- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 81: อย่าคิดมารังแกกันเพราะคิดว่าฉันไม่ฉลาดนะ!
ตอนที่ 81: อย่าคิดมารังแกกันเพราะคิดว่าฉันไม่ฉลาดนะ!
ตอนที่ 81: อย่าคิดมารังแกกันเพราะคิดว่าฉันไม่ฉลาดนะ!
"ปากหวานจริงนะเรา"
เจียงหย่าจวินแสร้งทำเป็นค้อนขวับใส่ แต่พวงแก้มที่ยกขึ้นจนตาปิดนั้นปิดความดีใจไว้ไม่มิดเลยสักนิด
"คนนี้... ชื่อชีชีใช่ไหมจ๊ะ? เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ไม่ทราบว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครเหรอ? ปกติพวกคุณหนูในเมืองจิ่วเฉิงจะดูเรียบร้อยมีการศึกษา แต่หนูชีชีดู... มีเอกลักษณ์ดีนะจ๊ะ ดูแปลกตาดี"
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลราวกับดอกไม้สีขาวผู้บอบบาง แต่ถ้าหร่วนชีชีไม่ได้ดูซีรีส์ชิงรักหักเหลี่ยมในวังหลังมาจนปรุโปร่ง เธอคงฟังไม่ออกแน่ว่าในคำชมนั้นมันแฝงไปด้วยการจิกกัดและดูแคลนเบาๆ
"อ๋อ หนูไม่ใช่คนเมืองจิ่วเฉิงหรอกค่ะ แล้วก็ไม่ใช่ลูกคุณหนูตระกูลดังที่ไหนด้วย"
หร่วนชีชีตอบไปตามตรง แต่ประโยคนี้ในหูของคนอื่นมันกลับมีความหมายไปอีกทาง
ไม่ใช่คนเมืองนี้ = มาจากบ้านนอก ไม่ใช่ลูกหลานตระกูลดัง = พื้นเพต่ำต้อย
สถานะแบบนี้ไม่มีความหมายพอที่จะสั่นคลอนตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้ในใจของเหล่าคุณหนูในบ้านพวกเธอได้เลย หลายคนในที่นั้นเริ่มแสดงแววตาเหยียดหยามออกมาบ้างก็โจ่งแจ้งบ้างก็แอบๆ แต่เพราะเกรงใจฮั่วอวิ๋นซูกับเจียงหย่าจวิน จึงยังรักษาท่าทีสงบเสงี่ยมไว้ได้
ทว่า ฮั่วอวิ๋นซูที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าหร่วนชีชีแกล้งเล่นสนุกอีกแล้ว ถ้าแม่หนูคนนี้ขุดตัวเลขค่าเช่าพันล้านที่เก็บได้แต่ละเดือนออกมาพูด พวกคุณนายพวกนี้คงได้หัวใจวายตายกันหมดพอดี
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดจะแฉหร่วนชีชี คนพวกนี้เป็นแค่คนรู้จักผ่านๆ จะมาเทียบความสำคัญกับชีชีในใจเธอได้ยังไง
"น้าไม่เห็นหนูบอกว่าจะมาดูนิทรรศการเลย ไม่งั้นคงได้มาด้วยกันแล้ว แล้วจำได้ว่าวันนี้ที่ร้านหนูมีลงสินค้าใหม่ไม่ใช่เหรอจ๊ะ? ไม่ต้องอยู่เฝ้าร้านเหรอ?"
"ของวันนี้ขายหมดเกลี้ยงแล้วค่ะคุณน้า อย่างที่ทราบแหละค่ะ หนูขายแค่วันละนิดวันละหน่อยเอง"
ด้วยชื่อเสียงของมาสก์หน้าขาวกระจ่างใสในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ร้านชีชีคอสเมติกส์กลายเป็นที่เลื่องลือในเมืองจิ่วเฉิง สินค้าที่จำกัดเพียง 100 ชุดต่อวันถูกกวาดเรียบตั้งแต่นาทีแรกที่เปิดร้าน
"หนูชีชีเปิดร้านที่นี่ด้วยเหรอจ๊ะ? ร้านอะไรล่ะนั่น ว่างๆ พวกอาจะได้ไปอุดหนุนบ้าง ถือว่าช่วยเด็กสร้างตัว เพราะค่าเช่าที่ในเมืองนี้ไม่ใช่ถูกๆ เลยนะ ลำบากหน่อยนะจ๊ะคนสมัยนี้"
คนพูดก็ยังคงเป็นแม่ดอกบัวขาวคนเดิม... อายุก็ปูนนี้แล้วยังขยันเล่นบทนางเอกผู้อ่อนโยนอยู่อีก ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ? หร่วนชีชีเกือบจะกลอกตาเป็นเลขแปด
"หนูไม่ได้จ่ายค่าเช่าค่ะ"
ก็คนอื่นเขาส่งค่าเช่ามาให้หนูหมดนี่นา
"ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า? อย่าบอกนะว่าหนูไปขอเจ้าของที่เขาอยู่ฟรีๆ? แหม... มันจะดูไม่ดีนะจ๊ะ เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ควรทำเรื่อง... แบบนั้น"
เธอทิ้งท้ายไว้ครึ่งๆ กลางๆ สื่อความหมายส่อเค้าไปในทางที่ว่าหร่วนชีชีมีข้อตกลงลับบางอย่างกับเจ้าของที่ดิน
"คุณนายจิน ระวังคำพูดด้วยนะ!" เจียงหย่าจวินที่มีนิสัยโผงผางโพล่งออกมาทันที เธอเริ่มรู้สึกถึงความไม่ปกติ และคนอื่นๆ ก็เริ่มมองออกว่าบรรยากาศเริ่มมาคุ
แม้แต่ฮั่วอวิ๋นซูเองก็สีหน้าเปลี่ยนไป ชัดเจนว่าเธอไม่พอใจคำพูดของคุณนายจินอย่างมาก
"คุณนายจินใช่ไหมคะ? ที่หนูบอกว่าไม่จ่ายค่าเช่า เพราะหนูเป็นเจ้าของที่เองค่ะ! อย่าเที่ยวพ่นคำพูดสกปรกๆ ออกมาแบบไม่มีหลักฐานเลยนะคะ กลิ่นปากตัวเองเหม็นคนเดียวไม่พอยังจะเอามาพ่นใส่คนอื่นอีก มันเสียมารยาทค่ะ"
"แล้วก็ไม่ต้องลำบากไปอุดหนุนหนูหรอกนะคะ เพราะที่ร้านหนูต้องแย่งกันซื้อ ถ้าคุณน้าไป กลัวว่าจะไปเบียดบังที่นั่งลูกค้าท่านอื่นเปล่าๆ ค่ะ"
ตอนแรกหร่วนชีชีคิดว่าจะไว้หน้าพวกเธอในฐานะคนรู้จักของน้าฮั่วกับน้าเจียง แต่ดูท่าบางคนยิ่งนิ่งก็ยิ่งได้ใจ!
"นี่แก! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ไม่กลัวฉันสั่งปิดทางทำมาหากินจนแกอยู่ในเมืองจิ่วเฉิงไม่ได้หรือไง!" คุณนายจินดูถูกหร่วนชีชีจากก้นบึ้งของหัวใจ เธอเชื่อว่าต่อให้น้าฮั่วกับน้าเจียงจะเอ็นดูเด็กนี่แค่ไหน ก็คงไม่กล้าผิดใจกับตระกูลจินเพื่อเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งหรอก
"ก็ลองดูสิคะ" หร่วนชีชีท้ากลับ มาดูซิว่าตระกูลจินจะล้มละลายก่อน หรือฉันจะอยู่ไม่ได้ก่อนกัน
"ก็แค่มีร้านเล็กๆ ร้านเดียว ทำเป็นอวดดี! แค่ตระกูลจินเอ่ยปากคำเดียว อย่าหวังว่าร้านแกจะเปิดต่อได้เลย!"
"งั้นเหรอคะ? ร้านของชีชีตั้งอยู่ในห้างหว่านหยวนพลาซ่า ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าอำนาจของตระกูลจินลามมาถึงเขตของตระกูลกู้ของฉันแล้ว?"
หว่านหยวนพลาซ่าเป็นโปรเจกต์ของตระกูลกู้ และพวกเขาก็บริหารจัดการเองทั้งหมด พอเจอประโยคนี้เข้าไป หน้าคุณนายจินที่เคยผยองก็ซีดเผือดลงทันที
"คะ... คุณนายกู่..."
"พอได้แล้ว ร้านของชีชีไม่ใช่ที่ที่ใครจะมาแตะต้องได้ สงบปากสงบคำไปซะ" ฮั่วอวิ๋นซูเอ่ยตัดบทเสียงเรียบ ทำให้คุณนายจินต้องนั่งตัวลีบเป็นนกกระจอกเทศในทันที
"แยกย้ายกันไปเถอะ เห็นหน้าพวกเธอแล้วฉันอารมณ์เสีย!" เจียงหย่าจวินไม่อยากเสวนากับคนพวกนี้ต่อ เลยไล่ทางอ้อมๆ ทันที
"เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งโมโหกันเลยนะคะ หนูมีของใหม่จากที่ร้านมาฝากคุณน้าทั้งสองด้วยค่ะ แล้วก็มีมาสก์หน้าขาวเตรียมไว้ให้อีกหลายขวดเลย ตอนนี้อยู่ในรถแล้วค่ะ"
พอได้ยินคำว่าของฟรีและของใหม่ สีหน้าของเจียงหย่าจวินและฮั่วอวิ๋นซูก็ดูอ่อนโยนลงทันตา
"งั้นรออะไรล่ะลูก! รีบไปเอามาเร็ว น้าอยากใช้อะใจจะขาดแล้ว"
"ชีชีไม่รู้หรอก ตั้งแต่ได้ใช้มาสก์ของหนู น้าไปใช้ยี่ห้ออื่นมันก็รู้สึกไม่ใช่อะ โชคดีที่คราวนี้มีเป็นเซต ต่อไปอาจะใช้แต่ของหนูคนเดียวเลย!"
ความแตกต่างนี้มีเพียงคนที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของชีชีคอสเมติกส์เท่านั้นที่จะเข้าใจ หร่วนชีชีแอบยิ้มกริ่มดีใจที่ผลงานของเธอ (ที่ระบบประเคนมาให้) เป็นที่ยอมรับ
ระหว่างทางเดินออกไปที่ลานจอดรถ พวกเธอสวนกับลู่หนานที่กำลังแนะนำภาพวาดให้แขกคนอื่นอยู่ เมื่อลู่หนานเห็นหร่วนชีชี เขาก็รีบขอตัวเดินเข้ามาหาทันที
"ท่านประธานหร่วนครับ คุณจะ..."
เขาสังเกตเห็นว่านิทรรศการยังไม่จบ แต่เจ้าของใหม่กลับจะกลับเสียแล้ว
"ท่านประธานหร่วน?" เจียงหย่าจวินหูผึ่งทันทีกับคำเรียกขานนั้น นี่ไม่ใช่คำที่จะใช้เรียกใครสุ่มสี่สุมห้านะ แถมคนพูดนี่ยังเป็นถึงรองผู้อำนวยการหอศิลป์หลิวพานอีกด้วย!
"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่จะออกไปข้างนอกนิดหน่อย คุณลู่หนานทำงานต่อเถอะค่ะ ไม่ต้องสนใจฉัน" หร่วนชีชีเหงื่อตก ไม่คิดว่าลู่หนานจะโพล่งออกมาแบบนี้
ฮั่วอวิ๋นซูไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่มองหร่วนชีชีด้วยรอยยิ้มที่สื่อความหมายว่า "น้าเห็นหมดแล้วนะจ๊ะแม่สาวน้อย"
"แหะๆ ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะน้าเจียง เราไปเอาของกันเถอะ เดี๋ยวหนูลืม"
"อวิ๋นซู... ทำไมฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรแปลกๆ" เจียงหย่าจวินที่มักจะสมองช้าในเรื่องสำคัญเริ่มเอะใจ
"ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวเธอก็รู้เอง" ฮั่วอวิ๋นซูยังไม่ยอมเฉลย เธอคิดว่าการให้เพื่อนค่อยๆ ค้นพบความจริงด้วยตัวเองมันน่าสนุกกว่า
"นี่พวกเธอเล่นปริศนาคำทายอะไรกันน่ะ! อย่ามารังแกกันเพราะหนูไม่ฉลาดนะ!" เจียงหย่าจวินโวยวายเบาๆ อย่างน่ารัก เธอรู้ขีดจำกัดความฉลาดของตัวเองดีที่สุดเลยล่ะ!