เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 156 ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์วิญญาณ

บทที่ 156 ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์วิญญาณ

บทที่ 156 ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์วิญญาณ


“ฮึ่ม!”

ในขณะที่เจียงอี้กำลังมุ่งหน้าไปสังหารสุ่ยเชียนโหรว จู่ๆร่างของหญิงชราผู้หนึ่งก็โผล่ออกมาจากเงามืดราวกับภูตผี นางไม่ได้ลงมือใดๆแต่ทำเพียงแค่เค้นเสียงอย่างเย็นชา

ทันใดนั้นเองเจียงอี้ก็รู้สึกราวกับว่าถูกฟ้าผ่า ร่างของเขาหยุดชะงักพร้อมกับจิตสังหารและเจตจำนงสังหารที่สูญสลายไป

“อ๊าก—!”

เจียงอี้ใช้มือกุมศีรษะขณะกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างน่าเวทนา เขารู้สึกทุกข์ทรมานราวกับถูกฉีกกระชากดวงวิญญาณ

หากไม่ใช่เพราะเขาจับเขาของหมาป่าจันทราสีเงินไว้แน่น ป่านนี้ร่างของเขาคงจะร่วงลงไปแล้ว

“การโจมตีทางวิญญาณ? ผู้คุ้มกันลับของสุ่ยเชียนโหรวเป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์วิญญาณ!”

ฝีเท้าของผู้อาวุโสหลิวหยุดชะงักขณะที่จ้องมองไปยังร่างของหญิงชราผมสีเงินด้วยความตื่นกลัว

เขาคาดเดาไว้แล้วว่าผู้ที่จะมาเป็นผู้คุ้มกันลับให้กับสุ่ยเชียนโหรวจะต้องไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญศาสตร์วิญญาณ

ต้องทราบก่อนว่าจอมยุทธประเภทนี้สามารถสังหารศัตรูได้โดยไม่ต้องลงมือและไม่ทิ้งร่องรอยใดๆเอาไว้!

“ฮ่าฮ่า! เจียงอี้ มารับความตายของเจ้าซะ!”

เมื่อสุ่ยเชียนโหรวเห็นว่าเจียงอี้ถูกโจมตีทางวิญญาณ นางก็แสยะยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น หลังจากที่พลังของเจตจำนงสังหารสูญสลายไป พละกำลังของนางก็กลับมาอยู่ในจุดสูงสุดอีกครั้ง

ในขณะที่สุ่ยเชียนโหรวพึมพำบางอย่าง วงแหวนอันสลับซับซ้อนจำนวนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากนั้นก็กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์รูปแบบดาบอยู่ในมือของนาง

ด้วยการตวัดเพียงครั้งเดียวหลังจากที่ถ่ายเทแก่นแท้พลังลงไป มันก็เกิดเป็นคลื่นพลังปราณซึ่งฟาดเข้าใส่เจียงอี้ราวกับจะสังหารอีกฝ่ายให้ตาย

“สิ่งประดิษฐ์ระดับสวรรค์? หลบเร็วลูกพี่!”

เฉียนว่านก้วนเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมา เขาบิดตัวอย่างแรงแต่ก็ถูกผู้อาวุโสหลิวจับไว้และพาถอยกลับมา

ผู้คุ้มกันลับของสุ่ยเชียนโหรวแข็งแกร่งเกินไป หากพวกเขาลอบโจมตีนาง บางทีอาจจะเป็นพวกเขาเองที่ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่

“อ๊าก—!”

เจียงอี้ยังคงกรีดร้องอย่างน่าสงสาร เห็นได้ชัดว่าดวงวิญญาณของเขากำลังทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสจนเกินจะทนไหว

แต่ทางด้านของหมาป่าจันทราสีเงินกลับไม่ได้รับรู้อะไรทั้งสิ้น เนื่องจากไม่ได้มีเชาวน์ปัญญามากนักและไม่ได้รับคำสั่งจากเจียงอี้ มันก็ยังคงวิ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อที่จะสังหารสุ่ยเชียนโหรวเช่นเดิม

“ตายเสียเถอะ!”

แต่ในขณะที่ดาบยาวในมือของสุ่ยเชียนโหรวกำลังฟาดลงมานั้น จู่ๆเสียงร้องของเจียงอี้ก็เงียบไป ไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่ร่องรอยความเจ็บปวดบนใบหน้าก็ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าอันเย็นชาพร้อมกับจิตสังหารที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันดูคล้ายกับว่าความเจ็บปวดที่ได้รับก่อนหน้าเป็นเพียงแค่การแสดงเท่านั้น!

ความเจ็บปวดของเจียงอี้ก่อนหน้านี้เกิดจากการที่ดวงวิญญาณถูกโจมตี แต่มันก็เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่ไข่มุกวิญญาณเพลิงจะส่งพลังงานบางอย่างไหลเวียนเข้ามาหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณจนกลายเป็นแสงสีทอง จากนั้นความเจ็บปวดก็หายไปในพริบตา

เจียงอี้แสร้งทำเป็นบาดเจ็บเพื่อที่จะล่อให้สุ่ยเชียนโหรวเข้ามาใกล้และในตอนนี้นางก็อยู่ใกล้กับเขามาก

มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป? ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยความโหดเหี้ยม จากนั้นก็สะบัดมือพร้อมกับเขวี้ยงหินวิญญาณเพลิงใส่สุ่ยเชียนโหรวอย่างไร้ปรานี

“บัดซบ!”

สีหน้าของผู้คุ้มกันลับของสุ่ยเชียนโหรวแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน นางรีบพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงพร้อมกับคำราม

“เดรัจฉานน้อย เจ้ากล้า?!”

น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ทรงพลัง ทันทีที่นางเปิดปาก มันราวกับว่าห้วงอากาศโดยรอบกำลังถูกบีบอัดจากคลื่นพลังที่แกร่งกล้า

“คลื่นเสียงดูดวิญญาณ!”

สีหน้าของผู้อาวุโสหลิวซีดขาวลง เขาถอยหนีอย่างไม่คิดชีวิตและหันกลับมามองเจียงอี้ราวกับคนที่ตายไปแล้ว

คลื่นเสียงดูดวิญญาณเป็นการโจมตีทางวิญญาณที่อันตรายอย่างยิ่งยวด หากว่ามีดวงวิญญาณที่ไม่แข็งแกร่งพอ ดวงวิญญาณของคนผู้นั้นจะพังทลายในทันที

“หืม?! ย่าฮุน! ช่วยข้าด้วย!”

ในขณะที่หินวิญญาณเพลิงปรากฏออกมา สุ่ยเชียนโหรวก็สัมผัสได้ถึงอันตราย นางรู้สึกเหมือนว่าเศษหินสีแดงก้อนนี้เปรียบเสมือนเคียวของยมทูตที่สามารถพรากชีวิตนางไปได้ตลอดเวลา

ใบหน้าของสุ่ยเชียนโหรวเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างกายของนางสั่นเทาและร้องตะโกนออกไปโดยสัญชาตญาณ

ฟู้ววว!

เมื่อหินวิญญาณเพลิงสัมผัสกับม่านพลังสีเขียวของสุ่ยเชียนโหรว มันก็ลุกไหม้ด้วยเพลิงสีเขียวในทันที ม่านพลังที่แม้แต่หน้าไม้สังหารเทพยังไม่สามารถทำลายได้แต่กลับต้องมอดไหม้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

หินวิญญาณเพลิงยังคงไม่หยุดนิ่งและบินตรงไปหาสุ่ยเชียนโหรวด้วยความเร็วที่น่ากลัว

ครื้นนน!

แต่ทันใดนั้นเอง ชุดของนางก็ระเบิดแสงสีเขียวขจีออกมา แม้แต่กระดิ่งที่ถูกประดับไว้ก็เริ่มส่งเสียงและเปล่งประกาย

“กริ๊งๆ!”

เหตุการณ์ที่ตามมาช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก!

จู่ๆร่างของสุ่นเชียนโหรวก็หายไปจากตำแหน่งเดิมและไปปรากฏตัวอยู่ในตำแหน่งที่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร

กระดิ่งสีเขียวระเบิด แม้แต่เสื้อคลุมของนางก็หม่นสีลงและมีสภาพที่ดูไม่ได้

“อ๊ากกก!”

ในเวลาเดียวกัน เจียงอี้ก็ใช้มือกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง ดูเหมือนว่าคลื่นเสียงดูดวิญญาณของหญิงชราที่ถูกเรียกว่าย่าฮุนจะทรงพลังกว่าการโจมตีครั้งก่อนอย่างเทียบไม่ติด

ตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่าดวงวิญญาณกำลังสูญสลาย ถ้าหากดวงวิญญาณของเขาถูกทำลายไป เขาก็จะตายในทันที

ครื้นนน!

ไข่มุกวิญญาณเพลิงส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง พลังงานลึกลับหลั่งไหลเข้าสู่ดวงวิญญาณของเจียงอี้และปกป้องมันไว้ จากนั้นความเจ็บปวดทั้งหมดก็พลันสลายหายไป

ถึงอย่างนั้น สีหน้าของเขาก็ยังคงซีดขาวเล็กน้อยเพราะเพิ่งจะหลุดพ้นจากความตาย

“เสื้อคลุมวิหควิญญาณถูกทำลายแล้ว? เด็กน้อย ไม่ว่ายังไงวันนี้เจ้าก็จะต้องตาย!”

เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้เจียงอี้ตื่นตัว ย่าฮุนได้แปรเปลี่ยนเป็นเงาและทะยานเข้าหาเขาด้วยความเร็วสูง บางทีคงเป็นเพราะนางเริ่มตระหนักได้แล้วว่าเจียงอี้อาจจะมีสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ปกป้องวิญญาณอยู่กับตัว

ดังนั้นนางจึงไม่ใช้การโจมตีทางวิญญาณอีกต่อไปแต่หันไปใช้ดาบเพื่อลงมือปลดชีพเขาแทน

“หนี!”

เจียงอี้ไม่ใช่คนโง่ แม้เขาจะไม่มั่นใจว่าสุ่ยเชียนโหรวใช้ศาสตร์เวทย์แบบไหนถึงทำให้นางสามารถเคลื่อนที่ได้ในพริบตาหรือบางที่อาจจะเป็นเพราะชุดของนาง แต่ที่แน่ๆย่าฮุนคนนี้คงจะสามารถฆ่าเขาได้ก่อนที่จะไปถึงตัวสุ่ยเชียนโหรวอย่างแน่นอน

อย่างน้อยการลงมือของเจียงอี้ในวันนี้ก็ไม่สูญเปล่า เขาสามารถสังหารกิเลนทมิฬที่เป็นสัตว์อสูรระดับสามและยังทำลายสิ่งประดิษฐ์ชั้นยอดของอีกฝ่ายได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็จะสูญเปล่าหากว่าเขาถูกฆ่าตายอยู่ที่นี่

“เจ้าหมา รีบปลดปล่อยวิชาอสูรของเจ้าซะ! จากนั้นก็หลบหนีด้วยความเร็วเต็มกำลัง!”

เจียงอี้ตะโกนด้วยความเร่งรีบ ทางด้านหมาป่าจันทราสีเงินเองก็ไม่รอช้า เขาของมันส่องสว่างและยิงลำแสงสีม่วงตรงไปยังหญิงชรา จากนั้นมันก็หันหลังเพื่อหลบหนีในทันที

“ฮึ่ม!”

“ตู้มมมม!”

ด้วยประสบการณ์ที่มีมาอย่างโชกโชน ย่าฮุนเพียงแค่เบี่ยงตัวเล็กน้อยก็สามารถหลบลำแสงของหมาป่าจันทราสีเงินได้อย่างง่ายดาย

ลำแสงสีม่วงพุ่งผ่านอากาศทะลุไปยังแนวป่าที่อยู่ไกลออกไป จากนั้นมันก็ระเบิดออกจนกลายเป็นพลังทำลายล้างที่น่าหวาดกลัว

“คิดหนีรึ? ตายซะ!”

เมื่อหญิงชราเห็นว่าหมาป่าจันทราสีเงินหลงเหลือเพียงแค่ภาพติดตาซึ่งหลบหนีไปไกลแล้ว นางก็เค้นเสียงด้วยความโกรธและกวัดแกว่งดาบเพื่อปลดปล่อยคลื่นพลังไล่หลังพวกเจียงอี้

“เจ้าหมา หลบไปทางซ้าย!”

เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่อยู่ด้านหลัง เจียงอี้ก็ไม่รีรอที่จะออกคำสั่ง โชคดีที่ปีศาจหมาป่ารวดเร็วพอจึงสามารถหลบคลื่นดาบรูปจันทร์เสี้ยวได้อย่างหวุดหวิด

“ตู้มมม!”

คลื่นดาบทะลวงผ่านอากาศและเฉือนทำลายต้นไม้พร้อมกับสิ่งกีดขวางทั้งหมดที่อยู่ในเส้นทางของมัน มันพุ่งไปข้างหน้าหลายร้อยเมตรก่อนที่จะอ่อนแรงลง

“ช่างทรงพลังอะไรเช่นนี้!”

หัวใจของเจียงอี้แทบจะหยุดเต้น เขาหันกลับไปมองย่าฮุนด้วยความกลัว ดูเหมือนว่าความเร็วของนางแทบจะไม่ด้อยไปกว่าหมาป่าจันทราสีเงิน เห็นได้ชัดว่านางเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยวขั้นที่เจ็ดหรือแปดเป็นอย่างน้อย ไม่เช่นนั้นนางจะครอบครองความเร็วระดับเดียวกับหมาป่าจันทราสีเงินได้อย่างไร?

เมื่อเห็นว่าย่าฮุนกำลังจะปลดปล่อยการโจมตีออกมาอีกครั้ง เจียงอี้ก็รีบคิดแผนการ วินาทีต่อมาเขาก็หันไปทางขวาและตะโกนสุดเสียง

“จ่างซุนอู๋จี้ เจ้าจะซ่อนตัวอีกนานแค่ไหน?! รีบไปฆ่าสุ่ยเชียนโหรวเร็วเข้า จากนั้นสมบัติบนตัวของนางก็จะกลายเป็นของพวกเรา!”

จบบทที่ บทที่ 156 ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์วิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว