- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 82: นัดเจรจาธุรกิจเพื่อหารือความร่วมมือ
ตอนที่ 82: นัดเจรจาธุรกิจเพื่อหารือความร่วมมือ
ตอนที่ 82: นัดเจรจาธุรกิจเพื่อหารือความร่วมมือ
เมื่อเจียงหย่าจวินยิงคำถามใส่แบบไม่ทันตั้งตัว หร่วนชีชีก็ถึงกับไปไม่เป็น เธออึกอักอยู่ในใจว่าจะยอมรับดีไหมนะ? ถ้าบอกออกไปตรงๆ มันจะดูเหมือนเธอกำลังอวดรวยเกินไปหรือเปล่า?
“คนที่เดินผ่านไปเมื่อกี้ ก็คือรองผู้อำนวยการของหอศิลป์หลิวพานน่ะ”
ฮั่วอวิ๋นซูที่มองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งว่าน้องสาวคนสวยกำลังลำบากใจ เลยช่วยออกโรงอธิบายแทนให้ เจียงหย่าจวินไม่ใช่คนหัวช้า พอได้รับคำใบ้จากฮั่วอวิ๋นซู ดวงตาก็ลุกวาวขึ้นมาทันที ทุกอย่างกระจ่างชัดในพริบตา!
“ไม่นึกเลยนะเนี่ยว่าชีชีจะเซอร์ไพรส์พวกเราขนาดนี้!”
ก่อนหน้านี้พวกเธอไม่เคยได้ยินข่าวคราวเรื่องนี้เลยสักนิด จนอดไม่ได้ที่จะทึ่งในความเก็บทรงได้อย่างมิดชิดของหร่วนชีชี
ทางด้านหร่วนชีชีก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ด้วยความเขินน้าย... สาบานได้เลยว่าก่อนที่เธอจะมาเช็กอินที่หอศิลป์หลิวพานเนี่ย เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าระบบจะประเคนอะไรให้! แต่นี่แหละนะ ความเข้าใจผิดที่แสนหวาน เมื่อทุกคนคิดไปเองเธอก็แค่ไหลตามน้ำไปให้เนียนที่สุดก็พอ
หลังจากได้รับมาสก์หน้าสูตรผิวขาวและเซตผลิตภัณฑ์เติมความชุ่มชื้น สองสาวพี่น้องก็รีบบอกลาหร่วนชีชีแล้วบึ่งรถกลับบ้านทันที พวกเธอแทบจะรอพิสูจน์ผลลัพธ์ของของดี ไม่ไหวแล้ว!
หลังจากส่งทั้งคู่ขึ้นรถเรียบร้อย หร่วนชีชีก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอมือถือที่กำลังสั่นรัว... เหลียงเทียนเทียนโทรมา?
ปกติคุณหนูผู้หยิ่งยโสและแสนซึนเดเระคนนี้แทบจะไม่เคยเป็นฝ่ายติดต่อใครก่อนเลย แต่ในเมื่อโทรมาแล้ว หร่วนชีชีก็ไม่ได้เล่นตัวอะไร เธอตัดสินใจกดรับสายทันที
“ฮัลโหล...”
“หร่วน...หร่วนชีชีฉันเหลียงเทียนเทียนเองนะ”
ปลายสายดูจะติดอ่างไปชั่วครู่ อาจจะเพราะไม่คิดว่าหร่วนชีชีจะรับสายไวขนาดนี้ หรืออาจจะมีเรื่องบางอย่างในใจ
“อื้ม รู้แล้ว มีอะไรหรือเปล่า?” หร่วนชีชีถามกลับด้วยเสียงใสๆ เธอรู้ดีว่าคนอย่างเหลียงเทียนเทียน ถ้าไม่มีธุระจริงๆ ไม่มีทางโทรหาเธอแน่ๆ
“คือว่า... ฉันอยากถามหน่อยว่าช่วงนี้เธอพอจะสนใจอยากลงทุนอะไรบ้างไหม?”
ลงทุนงั้นเหรอ?
หร่วนชีชีขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงง หรือว่าบริษัทที่บ้านยัยคุณหนูนี่จะมีปัญหา? แต่ก็ไม่น่าใช่ ตระกูลเหลียงก็ถือเป็นเศรษฐีแถวหน้าในเมืองจิ่วเฉิง ถ้ามีเรื่องใหญ่ขนาดนั้นคงเป็นข่าวโครมครามไปแล้ว หรือจะเป็นเรื่องส่วนตัว? แต่เธอก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าเหลียงเทียนเทียนจะให้เธอลงทุนเรื่องอะไร
“ลงทุนแบบไหนล่ะ? ถ้ามันน่าสนใจ การเจียดเงินไปลงทุนสักหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอกนะ”
ถึงแม้ตอนนี้สภาพคล่องของเธอจะไม่ได้มีเหลือเฟือหลักพันล้าน เพราะเงินส่วนใหญ่ถูกทุ่มไปกับการสร้างอาณาจักรส่วนตัวที่เขตทางฝั่งใต้ แต่การควักเงินสักไม่กี่สิบล้านก็ยังถือว่าจิ๊บๆ สำหรับเธอ
‘ติ๊ง! โฮสต์ครับ... เป้าหมายการใช้จ่ายหนึ่งหมื่นล้านใกล้จะสำเร็จแล้วนะครับ’ เสียงระบบสุดนุ่มนวลกระซิบข้างหู
‘ถ้าสำเร็จเมื่อไหร่ โฮสต์จะได้รับเงินคืนถึง 6 เท่าเลยนะ... เงินแค่นี้ลงทุนไปเถอะครับ ผมรอดูความปังของโฮสต์อยู่นะ’
หร่วนชีชีลอบยิ้มมุมปาก ความตื่นเต้นพุ่งพล่านจนเก็บทรงไม่อยู่ ส่วนเป้าหมายแสนล้านน่ะเหรอ? พักไว้ก่อนเถอะ ใครจะไปใช้หมดไวขนาดนั้น!
“เป็นบทหนังน่ะ สคริปต์เสร็จหมดแล้ว ถ้ามีเงินทุนเข้ามาก็เริ่มคัดตัวนักแสดงและเปิดกล้องได้ทันทีเลย”
“หนังเนี่ยนะ? บ้านเธอทำธุรกิจเครื่องประดับไม่ใช่เหรอ ไหงไปข้ามสายมาทำหนังได้ล่ะ?”
“คือ... ฉันเขียนบทเองน่ะ และฉันก็อยากสร้างมันขึ้นมาจริงๆ แต่ว่า...”
เหลียงเทียนเทียนพูดเสียงอ่อย เธอเล่าว่าที่บ้านไม่สนับสนุน แถมพ่อยังตัดเงินค่าขนมไปครึ่งหนึ่งเพื่อบีบให้เธอเลิกฝัน เพราะกลัวลูกสาวจะโดนรังแกในวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยเสือสิงกระทิงแรด แต่สำหรับเธอ บทเรื่องนี้คือหยาดเหงื่อแรงกายที่เธอรักที่สุด
เธอไล่รายชื่อคนที่พอจะช่วยได้ และสุดท้ายชื่อของหร่วนชีชีก็ผุดขึ้นมา... คนที่ซื้อตึกทั้งแถบได้ด้วยปลายนิ้ว เงินแค่ไม่กี่สิบล้านคงเหมือนเศษเงินทอนสำหรับอีฝ่าย
“งั้นนัดเจอกันหน่อยไหมล่ะ เอาบทมาให้ฉันดูด้วย” หร่วนชีชีสรุป ถึงเธอจะรวยส้มหล่น แต่เธอก็คือนักธุรกิจคนหนึ่งจะลงทุนอะไรก็ต้องเห็นผลตอบแทนกันหน่อย
“ได้เลย! เธออยู่ที่ไหนล่ะ เดี๋ยวฉันรีบขับรถไปหาเดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงของเหลียงเทียนเทียนดูมีความหวังขึ้นมาทันที หลังจากที่โดนพวกแก๊งนางฟ้าพลาสติกเมินใส่มาหลายวัน
ณ ร้านกาแฟ 9 องศา ใกล้ๆ กับหอศิลป์
หร่วนชีชีเดินเข้าไปในร้านโดยที่มีจ้านอีบอดี้การ์ดสุดหล่อล่ำเดินตามเป็นเงาตามตัว ความสูง 188 เซนติเมตรกับหุ่นทรงสามเหลี่ยมคว่ำสุดเพอร์เฟกต์ทำเอาสาวๆ ในร้านถึงกับมองตาค้าง แต่เจ้าตัวกลับทำหน้าตาย นิ่งสนิทเหมือนหุ่นยนต์ที่โปรแกรมมาเพื่อปกป้องเจ้าหญิงเท่านั้น
“นั่งลงก่อนก็ได้นะจ้านอี” หร่วนชีชีบอก แต่เขาก็ยังคงยืนตัวตรงแหน็วอยู่ข้างหลังเธอเหมือนเดิม จนเธอต้องถอนหายใจ เอาเถอะ... ถ้าเขาไม่เขิน คนที่เขินก็คือคนอื่นเองนั่นแหละ!
ไม่นานนักเหลียงเทียนเทียนก็มาถึง เธอเหลือบมองจ้านอีด้วยความอึ้งเล็กน้อย เดี๋ยวนี้บอดี้การ์ดเขาคัดเกรดพรีเมียมขนาดนี้เลยเหรอ?
“ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก คิดซะว่าเป็นธาตุอากาศแล้วกัน” หร่วนชีชีตัดบท พลางรับปึกบทละครจากมืออีกฝ่ายมาเปิดดู
มันเป็นโปรเจกต์ซีรีส์สั้นออนไลน์ประมาณ
24
ตอน แนวร่วมสมัย ซึ่งดูแล้วน่าจะประหยัดงบค่าเทคนิคพิเศษไปได้เยอะ หร่วนชีชีเริ่มกวาดสายตาอ่านเนื้อหาอย่างจริงจัง...