- หน้าแรก
- ภรรยาของผมคือราชินีวงการบันเทิง
- บทที่ 45 - คำหวานและเสียงที่เพิ่งเคยได้ยิน
บทที่ 45 - คำหวานและเสียงที่เพิ่งเคยได้ยิน
บทที่ 45 - คำหวานและเสียงที่เพิ่งเคยได้ยิน
จางโหย่วเอนหลังพิงหัวเตียง เขามองร่างเล็กๆ ที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่หน้าประตูห้อง อดหัวเราะไม่ได้
"อยากนอนกับพ่อก็นอนสิ อย่าพูดให้ตัวเองดูน่าสงสารขนาดนั้น ไม่แน่ว่าที่แม่ลูกไม่หย่ากับพ่อ ก็อาจจะเป็นเพราะลูกก็ได้ เพราะฉะนั้นเลิกเพิ่มบทให้ตัวเองได้แล้ว รู้ไหมว่าแม่ลูกยังไม่เคยได้เป็นนางเอกเลย แต่ลูกกลับมาชิงบทเด่นตรงนี้ มันไม่สมควรอย่างยิ่ง"
เขาพูดไปยิ้มไป จางโหย่วเปิดผ้าห่มบนเตียงออก ตบลงบนที่นอน "รีบขึ้นมา คืนนี้พ่อนอนเป็นเพื่อน"
"ใครชิงบท หนูเปล่าซะหน่อย" เจ้าตัวเล็กถลึงตาใส่พ่ออย่างหมั่นไส้ ถอดรองเท้าแตะแล้วมุดเข้าไปในอ้อมกอดของจางโหย่วทันที จางโหย่วสูดกลิ่นหอมจากตัวเจ้าตัวเล็กแล้วยิ้มชม "หอมจัง"
"ก็หอมอยู่แล้ว" เจ้าตัวเล็กดึงแขนข้างหนึ่งของจางโหย่วมาหนุน แล้วถามว่า "ปกติกลางคืนพ่อไม่ดูมือถือเหรอ"
"ปกติก็ดู แต่พอลูกมา พ่อจะมีอารมณ์ดูมือถือได้ยังไง ดูสาวน้อยน่ารักดีกว่าเยอะ"
เจ้าตัวเล็กโดนจางโหย่วหยอกจนหัวเราะคิกคัก ยื่นมือไปตบแก้มจางโหย่วเบาๆ "ปากหวานจริงๆ"
"ก็ต้องหวานสิ ไม่ดูซะก่อนว่าพ่อพูดอยู่กับใคร"
จางโหย่วมองดูเวลา เกือบจะสี่ทุ่มครึ่งแล้ว เขายกมือขึ้นปิดไฟ "รีบนอนได้แล้ว ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้เช้าก็ตื่นไม่ไหวอีก"
"หนูนอนแล้ว" เจ้าตัวเล็กซบอยู่ในอ้อมกอดของจางโหย่วหลับตาลง แต่ปากก็ยังพูดอยู่ "พ่อดูมือถือต่อก็ได้นะ"
"พ่อนอนด้วย" จางโหย่ววางหมอนลงนอนบนเตียง ดึงเจ้าตัวเล็กเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก แล้วก็เลือกที่จะนอน
"พ่อ ครูประจำชั้นเราน่ารำคาญมาก ถ้าครูไม่ส่งคะแนนเข้ากลุ่มผู้ปกครองนะ คืนนี้แม่ไม่รู้เรื่องแน่" เจ้าตัวเล็กที่หลับตาอยู่จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้นมาพูด
"เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การโกหกหนึ่งครั้ง ต้องใช้คำโกหกอีกนับไม่ถ้วน มาอุดรูรั่วของคำพูดนั้น อาวุธที่ดีที่สุดในชีวิตก็คือความจริงใจ เรื่องนี้เดิมทีมันก็มีลักษณะของการพนันอยู่แล้ว การโดนจับได้ก็เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ อีกอย่าง ต่อให้ครูประจำชั้นลูกไม่ส่ง ขอแค่แม่ลูกไม่ใช่คนโง่ คืนนี้เขาก็จับพิรุธจากท่าทางของลูกได้อยู่ดี" จางโหย่วตอบ
"หนูว่าแม่ไม่น่าจะจับได้หรอก" เจ้าตัวเล็กพูดอย่างมั่นใจ
"งั้นต่อไปก็ห้ามทำแบบนี้อีก" จางโหย่วพูด
"พ่อบอกว่าจะเขียนจดหมายรักให้แม่ไม่ใช่เหรอ ให้หรือยัง" ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กตอนกลางคืน จะมีเรี่ยวแรงมากกว่าตอนเช้า ดึกขนาดนี้แล้วก็ยังคึกคัก
"พ่อเขียนจดหมายรักไม่เป็นหรอก รู้จักแต่มุกเสี่ยวจีบสาว" จางโหย่วหัวเราะ
"งั้นลองพูดมาให้ฟังหน่อย" เจ้าตัวเล็กพูดอย่างอยากรู้
"เมื่อกี้พ่อกินสาลี่ ลูกทายสิว่าสาลี่อะไร" จางโหย่วถาม
"ก็สาลี่หอมทองไง" เจ้าตัวเล็กดูจะรู้จักผลไม้ดี อ้าปากก็พูดชื่อพันธุ์สาลี่ออกมา
"ไม่ใช่ แต่เป็นลูกอยู่ในใจพ่อ" จางโหย่วตอบ (Salty : 皇冠梨 (Huángguān lí) สาลี่หอมทองหรือสาลี่มงกุฎทอง ในบริบทนี้เป็นการเปรียบเปรยว่า ลูกคือ มงกุฎ หรือ เป็นที่หนึ่ง ในใจพ่อ)
"..." เจ้าตัวเล็กคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ส่ายหน้า "ไม่เข้าใจ"
"งั้นเปลี่ยนอัน ที่รัก วันนี้ไปฉีดยา ทายสิว่าฉีด[น้ำยา]อะไร" ไม่รอให้เจ้าตัวเล็กตอบ จางโหย่วก็หัวเราะเฉลย "คิดถึงเธอ[ทั้งคืน]" พอเห็นเจ้าตัวเล็กทำหน้างง จางโหย่วก็รู้เลยว่ามุกเสี่ยวก็คือมุกเสี่ยว ใช้กับเกมระดับสูงไม่ได้ เขาดึงผ้าห่มขึ้น "นอนได้แล้ว"
(Salty : ส่วนนี้เป็นการเล่นคำพ้องเสียงคำว่า 液 (yè) ที่แปลว่า "ของเหลว" หรือ "น้ำยา" กับ 夜 (yè) ที่แปลว่า "กลางคืน" )
"หนูอยากไปเข้าห้องน้ำ" เจ้าตัวเล็กพูดขึ้นมากะทันหัน
"ก็ไปสิ" จางโหย่วตอบ
"พ่อไปเป็นเพื่อนหน่อย หนูไม่กล้าไปคนเดียว"
พอได้ยินเจ้าตัวเล็กพูดแบบนั้น จางโหย่วก็ลุกไปเปิดไฟ พาเธอไปเข้าห้องน้ำ เขายืนรออยู่หน้าประตูห้องน้ำ เตือนว่า "อย่าลืมล้างมือด้วย"
รออยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นเจ้าตัวเล็กวิ่งออกมา สะบัดน้ำที่มือ จับมือเขาแล้วเดินกลับห้อง ปากเล็กๆ สีแดงระเรื่อ ยังส่งเสียง "อ๊า" เหมือนยังขวัญเสียไม่หาย
"ลูกนี่ขี้กลัวจังเลยนะ" จางโหย่วแซว
ไฟถนนในเมืองสว่างขึ้นนานแล้ว ค่ำคืนที่ใกล้จะห้าทุ่มครึ่ง ความอึกทึกของเมืองค่อยๆ จบลง เจียงอีเหรินที่นอนเวลานี้ตื่นขึ้นมาเพราะความหิว ปกติเธอจะกินแต่อาหารคลีนๆ เพื่อรักษาหุ่น คาร์โบไฮเดรตนี่ไม่แตะเลย มื้อเที่ยงเธอก็กินไปไม่น้อย แต่นี่มันก็นานมากแล้ว
ต่อให้เธออยากรักษาหุ่นแค่ไหน ก็ไม่สามารถทนไม่กินอะไรนานถึงสิบสองชั่วโมงได้
เธอในชุดนอนเดินออกจากห้อง ตอนนี้ห้องนั่งเล่นเงียบสงัด แม้แต่ห้องนอนรองก็ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ไม่ต้องคิดเจียงอีเหรินก็รู้ว่า สามีของเธอกับเจ้าตัวเล็กหลับไปแล้ว
เธอเปิดตู้เย็น หยิบข้าวโพดสองฝัก เดินเข้าครัวไปต้ม
ระหว่างที่ต้ม เธอก็ทำจานผลไม้แบบง่ายๆ ให้ตัวเอง เธอนั่งบนเก้าอี้ในห้องนั่งเล่น ใช้ส้อมจิ้มผลไม้จิ้มแอปเปิลชิ้นหนึ่ง เข้าปาก คงเพราะหิวมากจริงๆ เจียงอีเหรินเคี้ยวไม่กี่ทีก็กลืนลงไป
ในตอนนั้นเอง ประตูห้องนอนรองก็เปิดออก ร่างของสามีเธอปรากฏตัวในห้องนั่งเล่น
"ผมเดาแล้วว่าเป็นคุณ" จางโหย่วพูดพลางยิ้ม
เขาลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งข้างๆ เจียงอีเหริน เขามองเธอ ต่างจากตอนกลางวัน ใบหน้าสวยของเจียงอีเหรินในยามค่ำคืน ไม่มีเครื่องสำอางเลยแม้แต่น้อย เป็นหน้าสดอย่างแท้จริง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ก็ยังปิดบังความดูดีของผู้หญิงคนนี้ไม่มิด ผิวขาวเนียนนุ่ม โดยเฉพาะเสน่ห์เฉพาะตัว ตามวัยของเธอยังคงอยู่ครบ
ไม่ต้องพูดถึงรูปร่าง เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ส่วนเว้าส่วนโค้งอวบอิ่มจนน่าทึ่ง
เจียงอีเหรินที่กำลังจะจิ้มผลไม้ อีกชิ้นนิ้วขาวๆ ของเธอหยุดค้างกลางอากาศ นัยน์ตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย พอจางโหย่วลากเก้าอี้เข้ามาใกล้อีก นัยน์ตาของเธอก็เหลือบมองจางโหย่วทันที
จู่ๆ ห้องนั่งเล่นที่เคยทำให้เธอ รู้สึกสบายใจ กลับมีบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นตระหนกเพิ่มเข้ามา
เธอวางส้อมจิ้มผลไม้ลง
ตามสัญชาตญาณ เจียงอีเหรินขยับเก้าอี้ถอยห่างเล็กน้อย เพื่อรักษาระยะห่าง ระหว่างเธอกับสามีไว้
"เหอะๆ" จางโหย่วหัวเราะเบาๆ "ไม่ต้องกังวล ผมรับประกันแล้วว่าจะไม่ฝืนใจคุณ ผมก็จะรักษาสัญญา เพียงแต่ช่วงนี้นอนมากไปหน่อย เลยนอนไม่หลับ ได้ยินเสียงมาจากในครัว รู้ว่าคุณออกมาหาอะไรกิน ก็เลยอยากจะออกมาคุยกับคุณหน่อย ตารางงานคุณดูไม่เยอะเลยนะ ยังไงเหรอ งานในวงการไม่ราบรื่นเหรอ"
เจียงอีเหรินเห็นว่าสามีของเธอยังปกติดี ก็เลยก้มหน้าก้มตากินผลไม้ต่อ
ส่วนเรื่องงาน... เขาไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิง จะไปเข้าใจปัญหาของศิลปินได้ยังไง กับคนที่ไม่เข้าใจ เจียงอีเหรินรู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องคุย
แม้ว่าสามีของเธอจะเปลี่ยนแปลงไปจริงๆ แต่ก็ช่วยแบ่งเบาภาระอะไรไม่ได้ เป็นแค่ความห่วงใยไร้ความหมายที่พูดออกมา มันจะมีประโยชน์อะไร
หลักๆ คือเธอไม่อยากพูดคุยกับสามี เทียบกับเมื่อก่อน พฤติกรรมของสามีเธอในช่วงนี้ เจียงอีเหรินก็เห็นอยู่ และก็รู้สึกพอใจมากทีเดียว อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องงาน แล้วยังต้องแบ่งสมาธิมาห่วงเรื่องที่บ้าน
"เมื่อคืน ผมคุยกับพี่หลี่จงเซิ่งแล้ว"
เจียงอีเหรินชะงัก จากนั้นเธอก็จ้องสามีตาไม่กะพริบ เหมือนกำลังรอเขาพูดต่อ พอเห็นเจียงอีเหรินมีปฏิกิริยาแบบนี้ จางโหย่วก็อยากหัวเราะ
แน่นอน พี่จงเซิ่งมีเสน่ห์จริงๆ คนยังไม่มา แค่ชื่อก็ดึงดูดความสนใจคนได้แล้ว หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางโหย่วก็มองเจียงอีเหริน พูดอย่างจริงจัง "ผมบอกว่าเพลงนั้นผมแต่งเอง หลี่จงเซิ่งเป็นนามแฝงของผม คุณไม่เชื่อจริงๆ เหรอ ส่วนทำไมต้องใช้หลี่จงเซิ่งเป็นนามแฝง ผมรู้สึกว่าคนเราถ้าอยากเริ่มชีวิตใหม่ ก็ต้องมีชื่อใหม่ ชื่อของผมถึงจะเพราะ แต่ผมรู้สึกว่าชื่อจางโหย่ว มันจองจำชีวิตผมไว้ เพราะฉะนั้น..."
พูดถึงตรงนี้ จางโหย่วนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
พี่จงเซิ่งเหมือนจะเคยแต่งงานสามครั้ง พอคิดถึงตรงนี้ เจียงอีเหรินยังไม่ทันมีปฏิกิริยาอะไร เขาเองก็กลั้นไม่ไหว หลุดหัวเราะฮ่าๆ ออกมา
(จบแล้ว)