เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 139 พันธนาการพระเจ้า

บทที่ 139 พันธนาการพระเจ้า

บทที่ 139 พันธนาการพระเจ้า


"ซู่ ซู่…"

แม้ว่าศิษย์ที่อยู่รอบเจียงอี้จะอยู่ห่างจากเขาอย่างน้อยร้อยเมตร แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่เจาะลึกเข้าไปถึงกระดูก ศิษย์นอกสำนักหลายคนที่ไม่เคยไปปฏิบัติภารกิจเนื่องจากพวกเข้าไร้ความสามารถ พวกเขารู้สึกหายใจแทบไม่ได้และพวกเขาก็หวาดกลัวเป็นอย่างมาก!

"พรึบบ"

โชคดีที่รองเจ้าสำนักไม่กี่คนที่ยืนอยู่รอบๆปล่อยกลิ่นอายออกจากร่างกายเพื่อป้องกันเจตจำนงแห่งการสังหาร ถ้าไม่เช่นนั้นกลุ่มศิษย์นอกสำนักคงไม่กล้าแม้แต่จะทนดูการต่อสู้ต่อไปได้

"แข็งแกร่งมากจริงๆ!"

องค์หญิงหยุนเฟย เสินอิง และอาหนีต่างก็มองตากัน ทั้งสามคนต่างก็ตกตะลึงอย่างเงียบๆ แต่ทุกคนก็เคลื่อนไหว อาหนีขยับร่างกายของเขาทันที เขาเริ่มตีหน้าอกโดยใช้มือทั้งสองข้างและคำรามเหมือนสัตว์ร้าย เขาสูงสองเมตรกว่าและร่างที่ดูแข็งแกร่งของเขานั้นคล้ายกับภูเขาลูกเล็กๆเริ่มขยายตัว ตอนนี้กล้ามเนื้อของเขาที่ดูเบาบางและกระชับกลายเป็นดั่งเหล็กกล้าที่แข็งแรงกว่าเดิม เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและคำรามหลายครั้ง ร่างของเขาพุ่งไปข้างหน้าเหมือนลูกกระสุนปืนใหญ่และความเร็วของเขาก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ!

"ฟึ่บ!"

นายน้อยเสินอิงก็ลงมือเช่นกัน ร่างของเขาลอยไปข้างหน้าเหมือนวิญญาณและความเร็วของเขาก็เร็วกว่าอาจารย์ที่อยู่ขั้นสูงสุดของขอบเขตจื่อฝู่ เขาผ่านศิษย์คนอื่นๆและพุ่งเข้าไปที่ใจกลางจัตุรัส จากนั้นเขาก็อยู่ข้างหลังอาหนีอย่างเงียบๆ หากใครไม่ได้มองดีๆ พวกเขาคงจะคิดว่ามันเป็นแค่เงาของอาหนี

"พันธนาการพระเจ้า!"

แสงไฟสีเขียวส่องประกายแวววับในดวงตาขององค์หญิงหยุนเฟย เถาวัลย์สีเหลืองที่นับไม่ถ้วนงอกขึ้นมาใต้ฝ่าเท้าของเจียงอี้โดยไม่รู้สึกถึงการกระทำของนาง เถาวัลย์เริ่มพันเจียงอี้อย่างดุเดือด

"โอ้...!"

ความวุ่นวายปะทุขึ้นในหมู่ผู้ชม ข่าวลือเรื่องอาคมขององค์หญิงหยุนเฟยแพร่กระจายไปทั่วทั้งสำนักและเป็นที่โด่งดังมาก มันเป็นครั้งแรกที่คาถาเช่นนี้ได้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ

ไม่เคยมีใครได้ยินอาคมที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้มาก่อนและมันก็เงียบเชียบมากในตอนเปิดใช้งาน แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดของขอบเขตจื่อฝู่ก็คงจะหลงกลง่ายๆเลยใช่ไหม?

เจียงอี้ตกหลุมพรางอย่างที่คาดไว้!

ในไม่ช้าเถาวัลย์สีเหลืองผูกเท้าทั้งสองของเจียงอี้และมัดร่างกายของเขาจนมิด คนนอกนั้นเห็นแค่เถาวัลย์ที่พันรอบตัวจนมองไม่เห็นตัวเจียงอี้เลย

"ดี!"

สายตาของอาจารย์สองคนที่อยู่ขั้นสูงสุดของขอบเขตจื่อฝู่ อาจารย์ที่ถือกระบองเริ่มตะโกนเสียงดัง ดวงตาของเขาส่องสว่าง กระบองถูกยกขึ้นสูงไปกลางอากาศและเหวี่ยงไปทางเถาวัลย์พร้อมจินตนาการถึงภาพต่างๆ แต่เขารู้ตัวและไม่กล้าโจมตีไปที่สมองของเจียงอี้ เพียงแค่จะปัดไปที่เท้าของเจียงอี้เล็กน้อย

"ย๊าาาา!"

นี่ช่างเป็นโอกาสที่ดี! มันเป็นธรรมดาที่อาจารย์คนอื่นคงไม่ยอมให้หลุดมือไปได้ ขวานสีดำขนาดใหญ่ซึ่งมีแสงสีดำประกายออกมา กลิ่นอายที่น่ากลัวนี้เกิดขึ้นและหมุนไปทางเอวและหลังของเจียงอี้

เขาก็ไม่กล้าฆ่าเจียงอี้เช่นกัน ใบมีดขวานหันออกไปด้านนอกและเขาเตรียมที่จะใช้ด้านหลังของขวานเพื่อโจมตีเจียงอี้ แต่ถึงกระนั้นถ้าเจียงอี้ถูกโจมตี กระดูกสันหลังของเขาก็จะแตกเป็นผุยผง!

"ปัง!"

ในขณะนั้นเถาวัลย์สีเหลืองที่ห่อหุ้มร่างกายของเจียงอี้จู่ๆก็ระเบิดขึ้นมาในทันที เงาสีเขียวพุ่งออกมาจากทางของการระเบิดและแสงสีดำห่อหุ้มฝ่ามือข้างหนึ่งและกระแทกเข้ากับกระบองของหนึ่งในอาจารย์

"โอ้ววววว!"

ทุกคนตกอยู่ในความหวั่นเกรง พวกเขาไม่สามารถเห็นเจียงอี้ได้เลย เถาวัลย์ที่ดูแข็งแรงนั้นถูกแยกออกได้ง่ายๆเช่นนั้นเชียวหรือ? เป็นไปได้ไหมที่เถาวัลย์นั้นทำมาจากหญ้า?

"ฮะ…"

คนที่ตกใจที่สุดคือหยุนเฟย นางเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเถาวัลย์สีเหลืองเหล่านี้แข็งแกร่งเพียงใด ไม่มีใครสามารถระเบิดเถาออกมาได้ในเวลาอันสั้นด้วยสิ่งประดิษฐ์และเจียงอี้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ถืออาวุธใดๆ เขาออกมาได้อย่างไร?

"บูม!"

เสียงระเบิดที่น่าตกใจปลุกหยุนเฟยตื่นขึ้นมาจากภวังค์ กระบองของอาจารย์จากขอบเขตจื่อฝู่ถูกทำลายและคลื่นกระแทกอันทรงพลังก็ส่งเขาลอยไปพร้อมกับศิษย์ไม่กี่คนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

"ตึก ตึก!"

กริชสีแดงปรากฎอย่างรวดเร็วอยู่ภายในแขนเสื้อของเจียงอี้ มีแสงสีดำส่องประกายอยู่ด้านบน ขณะที่มันปะทะกับขวานขนาดใหญ่ที่กำลังฟาดมาที่หลังของเขา

"แกร๊ง!"

เสียงการปะทะกันของอาวุธเมื่อขวานดำและกริชแดงสัมผัสกัน ประกายไฟเกิดขึ้นพร้อมกับเสียงที่ดังออกมา กำลังของอาจารย์ที่อยู่ขั้นสูงสุดของขอบเขตจื่อฝู่จะต้องแข็งแกร่งแค่ไหน? แม้ว่าเจียงอี้จะรวบรวมแก่นแท้พลังสีดำทั้งหมดของเขาและหลอมรวมเข้าไปในสิ่งประดิษฐ์ เขาก็ยังคงไม่อาจสู้กับอาจารย์ได้

สิ่งแหลมคมทะลุผ่านจุดหู่โข่วของเขาและเลือดไหลออกมาจากมุมปากของเขา ร่างของเขาถูกคลื่นกระแทกจนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทำให้ปลิวไปทางศิษย์ที่อยู่อีกฝั่ง

สิ่งประดิษฐ์ระดับสมบัติ!

หยุนเฟยยิ่งแปลกใจกับสิ่งที่นางเห็น กริชของเจียงอี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับสมบัติแน่นอน ถ้าไม่เช่นนั้นทำไมขวานของอาจารย์ถึงเป็นรอยเว้าหายไป แต่ถ้ามันเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับสมบัติ เขาทำอย่างไรถึงหนีออกจากพันธนาการของเถาวัลย์ได้?

"โหดเหี้ยมนัก!"

ศิษย์ขั้นต่ำจำนวนนับไม่ถ้วนสั่นเทาด้วยความกลัวขณะที่พวกเขาดูการต่อสู้ พวกเขาเริ่มชื่นชมเจียงอี้ ศิษย์ชั้นยอดและศิษย์อัจฉริยะหลายคนยอมรับว่าทักษะการต่อสู้ของเจียงอี้นั้นยอดเยี่ยมมาก หากพวกเขาเป็นเจียงอี้ มันคงเป็นเรื่องยากที่จะหลุดพ้นจากคุกเถาวัลย์ได้สำเร็จ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องทำร้ายอาจารย์เลย

แต่ในขณะนี้ ทุกคนดูเหมือนจะไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเจียงอี้!

แสงสีเขียวส่องประกายแวววับในดวงตาขององค์หญิงหยุนเฟยอีกครั้ง และพุ่งตรงไปยังทิศทางที่เจียงอี้กำลังจะไป เถาวัลย์สีเหลืองนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาเขา อาหนีและเสินอิงที่ตามเขาเหมือนเงาได้วิ่งตรงไปข้างหน้าและอยู่ห่างออกไปเพียงเกือบสิบเมตร

ในอีกด้านหนึ่ง อาจารย์ที่อยู่ใกล้กับเจียงอี้ที่อยู่ขั้นที่แปดของขอบเขตจื่อฝู่เผยหมัดที่แข็งแกร่งไปที่เขา เครื่องรางสัตว์วิญญาณของศิษย์อีกสองคนก็สว่างขึ้นมาทันที

วานรตัวเขียวปรากฏขึ้นและใช้หมัดค้อนทองแดงต่อยอย่างดุเดือดไปที่เขา นอกจากนี้ยังมีงูสีขาวตัวเล็กๆซึ่งความหนาของมันเท่านิ้วหนึ่งก็อ้าปากสีแดงสดของมันออกมากลางอากาศ

เขาถูกล้อมรอบไปทั่วทุกด้าน!

ในขณะนั้น แม้แต่ดวงตาของจ้านอู๋ซวงและซูรั่วเสวี่ยก็มืดไป รองเจ้าสำนักต่างหมุนเวียนแก่นแท้พลังเพื่อเตรียมออกจากจุดนั้นและรอเข้าช่วยเหลือ เห็นได้ชัดว่าเจียงอี้กำลังจะแพ้การต่อสู้

"ย๊าาาาาาา!"

เจียงอี้อยู่กลางอากาศ เขาส่งเสียงดังก่อนที่เขาจะถึงพื้น เนื่องจากการระเบิดก่อนหน้านี้ทำให้ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บ และจิตสังหารของเขาก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ตอนนี้จิตสังหารกำลังเอ่อล้นอีกครั้งและมันก็น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมและปราบปรามสัตว์วิญญาณทั้งสองได้อย่างง่ายดาย

ดวงตาแดงก่ำของเขามองไปที่อาจารย์ที่กำลังจู่โจมเข้ามาที่เขาและไข่มุกสีแดงก็ปรากฏขึ้นมาในทันใด อาจารย์สั่นไหวเมื่อเห็นเช่นนั้นและถอยห่างออกไปอย่างกะทันหันจากความกลัว

จอมยุทธที่ทรงพลังจะมีสัญชาตญาณในการรับรู้สัญญาณเตือน หากพวกเขาประสบอันตรายที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าอาจารย์จะไม่แน่ใจว่าทำไมไข่มุกในมือของเจียงอี้ถึงให้ความรู้สึกเป็นอันตรายแก่เขาได้ แต่เขาก็ไม่กล้าเสี่ยงและถอยกลับไปโดยสัญชาตญาณ

"ปัง!"

เจียงอี้เก็บไข่มุกเพลิงไว้แล้วปล่อยฝ่ามือระเบิดแก่นแท้ไปที่พื้น ทำให้เถาวัลย์สีเหลืองระเบิดพุ่งเข้าหาเขาและถูกกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ร่างของเขาถูกผลักออกไปอีกครั้ง

เขาใช้แก่นแท้พลังสีดำเพียงไม่กี่เส้นในคราวนี้ แม้ว่าจุดแข็งของระเบิดแก่นแท้นั้นจะไม่แข็งแรงพอที่จะทำให้เขาบาดเจ็บได้ แต่มันก็สามารถป้องกันไม่ให้เขาถูกพันธนาการโดยเถาวัลย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ปัง!

ก่อนเจียงอี้จะถึงพื้นเขาปลดปล่อยฝ่ามือระเบิดแก่นแท้ด้วยกำลังที่พอดีเพื่อปัดวานรตัวเขียวออกไป และสร้างบาดแผลให้กับศิษย์ที่อยู่ใกล้เขาในเวลาเดียวกัน

เมื่อเขาแตะพื้น เขาก็พุ่งเป้าตรงไปหาอาจารย์ที่อยู่ขอบเขตจื่อฝู่ขั้นที่แปดอย่างไม่ลังเล ภายใต้ความกดดันของการใช้งานเจตจำนงแห่งการสังหาร ความเร็วของอาจารย์นั้นช้าเกินไป เขาไล่ตามอาจารย์ได้อย่างง่ายดายและสวนหมัดเข้าไปจังๆ

"บูม!"

อาจารย์ผู้นั้นกระเด็นออกมาอย่างที่คาดไว้ เสื้อคลุมของเขาฉีกขาดและมีร่องรอยของเลือดอยู่ตามตัว เห็นได้ชัดว่าเจียงอี้ยังไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมด ถ้าไม่เช่นนั้น อาจารย์ผู้นั้นก็คงต้องตายจากการระเบิดก่อนหน้านี้แน่นอน

"โฮกก โฮกก!"

อาหนีรีบตรงเข้าไปหาเจียงอี้ ร่างของเขาที่สูงสองเมตรกว่าซึ่งดูคล้ายกับภูเขาลูกเล็กๆนั้นทำให้เจียงออี้รู้สึกถึงความกดดันมหาศาล แสงสีเหลืองส่องประกายอยู่ในดวงตาของเขา ดูเหมือนว่าเขาจะโกรธมากขึ้นและแทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากเจตจำนงแห่งการสังหารของเจียงอี้เลย ฝ่ามือใหญ่โตที่มีกล้ามเนื้อที่อัดแน่นนั้นเหวี่ยงลงมาเพื่อคว้าตัวเจียงอี้เหมือนก้ามปูยักษ์

"ฟึ่บ!"

ในขณะเดียวกัน เสินอิงที่ซึ่งซ่อนตัวอยู่ข้างหลังอาหนีก็ลงมือบ้าง แม้ว่าเขาจะอยู่ภายใต้การควบคุมของเจตจำนงแห่งการสังหาร แต่ความเร็วของเขาก็ยังคงรวดเร็วอย่างน่าตกใจ เขาเจาะออกมาจากขาของอาหนีและเล็งกระบี่อ่อนในมือของเขาไปทางเจียงอี้

ตระกูลคนเถื่อน? กายวิญญาณวายุ?

เจียงอี้แสยะยิ้มออกมา....ดวงตาสีแดงโลหิตของเขาทำให้คนอื่นรู้สึกหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าพวกเขาได้เจอปีศาจร้ายเสียอีก

จบบทที่ บทที่ 139 พันธนาการพระเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว