- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 11: เครื่องปลุกที่ไร้ความรู้สึก
ตอนที่ 11: เครื่องปลุกที่ไร้ความรู้สึก
ตอนที่ 11: เครื่องปลุกที่ไร้ความรู้สึก
หลังจากอิ่มหนำสำราญกับมื้อค่ำ หร่วนชีชี โจวเหวิน และเหยียนเกอ ก็โบกแท็กซี่กลับหอพักด้วยกัน ส่วนเหลียงเทียนเทียน สาวสวยรวยเสน่ห์ของเราก็แยกตัวขับรถสปอร์ตคันหรูตรงดิ่งกลับบ้านไป
ค่ำคืนที่แสนสงบผ่านพ้นไปโดยไม่มีแม้แต่ความฝัน... จนกระทั่ง
[ติ๊ง! ภารกิจเช็กอินประจำวันนี้: โปรดเดินทางไปเช็กอินที่ร้านหนังสือเป่ยฮวารางวัล: อยู่ในระหว่างการปลดล็อกครับ]
เสียงของระบบดังขึ้นเหมือนเครื่องจักรปลุกวิญญาณที่ไร้ความปรานี แต่น้ำเสียงนั้นกลับทุ้มต่ำนุ่มนวลชวนให้เคลิ้มฝัน ระบบอัปเดตภารกิจตรงเวลาเป๊ะตอนเจ็ดโมงเช้าไม่ขาดไม่เกิน
"ร้านหนังสือเป่ยฮวาเหรอ?"
ชีชีงัวเงียตื่นขึ้นมาพลางขมวดคิ้ว ในเมืองจิ่วเฉิงมีร้านหนังสือชื่อนี้ตั้งกี่สาขากันล่ะเนี่ย? ระบบก็ไม่ได้ระบุเจาะจงซะด้วยว่าต้องเป็นสาขาไหน หรือว่าที่ไหนก็ได้นะ?
เธอพยายามส่งกระแสจิตถาม แต่เจ้าระบบตัวดีกลับเงียบกริบไม่ยอมสปอยล์คำตอบซะอย่างนั้น สุดท้ายหร่วนชีชีเลยตัดสินใจเลือกเอาที่ที่สะดวกที่สุด... ก็สาขาข้างมหาลัยนี่ไง!
คิดได้ดังนั้นเธอก็รีบตะกายลงจากเตียง ชีชีนึกว่าตัวเองตื่นเช้าที่สุดแล้วเพราะมีนาฬิกาปลุกระบบเสียงหล่อคอยเรียก แต่พอเปิดม่านเตียงออกมา เธอก็ต้องผงะเมื่อเห็นเหยียนเกอกับโจวเหวินนั่งจดจ่ออยู่กับกองหนังสือเรียบร้อยแล้ว
"พวกเธอ... จะขยันกันเกินไปไหมเนี่ย? นี่มันกี่โมงกี่ยามกัน ทำไมเริ่มอ่านหนังสือกันเร็วจัง!"
ให้ตายเถอะ โลกของพวกเด็กเทพนี่มันเข้าใจยากจริงๆ!
"ช่วยไม่ได้นี่นา ช่วงนี้สอบเข้าปริญญาโทมันเหมือนกับคนนับล้านแย่งกันข้ามสะพานไม้เดี่ยว ถ้าไม่ถีบตัวเองให้สุดก็มีสิทธิ์โดนเบียดตกน้ำได้ง่ายๆ เลยนะ ฉันเตรียมตัวมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วเนี่ย"
เหยียนเกอยักไหล่แบบปลงๆ คนที่เตรียมสอบน่ะเหรอ... ตื่นเช้ากว่าไก่แต่นอนดึกกว่าหมาก็คือเรื่องจริง!
"จริงที่สุด" โจวเหวินเสริมทัพพลางพยักหน้าหงึกหงัก เห็นด้วยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
"ยอมใจพวกเธอเลยจริงๆ! แล้วนี่กินข้าวกันหรือยัง? ถ้ายัง เดี๋ยวฉันแวะไปซื้อที่โรงอาหารมาฝาก"
เห็นเพื่อนรักขยันจนลืมกินลืมนอนแบบนี้ ชีชีก็อดเป็นห่วงไม่ได้
"ยังเลยจ้า ตอนพวกเราตื่นโรงอาหารยังไม่เปิดเลย เธอไปตอนนี้กำลังดีเลยล่ะ ฝากปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ แล้วก็ซาลาเปาไส้หมูสับลูกใหญ่ๆ ให้ฉันด้วยนะ!"
"ของฉันขอเสี่ยวหลงเปากับไข่ต้มใบชานะจ๊ะชีชี!"
เพื่อนสาวทั้งสองสั่งเมนูแบบไม่ต้องเกรงใจ ก็ตอนนี้หร่วนชีชีเป็นสาวว่างงานที่มีเวลาเหลือเฟือที่สุดในกลุ่มแล้วนี่นา
"โอเคๆ งั้นเดี๋ยวฉันไปล้างหน้าล้างตาแป๊บนึง ถ้าหิวก็เอาขนมในตู้มารองท้องไปก่อนนะ"
ขึ้นชื่อว่าหอหญิง ขนมของกินเล่นน่ะมีสะสมไว้ประหนึ่งคลังเสบียง ส่วนเรื่องไดเอทน่ะเหรอ? เอาไว้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้เถอะ วันนี้ขอจัดเต็มก่อน!
สามสิบนาทีต่อมา หร่วนชีชีที่แต่งตัวสดใสพร้อมลุยก็คว้ากุญแจห้องเดินออกจากหอพัก พอลงมาถึงชั้นล่างเธอก็แวะแจ้งเรื่องย้ายออกชั่วคราวกับป้าคุมหอ ซึ่งป้าแกก็แค่บอกให้ไปแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาไว้หน่อย ส่วนเตียงก็ยังจองไว้ให้จนกว่าจะเรียนจบ เผื่อวันไหนอยากกลับมานอนเล่นก็แวะมาได้ตลอด
ชีชีรีบตกลงทันที เธอหยิบมือถือขึ้นมาเปิดวีแชต แล้วส่งข้อความหาอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างรวดเร็ว
จากหอพักไปโรงอาหารค่อนข้างไกล ชีชีเลยไปยืนรอที่ป้ายรถรับส่งภายในมหาลัย ไม่นานนักรถสีขาวคันเล็กก็แล่นมาจอด
"คุณลุงคะ ไปโรงอาหาร 2 ค่ะ"
เธอก้าวขึ้นรถพร้อมสแกนรหัสจ่ายเงินอย่างคล่องแคล่ว พอหย่อนก้นลงนั่ง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว...ฉันควรจะมีรถสักคันแล้วนะ'
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาที่ต้องวิ่งรอกเช็กอิน ทั้งขึ้นรถไฟใต้ดิน รถเมล์ ต่อรถตี้ตี้จนเริ่มจะหงุดหงิด ยิ่งเมื่อวานเห็นภาพเหลียงเทียนเทียนขับรถโฉบเฉี่ยวสุดเท่ ความยากได้ก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
ชีชีเริ่มไถหน้าจอมือถือหาข้อมูลสิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อรถอย่างตั้งใจ
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก แป๊บเดียวลุงคนขับก็ตะโกนบอกว่าถึงโรงอาหาร 2 แล้ว หร่วนชีชีที่เลิฟครัวซองต์ของโรงอาหารนี้เป็นทุนเดิม รีบจัดแจงสั่งน้ำเต้าหู้สามชุด เสี่ยวหลงเปา ซาลาเปาหมูสับ ปาท่องโก๋ และไข่ต้มใบชาแบบจัดเต็ม ก่อนจะแตะบัตรนักศึกษาจ่ายเงินอย่างมีสไตล์
บัตรนักศึกษาของมหาวิทยาลัยจิ่วเฉิงนี่แหละคือทีเด็ด! เพราะมันใช้ได้ตลอดชีพและครอบคลุมทุกการใช้จ่ายในมหาลัย ตราบใดที่เป็นนักศึกษาหรือบุคลากรก็สามารถใช้สิทธิได้หมด แม้ชีชีจะเรียนจบไปแล้ว แต่ถ้ายังมีเงินในบัตร เธอก็ยังกลับมาฟินกับอาหารสวัสดิการ เข้ามินิมาร์ท หรือแม้แต่ใช้บัตรเข้าห้องสมุดและยิมได้เหมือนเดิม
เป็นสิทธิพิเศษที่คนนอกได้แต่ยืนมองด้วยความอิจฉาตาร้อนจริงๆ!