เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 151: เจอจอมแซะกลางโรงอาหาร

ตอนที่ 151: เจอจอมแซะกลางโรงอาหาร

ตอนที่ 151: เจอจอมแซะกลางโรงอาหาร


“คิดว่าฉันจะพูดเล่นงั้นเหรอ?”

หร่วนชีชีคีบซี่โครงหมูเข้าปากอย่างมีความสุข อ่า... รสชาตินี้แหละที่คู่ควร! แม้เธอจะเคยไปกินซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานจากร้านหรูที่ไหนมา แต่บอกเลยว่ารสชาติของโรงอาหารในมหาวิทยาลัยมันมีเลเยอร์พิเศษที่หาจากไหนไม่ได้จริงๆ

“พวกเรา... คือแบบว่าไม่มีเงินไปซื้ออสังหาฯ แถวนี้ไง เลยไม่ค่อยได้ไถฟีดข่าวพวกนี้เท่าไหร่ รอแป๊บน้า เดี๋ยวเช็กให้เดี๋ยวนี้เลยจ้า!”

โจวเหวินผู้มีทักษะการเข้าสังคมระดับเทพเจ้าเริ่มขยับนิ้วรัวลงบนหน้าจอสมาร์ทโฟน เธอรู้จักคนไปทั่วตั้งแต่น้องใหม่ปีหนึ่งยันพี่ปีสี่ และแทบจะทุกคณะในมหาวิทยาลัยจิ่วเฉิง

เพียงแค่แม่สาวสังคมส่งข้อความลงในกลุ่มแชต ไม่กี่อึดใจแจ้งเตือนก็เด้งรัวจนมือถือแทบค้าง

ขณะที่เยี่ยนเกอก้มหน้าก้มตาประหยัดคำพูดเหมือนเดิม นอกจากรูมเมทกับเพื่อนผู้หญิงไม่กี่คนในห้อง เธอก็แทบไม่รู้จักใครเลย เรื่องสืบข่าวนี่ต้องยกให้โจวเหวินเขาจริงๆ

“นี่ไงๆ มีคนบอกว่า... โครงการวอเตอร์ฟรอนต์ ไบรท์ แคพิทอลช่วงนี้มีประกาศเช่าเยอะมาก แต่ไม่มีใครประกาศขายเลยสักห้อง ส่วนค่าเช่าน่ะเหรอ? แพงหูฉี่สุดๆ!”

“แต่สภาพแวดล้อมคือดีงามพระรามแปด รุ่นพี่ปีโตๆ ชอบมาหารห้องอยู่กันที่นี่เพียบเลยล่ะ ถึงจะไกลจากตัวเมืองไปหน่อยสำหรับคนทำงาน...”

“แต่สำหรับชีชีที่ต้องมาเรียนที่นี่ คือมันเพอร์เฟกต์มาก!”

มหาวิทยาลัยของพวกเธอนั้นกว้างใหญ่ขนาดที่เรียกได้ว่าตั้งอยู่เกือบสุดขอบชานเมือง แต่รอบๆ กลับเต็มไปด้วยมหาวิทยาลัยอื่นๆ ถนนคนเดิน และโครงการอสังหาริมทรัพย์มากมาย จนกลายเป็นย่านธุรกิจขนาดย่อมไปแล้ว

ไบรท์แคพิทอล? ทำไมชื่อมันคุ้นหูแปลกๆ นะ?

“ไบรท์แคพิทอลเหรอ? มันห่างจากมหาลัยแค่ไหนอะ?” ชีชีเอ่ยถามพลางทำหน้าสงสัย ปกติโครงการที่ใกล้ที่สุดคือโครงการซิ่งฝูการ์เด้นไม่ใช่เหรอ? ไบรท์แคพิทอลมันน่าจะไกลกว่านั้นหรือเปล่า?

“ไม่ไกลเลยแก เดินเท้าแค่ยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว อีกอย่างชีชีมีบอดี้การ์ดขับรถรับส่งด้วย แป๊บเดียวก็ถึงปะ!”

“เออ จริงด้วย ยี่สิบนาทีก็นิดเดียวเอง”

เดินยี่สิบนาทีก็แค่ประมาณสองป้ายรถเมล์ ถ้าขับรถไปนี่แทบจะยังไม่ทันเหยียบคันเร่งก็ถึงแล้ว

ทันใดนั้นหร่วนชีชีก็ตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่

“นึกออกแล้ว!”

“หือ? นึกอะไรออก?”

โจวเหวินทำหน้าเหลอหลา ก็นั่งคุยเรื่องจะไปซื้อห้องที่ไหนดีอยู่ไม่ใช่เหรอ

“คือว่า... ไอ้โครงการวอเตอร์ฟรอนต์ ไบรท์ แคพิทอลเนี่ย เหมือนมันจะมีชื่อฉันเป็นเจ้าของอยู่ล่ะมั้ง แฮะๆ...”

หร่วนชีชีแอบรู้สึกผิดในใจ ช่วงนี้เธอเน้นกดเช็กอินรายวันให้จบๆ ไป แล้วก็ไม่ได้เข้าไปเช็กของรางวัลอย่างจริงจังเลย ระบบจะเปย์อะไรมาให้ เธอก็ปล่อยให้โฉนดและกรรมสิทธิ์พวกนั้นนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋ามิติของระบบ

ของมันเยอะเกินไปจนจำไม่หวาดไม่ไหวจริงๆ!

ไบรท์แคพิทอลนี่ก็น่าจะเป็นรางวัลจากการเช็กอินเมื่อไม่นานมานี้ แต่เพราะตอนนั้นเพิ่งได้โครงการบ้านซื่อจี้อวิ๋นติ่งมา เธอก็เลยมองข้ามโครงการนี้ไป ที่ไหนได้... มันดันเป็นคอนโดในทำเลสถานศึกษาซะงั้น!

“ขอประทานโทษนะคะ...”

โจวเหวินรู้สึกเหมือนโลกหมุน เธอกระวนกระวายหาข้อมูลแทบตาย สุดท้ายเจ้าตัวดันบอกว่า

“อ๋อ ของฉันเองแหละ”

เข้าใจฟีลลิ่งคนหัวใจจะวายไหม? ถ้าเธอไม่ใช่เพื่อนรักที่ใจกว้างดั่งมหาสมุทร ป่านนี้เธอคงกระโดดตะปบหร่วนชีชีไปแล้ว!

คนรวยเขาเป็นกันแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ? ลืมได้กระทั่งว่าตัวเองมีตึกอยู่ทั้งตึกเนี่ยนะ! หรือเพราะมันมีเยอะจนนับไม่ถ้วน?

ถ้าหร่วนชีชีได้ยินความคิดของโจวเหวินเธอคงพยักหน้าหงึกๆ แล้วตอบว่า

‘ใช่จ้ะ มันเยอะจนจำไม่ได้จริงๆ’

แม้แต่เยี่ยนเกอก็ยังนิ่งค้างไปเหมือนโดนสตัฟฟ์ มองหร่วนชีชีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความนับถือในความโก๊ะขั้นสุด

“นี่แม่หนู รู้หรือเปล่าว่าไบรท์แคพิทอลมันคืออะไร ถึงได้กล้ามาขี้ตู่ว่าเป็นของตัวเอง? จะโกหกทั้งทีก็เอาให้มันเนียนๆ หน่อย เดี๋ยวโดนแฉขึ้นมาจะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บนะจ๊ะ”

เนื่องจากบัตรนักศึกษาของมหาวิทยาลัยจิ่วเฉิงนั้นใช้ได้ตลอดชีพ พวกศิษย์เก่าจึงมักจะแวะเวียนกลับมากินข้าวที่โรงอาหารบ่อยๆ เพราะทั้งถูกและดี

สาวใหญ่สายแซะที่นั่งอยู่ข้างหลังหร่วนชีชีคนนี้ ดูจากเมคอัพที่จัดเต็มจนแป้งหนาเตอะก็น่าจะจบไปหลายปีแล้ว เห็นแล้วกลัวว่าถ้าเธอจามทีหนึ่ง แป้งคงจะหลุดออกมาเป็นแผ่นๆ

“ก็เพราะรู้ว่าหน้าแตกมันน่าอายไงคะ ถ้าไม่ชัวร์ฉันจะพูดทำไม?”

ชีชีตอบกลับหน้าซื่อ เธอมีอสังหาฯ ในมือตั้งเท่าไหร่ จะมาเสียเวลาโกหกเรื่องที่เช็กแป๊บเดียวก็รู้ไปเพื่ออะไร?

“เหอะ ก็เพื่อความสวยหรูจอมปลอมน่ะสิ พยายามทำตัวให้ดูรวย ทั้งที่จริงๆ ก็แค่อยากอวด”

หญิงคนนั้นเบะปาก มองด้วยสายตาเหยียดหยาม

“แค่เพราะคุณไม่มี ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่มีนะคะ ลองดูดีๆ สิคะ กระเป๋าใบนี้ใบเดียว... ราคามันมากกว่าเงินเดือนทั้งปีของคุณอีกนะ”

วันนี้หร่วนชีชีสะพายกระเป๋าแอร์เมสรุ่นคอนสแตนซ์ หนังจระเข้ ประดับบัคเคิลเพชรสุดหรู

กว่าจะได้มาครอบครอง เธอต้องซื้อของจุกจิกเพื่อสะสมยอดไปตั้งไม่รู้เท่าไหร่ หมดเงินไปหลายล้านกว่าที่พนักงานขายจะยอมส่งมอบเจ้าเพชรวิบวับใบนี้ให้

หญิงคนนั้นจ้องกระเป๋าตาถลน แต่ก็ยังปากแข็งพึมพำออกมาว่า:

“ใครจะไปรู้ว่าจริงหรือปลอม เดี๋ยวนี้ของก๊อปเกรดมิลเลอร์มันเนียนจะตาย คิดว่าถือของปลอมแล้วจะดูรวยหรือไง? แอร์เมสฉันก็เคยซื้อย่ะ”

“ชีชี อย่าไปเสียเวลาคุยกับคนไม่มีความรู้เลย”เยี่ยนเกอเอ่ยขัดขึ้นมา

จะเถียงกันไปทำไม? ในเมื่อความจริงมันก็ฟ้องอยู่ทนโท่ ใครที่พอดูกระเป๋าเป็น แค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าของชีชีน่ะของแท้แน่นอน

โจวเหวินกับเยี่ยนเกอไม่เคยสงสัยในตัวเพื่อนคนนี้เลย เพราะของขวัญที่ชีชีเปย์ให้พวกเธอน่ะ มูลค่ามันรวมกันนับว่ามากกว่ากระเป๋าใบนี้ไปไกลโขแล้ว

พอเห็นคนอื่นเริ่มเข้ามาแทรก และรู้ว่าชีชีไม่ชอบให้ใครมากวนเวลาทานข้าว ยัยป้าหน้าแป้งนั่นก็เริ่มชักสีหน้าทำท่าจะถอย

อารมณ์กำลังจอยๆ ดันมีคนมาขัดจังหวะการกินซะได้

“คนที่หาเรื่องคนอื่นก่อนนั่นแหละค่ะ ที่น่าอายที่สุด”

หร่วนชีชีทิ้งท้ายนิ่มๆ เพียงประโยคเดียว ทำเอาหญิงจอมแซะหน้าสลับสีเขียวคล้ำสลับขาว เป็นภาพที่ชวนขำไม่น้อยเลยทีเดียว

จบบทที่ ตอนที่ 151: เจอจอมแซะกลางโรงอาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว