- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 341: ก็แค่ธุรกิจเล็กๆ เองค่ะ
ตอนที่ 341: ก็แค่ธุรกิจเล็กๆ เองค่ะ
ตอนที่ 341: ก็แค่ธุรกิจเล็กๆ เองค่ะ
คุณป้าจอมแสบรู้สึกอับอายเกินกว่าจะรั้งอยู่ต่อ หลังจากวางสายโทรศัพท์ เธอก็รีบคว้าหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความไว้ในมือแน่นแล้วจ้ำอ้าวออกไปทันที
"เอ่อ... ในเมื่อเรื่องจบลงด้วยดีแล้ว พวกเราคงต้องขอตัวก่อนนะครับ"
นายตำรวจหนุ่มทั้งสองนายรู้สึกเหมือนเหตุการณ์ที่เจอมาในวันนี้คือความฝันชัดๆ นี่พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับเทพเจ้าแห่งโชคลาภตัวเป็นๆ อยู่ใช่ไหม!
"ตกลงค่ะ รบกวนคุณตำรวจทั้งสองคนต้องลำบากแวะมากลางวันแสกๆ แบบนี้จริงๆ ในร้านฉันไม่ค่อยมีอะไรมาก มีก็แต่แอปเปิลนี่แหละค่ะ รบกวนพวกคุณช่วยรับติดไม้ติดมือกลับไปหน่อยนะคะ ถือว่าแบ่งให้พี่ๆ น้องๆ ตำรวจที่สถานีได้ลองชิมกัน"
หร่วนชีชีหยิบถุงแอปเปิลที่เหลียงเทียนเทียนและคนอื่นๆ ช่วยกันบรรจุเตรียมไว้ส่งให้ตำรวจหนุ่มทั้งสอง
"ไม่ได้ครับ ไม่ได้เด็ดขาด แอปเปิลพวกนี้... ราคาสูงมากนะครับ ทำธุรกิจมันไม่ง่าย คุณเก็บไว้ขายเถอะครับ"
ราคาตั้งลูกละ 120 หยวน! ถุงใหญ่ขนาดนี้อย่างน้อยก็มีเป็นสิบลูก รวมๆ แล้วก็มูลค่าพันกว่าหยวนเข้าไปแล้ว พวกเขาไม่กล้ารับไว้จริงๆ
"โถ่ คุณตำรวจคะ ตำรวจกับประชาชนคือครอบครัวเดียวกันนะคะ อย่าปฏิเสธเลยค่ะ นี่ก็เที่ยงแล้วพวกคุณคงยังไม่ได้ทานข้าวกัน ฉันออกไปเลี้ยงข้าวไม่ได้ แอปเปิลพวกนี้ถือเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากฉันแล้วกันนะคะ"
หร่วนชีชีพยายามยัดถุงแอปเปิลใส่มือคุณตำรวจ และในจังหวะนั้นเอง จ้านอีก็ก้าวเข้ามาประชิดข้างกายเธอพอดิบพอดี บรรยากาศกดดันบางอย่างทำให้ตำรวจทั้งสองถึงกับน้ำท่วมปาก
ช่วยไม่ได้จริงๆ กลิ่นอายบอดี้การ์ดคนนี้มันทรงพลังเกินไป! ถึงพวกเขาจะเป็นตำรวจที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี แต่สุดท้ายก็ยังเป็นแค่คนหนุ่มที่เพิ่งเริ่มงานได้ไม่นานนัก
"ถ้าอย่างนั้น... พวกเราขอรับความปรารถนาดีนี้ไว้นะครับ จะเอาไปแบ่งให้ทุกคนที่โรงพักได้ลองชิมกัน"
การแบ่งปันของจากประชาชนในลักษณะนี้ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่รู้กันอยู่แล้วในสถานีตำรวจ
"ดูเหมือนคุณหร่วนจะขยายอาณาจักรธุรกิจใหม่เพิ่มอีกแล้วนะครับ"
หลังจากตำรวจเดินจากไป จินลู่เจิงก็เดินเข้ามาทักทาย
ความจริงจินลู่เจิงสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ตั้งแต่เข้ามาแล้ว อย่างอื่นไม่เท่าไหร่ แต่เจ้าแอปเปิลในร้านกับเคาน์เตอร์คิดเงินนี่สิ... มันช่างน่าประทับใจจริงๆ
"ฮิฮิ มาเร็วไม่เท่ามาถูกจังหวะหรอกค่ะ ทนายจินสนใจรับกลับไปสักหน่อยไหมคะ ถือว่าช่วยอุดหนุนธุรกิจฉันไปในตัวด้วยเลย"
ตอนนี้แอปเปิลเหลืออยู่ประมาณ 200 ลูก และเริ่มเห็นแววว่าลูกค้าในร้านกำลังจะเปิดศึกแย่งชิงกันแล้ว
"ธุรกิจของคุณหร่วนรุ่งเรืองขนาดนี้ ถึงไม่มีผมสนับสนุนก็คงขายหมดแน่อยู่แล้ว แต่ในฐานะหุ้นส่วน ไม่ทราบว่าพอจะมีส่วนลดให้บ้างไหมครับ?"
เขาไม่ใช่พนักงานประจำ และแน่นอนว่าไม่มีบัตรนักศึกษามาโชว์
แต่การที่รู้ว่ามีส่วนลดอยู่ตรงหน้าแล้วตัวเองไม่ได้ใช้ มันรู้สึกเหมือนขาดทุนยังไงไม่รู้แฮะ!
ในฐานะทนายความ จินลู่เจิงจึงเรียกร้องสิทธิ์ที่เขาพึงมีต่อหร่วนชีชีด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"แหม... ก็แค่ธุรกิจเล็กๆ เองค่ะ ทนายจินคงไม่ใจร้ายถึงขั้นขอมันจากผู้ประกอบการตัวน้อยๆ หรอกใชไหมคะ?"
หร่วนชีชีไม่ได้จงใจลดเสียงลงเลยสักนิด ลูกค้าคนอื่นๆ ที่เพิ่งจะอึ้งเรื่องที่เธอเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์มหาศาลมาหยกๆ พอมาได้ยินคำว่าธุรกิจเล็กๆ เข้าไป ต่างก็พากันมองบนจนลูกตาแทบคว่ำ
ฟังเอาเถอะ! ฟังเอา! นั่นใช่คำที่มนุษย์ควรพูดออกมาเหรอ?
ธุรกิจเล็กๆ บ้านไหนขายแอปเปิลลูกละ 120 หยวนกันคะคุณน้อองงง!
แต่ถึงจะบ่นในใจ พวกเขาก็ไร้ซึ่งพลังต้านทาน แอปเปิลรูบี้เหล่านี้จริงๆ ต่อให้แพงแค่ไหน อย่างน้อยก็ขอซื้อติดมือไปสักลูกก็ยังดี
แค่วันละลูก... ไม่ถือว่าฟุ่มเฟือยหรอกมั้ง?
จินลู่เจิง: "..."
เธอกล้าพูดออกมาได้ยังไงนะ ถ้าที่นี่เรียกว่าธุรกิจเล็กๆ แล้วพวกมนุษย์เงินเดือนอย่างเขาจะเอาอะไรไปรอด?
สุดท้าย ทนายจินก็ต้องจำยอมเข็นรถเข็นด้วยตัวเอง แล้วรีบคว้าแอปเปิลมาครึ่งรถก่อนที่จะโดนฝูงชนแย่งไปจนหมด จากนั้นจึงมาเข้าคิวคิดเงิน
[ ระบบ ]: "ยอดสั่งซื้อแอปเปิล 35 ลูก ราคาต่อหน่วย 120 หยวน... ยอดชำระรวมคือ 4 200 หยวน..."
แพงชะมัด!
จินลู่เจิงอุทานในใจเป็นรอบที่ล้าน
อย่างไรก็ตาม มือของเขายังคงสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อจ่ายเงินอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการชะงักแม้แต่นิดเดียว
ในเมื่อแขนกลอัจฉริยะมันโชว์ตัวต่อหน้าสาธารณชนไปแล้ว หร่วนชีชีก็เลยไม่จำเป็นต้องช่วยใส่ถุงให้เสียเวลา เธอเพียงแค่ฉีกใบเสร็จที่มีรูปถ่ายส่งให้จินลู่เจิงเท่านั้น
"ทนายจินคะ นี่ใบเสร็จของคุณค่ะ"