- หน้าแรก
- ภรรยาของผมคือราชินีวงการบันเทิง
- บทที่ 403 - กลยุทธ์หอกทิ่มแทงกลับ
บทที่ 403 - กลยุทธ์หอกทิ่มแทงกลับ
บทที่ 403 - กลยุทธ์หอกทิ่มแทงกลับ
แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่จรดพื้นลงมากระทบบนพื้นไม้
ร่างหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็กยืนอยู่ที่หน้าหน้าต่าง ทอดสายตามองรถเก๋งสีดำที่ขับออกจากโรงรถชั้นใต้ดิน ก่อนจะเลี้ยวโค้งและค่อยๆ หายไปจากคลองจักษุ
จางโหย่วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เสี่ยวจื่อซานที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงถอนหายใจออกมาเหมือนกันเปี๊ยบ เธอยกมือปาดเหงื่อเย็นที่ผุดซึมออกมาบนหน้าผากด้วยความตกใจ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังขวัญเสียไม่หายว่า "เกือบทำหนูฉี่ราดใส่กางเกงแล้ว"
"ดูสภาพลูกสิ หมดกัน"
จางโหย่วหันไปมองลูกสาวด้วยสายตาเหยียดหยาม
"พ่อก็เหมือนกันแหละ พอได้ยินเสียงแม่ตะโกนทีเดียว ก็รีบวิ่งจู๊ดขึ้นตึกมาเลย"
ใบหน้าจิ้มลิ้มไร้เดียงสาของเสี่ยวจื่อซานก็แสดงออกถึงความเหยียดหยามไม่แพ้กัน ยัยหนูเบะปากแล้วพูดว่า "พ่อคะ เมื่อก่อนพ่อไม่เป็นแบบนี้นี่นา"
"ลูกก็รู้นี่ว่านั่นมันเมื่อก่อน ชายชาติทหารไม่พูดถึงความเก่งกาจในอดีตหรอกลูก... พ่อแก่แล้ว"
พอพูดถึงประโยคสุดท้าย
จางโหย่วก็เกิดความรู้สึกหดหู่เปลี่ยวเหงาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณเมื่อครู่นี้มันน่าขายหน้าจริงๆ นั่นแหละ และเพราะแบบนี้เอง จางโหย่วถึงรู้ตัวว่ารากฐานอันมั่นคงที่อาชีพ รปภ. เคยสร้างไว้ให้เขา ได้ถูกตัวเขาเองใช้จนหมดเกลี้ยงไปเสียแล้ว
แต่ว่า... จางโหย่วถอนหายใจในใจ
ดูเหมือนว่าเมื่อกี้จะเป็นปฏิกิริยาปกติของตัวเขาเองจริงๆ เวลาต้องเผชิญหน้ากับภรรยาตอนกำลังโกรธ ในโลกเก่า... ถ้าจะพูดให้ดูดีหน่อย นักร้องและนักแสดงชายที่ใช้ชีวิตคู่กับภรรยามายาวนานสองสามทศวรรษเหล่านั้นเขาเรียกว่ารักเมีย แต่ถ้าสนิทกันจริงๆ จะพบว่ารักก็รักจริงแหละ แต่กลัวก็กลัวจริงๆ เหมือนกัน
ลักษณะของทั้งสองโลกอาจจะต่างกัน
แต่ถ้าจะนับกันจริงๆ ก็คงพอๆ กันนั่นแหละ
เพราะในโลกเก่า... ไม่ใช่แค่ภรรยาจอมมารของเขาคนเดียวที่ล้างผลาญ คนอื่นๆ อีกหลายคนก็ตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายๆ กัน ต่างกันแค่ภรรยาเขาลงทุนทางการเงินจนเจ๊งยับเยิน ส่วนคนอื่นแค่ล้างผลาญด้วยการช้อปปิ้งแหลกลาญ จางโหย่วยื่นมือไปขยี้หัวเสี่ยวจื่อซานแล้วพูดว่า "จางจื่อซาน พ่อแก่แล้วจริงๆ ต่อไปบ้านนี้คงต้องพึ่งลูกแล้วนะ ไปรินชาให้พ่อแก้วหนึ่งสิ"
"ทำหน้าตายแบบนี้อีกละ รู้หรอกน่าว่าหลอกใช้หนู"
เสี่ยวจื่อซานมองค้อนพ่อหนึ่งที แล้วถามขึ้นว่า "พ่อคะ งั้นตอนนี้เรายังจะลงไปเล่นข้างล่างกันอีกไหม"
"รออีกหน่อยดีกว่า ตามความเข้าใจที่พ่อมีต่อแม่ของลูก เมื่อกี้อาจจะเป็นแค่กลยุทธ์หอกทิ่มแทงกลับระลอกแรก ไม่แน่ว่าต่อไปอาจจะมีอีก... มาแล้ว"
ยังพูดไม่ทันจบ
จางโหย่วก็สังเกตเห็นร่างของเจียงอีเหรินเดินกลับมาจากทางทิศตะวันออก ทันใดนั้น จางโหย่วก็รีบพูดรัวเร็วว่า "จางจื่อซาน รีบทำการบ้านเร็วเข้า กลยุทธ์หอกทิ่มแทงกลับระลอกแรกอาจจะเป็นแค่การข่มขู่ แต่ระลอกสองต้องมาพร้อมพลังทำลายล้างแน่นอน"
"งั้นพ่อรีบช่วยหนูยกโต๊ะหนังสือกลับมาเร็ว"
เสี่ยวจื่อซานเริ่มร้อนรน
จางโหย่วหันขวับไปยกโต๊ะหนังสือที่เจียงอีเหรินเพิ่งย้ายไปไว้มุมห้องเมื่อตอนเที่ยงกลับมาที่เดิมอย่างรวดเร็ว แทบไม่ต้องให้เขาเตือนซ้ำ เสี่ยวจื่อซานก็ลากเก้าอี้มานั่ง หยิบสมุดการบ้านปิดเทอมฤดูหนาวออกมาเล่มหนึ่ง คว้าดินสอแล้วก้มหน้าก้มตาเขียนยิกๆ ทันที
ส่วนจางโหย่วก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา กางบทภาพยนตร์เรื่อง 'ถ่าหยา' ออกมาอ่าน
ผ่านไปครู่หนึ่ง ข้างล่างไม่มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว เสี่ยวจื่อซานเงยหน้าขึ้นมาทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เห็นพ่อของเธอยกมือทำท่ากดลง เสี่ยวจื่อซานก็เข้าใจความหมายทันที
ห้องนั่งเล่นชั้นสองเงียบสงัดผิดปกติ แทบไม่ได้ยินแม้แต่เสียงพลิกหน้ากระดาษ
ตรงบันไดทางขึ้นก็ไม่มีเสียงใดๆ
จางโหย่วเดาว่าถ้าไม่ใช่เพราะราชินีเพลงเห็นว่าในสวนไม่มีคนแล้วเลยออกไปทำงาน ก็คงเป็นเพราะ... เธอจงใจย่องเบาแบบ 'ทหารญี่ปุ่นบุกหมู่บ้าน' ไม่ให้สุ้มให้เสียง เน้นการจู่โจมทางยุทธวิธี อาศัยจังหวะที่ศัตรูไม่ทันระวังตัวเข้าจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ
และแล้ว
ในขณะที่เขายังคงท่าทางอ่านบท และเสี่ยวจื่อซานยังคงท่าทางทำการบ้านอยู่นั้น
โดยที่ไม่มีเสียงฝีเท้าใดๆ ดังขึ้นเลย ร่างของราชินีเพลงก็ปรากฏขึ้นที่หัวบันไดในแบบที่ทั้งสมเหตุสมผลแต่ก็คาดไม่ถึง
เจียงอีเหรินที่สวมกางเกงยีนส์รุ่นเบสิก ทับด้วยเสื้อคลุมไหมพรมถักสีขาว พอกวาดตามองภาพเหตุการณ์บนชั้นสอง ก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจแล้วพูดว่า "ก็ดูเรียบร้อยดีนี่"
"ว้าย!"
เสี่ยวจื่อซานกรีดร้องออกมาเหมือนเพิ่งจะตกใจ
จางโหย่วปรายตามองลูกสาว
ยัยเด็กบ้าคนนี้... ไม่มีพื้นฐานการแสดงเลยสักนิด แต่เรื่องแย่งซีนนี่เก่งนักเชียว เสียงร้อง "ว้าย" นี่ไม่ได้หวีดขึ้นสูง แต่ไล่จากเสียงต่ำไปเสียงกลาง แถมยังไม่มีพลังเลยสักนิด
เป็นการแสดงที่ห่วยแตกสิ้นดี แถมหลังจากตะโกนออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้ว ยังเอามือทาบอกตัวเองแล้วพูดว่า "ตกใจหมดเลย"
จางโหย่วยกบทในมือขึ้นบังหน้าสูงอีกนิด
เขาไม่อาจทนดูได้อีกต่อไปแล้ว
ถ้าแสดงดีแล้วแย่งซีนก็ว่าไปอย่าง แต่แสดงแบบนี้ยังจะกล้าแย่งซีน... นี่มันหาเรื่องโดนด่าชัดๆ และก็เป็นไปตามที่จางโหย่วคาด เจียงอีเหรินจ้องหน้าลูกสาวตัวเองแล้วถามว่า "แม่ทำให้ลูกตกใจเหรอ"
"อื้อ"
เสี่ยวจื่อซานพยักหน้าอย่างจริงจัง
"เหรอจ๊ะ"
น้ำเสียงของเจียงอีเหรินเริ่มไม่เป็นมิตรขึ้นมาทันที "อย่าคิดนะว่าเมื่อกี้แม่ไม่เห็นว่าสองพ่อลูกมายืนจ้องแม่อยู่ที่หน้าต่าง แล้วก็... คุณจางคะ รบกวนช่วยดูหน่อยเถอะค่ะว่าก่อนจะอ่านบทน่ะ บทในมือคุณมันกลับหัวอยู่หรือเปล่า"
จางโหย่วไม่ได้โง่นะ
ถ้าตอนนี้เขารีบพลิกบทกลับด้านตามที่ราชินีเพลงบอก ก็เท่ากับว่าหลงกลเธอเข้าเต็มเปา แถมบทในมือ... จางโหย่วเพ่งมองดีๆ สีหน้าก็เริ่มแข็งทื่อ เฮ้ย มันกลับหัวอยู่จริงๆ ด้วย
จางโหย่วพลิกบทกลับมาด้วยความกระอักกระอ่วน แล้วยิ้มแก้เก้อว่า "ล้อเล่นน่ะ เป็นไง ขำกับมุกตลกของสองพ่อลูกเราไหม เอาล่ะ คุณไปทำงานของคุณเถอะ การบ้านของเสี่ยวจื่อซานผมจะคอยดูอยู่ที่บ้านเอง รับรองว่าตอนเย็นคุณกลับมาต้องเสร็จไปเยอะแล้วแน่"
"ฉันเชื่อใจคุณได้ใช่ไหม"
เจียงอีเหรินถาม
"จางจื่อซาน แม่เขาถามลูกน่ะ"
จางโหย่วตะโกนบอกลูก
"แม่ถามพ่อต่างหาก"
เสี่ยวจื่อซานสวนกลับ
"แม่เขาถามลูกว่าตอนเย็นแม่กลับมา การบ้านลูกจะเสร็จไปเยอะไหม ให้ลูกให้คำตอบแม่เขาไปเดี๋ยวนี้ แล้วก็ให้คำมั่นสัญญาด้วยว่าถ้าทำไม่เสร็จจะยอมให้แม่ตี แล้วแม่เขาก็จะได้ไปทำงานอย่างสบายใจ"
จางโหย่วพูด
"พ่อจะสัญญาก็สัญญาไปสิ หนูไม่สัญญาด้วยหรอก"
เสี่ยวจื่อซานทำแก้มป่องอย่างโมโห
"อ้าว ยัยเด็กคนนี้ยังไงกัน นี่มันการบ้านของพ่อเหรอ ถ้าเป็นของพ่อ พ่อรับประกันได้เลยว่าก่อนแม่กลับมาต้องเสร็จไปเยอะแน่ แต่นี่มันการบ้านลูก เพราะงั้นลูกก็รีบรับปากไปสิ..."
พอเห็นว่าความสัมพันธ์พ่อลูกคู่นี้กำลังจะแตกหักอีกรอบเพราะเรื่องการบ้านตอนบ่าย เจียงอีเหรินก็พูดเสียงเย็นว่า "จางจื่อซาน ลูกจะเอายังไง"
"ถามพ่อสิคะ..."
"ถามอะไรพ่อ จางจื่อซาน พ่อลูกเราต้องคุยกันให้รู้เรื่องแล้วนะ การบ้านตัวเองแท้ๆ ยังไม่อยากจะทำ ยังจะให้พ่อมารับหน้าแทนแม่อีก พ่อจะไปรับประกันอะไรได้... เจียงอีเหริน สถานการณ์ตอนนี้คุณก็เห็นแล้ว ผมคุมลูกสาวคุณไม่ได้แล้วล่ะ ไม่งั้นคุณก็ยกเลิกงานบ่ายนี้แล้วอยู่คุมลูกเองเถอะ หรือไม่ก็ปล่อยเธอไป... ยังไงผมก็จนปัญญาแล้ว"
จางโหย่วพูดอย่างมีอารมณ์
"พ่อคุมได้"
เสี่ยวจื่อซานพูดสวนขึ้นมา
"ไม่คุยด้วยแล้ว พ่อจะไปนอนกลางวัน"
จางโหย่วลุกจากโซฟา เดินดุ่มๆ ตรงไปที่ห้องตัวเอง พอเห็นพ่อจะหนี เสี่ยวจื่อซานก็วางดินสอในมือลง แล้วทิ้งท้ายไว้ว่า "พ่อนอน หนูก็นอนด้วย"
ไม่พูดพร่ำทำเพลง
เจียงอีเหรินม้วนสมุดการบ้านของเสี่ยวจื่อซาน แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปหาคู่พ่อลูก พอสัมผัสได้ว่าราชินีเพลงดูเหมือนจะโกรธจริง จางโหย่วที่กำลังจะถึงประตูห้องก็หมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว "ผมไปอ่านบทดีกว่า"
"งั้นหนูทำการบ้านต่อก็ได้"
ภายใต้สายตาเย็นชาของเจียงอีเหริน เสี่ยวจื่อซานก็กลับไปนั่งลงบนเก้าอี้อย่างว่านอนสอนง่าย
(จบแล้ว)