เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 454 - ภาษีความสุข

บทที่ 454 - ภาษีความสุข

บทที่ 454 - ภาษีความสุข


มองดูท่าทางโกรธจัดของสามี

เจียงอีเหรินอดขำไม่ได้ ซวยจริงๆ... ผู้จัดการหนิงก็นะ จะรออีกสักสองวันค่อยบอกไม่ได้หรือไง ให้สามีเธอได้ถือเงินอุ่นๆ สักหน่อยก็ยังดี

แต่นี่เล่นโทรมาฟ้องปุบปับเลย

แต่ในเมื่อรู้แล้ว เจียงอีเหรินย่อมไม่มีทางปล่อยให้เงินสามล้านห้าแสนหยวนนี้ค้างคืนอยู่ในมือสามีแน่ๆ

"อย่าโมโหไปเลย"

เจียงอีเหรินนั่งบนโซฟา ปลอบใจว่า "โมโหจนเสียสุขภาพมันไม่คุ้มหรอก ฉันบอกไปตั้งนานแล้วว่า รอให้คุณใช้หนี้พนันที่เคยติดไว้หมดก่อน เงินที่เหลือถึงจะเป็นของคุณ"

"อย่ามาไม้นี้"

จางโหย่วโวย "นั่นคุณเต็มใจเองนะ"

"พูดแบบนี้ไม่มีจิตสำนึกเลยนะ ฉันเต็มใจตรงไหน!? ฉันเป็นเมียคุณ จะให้ยืนดูดายตอนคุณลำบากได้ยังไง!? เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว สามีภรรยาก็เหมือนคนคนเดียวกัน ฉันช่วยคุณมันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของคนเป็นภรรยา ตอนนี้คุณหาเงินได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณต้องตอบแทนครอบครัวบ้างแล้ว"

เจียงอีเหรินไม่สนหรอกว่าสามีจะโกรธจริง หรือแค่แกล้งทำต่อหน้าเธอ

ยังไงเงินสามล้านห้าแสนก้อนนี้ คืนนี้ต้องมาอยู่ในมือเธอให้ได้

แต่จะว่าไป ตั้งแต่สามีเธอกลับตัวเป็นคนดี ความเร็วในการกอบโกยเงินก็น่าทึ่งใช่ย่อย สามวันดีสี่วันได้ ก็หาเงินก้อนโตกลับมาได้... อนาคตสดใสจริงๆ!

"..."

จางโหย่วรู้สึกเพลียใจ

มาเจอคนอย่างผู้จัดการหนิง นี่มันซวยซ้ำซ้อนแปดชาติจริงๆ ตัวยังไม่ทันถึงบ้าน ทางนั้นก็โทรมาบอกเจียงอีเหรินเรื่องที่เขาขายเพลงให้สวีชิงหย่าได้เงินมาสามล้านห้าเรียบร้อยแล้ว

จางโหย่วพบว่าผู้จัดการดาราในโลกนี้ แตกต่างจากผู้จัดการในโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง

ในโลกเดิม ผู้จัดการทุกคนไม่ว่าจะได้ยินหรือได้เห็นอะไร ก็จะเลือกปิดปากเงียบกริบ แต่ที่นี่... แต่ละคนปากโป้งกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นหานฮุ่ย หรือนังหนิงเสี่ยวเจี๋ยคนนี้ กลัวคนอื่นจะไม่รู้หรือไง ต้องเที่ยวป่าวประกาศไปทั่ว

"เอามาซะดีๆ!"

เจียงอีเหรินแบมือ แล้วพูดว่า "พรุ่งนี้จะช่วยไปจ่ายภาษีเงินได้ส่วนบุคคลให้"

เห็นสามียืนนิ่งไม่ยอมขยับ เจียงอีเหรินก็ลุกขึ้นยิ้มหวาน หยิบชุดนอนกับกางเกงในส่งให้สามี แล้วล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงลำลองของเขา

"เป็นไปไม่ได้หรอก อีกอย่างคุณก็ไม่รู้รหัสผ่าน..."

พูดยังไม่ทันจบ จางโหย่วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเจียงอีเหรินปลดล็อกโทรศัพท์ของเขาอย่างคล่องแคล่ว แถมยังไม่ลืมหันมายิ้มให้เขาแล้วบอกว่า "ฉันหลอกถามมาจากลูกสาวคุณน่ะ"

"..."

จางโหย่วพูดไม่ออก

โอนเงินเข้ามือถือตัวเองเสร็จ เจียงอีเหรินก็ลองเปิดดูประวัติการแชตของสามี... ไม่ต้องเลื่อนหาอะไรมาก เพราะตั้งแต่สามีเธอเลิกเหล้าเลิกพนัน ก็แทบไม่มีเพื่อนคบแล้ว

ประวัติการแชตดูแป๊บเดียวก็หมด เจียงอีเหรินพยักหน้าอย่างพอใจ "ดีมาก ผู้ชายที่แต่งงานแล้วควรปฏิเสธสังคมที่ไม่จำเป็น คุณจาง ข้อนี้ของคุณ ฉันพอใจมาก เพราะงั้นเดี๋ยวจะโอนคืนให้หนึ่งหมื่นเป็นรางวัล ตอนนี้ไปอาบน้ำได้แล้ว เลิกจ้องเมียตัวเองได้แล้วย่ะ"

เจียงอีเหรินยกมือทัดผมยาวที่ข้างหู กะพริบตาให้จางโหย่วปริบๆ "ไอ้ที่ควรดูไม่ควรดู คุณก็ดูมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว"

"เดี๋ยวมีธุระจะคุยด้วย"

จางโหย่วทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

"ไม่มีทาง"

เจียงอีเหรินปฏิเสธทันควัน

ดึกดื่นป่านนี้ สามีเธอจะมีธุระอะไร มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นเจียงอีเหรินจึงปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เทียบกับความรู้สึกจากเรื่องบางอย่าง เธอกำลังตั้งตารอความสุขจากการได้ยินลูกชายสองคนเรียกแม่มากกว่า

ในเมื่อเงินก็ถึงมือแล้ว ตัวเองก็ท้องอยู่ ไม่กล้าเล่นบ้าๆ บอๆ กับสามีอีก เจียงอีเหรินวางโทรศัพท์สามีไว้บนโซฟา แล้วเดินกลับเข้าห้องไป

ตอนนี้ปาเข้าไปห้าทุ่มกว่าแล้ว ก่อนสามีจะกลับมา เสี่ยวจื่อซานก็หลับไปแล้ว ยัยหนูถูกเธอหลอกล่อแกมบังคับให้ไปนอนห้องเจ้าหญิงของตัวเอง ตอนแรกยัยหนูยังดื้อจะรอพ่อกลับมา จะให้พ่อนอนเป็นเพื่อน เจียงอีเหรินเลยยื่นคำขาดให้เลือกสองทาง ทางแรกคือรีบไปนอน ทางที่สองคือทำข้อสอบรอพ่อกลับมา

พอตัวเลือกนี้ออกมา ยัยหนูก็รีบไปนอนบนเตียงอย่างว่าง่าย ไม่ร้องจะรอพ่ออีกเลย

วินาทีนั้น ความรักพ่อลูกก็จืดจางลงเมื่อเจอกับพลังของข้อสอบ

นอนลงได้ไม่นาน

จางโหย่วที่อาบน้ำเสร็จก็เดินเข้ามาในห้อง พอเห็นเจียงอีเหรินนอนอยู่บนเตียงของเขา แต่ไม่เห็นเงาของเสี่ยวจื่อซาน จางโหย่วก็ถามขึ้น พอรู้ว่าเสี่ยวจื่อซานนอนห้องตัวเอง ก็เดินไปดูที่ห้องเจ้าหญิง ห่มผ้าให้ลูกสาวดีๆ แล้วค่อยกลับมาห้องนอนรอง เลิกผ้าห่มขึ้นแล้วล้มตัวลงนอน

"ขายเพลงอะไรให้สวีชิงหย่าเหรอ!?"

เจียงอีเหรินขยับเข้าไปเบียดสามี แล้วถามยิ้มๆ

"'ฝุ่นละอองในดอกไม้ไฟ'"

จางโหย่วตอบส่งๆ

จุดที่ร้ายกาจที่สุดของเพลงนี้คือเนื้อเพลง นอกจากจะเน้นจุดประสงค์ของจินตภาพ และเทคนิคการเปรียบเทียบแล้ว จุดสำคัญที่สุดคือความแม่นยำของการลงสัมผัส

และนี่ก็เป็นเอกลักษณ์การแต่งเพลงของหลินซี เวลาแต่งเพลง การใช้คำของเขาเหมือนยืนอยู่บนคมมีด เบี่ยงไปนิดเดียวเพลงก็พัง แต่เขากลับสามารถรักษาจังหวะสัมผัสให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมได้ตลอด พร้อมกับแสดงระดับขั้นเทพในการสื่ออารมณ์และสร้างบรรยากาศ ทำให้เนื้อเพลงลื่นไหลไพเราะ

ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงสูงของเจียงอีเหรินไปไม่ถึง จางโหย่วคงไม่ยอมขายเพลงนี้แน่

แต่ราคาสามล้านห้าก็ถือว่าไม่เลว คาดว่าตอนหลินซีขายให้ 'นักเวท' (ฮวาเฉินอวี่) เอง ก็คงไม่ได้ราคาสูงขนาดนี้ พอนึกถึงนักเวท... มุมปากของจางโหย่วก็กระตุกยิกๆ

ความดังของนักแสดงและนักร้องทุกคนล้วนมีที่มาที่ไป มีเพียงคนนี้ที่จางโหย่วไม่เข้าใจจริงๆ ไม่ใช่อคติ แต่จางโหย่วเคยฟังเพลงเขามาไม่น้อย นอกจาก 'ฝุ่นละอองในดอกไม้ไฟ' เพลงนี้แล้ว เพลงอื่น... ต่อให้เป็นเพลงที่ยอดวิวหลายร้อยล้าน จางโหย่วก็ฟังไม่จบสักเพลง

แต่คนคนนี้กลับดังระเบิดระเบ้อ ใครๆ ก็บอกว่าเป็นเพราะพลังของนายทุน แต่ถ้าแฟนเพลงไม่เอาด้วย นายทุนจะดันยังไงก็ไม่ขึ้น ดังนั้นสรุปแล้วหมอนี่ต้องมีฐานแฟนคลับมหาศาล บางที... เพลงของเขาอาจจะร้องให้แฟนคลับเฉพาะกลุ่มฟังเท่านั้น

แต่ถึงจะเป็นเพลง 'ฝุ่นละอองในดอกไม้ไฟ' จางโหย่วก็ยังรู้สึกว่าเวอร์ชันของหวงเซียวอวิ๋นร้องได้ดีกว่า เธอร้องออกมาได้ถึงเรื่องราวที่ค่อยๆ ไต่ระดับ และการยอมรับความโดดเดี่ยว จนถึงท้ายที่สุดคือการตะโกนก้องต่อสู้กับโชคชะตา

"ร้องให้ฟังหน่อยสิ"

เจียงอีเหรินพูด

"ร้องไม่เป็น"

จางโหย่วปิดไฟในห้อง รอจนห้องนอนรองจมอยู่ในความมืดมิด ถึงได้ดึงเจียงอีเหรินเข้ามาในอ้อมกอด ยื่นมือไปปลดกระดุมชุดนอนของเธอ แล้วทาบมือลงบนความอวบอิ่ม

เจียงอีเหรินนึกว่าสามีจะพอแค่นี้ แต่จางโหย่วกลับเริ่มดึงกางเกงนอนเธอ เจียงอีเหรินรีบเอามือกันไว้ "อย่าแม้แต่จะคิดเชียว"

"วางใจเถอะ ผมรู้ลิมิตน่า"

จางโหย่วตอบ

"เห็นฉันโง่หรือไง!"

เจียงอีเหรินแว้ดใส่

"เครื่องเพชรของหยวนหงล่ะ!? สาวสวยจางมาเอาไปตอนค่ำเหรอ!?"

จางโหย่วถาม

"อืม"

เจียงอีเหรินพยักหน้า และเพื่อป้องกันไม่ให้สามีได้คืบจะเอาศอก เธอจับมือเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จางโหย่วยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูราชินีเพลงว่า "ผมแค่จะถูๆ หน่อยเดียวเอง"

เจียงอีเหรินทนไม่ไหวแล้ว เธอสะบัดผ้าห่มออก แล้ววิ่งหนีกลับห้องตัวเองไปเลย

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 454 - ภาษีความสุข

คัดลอกลิงก์แล้ว