- หน้าแรก
- ภรรยาของผมคือราชินีวงการบันเทิง
- บทที่ 1051 - ค่ำคืนแห่งความเงียบงัน
บทที่ 1051 - ค่ำคืนแห่งความเงียบงัน
บทที่ 1051 - ค่ำคืนแห่งความเงียบงัน
นับตั้งแต่ขึ้นรถมา
จางโหย่วสังเกตได้อย่างชัดเจนว่า ราชินีเพลงหลิวเฟยพูดกับเขาในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ มากกว่าตอนที่ร่วมรายการเสียงพิเศษทั้งซีซั่นรวมกันเสียอีก
เห็นได้ชัดว่า
เมื่อความสัมพันธ์ของหญิงชายพัฒนาไปถึงจุดหนึ่งแล้ว รูปแบบการปฏิสัมพันธ์ย่อมไม่มีวันย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก
เขาเดินตามหลิวเฟยเข้าไปในบ้านที่เธอพักอาศัยอยู่ ตั้งแต่ตอนนั่งรถมา จางโหย่วก็สังเกตเห็นว่าเมืองเล็กๆ ที่ชื่อบรูซแห่งนี้ดูเงียบสงบเป็นพิเศษ ซึ่งก็ดูเป็นเรื่องปกติสำหรับที่นี่
ในช่วงเวลานี้
บวกกับตำแหน่งของเมืองที่ไม่ได้อยู่ใจกลางมหานคร โดยเฉพาะบ้านแต่ละหลังล้วนเป็นบ้านเดี่ยว ถ้าจะเปรียบเทียบก็คงเหมือนกับชนบทในเมืองจีน
ตราบใดที่ไม่ใช่อาคารพาณิชย์หรือคอนโดมิเนียม เมื่อราตรีมาเยือน เมืองทั้งเมืองก็จะเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างแท้จริง ไม่เหมือนการอาศัยอยู่ในตัวเมืองที่แม้แต่เวลานี้ ก็ยังคงได้ยินเสียงบีบแตรและเสียงรถวิ่งผ่านไปมา
ไม่นานนัก
แม่บ้านของหลิวเฟยก็ยกบะหมี่สองชามออกมา
พอเห็นว่าเป็นบะหมี่กุ้ง จางโหย่วก็มองหลิวเฟยที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย เขาไม่ได้เอ่ยถามว่าเธอเริ่มกินเนื้อสัตว์ตั้งแต่เมื่อไหร่... เพราะถ้าจะนับกันจริงๆ ตัวเขาเองกับกุ้งก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกัน คือเป็นอาหารคาวทั้งคู่
ดูเหมือนว่าหลังจากได้พูดคุยกันระหว่างทางกลับมา ราชินีเพลงหลิวเฟยก็ไม่มีคำถามอะไรจะถามเขาอีก ส่วนจางโหย่วเองก็ไม่ได้ชวนคุยแก้เก้อ
เมื่อเทียบกับความคุ้นเคยที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนลึกซึ้งกับผู้หญิงคนอื่น แม้ว่าจางโหย่วจะเคยมีความสัมพันธ์กับหลิวเฟยมาก่อน แต่ความรู้สึกก็ยังไม่ได้สนิทสนมถึงขั้นที่จะพูดคุยอะไรก็ได้ตามใจชอบ
หลังจากทานบะหมี่เสร็จ
หลิวเฟยก็หยิบชุดนอนเดินไปอาบน้ำ
งานประกาศรางวัลแกรมมี่ทำให้วันนี้หลิวเฟยต้องเข้านอนดึกเป็นพิเศษ พอเธออาบน้ำเสร็จออกมา จางโหย่วก็หยิบเสื้อผ้าของตัวเองออกมาจากกระเป๋าเดินทาง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปบ้าง
ในฐานะเจ้าบ้าน ดูเหมือนหลิวเฟยจะลืมหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่หรือของใช้ส่วนตัวให้เขา แต่จางโหย่วก็ไม่ได้ถาม เขาหยิบของเธอมาใช้เลย กะว่าถ้าไม่ดี พอฟ้าสางหลิวเฟยตื่นขึ้นมาค่อยทิ้งแล้วเปลี่ยนอันใหม่ให้ก็แล้วกัน
อาบน้ำเสร็จ จางโหย่วพับชุดสูทสั่งตัดเก็บใส่กระเป๋าเดินทาง เตรียมนำกลับไปส่งซักที่ร้านซักแห้งโดยเฉพาะ
ช่วยไม่ได้ ราคาตั้งหลายแสนหยวน จะใส่ครั้งเดียวแล้วทิ้งก็น่าเสียดายแย่
ตอนนี้ปาเข้าไปตีสองกว่าแล้ว หลิวเฟยหาวออกมาวอดใหญ่ จากนั้น... ก็เดินกลับเข้าห้องนอนไปดื้อๆ จางโหย่วไม่รู้ว่าเธอตั้งใจจะเมินเขา หรือเห็นว่าเขาไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันแน่
จางโหย่วเดินไปที่ห้องอีกห้องหนึ่ง เห็นเตียงปูผ้าเรียบร้อยและมีผ้านวมวางอยู่ เขาก็ล้มตัวลงนอนทันที ผ่านไปหลายชั่วโมง แถมยังนั่งรถมาจนถึงตอนนี้ จางโหย่วเองก็เริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน
ส่วนเรื่องที่ว่าหลิวเฟยตั้งใจจะคุยอะไรกับเขานั้น จางโหย่วเลิกคิดไปแล้ว เพราะอำนาจการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่เขา เขาจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง แล้วผล็อยหลับไปในเวลาไม่นาน
ภายในห้องนอนใหญ่
หลิวเฟยที่ง่วงนอนอยู่แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง แต่กลับนอนไม่หลับเสียที พอกลับตาลง เธอก็อดนึกถึงจางโหย่วที่น่าจะนอนอยู่บนโซฟา หรือไม่ก็ห้องนอนแขกที่ผู้จัดการของเธอเพิ่งนอนไปเมื่อสองวันที่ผ่านมาไม่ได้ แต่หลิวเฟยก็คร้านจะสนใจ อยากนอนไหนก็นอนไป
และในคืนนี้นี่เอง
หลังจากงานประกาศรางวัลแกรมมี่จบลง เพลง Take Me To Your Heart (จูบลาเวอร์ชั่น อังกฤษ) ที่จางโหย่วร้องบนเวทีก็ถูกปล่อยลงบนแพลตฟอร์มเลิฟมิวสิคเวอร์ชันต่างประเทศทันที
ด้วยกระแสความร้อนแรงของแกรมมี่ บวกกับคุณภาพของเพลง ทันทีที่ปล่อยออกมา ยอดดาวน์โหลดก็พุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว ส่วนในประเทศจีนยิ่งน่าตกใจกว่า ปล่อยออกมาไม่ถึงห้านาที ยอดดาวน์โหลดก็ทะลุหนึ่งล้านครั้ง อัตราการเติบโตของตัวเลขรวดเร็วเกินกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด
ถึงขั้นมีคนคาดการณ์ว่า ซิงเกิลภาษาอังกฤษที่จางโหย่วปล่อยออกมาเพลงนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะกลายเป็นเพลงฮิตระดับปรากฏการณ์ที่มียอดดาวน์โหลดทะลุห้าสิบล้านครั้ง ต่อจากเพลง จนกว่าวันสิ้นโลก และ จูบลา
"เธอกลับมาคนเดียว หมายความว่าทิ้งจางโหย่วไว้ที่ต่างประเทศงั้นสิ"
พอรู้ข่าวว่าหลี่เสี่ยวหงกลับมาแล้ว
หานฮุ่ยก็รีบโทรหาทันที
"..."
หลี่เสี่ยวหงรู้ดีว่าการกลับมาคนเดียวต้องโดนยัยหานฮุ่ยค่อนขอดแน่ๆ และก็เป็นอย่างที่คิด กลับมาไม่ทันไร แม่นี่ก็แสดงความไม่พอใจซะแล้ว
เธอก็บอกไปแล้วว่ารอจางโหย่วเสร็จงานแกรมมี่แล้วค่อยกลับพร้อมกันก็ได้ ต่างกันแค่วันเดียว จะปั้นเด็กใหม่... ก็คงไม่ต่างกันแค่เวลาแค่นี้หรอก
แต่ในเมื่อหลิวเฟยจองตั๋วให้เธอเสร็จสรรพ เธอจะทำอะไรได้ การเปลี่ยนตั๋วไม่ใช่เรื่องยาก แต่พอขึ้นเครื่องมาแล้ว หลี่เสี่ยวหงถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่า เฟยเฟยของเธอเหมือนจะเร่งให้เธอรีบๆ กลับไป
สถานการณ์จริงๆ เป็นยังไง หลี่เสี่ยวหงก็ไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะเห็นว่าจางโหย่วโตป่านนี้แล้ว อยู่ต่างประเทศคนเดียวคงไม่เป็นไร แล้วก็คงอยากให้เธอรีบกลับมาเริ่มงานเร็วๆ มั้ง
เรื่องอื่นหลี่เสี่ยวหงก็ไม่กล้าคิดต่อ ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงหานฮุ่ยถามด้วยความสงสัยว่า "หลี่เสี่ยวหง หรือว่าเธอโดนหลิวเฟยไล่กลับมา"
"คิดว่าเป็นเจียงอีเหรินของเธอหรือไง"
หลี่เสี่ยวหงสวนกลับ "พอเถอะ เลิกเดามั่วซั่วได้แล้ว หลักๆ คือหลิวเฟยโทรไปหาบริษัทให้ยกเลิกบทลงโทษฉัน แล้วให้ฉันกลับมาคัดเด็กใหม่ไปปั้น หานฮุ่ย... บอกไว้ก่อนนะ การปั้นเด็กใหม่ครั้งนี้ เธอกับหวังอวี๋ต้องช่วยฉัน ที่บ้านฉันแทบจะไม่มีข้าวกินอยู่แล้ว ถ้าพวกเธอไม่ช่วย ฉันจะไปกินข้าวบ้านพวกเธอ
เจียงอีเหรินใกล้คลอดแล้วไม่ใช่เหรอ พอคลอดเสร็จเธอก็ต้องออกมาจัดคอนเสิร์ต ถึงตอนนั้นขอให้เด็กใหม่ฉันไปเป็นแขกรับเชิญ แล้วถ้าเธอออกซิงเกิลใหม่ ก็แบ่งท่อนร้องให้เด็กใหม่ฉันสักหน่อย"
"นี่ไม่ใช่การขอร้องแล้ว นี่มันหน้าด้านเกาะกินชัดๆ"
พูดจบประโยคนี้
หานฮุ่ยก็วางสายใส่ทันที
เธอขี้เกียจคุยกับยัยหลี่เสี่ยวหงไม่ได้ความคนนี้ต่อแล้ว
ไปต่างประเทศรอบเดียว... ดันได้ข้อสรุปว่า "คนนับถือพุทธเข้าโบสถ์ไม่ได้" เธอไม่เคยได้ยินทฤษฎีนี้มาก่อนเลย ดังนั้นร้อยทั้งร้อย ราชินีเพลงหลิวเฟยต้องท้องเพราะฝีมือผู้ชายแน่ๆ และเหตุผลเดียวที่ไล่หลี่เสี่ยวหงผู้ไร้สมองกลับมา
ส่วนเรื่องที่ว่า "พ่อของเด็กคือจางโหย่ว" หานฮุ่ยแม้จะไม่กล้าพูดเต็มปาก แต่การจะแยกแยะก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าจางโหย่วกับราชินีเพลงหลิวเฟยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันจริงๆ การที่หลิวเฟยไล่หลี่เสี่ยวหงกลับมา ก็แปลว่ากำลังหาโอกาสอยู่กับจางโหย่วสองต่อสอง
เรื่องต่อจากนี้ก็ง่ายมาก
แค่ดูว่าจางโหย่วจะกลับมาเมื่อไหร่
งานประกาศรางวัลแกรมมี่จบไปแล้ว จางโหย่วไม่มีเพื่อนที่ต่างประเทศ ในสถานการณ์แบบนี้ เขาต้องรีบกลับประเทศทันที แต่ถ้ายังไม่กลับ ก็ชัดเจนแจ่มแจ้ง
ถ้าไม่ใช่ราชินีเพลงหลิวเฟยรั้งตัวเขาไว้ ก็ต้องเป็นเขาที่ไปหาหลิวเฟย
สรุปคือ เป็นไปไม่ได้ที่จะกลับมาในวันรุ่งขึ้นหลังจบงานประกาศรางวัล หานฮุ่ยประเมินดูแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ต้องอยู่ต่อสักอาทิตย์ เพื่อระบายความความคิดถึงให้สาสม
ก็ราชินีเพลงหลิวเฟยถือศีลกินเจมาตั้งหลายปี จู่ๆ ก็ได้ลิ้มรสของคาว ย่อมต้องติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ
เผลอๆ จางโหย่วกลับมาอาจจะผอมลงสักสี่ห้ากิโล
หานฮุ่ยคิดข้ออ้างให้จางโหย่วเสร็จสรรพ
แพ้อากาศ อาหารเป็นพิษ ท้องเสียรุนแรง จนทำให้น้ำหนักลดฮวบในเวลาสั้นๆ
(จบแล้ว)