- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 422: มีเรื่องจะสารภาพ... กับพี่เฟิงอวี่ค่ะ
ตอนที่ 422: มีเรื่องจะสารภาพ... กับพี่เฟิงอวี่ค่ะ
ตอนที่ 422: มีเรื่องจะสารภาพ... กับพี่เฟิงอวี่ค่ะ
“อื้ม ทุกคนทำดีมากเลยจ้ะ ถ้าลูกค้ากลุ่มนี้กลับแล้ว ถ้าไม่มีอะไรต้องทำต่อก็ปิดร้านกลับบ้านพักผ่อนได้เลยนะ ไม่ต้องอยู่เฝ้าร้านให้เสียเวลาหรอก”
ในเมื่อของในร้านก็ไม่เหลือให้ขายแล้ว หร่วนชีชีก็ไม่อยากจะฝืนใจให้พนักงานนั่งเหงาหงอยรอเวลาเลิกงาน เพราะเธอไม่อยากให้ใครมาแอบเคืองชีชีกรุ๊ปลับหลังว่าใช้งานพนักงานเกินจำเป็น
พอได้ยินคำสั่งประดุจเสียงสวรรค์ พนักงานต้อนรับสาวถึงกับตาเป็นประกาย นี่เพิ่งจะสิบโมงเช้าเองนะ! ถ้าลูกค้ากลับปุ๊บ เท่ากับวันนี้เธอทำงานแค่ครึ่งวัน แถมครึ่งเช้าที่ผ่านมายังได้นั่งเล่นไปแล้วตั้งครึ่งหนึ่ง
‘สวัสดิการแบบนี้ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในประเทศนี้ ท่านประธานหร่วนคือที่สุด!’
“รับทราบค่ะ! เดี๋ยวฉันจะรีบกระจายข่าวให้ทุกคนทราบทันที ขอบพระคุณท่านประธานหร่วนมากเลยนะคะ!”
หร่วนชีชีอมยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินออกจากร้านไป เธอไม่ลืมว่าวันนี้มีนัดสำคัญ เมื่อเห็นว่าเวลาเริ่มงวดเข้ามาแล้ว เธอจึงรีบให้จ้านอีบึ่งรถตรงไปยังสวนไวน์ป่าแอปริคอตทันที
ในฐานะเจ้าภาพที่ดี การไปถึงก่อนเพื่อรอรับแขกถือเป็นมารยาทพื้นฐานที่ควรทำ... แต่แน่นอนว่าหร่วนชีชีผู้แสนซื่อไม่มีทางรู้เลยว่าเฟิงอวี่น่ะ แอบมานั่งรอจนรากจะงอกเพื่อที่จะได้เจอเธอเร็วขึ้น แผนการไปรอรับแขกของเธอเลยน่าจะล่มไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
ณ สวนไวน์ป่าแอปริคอต
ภายในห้องรับรองส่วนตัว เฟิงอวี่ก้มมองนาฬิกาเป็นรอบที่ล้านของวัน จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่หน้าประตู ดวงตาคมกริบก็พลันเป็นประกายขึ้นมาทันที
เขารู้ดีว่าหร่วนชีชีคือเจ้าของสวนป่าแห่งนี้ ดังนั้นถ้าไม่ใช่คนสำคัญจริงๆ ซิ่งหลินย่อมไม่ปล่อยให้ใครเข้ามาขัดจังหวะเขาแน่ๆ คนที่มาถึงในเวลานี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...
แกร็ก—
ประตูห้องเปิดออก เฟิงอวี่เงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข แต่แล้ววินาทีต่อมาไหล่เขาก็แอบตกวูบเมื่อเห็นว่าเป็นซิ่งหลินที่เดินนำเข้ามา แต่ช้าก่อน! พริบตาต่อมาหัวใจเขาก็กลับมาพองโตอีกครั้ง เพราะคนที่เดินตามหลังซิ่งหลินมาติดๆ ก็คือยอดดวงใจที่เขาเฝ้าถวิลหานั่นเอง
แต่ที่แอบขัดใจเฟิงอวี่อยู่นิดๆ (จริงๆ ก็ไม่นิดนะ) คือการที่หร่วนชีชียังคงมีจ้านอี บอดี้การ์ดหนุ่มหน้านิ่งตามติดเป็นเงาตามตัวเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่เฟิงอวี่รู้สถานะของตัวเองดี เขาจึงเก็บอาการเงียบกริบ ไม่แสดงความไม่พอใจใดๆ ออกมา
“มาแล้วเหรอครับ... คุณจ้านด้วยนะ”
เฟิงอวี่ลุกขึ้นทักทายทั้งสองคน
“พี่เฟิงอวี่”
หร่วนชีชีทักทายพร้อมรอยยิ้มสดใส
ทางด้านจ้านอีทำเพียงแค่ปรายตามองเฟิงอวี่นิ่งๆ ไม่พูดไม่จา ตามสไตล์บอดี้การ์ดมือโปรที่พยายามทำตัวให้จางหายไปกับอากาศธาตุให้มากที่สุด
“ท่านประธานหร่วน จะให้เริ่มเสิร์ฟอาหารเลยไหมคะ?”
ซิ่งหลินเอ่ยถาม แม้เฟิงอวี่จะมาถึงตั้งนานแล้ว แต่เขาสั่งเพียงชาปู๋เอ๋อร์มาจิบรอเท่านั้น ไม่ได้สั่งอาหารล่วงหน้าเลย ซึ่งซิ่งหลินก็รู้ใจบอสสาวดีว่ามักจะมีปัญหาโรคตัดสินใจไม่ได้เวลาเห็นเมนูเยอะๆ เธอจึงเตรียมจัดรายการอาหารเด็ดๆ ไว้รอเรียบร้อยแล้ว
“พี่เฟิงอวี่ว่าไงคะ? ตอนนี้เริ่มกินมื้อเที่ยงจะเร็วไปไหมนะ?”
หร่วนชีชีหันไปถามความเห็น เพราะถ้ากินตอนนี้ เธอเกรงว่าพอบ่ายสามท้องเจ้ากรรมจะเริ่มประท้วงหิวอีกรอบ
“พี่ได้หมดเลยครับ แล้วแต่ชีชีเลย”
เฟิงอวี่ตอบเสียงนุ่ม จุดประสงค์ของเขาไม่ใช่การมากินข้าวอยู่แล้ว จะกินตอนไหนเขาก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้น ขอแค่ได้อยู่กับเธอเขาก็อิ่มทิพย์แล้วครับ!
“งั้น... เริ่มเสิร์ฟตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้วกันค่ะ พอดีฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่เฟิงอวี่หน่อย”
“ตกลงค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ซิ่งหลินรับคำแล้วถอยฉากออกไปอย่างรู้งาน พร้อมกับปิดประตูลงเบาๆ
เพียงแค่ได้ยินคำว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยหัวใจของเฟิงอวี่ก็เต้นรัวกระหน่ำเหมือนกลองรบ
ชีชีมีอะไรจะบอกเรานะ?
หรือว่า... ชีชีจะแอบชอบเราเหมือนที่เราชอบเธอ? ที่นัดออกมาส่วนตัวแบบนี้เพราะจะสารภาพรักหรือเปล่า!?
‘ไม่ได้การละ... เรื่องสารภาพรักผู้ชายควรเป็นคนทำสิ ชีชีแค่รอให้พี่เตรียมการทุกอย่างให้พร้อม แล้วยืนสวยๆ ฟังพี่เปิดใจก็พอ’
แต่ถ้าจู่ๆ ชีชีเกิดโพล่งสารภาพรักขึ้นมาจริงๆ เขาควรจะทำหน้ายังไงดีนะ? ยิ้มรับ? เข้าไปกอด? หรือว่า... เมื่อจินตนาการเตลิดไปไกล ใบหน้าของเฟิงอวี่ก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำและร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
หร่วนชีชีมองคนตรงหน้าที่จู่ๆ ก็ดูแปลกไป เธอเอียงคอถามด้วยความสงสัยตามประสาคนซื่อ (บื้อ):
“พี่เฟิงอวี่ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? ทำไมหน้าแดงแจ๋เลยล่ะนั่น?”