- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 36: พักยกความสวย
ตอนที่ 36: พักยกความสวย
ตอนที่ 36: พักยกความสวย
"ท่านประธานหร่วนครับ ในฮอลล์จัดเลี้ยงมีห้องรับรองส่วนตัวอยู่ ท่านประธานกับแขกท่านนี้เชิญไปพักผ่อนรอที่นั่นก่อนดีกว่าครับ"
เฉินจินก้าวเข้ามาได้จังหวะพอดีเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้หร่วนชีชี เธอส่งสายตาขอบคุณไปให้เขาทันที 'แหม พนักงานคนนี้ช่างรู้ใจจริงๆ' เฉินจินยิ้มตอบบางๆ ในใจคิดว่า 'นี่มันงานพื้นฐานของคนเป็นงานครับท่านประธาน!'
ผู้จัดการเฉินยังคงต้องรอต้อนรับหร่วนเฉิงหลินและหลิวเหวินเหยียนอยู่ที่หน้าทางเข้า จึงให้บริกรคนหนึ่งนำทางหร่วนชีชีและคนอื่นๆ เข้าไปข้างในแทน
เมื่อเห็นท่าทีที่นอบน้อมอย่างเป็นธรรมชาติของผู้จัดการโรงแรมที่มีต่อหร่วนชีชี เฟิ่งอวี่ก็เริ่มเกิดความสงสัยในตัวตนของเด็กสาวคนนี้ขึ้นมา
"เสี่ยวชีรู้จักกับผู้จัดการโรงแรมด้วยเหรอครับ?"
ปกติแล้วเฟิ่งอวี่ไม่ใช่คนชอบสอดรู้สอดเห็น แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ปากเขากลับไวกว่าสมอง พอถามออกไปแล้วเขาก็แอบรู้สึกว่ามันเสียมารยาทไปหน่อย แต่คำพูดที่หลุดไปแล้วก็เหมือนน้ำที่รดลงพื้น เอากลับคืนมาไม่ได้
"อ้าว ชีชีเป็นประธานบริหารของโรงแรมนี้นะครับ พี่ไม่รู้เหรอ?" หร่วนจิ้งหนานทำหน้ามึนตึ้บ เพราะตั้งแต่งานเลี้ยงจบการศึกษาของตระกูลหลิวคราวนั้น ข่าวที่ว่าหร่วนชีชีขึ้นแท่นเป็นเจ้าของโรงแรมไอลิงตันก็แพร่สะพัดไปทั่วในหมู่ญาติพี่น้องแล้ว
ในเมื่อเฟิ่งอวี่เป็นหลานท่านผู้เฒ่าเฟิง ก็นับว่าเป็นญาติคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงไม่รู้เรื่องล่ะ?
"ผมได้ยินข่าวว่าโรงแรมเปลี่ยนเจ้าของใหม่ แต่ไม่ยักกะรู้ว่าเป็นเสี่ยวชี"
ก็เพราะสังคมของเฟิ่งอวี่กับสังคมของญาติๆ เธอไม่ได้คาบเกี่ยวกันเลยน่ะสิ เขาแค่ได้ยินข่าววงในมาบ้าง แต่เรื่องที่ดูไม่สลักสำคัญเขาก็มักจะมองผ่านไป ไม่คิดเลยว่าการเพิกเฉยครั้งนั้นจะทำให้เขาพลาดข่าวที่น่าสนใจขนาดนี้
"ไม่เป็นไรค่ะพี่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ว่าแต่พวกพี่อยากทานอะไรสักหน่อยไหมคะ? เดี๋ยวชีชีให้คนจัดจานผลไม้มาให้"
"พี่ได้ยินมาว่าสเต็กของไอลิงตันนี่ทีเด็ดเลยนะ ชีชี... จัดสเต็กให้พี่สักที่ได้ป่ะ?" หร่วนจิ้งหนานรีบโผล่หน้ามาอ้อนน้องสาวแบบไม่ห่วงลุค มาถึงถิ่นทั้งทีต้องจัดให้คุ้ม!
"กินสเต็กตอนนี้ แล้วเดี๋ยวงานเลี้ยงเริ่มพี่จะยังเหลือที่ว่างในท้องอีกเหรอคะ?" หร่วนชีชีปราม เพราะปกติงานเลี้ยงแบบนี้เขาไม่เสิร์ฟสเต็กกัน มันเลยไม่มีอยู่ในเมนูหลักของงาน
"เหลือเฟือ! สเต็กชิ้นเดียวจะไปหนักท้องอะไรล่ะ" หร่วนจิ้งหนานตบพุงโชว์ความมั่นใจ
"โอเคค่ะ เดี๋ยวชีชีให้เชฟจัดให้... แล้วพี่จิ้งเฟิงกับ... พี่เฟิ่งอวี่ล่ะคะ อยากทานอะไรไหม?" หร่วนชีชีหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเลือกสรรพนามเรียกเฟิ่งอวี่ให้ดูสนิทสนมขึ้น
"พี่อะไรก็ได้ครับ"
"งั้นพี่ขอเป็นกาแฟแล้วกัน"
สองคนนี้ดูขรึมและนิ่งกว่าหร่วนจิ้งหนานที่ดูลอยชายไปมาเยอะเลย
"พี่เฟิ่งอวี่รับกาแฟเหมือนพี่จิ้งเฟิงไหมคะ?" เธอเดาใจผู้ชายคนนี้ไม่ถูกจริงๆ
เฟิ่งอวี่พยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงตกลง
"โอเคค่ะ งั้นขอไอศกรีมให้ฉันหนึ่งที่ แล้วก็รายการตามที่แจ้งเมื่อกี้เลยนะ" หร่วนชีชีหันไปสั่งบริกร
"รับทราบครับท่านประธาน โปรดรอสักครู่นะครับ"
รอไม่นานนัก หร่วนเฉิงหลินและหลิวเหวินเหยียนก็พาแขกกลุ่มใหญ่มาถึง หร่วนชีชีเพิ่งจะตักไอศกรีมกินไปได้ไม่กี่คำ ในขณะที่หร่วนจิ้งหนานจัดการสเต็กไปเกินครึ่งจานแล้ว เธอไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีไหนกิน แต่มันรวดเร็วปานพายุจริงๆ
"ไปกันเถอะ ฟังจากเสียงแขกน่าจะมาถึงกันหมดแล้วล่ะ"
"เดี๋ยวๆๆ ขอพี่จัดการคำนี้ก่อน!"
เป็นครั้งแรกที่หร่วนจิ้งหนานรู้สึกว่าสเต็กมันอร่อยได้ขนาดนี้ เขารู้สึกเสียดายถ้าต้องเหลือทิ้งแม้แต่ชิ้นเดียว สมแล้วที่เป็นของขึ้นชื่อของไอลิงตัน!
หร่วนชีชีเอามือกุมขมับ 'ไม่น่าตามใจพี่รองเล้ยยย พึ่งพาไม่ได้จริงๆ'
"กินเข้าไป! ในหัวมีแต่เรื่องกินหรือไง? แขกมาแล้ว ไปได้แล้ว!"
หร่วนชีชีไม่ต้องออกโรงเอง พี่ใหญ่อย่างหร่วนจิ้งเฟิงก็จัดการให้เสร็จสรรพ เขาคว้าคอเสื้อหร่วนจิ้งหนานแล้วลากออกไปทันที
"พี่รองไปเถอะค่ะ ออกไปโชว์ตัวก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมากินต่อก็ได้"
แค่ออกไปยืนยิ้มให้แขกเห็นหน้าตามพิธี ที่เหลือปล่อยให้ผู้ใหญ่จัดการไป เพราะพวกเธอยังเป็นแค่เด็กในสายตาญาติๆ อยู่ดี
"ชีชีมาแล้วเหรอ... ทุกคนครับ เชิญหยิบขนมรองท้องตามสบายเลยนะ อีกสักพักงานเลี้ยงถึงจะเริ่ม ต้องขออภัยที่ดูแลไม่ทั่วถึงด้วยนะครับ" หร่วนเฉิงหลินกล่าวต้อนรับแขก
ในฮอลล์นอกจากโต๊ะจีนหลักแล้ว ยังมีโซนบุฟเฟต์ที่มีทั้งเค้ก ขนมจีบ ผลไม้ และแชมเปญไว้รับรองแขกที่มาถึงก่อน แต่เพราะเมื่อกี้คนยังมาไม่ครบ หร่วนชีชีและคนอื่นๆ เลยยังไม่ได้แตะอะไร เพราะในฐานะเจ้าภาพจะไปแย่งแขกกินก่อนมันดูไม่งาม
เมื่อกลุ่มคนเริ่มกระจายตัวไปตามโซนอาหาร หร่วนชีชีก็ถูกดึงตัวไปแนะนำให้คนนั้นคนนี้รู้จักจนมึนไปหมด
สบโอกาสตอนที่ไม่มีใครสังเกต หร่วนจิ้งหนานแอบย่องกลับเข้าไปในห้องรับรอง... สเต็กเขายังเหลืออีกครึ่งนะ!
หร่วนจิ้งเฟิงและเฟิ่งอวี่มองหน้ากันนิ่งๆ ก่อนจะตกลงกันด้วยสายตา แล้วเดินไปนั่งพักที่มุมเงียบๆ มุมหนึ่ง
หลังจากเดินสายทักทายแขกไปได้รอบหนึ่ง หร่วนชีชีรู้สึกเหมือนขาของเธอไม่ใช่ของเธออีกต่อไปแล้ว
'ไม่น่ารักสวยใส่รองเท้าส้นเข็มมาเลยเรา!'
พอเห็นเฟิ่งอวี่กับหร่วนจิ้งเฟิงนั่งอยู่ที่มุมห้อง เธอเลยรีบเดินกะเผลกๆ เข้าไปหา
"พี่จิ้งเฟิง พี่เฟิ่งอวี่..."
"เหนื่อยล่ะสิ พี่เห็นเราโดนคุณอาทั้งสองพาเดินทัวร์รอบฮอลล์ เห็นรองเท้าแล้วพี่ยังปวดหัวแทนเลย" หร่วนจิ้งเฟิงดึงน้องสาวให้นั่งลงข้างๆ ด้วยความสายตาเป็นห่วง
"อย่าให้พูดเลยค่ะ ชีชีนึกเสียใจที่เลือกคู่นี้มาจริงๆ คำนวณพลาดไปถนัดเลย!"
ตอนเลือกก็คิดแค่ว่าอยากจะสวยสะบัดแบบตัวแม่ แต่ดันลืมนึกไปว่าการเป็นเจ้าภาพมันต้องเดินจนขาลากขนาดไหน
หร่วนจิ้งเฟิงขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่าหลังเท้าเล็กๆ ของน้องสาวเริ่มแดงจากการถูกเสียดสี
"ถ้าเสียใจก็เปลี่ยนซะ ไม่มีใครบังคับเธอได้หรอก"
เฟิ่งอวี่เหลือบมองเท้าของหร่วนชีชี คิ้วที่ขมวดอยู่แล้วของเขายิ่งขมวดแน่นขึ้นไปอีก
"อยากเปลี่ยนใจจะขาดค่ะ แต่ชีชีไม่มีรองเท้าสำรองมานี่สิ"
ต่อให้เป็นเจ้าของโรงแรม แต่เธอก็ไม่ได้เตรียมชุดสำรองมาทิ้งไว้ที่นี่เลย
"เดี๋ยวพี่โทรสั่งให้คนเอามาส่งให้" หร่วนจิ้งเฟิงทนดูไม่ได้ ถ้าใส่คู่นี้ต่อมีหวังเท้าพองแน่ๆ
"ขอบคุณค่ะพี่จิ้งเฟิง!" หร่วนชีชีตาเป็นประกาย พี่ชายคนโตนี่พึ่งพาได้ที่สุดในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานจริงๆ!
"ไปที่ห้องรับรองก่อนเถอะ ถอดรองเท้าออกซะ อย่าใส่มันจนกว่าคู่ใหม่จะมาถึงนะ" เฟิ่งอวี่เสนอขึ้นมา
"พี่เฟิ่งอวี่พาน้องไปทีนะ เดี๋ยวผมจะไปบอกคุณอาทั้งสองคนให้เอง"
เฟิ่งอวี่พยักหน้าตกลง เขามองเท้าเล็กๆ ของเด็กสาวด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
หร่วนจิ้งเฟิงเดินออกไปแล้ว เหลือเพียงเฟิ่งอวี่ที่หันมามองหร่วนชีชี "เจ็บมากไหม? เดินไหวหรือเปล่า?"
ความจริงแวบแรกเขากะจะอุ้มเธอไปที่ห้องรับรองเลยด้วยซ้ำ แต่พอคิดว่านี่เพิ่งเป็นการเจอกัน (อย่างเป็นทางการ) ครั้งที่สอง เขากลัวมันจะดูจู่โจมเกินไปเลยต้องพับแผนนั้นเก็บไปก่อน
"ไหวค่ะ แค่ปวดๆ นิดหน่อย ไม่ถึงกับเดินไม่ได้หรอก"
หร่วนชีชีพยายามลุกขึ้นเดินไปที่ห้องรับรอง โดยมีเฟิ่งอวี่เดินขนาบข้างคอยระวังให้ไม่ห่าง
"ชีชี พี่เฟิ่งอวี่ มาทำอะไรกันตรงนี้เหรอ?" หร่วนจิ้งหนานที่ในหัวมีแต่สเต็กถามขึ้นอย่างงงๆ
"ชีชีเจ็บเท้าน่ะ เลยจะมาพักสักหน่อย" เฟิ่งอวี่เป็นคนตอบ
หร่วนจิ้งหนานเด้งตัวขึ้นทันที "เจ็บเท้าเหรอ?! แล้วทำไมยังเดินอยู่อีก มานี่พี่อุ้มเอง!"
พูดจบเขาก็ทำท่าจะเข้ามาอุ้มน้องสาว
ดวงตาของเฟิ่งอวี่หม่นลงเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้พูดห้ามอะไร
"ไม่ต้องๆ! แค่ไม่กี่ก้าวเองค่ะ เดี๋ยวถอดรองเท้าออกก็หายแล้วค่ะ"
หร่วนชีชีรีบเดินไปนั่งที่เดิม ก้มลงถอดรองเท้าส้นสูงเจ้าปัญหาออกทันที
พอถอดออกมาปุ๊บ ส้นเท้าของเธอก็แดงแจ๋ แม้หนังจะยังไม่ถลอกแต่มันก็ดูน่าสงสารสุดๆ
"โถ่เอ๊ย เป็นเอามากนะเนี่ยชีชี ทีหลังไม่ต้องใส่แล้วนะไอ้ส้นสูงเนี่ย" หร่วนจิ้งหนานเห็นแล้วก็อดปวดใจไม่ได้
เฟิ่งอวี่นั่งลงข้างๆ โดยไม่พูดอะไร แต่ริมฝีปากที่เม้มแน่นแสดงให้เห็นว่าเขาอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ
"ไม่ได้ค่ะพี่รอง ส้นสูงคือศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง! จะให้ใส่บ่อยๆ ไม่ได้ แต่จะไม่มีใส่เลยก็ไม่ได้เหมือนกัน!"
หร่วนชีชีประกาศกร้าว... จะสวยทั้งที มันก็ต้องมีราคาที่ต้องจ่ายกันบ้างแหละน่า!