- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 252: แขกผู้มาเยือนจากฐานทัพ
ตอนที่ 252: แขกผู้มาเยือนจากฐานทัพ
ตอนที่ 252: แขกผู้มาเยือนจากฐานทัพ
หลังจากย้ำแล้วย้ำอีก ย้ำจนคุณย่าโจวรับปากเป็นมั่นเหมาะว่าถ้าจะก้าวเท้าออกจากบ้านต้องพาบอดี้การ์ดไปด้วยเท่านั้น หร่วนชีชีถึงยอมตัดใจเดินจากมาแบบก้าวหนึ่งหันกลับไปมองสามตลบด้วยความห่วง
ในเมื่อเธอทิ้งบอดี้การ์ดไว้ดูแลคุณย่าส่วนหนึ่ง ครั้งนี้ชีชีจึงมีเพียงจ้านอี จ้านชี และพี่ๆ คนอื่นรวมแล้ว 7 คน นั่งอัดกันมาในรถตู้คอมมิวเตอร์สีดำคันเดียวพอดีเป๊ะ โดยมีจ้านอีรับหน้าที่เป็นสารถีสุดหล่อให้เหมือนเดิม
ทันทีที่ล้อหมุน จ้านอีก็ได้รับพิกัดผ่านยันต์สื่อสารจากจ้านเอ้อปลายทางคือ... ฐานทัพทหารหมายเลข 1
เมื่อเห็นชื่อสถานที่ หร่วนชีชีถึงกับนั่งตัวชา หน้าเหวอไปชั่วขณะ
‘คุณปู่คะ... นี่ปู่เอาไอ้เครื่องนั่นไปโชว์ให้ใครดูกันแน่เนี่ย?!’
“ช่างเถอะ ไปก็ไป!”
ชีชีเรียกสติกลับมา ไม่ว่าคนข้างหน้าจะเป็นใคร หรือบรรยากาศจะกดดันแค่ไหน สิ่งเดียวที่เธอต้องรักษาไว้คือออร่าตัวแม่ห้ามหลุดโก๊ะเด็ดขาด!
จ้านอียังคงรักษาหน้านิ่งราวกับรูปสลัก เขาเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าสู่จุดหมายโดยมีรถติดตามขับตามมาเป็นขบวน ดูเท่ขรึมจนมดแถวนั้นยังไม่กล้าไต่
เฟิงทั่ว อดีตผู้บัญชาการฐานทัพหมายเลข 1 แม้จะเกษียณไปแล้ว แต่บารมีและเหรียญตราบนอกยังคงขลังเสมอ ทหารยามหน้าประตูกะพริบตาปริบๆ พอเห็นว่าเป็นใครก็ถึงกับยืนตะกุกตะกักด้วยความตื่นเต้น หลังจากยืนยันจุดประสงค์อยู่นาน ในที่สุดพวกเขาก็ถูกเชิญเข้าไปในป้อมยามเพื่อรอการประสานงาน
ชีชีมองภาพทหารที่ใช้เครื่องวอล์กกี้ทอล์กกี้คุยกันอย่างคล่องแคล่ว แล้วก็นึกขึ้นได้
‘เออแฮะ... วันหลังต้องจัดเครื่องแบบกับวิทยุสื่อสารให้พวกพี่การ์ดที่นิคมอุตสาหกรรมบ้างแล้ว’
แต่แล้วเธอก็ต้องถอนหายใจยาวเหยียด...
‘ลืมไปเลย นิคมฯ ยังไม่มีทีมรักษาความปลอดภัยเป็นทางการเลยนี่นา! พี่อวี่จะลืมเรื่องที่ฉันบอกว่าให้หานายทหารเกษียณมาทำงานหรือเปล่านะ เงียบกริบเลย...’
จ้านอีขับรถพาเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูสถาบันวิจัยหมายเลข 1 ตามแผนที่ในหัว ชีชีทำหน้าเลิ่กลั่ก
“เอ๊ะ? มาทำอะไรที่นี่ล่ะเนี่ย?”
วินาทีนั้น ยันต์สื่อสารของจ้านอีสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง เป็นข้อความจากข้างในบอกให้จอดรถรอคนมารับที่จุดจอดรถหน้าสถาบันวิจัยฯ
โบราณเขาว่าปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่มักซ่อนตัวในเมือง ชีชีไม่เคยคิดเลยว่าหลังภูเขาของสถาบันวิจัยฯ ที่เธอคุ้นเคย จะมีฐานทัพทหารซ่อนอยู่ลึกลับขนาดนี้! ทหารยามหน้าสถาบันวิจัยฯ พอเห็นหน้าชีชีก็จำได้ทันที แม้จะแอบแปลกใจว่าท่านประธานหร่วนมาทำอะไรวันนี้ แต่เขาก็ยังไม่ได้เปิดประตูให้เพราะยังไม่มีคำสั่งทางการ
รอไม่นาน รถออฟโรดสีเขียวขี้ม้าคันยักษ์ก็บึ่งลงมาจอดเทียบข้างรถตู้ของเธอ กระจกหน้าต่างเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าของคนขับ... ลู่เซียว
ทันทีที่ลู่เซียวเห็นหน้าหร่วนชีชี เขาก็ถึงกับช็อกไปชั่วอึดใจ!
‘ชิบหายแล้ว...’
ความรู้สึกเหมือนมีฝูงอัลปาก้านับพันตัววิ่งกุบกับอยู่ในอก เขาได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ชีชีจำเขาได้เลย... แต่ดูท่าจะยาก!
“สวัสดีครับสหาย... ไม่ทราบว่าคุณคือหลานสาวของท่านผู้บัญชาการร่วนใช่ไหมครับ?”
ลู่เซียวถามตามมารยาท เขาเคยได้ยินชื่อหร่วนชีชีจากปากพี่ชายลู่เหวินมานับครั้งไม่ถ้วน แต่พอมาเจอตัวจริงใกล้ๆ ทำไมเขารู้สึกเหมือนเคยเห็นยัยผู้หญิงคนนี้ที่ไหนมาก่อนนะ?
“สวัสดีค่ะ ฉันหร่วนชีชีค่ะ”
ชีชีตอบพลางทำท่าจะยื่นมือไปเช็กแฮนด์ตามความเคยชิน แต่พอเห็นอีกฝ่ายนั่งนิ่งไม่ยอมขยับ เธอเลยรีบชักมือกลับมาเนียนๆ แล้วแสร้งทำเป็นปัดผมแก้เก้อ
“ขึ้นรถมาเลยครับ” ลู่เซียวพยักหน้าเรียก
“แต่คนพวกนี้คือบอดี้การ์ดของฉันค่ะ”
ชีชีไม่ยอมขยับเท้า จ้านอีคงไม่ยอมให้เธอไปกับคนแปลกหน้าสองต่อสองแน่ๆ และที่สำคัญ... รถออฟโรดคันนี้ไม่มีทางขับหนีพวกลูกน้องเธอพ้นหรอก!
ลู่เซียวขมวดคิ้วมุ่น เขาได้รับคำสั่งให้มารับแค่หลานสาวท่านร่วน ไม่ใช่ยกโขยงกันไปทั้งกอง แต่ดูจากสีหน้าของหร่วนชีชีแล้ว ถ้าไม่ยอมให้ไอ้พวกยักษ์ปักหลั่นพวกนี้ตามไปด้วย เธอคงไม่ยอมขยับไปไหนแน่
“รอสักครู่ครับ...”
เขาพึมพำ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์ถามเบื้องบนเพื่อขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษ