- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 152: หรือว่าความรักมันจืดจางไปแล้วคะ?
ตอนที่ 152: หรือว่าความรักมันจืดจางไปแล้วคะ?
ตอนที่ 152: หรือว่าความรักมันจืดจางไปแล้วคะ?
หร่วนชีชีกับเพื่อนสาวมองหน้ากันแล้วแอบอมยิ้มอย่างรู้กัน พวกเธอรู้ซึ้งถึงความรวยของชีชีดี ระดับนี้แล้วจะมาเสียเวลาปั้นน้ำเป็นตัวเรื่องอสังหาฯ ให้คนเช็กเจอแล้วหน้าแตกเพื่ออะไร?
ทั้งสามคนจัดการอาหารในถาดจนเกลี้ยงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะบอกลาโรงอาหารแล้วกระโดดขึ้นรถรับส่งภายในมหาวิทยาลัยไปลงที่หน้าหอพัก เพื่อให้ชีชีไปเอารถที่จอดไว้
ในเมื่อตัดสินใจว่าจะกลับมาดื่มด่ำชีวิตมหาลัยในเทอมนี้ เธอก็ต้องกลับไปที่วิลล่าหมายเลข 1 เพื่อเก็บของใช้จำเป็นมาไว้ที่นี่บ้าง
ที่สำคัญคือเธอต้องจัดการที่พักให้พวกจ้านอีและทีมบอดี้การ์ดด้วย ถึงแม้โครงการไบรท์แคพิทอลจะตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมเข้าอยู่ตามสไตล์รางวัลจากระบบ แต่พวกของใช้จุกจิกส่วนตัวก็ยังต้องเตรียมให้พร้อม
“ว้าว! ชีชี นี่แกเปลี่ยนรถใหม่อีกแล้วเหรอเนี่ย?!”
ต่อให้เป็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักยี่ห้อรถเลยสักนิด ก็ต้องสะดุดตากับสีสันสดใสกระแทกตาของเจ้าลูกชายคันใหม่ โจวเหวินกับเยี่ยนเกออุทานออกมาพร้อมกันทันทีที่เห็น
“ใช่แล้วจ้า เพิ่งถอยมาหมาดๆ เลย วันนี้เลยเอามาลองขับดูหน่อยว่าฟีลลิ่งมันได้ไหม” ชีชีตอบยิ้มๆ
“ฉัน... ฉันขอจับหน่อยได้ไหมอ่า?”
โจวเหวินจ้องตาเป็นมัน สีนี้มันสีโปรดในดวงใจเธอชัดๆ! ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะได้เห็นเฟอร์รารี่สีนี้ตัวเป็นๆ ต่อหน้าต่อตา
“ตามสบายเลยจ้า แต่เสียดายที่รถสปอร์ตที่นั่งมันน้อยไปหน่อย เลยพาพวกเธอไปซิ่งด้วยไม่ได้เลย ไว้วันหลังนะ”
นี่แหละข้อเสียของรถสปอร์ต ถ้าพาโจวเหวินไป ก็ต้องทิ้งเยี่ยนเกอไว้คนเดียว ซึ่งระดับปรมาจารย์ด้านการบริหารความสัมพันธ์อย่างหร่วนชีชีไม่มีทางยอมให้บรรยากาศเสียแน่นอน
“ไม่เป็นไรเลย แค่ได้ลูบๆ คลำๆ ก็เป็นบุญมือแล้วแก!”
โจวเหวินซึ้งใจน้ำตาแทบไหล คนเราทำงานทั้งชีวิตจะมีปัญญาซื้อซูเปอร์คาร์ระดับท๊อปแบบนี้ได้สักกี่คนกันเชียว
เธอค่อยๆ ยื่นมือไปสัมผัสตัวรถอย่างเบามือเหมือนกลัวมันจะบุบ
“ฉันตัดสินใจแล้ว! นี่คือเป้าหมายใหม่ในชีวิต สักวันฉันจะต้องมีรถสปอร์ตเป็นของตัวเองแล้วขับเท่ๆ แบบนี้ให้ได้!”
หร่วนชีชีชูสู้ตายให้เพื่อน “มีความทะเยอทะยานคือเรื่องดี ฉันเอาใจช่วยนะจ๊ะ!”
ขณะที่เยี่ยนเกอไม่ได้อินเรื่องรถเท่าไหร่นัก ตอนนี้ในหัวเธอมีแต่เรื่องเตรียมตัวสอบเข้าเรียนต่อปริญญาโทเท่านั้น หลังจากโบกมือลาเพื่อนทั้งสองแล้วหร่วนชีชีก็เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปทันที
ระหว่างที่ขับรถกลับ ชีชีก็ส่งข้อความหาเฉิงเหว่ยเพื่อถามรายละเอียดเรื่องโครงการวอเตอร์ฟรอนต์ ไบรท์ แคพิทอล
พอกลับถึงคฤหาสน์ เธอก็เริ่มเก็บของ โดยมีป้าเฉินคอยช่วย เกือบสามโมงเย็น ขณะที่เพิ่งเก็บของไปได้แค่ครึ่งเดียว สมาร์ทโฟนในกระเป๋าก็สั่นรัวๆ
“ป้าเฉินคะ เก็บต่อก่อนนะคะ พอดีมีธุระสำคัญเข้ามาน่ะค่ะ”
เป็นเฉิงเหว่ยที่ตอบกลับมาพอดี ข้อมูลระบุว่ากรรมสิทธิ์ของโครงการไบรท์แคพิทอลเพิ่งโอนมาเป็นชื่อของหร่วนชีชีเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง ตอนนี้เฉิงเหว่ยกำลังประสานงานกับเหรินฮ่าว จากบริษัทเวิลด์เรสซิเดนซ์ให้ช่วยบริหารเรื่องการเช่าอยู่
เนื่องจากอสังหาฯ ในชื่อของชีชีเริ่มเยอะจนคุมไม่อยู่ เฉิงเหว่ยเลยวางแผนจะจดทะเบียนบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินเป็นของตัวเองไปเลย จะได้ไม่ต้องปวดหัวกับการติดต่อผู้จัดการหลายที่
ชีชีเห็นด้วยอย่างยิ่ง เธอรีบต่อสายหาเหรินฮ่าวทันที “คุณเหรินคะ รบกวนช่วยกันห้องไว้ให้ฉัน 6 ห้องนะคะ ขอให้อยู่ในตึกเดียวกันทั้งหมดเลยจะดีมากค่ะ”
ระดับบิ๊กบอสสั่ง มีหรือที่เหรินฮ่าวจะปฏิเสธ? เขาตอบตกลงทันที โครงการนี้คนยังเช่าไม่เต็ม การล็อคห้องไว้ 6 ห้องจึงเป็นเรื่องง่ายมาก เขาจัดแจงเลือกห้องชั้นบนสุดในตึกที่วิวดีที่สุดให้บอดี้การ์ดของเธอทันที
“คุณหนูคะ ทำไมไม่ย้ายไปอยู่ที่ไบรท์แคพิทอลด้วยกันเลยล่ะคะ? ให้ป้าไปดูแลด้วยเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นคุณหนูไม่ได้ทานของดีๆ แน่”
ป้าเฉินวอนขอด้วยความเป็นห่วง อาหารโรงอาหารจะไปสู้รสมือแม่ครัวที่บ้านได้ยังไง
“ไม่เป็นไรค่ะป้า ชีชีไม่ได้อยู่มหาลัยทุกวันหรอก วันหยุดก็กลับมานอนที่นี่นะ”
ชีชีอ้อน เพราะยังไงเตียงที่ไหนก็ไม่อุ่นเท่าที่วิลล่าหมายเลข 1 อยู่ดี
“แล้ว... ผู้ช่วยเฉิงจะยังกลับมานอนที่นี่ไหมคะ?”
ป้าเฉินถามเสียงอ่อย ถ้าไม่มีใครอยู่เลย คฤหาสน์กว้างๆ หลังนี้ก็จะมีแต่คนแก่อย่างเธอ ส่วนพวกเมดเด็กๆ ก็คุยกันคนละภาษา
“พี่เฉิงเหรอคะ... แล้วแต่พี่เขาเลยค่ะ แต่คิดว่าพี่เขาน่าจะยังกลับมาที่นี่นะ”
พอได้ยินแบบนั้น ป้าเฉินก็รู้ทันทีว่าเฉิงเหว่ยก็คงจะย้ายออกไปอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานเหมือนกัน ความน้อยใจเริ่มก่อตัวทำให้มือที่กำลังพับผ้าเริ่มช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“งั้น... ป้าเฉินย้ายไปอยู่ที่ไบรท์แคพิทอลด้วยกันไหมคะ?”
ชีชีลองชวนดูเพื่อปลอบใจ ทั้งที่ใจจริงเธอกะจะนอนหอมหาลัยเป็นหลัก
“จริงเหรอคะคุณหนู! งั้นเดี๋ยวป้าไปเก็บของของป้าก่อนนะคะ เดี๋ยวจะให้เสี่ยวเม่ยมาช่วยคุณหนูเก็บต่อเองค่ะ!”
พูดจบป้าเฉินก็วางมือจากกระเป๋าของชีชี แล้วรีบวิ่งปรื๋อไปห้องตัวเองทันที
หร่วนชีชี: “........”
นี่ความรักของเรามันจืดจางลงแล้วเหรอคะป้า? เมื่อกี้ยังห่วงหนูอยู่เลย พอชวนหน่อยเดียวคือทิ้งกันไปเก็บกระเป๋าตัวเองเฉยเลยนะ!