางทีอาจจะไม่เจอกันในสถานการณ์เช่นนี้!”

เจียงอี้เองก็ประหลาดใจเช่นกัน เขาเคยเห็นชายหนุ่มผมฟ้าคนนี้มาก่อนในตอนที่อยู่ในสงครามราชอาณาจักร เพราะเขาคือคนที่นำกองทัพเข้าห้ำหั่นกับเผ่าคนเถื่อนของอาหนี

นอกจากนี้ เจียงอี้ยังเคยสังหารคนของเขาและยังจำได้ว่าเขาครอบครองสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งที่มีนามว่า ดาบภูตจันทรา!

หลานยวีหันไปมองผู้อาวุโสสามและเอ่ยถามด้วยความสับสน

“ผู้อาวุโสสาม นี่มันหมายความว่ายังไง? แล้วคนผู้นี้เป็นใครกัน?”

“ประมุขน้อย จงรีบแสดงความเคารพและคารวะท่านผู้ตรวจการเจียงเร็วเข้า!” ผู้อาวุโสสามกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาพร้อมกับท่าทางที่จริงจัง

“นั่นไม่จำเป็น!”

เจียงอี้ตะโกนขึ้นแทรก

“หลานยวี! ส่งตัวปู่ของข้าเจียงหยุนไฮ่มาซะ แล้วก็จงฆ่าตัวตายเสีย มิฉะนั้นตระกูลหลานของเจ้าจะต้องเดือดร้อน!”

ควับ! ควับ! ควับ!

สีหน้าของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นการใหญ่ หลานยวีเองก็โมโหโกรธายิ่งกว่าเดิม แต่เมื่อหยุดคิดสักครู่ เขาก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

“เจียงหยุนไฮ่หรือ? มันตายไปแล้ว!”

ครื้นนนนน!

แทบจะทันทีดาบมังกรเพลิงก็ส่องสว่างและตามมาด้วยจิตสังหารที่ไหลทะลักออกมาจากร่างของเจียงอี้ จากนั้นเขาก็คำรามขณะที่ระเบิดกลิ่นอายทั้งหมดออกมา

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าก็ต้องตายเช่นกัน!”

“ยั้งมือก่อน!”

เมื่อเห็นท่าไม่ดี หลานเหิงก็รีบพุ่งออกไปและคว้าตัวหลานยวีไว้ก่อนที่จะมังกรเพลิงทั้งสองตัวจะเฉียดหัวเขาไปนิดเดียว

“ตู้มมม!”

โชคดีที่ผู้อาวุโสสามค่อนข้างมีความสามารถและว่องไวใช้ได้ เขาช่วยชีวิตหลานยวีไว้ได้ทัน มังกรเพลิงทั้งสองตัวทะลวงผ่านห้องใต้หลังคาและทำให้เศษไม้กับเหล็กจำนวนมากกระจัดกระจายไปทั่ว

สาวใช้หลายคนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ แต่โชคดีนักที่ไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น ไม่อย่างนั้น พวกเขาคงตายไปแล้ว

“ใครมันกล้ามาสร้างความวุ่นวายในเมืองเพลิงภูต?!”

เสียงคำรามดังขึ้น ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันทรงพลังสามคนกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาประชิดตำหนักที่หลานยวีอยู่

ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยจำนวนไม่น้อยต่างก็โผล่ออกมาและเล็งหน้าไม้ในมือมาที่กลุ่มของเจียงอี้

หน้าไม้สังหารเทพ!

สีหน้าของเจียงอี้ย่ำแย่ลงทันตา หน้าไม้สังหารเทพเป็นศาสตราวุธของอาณาจักรเสินหวู่ ไม่จำเป็นต้องกล่าวก็รู้แล้วว่าเซี่ยอู๋หุ่ยต้องเป็นผู้ที่มอบให้พวกมันกับตระกูลหลานอย่างแน่นอน

และมันยังหมายความว่าข้อตกลงนั้นเป็นอันสัมฤทธิ์ผล เจียงหยุนไฮ่อาจจะถูกส่งตัวไปยังอาณาจักรเสินหวู่แล้วหรือไม่ก็… ถูกฆ่าตายไปแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 274 เจ้าเองก็ต้องตายด้วยเช่นกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว