- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 35: เฟิ่งอวี่
ตอนที่ 35: เฟิ่งอวี่
ตอนที่ 35: เฟิ่งอวี่
อย่างไรก็ตาม ความสงสัยของหร่วนจิ้งหนานก็ดูท่าจะไม่มีใครมาให้คำตอบได้ในเร็วๆ นี้
เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงสิบโมงเช้า แขกเหรื่อส่วนใหญ่ก็มาถึงกันเกือบครบแล้ว ห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางเนืองแน่นไปด้วยผู้คน เสียงแกะเมล็ดทานตะวันและเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้นไม่ขาดสาย จนเริ่มจะกลายเป็นความวุ่นวายเล็กๆ
เมื่อเห็นว่าแขกมากันครบและพิธีขึ้นบ้านใหม่ช่วงเช้าเสร็จสิ้นลงแล้ว หร่วนเฉิงหลินและหลิวเหวินเหยียนก็เตรียมจะโทรเรียกเจ้าหน้าที่จากโรงแรมไอลิงตันให้มารับแขกทุกคนไปงานเลี้ยง
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของหร่วนเฉิงหลินก็แผดเสียงดังขึ้น
"ไหนคุณพ่อบอกว่าแขกมาครบแล้วไงคะ ทำไมยังมีคนโทรมาอีก?" หร่วนชีชีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อดสงสัยไม่ได้
หร่วนเฉิงหลินเองก็ทำหน้าฉงน เพราะเขามั่นใจว่าเดินเช็กดูจนทั่วแล้วว่าไม่มีใครตกหล่น... อ้อ หรือจะเป็นครอบครัวฝั่งแม่ยาย? แต่หลังจากมีเรื่องผิดใจกันครั้งใหญ่คราวนั้น ยายแก่เจ้ากี้เจ้าการคนนั้นคงไม่กล้าบากหน้ามาหรอกมั้ง และถ้าแม่ยายไม่มา หร่วนเหวินเจ๋อก็คงไม่มีความกล้าพอจะโผล่หัวมาเหมือนกัน
"ฮัลโหล สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าใครครับ?"
เบอร์ที่โทรเข้ามาไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในรายชื่อ แต่เพื่อไม่ให้เสียมารยาทเผื่อเป็นแขกที่ตกหล่น หร่วนเฉิงหลินจึงกดรับสาย
"ท่านผู้เฒ่าเฟิงเหรอครับ? อ๋อ... เสี่ยวอวี่นี่เอง! ได้เลยๆ ไม่มีปัญหา เดี๋ยวอาจะกดเปิดลิฟต์ให้เดี๋ยวนี้แหละ"
หร่วนชีชีหูผึ่งทันทีที่ได้ยินชื่อท่านผู้เฒ่าเฟิงกับเสี่ยวอวี่ เธอหันไปสบตากับหลิวเหวินเหยียนด้วยสายตาเป็นคำถามว่า 'ใครอ่ะแม่? หนูไม่เคยรู้เลยว่าเรามีญาติชื่อนี้ด้วย'
หลิวเหวินเหยียนตอบกลับทางสายตาว่า 'ถามแม่แล้วแม่จะไปถามใครล่ะลูก?'
ไม่มีใครสังเกตเห็นการสนทนาทางสายตาของคู่แม่ลูก หร่วนเฉิงหลินรีบไปจัดการเปิดลิฟต์ให้คนในสาย แถมยังออกไปยืนรอรับที่หน้าประตูด้วยท่าทางกระตือรือร้น แสดงว่าแขกคนนี้ต้องสำคัญมากแน่ๆ
สองแม่ลูกจ้องเขม็งไปที่ประตู ไม่นานนัก ร่างของชายหนุ่มในชุดสีดำสนิทก็ปรากฏตัวขึ้น
เนื่องจากชั้นนี้มีเพียงยูนิตเดียว และตอนนี้ทั้งตึกก็มีแค่ครอบครัวพวกเขาที่ย้ายเข้ามา ประตูหน้าบ้านจึงเปิดกว้างไว้เพื่อความสะดวกของแขกเหรื่อ
และทันทีที่หร่วนชีชีเห็นหน้าแขกผู้มาใหม่ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างแทบถลน!
เป็นเขานั่นเอง! ผู้ชายที่อุ้มเธอไปมาตั้งสองรอบที่ภัตตาคารไป่เว่ยวันนั้น!
คุณพ่อไปรู้จักคนระดับนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?
"มาๆ เดี๋ยวอาแนะนำให้รู้จัก นี่คือเฟิ่งอวี่ หลานชายของสหายร่วมรบของคุณปู่พวกลูกไง ชีชีทักทายพี่เขาหน่อยเร็ว"
หร่วนชีชีถึงกับอึกอักในใจ... ทักทายเหรอ? ทักในฐานะอะไรดีล่ะ? จะเรียกอาเฟิงก็ดูแปลกๆ แต่จะเรียกพี่ตั้งแต่วันแรกที่แนะนำตัวเป็นทางการมันก็ยังไงๆ อยู่ไหมนะ?
สุดท้ายเธอเลยเลือกที่จะข้ามประเด็นเรื่องสรรพนามไปก่อน
"เขาคือคนจากครอบครัวท่านผู้เฒ่าเฟิงที่คุณพ่อต้องไปเยี่ยมที่เมืองจิ่วเฉิงทุกปีใช่ไหมครับ?" คำพูดของหร่วนเซินเซินช่วยทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดลงได้ทันเวลา
หร่วนชีชีเพิ่งจะนึกออก ในเมื่อท่านผู้เฒ่าไม่ได้มาเอง แสดงว่าท่านยังอยู่ที่เมืองจิ่วเฉิงสินะ... แล้วนี่ไม่ใช่หลานชายสุดอัจฉริยะที่ท่านผู้เฒ่าชอบยกมายอให้คุณพ่อฟังบ่อยๆ หรอกเหรอ?
ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นตัวจริงเลยสักครั้ง
พอได้มาเห็นตัวเป็นๆ แบบนี้ เรื่องความเก่งกาจยังบอกไม่ได้ แต่ออร่าความกดดันของเขาน่ะของจริง! ไม่เห็นเหรอว่าพอเขาเดินเข้ามา ทั้งห้องนั่งเล่นที่เคยเสียงดังก็เงียบกริบลงไปถนัดตา
"ใช่แล้ว อาเช็กกับคุณพ่อของเขาแล้ว ท่านผู้เฒ่าส่งเขามาน่ะ อาก็เพิ่งรู้ว่าเสี่ยวอวี่อยู่เมืองไห่เฉิง ไม่งั้นอาคงส่งเทียบเชิญไปให้ตั้งนานแล้ว... เสี่ยวอวี่ อาขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้เชิญล่วงหน้า อย่าถือสาอาเลยนะ"
หร่วนเฉิงหลินรู้สึกผิดจริงๆ ที่มองข้ามแขกคนสำคัญขนาดนี้ไป
"สวัสดีครับคุณอา คุณป้า... พวกคุณอาไม่ทราบว่าผมอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ความผิดของพวกคุณอาหรอกครับ ผมต่างหากที่มาโดยไม่ได้บอกกล่าว"
ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่ที่บ้านโทรจิกไม่หยุด แถมยังสั่งตายว่าต้องมาให้ได้ เขาก็คงไม่โผล่มาที่เมืองไห่เฉิงตอนนี้หรอก
"อย่ามัวแต่ยืนเลย นั่งก่อนสิ... ชีชี ขยับไปหน่อยลูก อย่าขยับไปจองที่คนเดียวหมด"
หร่วนชีชี: "..." เธอเขยิบไปทางหลิวเหวินเหยียนเงียบๆ เหลือที่ว่างตรงกลางไว้พอดีสำหรับคนหนึ่งคน
"เอ่อ... ดื่มชาหน่อยนะคะ" หร่วนชีชีหยิบแก้วเซรามิกสะอาดขึ้นมา รินชาให้เขาหนึ่งจอก
มันคือชาปี้หลัวชุนเกรดพรีเมียมที่เธออุตส่าห์ไปจิ๊กมาจากโรงแรมไอลิงตันเพื่อเอาไว้รับแขกในวันนี้โดยเฉพาะ
"ขอบคุณครับ" เฟิ่งอวี่เอ่ยขอบคุณอย่างมีมารยาท เขาจิบเพียงเล็กน้อยก่อนจะวางลง
ออร่าของชายนคนนี้รุนแรงเกินไปจริงๆ พอเขานั่งลงข้างๆ หร่วนชีชีก็ถึงกับเสียสมาธิ เล่นมือถือไม่ลงเลยทีเดียว ตกลงเขาทำอาชีพอะไรกันแน่เนี่ย?
ตอนแรกเธอเดาว่าเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟีย แต่พอได้ยินคุณพ่อบอกว่าเป็นหลานเพื่อนคุณปู่ ก็คงไม่ใช่มาเฟียแล้วมั้ง... ดูจากมาดขรึมๆ บวกกับเหตุการณ์ที่ภัตตาคารวันนั้น หรือว่าเขาจะเป็นทหาร? ครั้งก่อนมีคนบาดเจ็บด้วย ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง...
ขณะที่หร่วนชีชีกำลังคิดฟุ้งซ่าน มือถือเธอก็สั่นแจ้งเตือน พอเปิดดูเป็นข้อความจากผู้จัดการโรงแรมว่ารถมารอรับที่หน้าโครงการแล้ว
"แม่คะ ผู้จัดการเฉินส่งข้อความมาบอกว่ารถของโรงแรมมารอแล้วค่ะ พวกเราเตรียมตัวลงไปกันเถอะ อย่าให้เขาต้องรอนานเลย"
"รถโรงแรมมาแล้วเหรอ? งั้นรีบไปกันเถอะ ฉันอยากจะเห็นโรงแรมไอลิงตันจะแย่แล้ว!" แขกคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
ชื่อเสียงของโรงแรมไอลิงตันในเมืองไห่เฉิงนั้นโด่งดังมาก ไม่ใช่แค่เรื่องบรรยากาศที่สวยงาม แต่ยังโด่งดังเรื่องราคาที่สวยงามจนน่าขนลุกอีกด้วย มีคำกล่าวที่ว่า ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปนอนไอลิงตันนะ แต่กระเป๋าตังค์มันไม่คู่ควร'
"ตกลงครับ งั้นไปกันเถอะ... เสี่ยวอวี่ อาขอโทษจริงๆ นะ เพิ่งจะมาถึงแท้ๆ แต่ต้องย้ายที่ซะแล้ว" หร่วนเฉิงหลินบอกด้วยความเกรงใจ
"ไม่เป็นไรครับ ผมเองที่มาสาย" เฟิ่งอวี่ตอบนิ่งๆ เพราะเขาเพิ่งเคลียร์งานเสร็จถึงรีบบึ่งมา
"แม่คะ เดี๋ยวหนูขับรถไปเองนะ หนูเมารถง่ายน่ะ" หร่วนชีชีหาข้ออ้าง เพราะหลังจบงานเลี้ยงเธอมีแผนจะแอบขับรถไปทำภารกิจเช็กอินที่ชานเมืองต่อ
ฮิๆ เรานี่มันอัจฉริยะจริงๆ~
"ได้ลูก งั้นให้พี่จิ้งเฟิงกับพี่จิ้งหนานไปเป็นเพื่อนนะ ขับรถระวังๆ ด้วยล่ะ... เสี่ยวอวี่ แล้วหลาน..."
"คุณป้าครับ ผมเอารถมาเอง พอดีหลังงานเลี้ยงผมมีธุระต่อนิดหน่อย คงไม่ได้ขึ้นรถรับส่งไปพร้อมแขกคนอื่นครับ"
"อ๋อจ้ะๆ งั้นถ้าไปถึงแล้วโทรหาคุณอานะ ที่บ้านไม่มีบัตรเชิญเหลือแล้ว เดี๋ยวให้อาออกไปรับ ไม่งั้นเจ้าหน้าที่อาจจะกักตัวหลานไว้" เพราะงานเลี้ยงส่วนตัวระดับนี้ โรงแรมจะไม่ปล่อยให้ใครเข้าถ้าไม่มีบัตรเชิญ
"เอาแบบนี้ไหมคะ... คุณขับรถตามหลังรถหนูไป ถ้าไปพร้อมกันกับเจ้าของงาน เขาไม่กักตัวแน่นอนค่ะ" หร่วนชีชีเสนอ เพราะในเมื่อเขาบอกว่ามีธุระต่อ เธอจะชวนเขามานั่งรถคันเดียวกันก็ดูจะเสียมารยาทไปหน่อย
เฟิ่งอวี่หันมามองหร่วนชีชีครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "ตกลงครับ ขอบใจมากนะ... เสี่ยวชี"
หร่วนชีชี: "???"
เสี่ยวชีเนี่ยนะ? ปกติเขาต้องเรียก 'ชีชี' ไม่ใช่เหรอ?
แต่ถึงจะงง หร่วนชีชีก็ไม่ได้แย้งอะไร จะเรียกว่าเสี่ยวชีก็ไม่ได้เสียหาย แค่เธอเพิ่งเคยโดนเรียกแบบนี้เป็นครั้งแรก เลยรู้สึกไม่ค่อยชินหูเท่าไหร่
ช่วงเวลานี้พ้นช่วงเร่งด่วนตอนเช้าไปแล้ว การเดินทางไปยังโรงแรมไอลิงตันจึงค่อนข้างราบรื่น
มองจากระยะไกล หร่วนชีชีเห็นเฉินจิน ผู้จัดการโรงแรมยืนรอรับอยู่ที่หน้าประตูพร้อมกับพนักงานอีกกลุ่มใหญ่ แถมยังมีป้ายโปสเตอร์ขนาดมหึมาเขียนว่า "งานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ตระกูลหร่วน" ตั้งเด่นเป็นสง่า
บนป้ายนั้นมีรูปถ่ายครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกหราอยู่กลางป้าย
เห็นชัดเลยว่าพวกเขาแอบคุยกับพ่อแม่เธอไว้แล้วแน่ๆ... ไม่รู้ไปแอบคุยกันตอนไหน กลายเป็นว่าเธอที่เป็นเจ้าของโรงแรมตัวจริง กลายเป็นคนนอกไปซะอย่างนั้น!
เฮ้อ... มันน่าน้อยใจนัก!
"ท่านประธานหร่วนครับ ครั้งก่อนผมไปดูงานต่างเมืองเลยไม่ได้มาต้อนรับด้วยตัวเอง ต้องขออภัยจริงๆ นะครับ" เฉินจินรีบเข้ามาทักทาย
"ไม่เป็นไรค่ะ คุณทำงานให้โรงแรม ฉันเข้าใจ... แล้วคุณพ่อคุณแม่ฉันมาถึงหรือยังคะ?"
"นายท่านกับนายหญิงยังมาไม่ถึงครับ ท่านประธานจะเข้าไปข้างในก่อนไหมครับ เดี๋ยวผมจะคอยดูทางนี้ให้เอง"
หร่วนชีชีหันไปมองคนข้างๆ ทั้งสามคน พี่จิ้งเฟิงกับพี่จิ้งหนานน่ะไม่เท่าไหร่ พวกพี่น้องคงยืนรอรับแขกด้วยกันได้ แต่เฟิ่งอวี่เนี่ยสิ... เขาดูจัดการยากจัง
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะรอรับแขกพร้อมพี่ๆ เอง"
ในฐานะผู้น้อย มันคงดูไม่งามถ้าเธอจะชิงเข้าไปนั่งก่อนแขกผู้ใหญ่จะมาถึง ต่อให้เฟิ่งอวี่จะเป็นแค่แขกคนหนึ่งก็ตาม