เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - งานอดิเรกใหม่ของพ่อบ้าน

บทที่ 41 - งานอดิเรกใหม่ของพ่อบ้าน

บทที่ 41 - งานอดิเรกใหม่ของพ่อบ้าน


ยิ่งหานฮุ่ยพูดแบบนี้ เจียงอีเหรินก็ยิ่งใจคอไม่ดี ส่วนใหญ่เพราะผู้จัดการของเธอพูดถูก ผู้ชายคนหนึ่งบอกว่าเลิกพนันก็เลิกได้ทันที ไม่ได้ห้ามเขาดื่มเหล้า เขาก็ไม่ดื่มเอง แล้วบุหรี่ล่ะ ยังเห็นคาบไว้ในปากเดินไปเดินมาในห้องนั่งเล่น แต่ไม่ยอมจุดไฟ

นานๆ ทีพอคาบไว้นานๆ คงจะรู้สึกขยะแขยงน้ำลายตัวเองที่ติดอยู่ก้นกรอง เขาก็จะทำท่าเหมือนจะอาเจียนออกมาสองที

นี่มันเท่ากับว่า งานอดิเรกสามอย่างที่ทำมานานหลายปี สามีของเธอกำลังเลิกมันทั้งหมดในคราวเดียว แม้ว่าตอนนี้จะยังเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่จากท่าทางของเขา ดูเหมือนเขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะเลิกให้ขาดจริงๆ

ถ้าเขาทำสำเร็จ ความสนใจขั้นต่อไปของเขาจะย้ายไปอยู่ที่ไหน

เจียงอีเหรินสังเกตเห็นแล้ว สายตาแบบนั้น น้ำเสียงที่ชอบหยอกล้อ มันเริ่มมีแววของผู้ชายหื่นกามโผล่ออกมาแล้ว คาดว่าอีกไม่นาน หน่ออ่อนที่เพิ่งโผล่ก็จะเติบโตแข็งแรง

และผู้ชายที่เลิกนิสัยแย่ๆ สามอย่างได้ในคราวเดียว พอเขาเติบโตขึ้น เจียงอีเหรินส่ายหน้า เธอไม่กล้าคิดต่อแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่เจียงอีเหรินมั่นใจ

ถ้าสามีของเธอแค่อยากจะกับเธอ เธอไม่ปฏิเสธ แต่ถ้าเขาเอาเงินหนึ่งแสนที่เธอให้ทุกเดือนไปเที่ยวเตร่ข้างนอก นี่คือสิ่งที่เธอยอมรับไม่ได้

จางโหย่วที่กำลังนอนซ่อมไม่รู้เลยว่า การกระทำที่เขาจงใจตีตัวออกห่างจากพวก รปภ. มันทำให้เจียงอีเหรินขยายความคิดไปไกล จนเกิดเป็นความกังวลที่ไม่เคยมีมาก่อน

นี่อาจเป็นพลังสั่นสะเทือนของผู้ชายที่เด็ดขาด

อาจเพราะมีความคิดแบบนี้แวบเข้ามาในหัว วันนี้เจียงอีเหรินที่เดิมทีไม่มีตารางงาน เลยไม่กล้าอยู่บ้านกับสามีตามลำพัง เธอมองดูเวลา ยังไม่ถึงเก้าโมงครึ่ง

เธอจัดของง่ายๆ เปลี่ยนรองเท้า สะพายกระเป๋าหยิบกุญแจรถแล้วออกจากบ้าน เธอตั้งใจจะไปเยี่ยมกองถ่ายของจางอี้

ถือโอกาสไปเรียนรู้การแสดงที่หน้างานด้วย ในเมื่อเธอบอกให้ผู้จัดการหานฮุ่ย ลองดูว่าพอจะมีบทอะไรให้เธอเล่นได้บ้าง ก็ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าสักหน่อย ไม่หวังว่าจะทำให้ผู้กำกับพอใจ แต่อย่างน้อยก็ขอให้โดนด่าน้อยลงหน่อย

สิบโมงตรง จางโหย่วตื่นนอนตรงเวลา ตอนนี้นาฬิกาชีวภาพของเขาแม่นยำมาก

เขากวาดตามองไปรอบๆ ไม่เห็นเงาของเจียงอีเหริน จางโหย่วคิดว่าเธอออกไปทำงานแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาปูเสื่อโยคะลงบนพื้น ออกกำลังกายครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็นอนดูทีวีบนโซฟาอีกครึ่งชั่วโมง

เมื่อเข็มวินาทีของเวลาสิบโมงห้าสิบเก้าก้าวเข้าสู่สิบเอ็ดโมง เขาก็ลุกพรวดจากโซฟาสวมรองเท้าแตะเดินเข้าครัวทำมื้อเที่ยง มื้อเที่ยงสำหรับคนเดียวมักจะทำยากหน่อย แต่แค่ชินกับมัน ก็ไม่มีอะไร

กินมื้อเที่ยงเสร็จ จางโหย่วกลับไปที่ห้องนอนรองอีกครั้ง นี่มันนอนเกินมาตรฐานไปหน่อย จนเขานอนไม่หลับจริงๆ เขาจำใจลุกขึ้นมาดูทีวีอีกครู่หนึ่ง ไอ้พวกละครทีวีเนี่ย ตราบใดที่คุณเคยเป็นนักแสดงและเล่นมาหลายเรื่อง มันก็ยากที่จะดูให้ 'อิน' ได้

ในที่สุด จางโหย่วก็แต่งตัวขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ไปร้านอุปกรณ์ตกปลา ซื้อชุดอุปกรณ์ตกปลามาชุดหนึ่ง แล้วก็มุ่งหน้าหาหมายตกปลาอย่างตื่นเต้น เขาขี่ลัดเลาะไปตามทางเล็กๆ ในเมือง ในที่สุดก็เจอแม่น้ำธรรมชาติที่ดูเข้าท่า

เขาอ่อยเหยื่อไปสามจุด จางโหย่วกางอุปกรณ์ชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมา นั่งบนเก้าอี้ไถคลิปสั้นดูประมาณครึ่งชั่วโมง พอถึงบ่ายโมง เขาก็เริ่มตกอย่างเป็นทางการ

สมัยก่อนตอนทำงาน เขาไม่มีงานอดิเรกอะไร แต่คนในวงการหลายคนกลับชอบการตกปลา เขาก็เลยตั้งใจจะใช้การตกปลาเพื่อฆ่าเวลาเหมือนกัน

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะวันนี้อากาศเย็นเกินไป ทำให้ปลาไม่ค่อยคึกคัก หรือเพราะเหตุผลอื่น แต่นั่งไปครึ่งชั่วโมง ทุ่นก็ยังนิ่งสนิท

เขาย้ายไปมาระหว่างหมายตกปลาทั้งสามจุดหลายครั้ง จางโหย่วไม่เพียงแต่ไม่ไดปลาสักตัว แม้แต่ไส้เดือนที่เกี่ยวอยู่บนเบ็ด นอกจากจะบวมน้ำจนตัวอ้วนขึ้นหน่อย ที่เหลือก็เหมือนเดิมเป๊ะ

เขาเสียเวลาอยู่ริมแม่น้ำไปสองชั่วโมงเต็มๆ ในที่สุดจางโหย่วก็ได้เจอคลิปหนึ่ง ที่เกี่ยวกับเทคนิคการตกปลา มันอธิบายสาเหตุหลักที่เขาตกมานานขนาดนี้ แต่เหยื่อยังไม่พร่องเลย

"ก่อนจะตกปลา ต้องรู้ก่อนว่าในแม่น้ำมีปลาหรือเปล่า"

แค่ประโยคนี้ประโยคเดียว ทำให้จางโหย่วตื่นรู้ในทันที เขารู้แล้วว่าที่ตกปลาไม่ได้สักตัว อาจไม่ใช่เพราะเทคนิคของเขา และเหยื่ออ่อยราคาร้อยกว่าบาทไม่ถูกปากปลา แต่น่าจะเป็นเพราะแม่น้ำที่ดูเหมือนจะมีปลานี้ ความจริงแล้วมันไม่มีปลาเลย

ยุ่งวุ่นวายมาตั้งนาน สุดท้ายก็ว่าว จางโหย่วก็ไม่ได้โกรธอะไร ยังไงซะมันก็แค่การฆ่าเวลา ไม่ใช่ว่าตั้งใจจะมาเอาปลาจริงๆ

เขาใช้เวลาหาคูน้ำธรรมชาติเล็กๆ อีกแห่ง ร่องน้ำไม่กว้างมาก อย่างมากก็สามเมตร ในน้ำมีวัชพืชขึ้นเต็มไปหมด จางโหย่วจอดสกู๊ตเตอร์ไว้ข้างสะพาน ครั้งนี้เขาไม่ได้กางอุปกรณ์อะไร แค่โปรยเหยื่อตกปลาไปนิดหน่อย เกี่ยวไส้เดือน สวมหมวกแก๊ป แล้วนั่งยองๆ บนตอม่อสะพานเริ่มตกปลา

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ขาของจางโหย่วเริ่มชาจนแทบหมดความรู้สึก เขามองดูเวลา พบว่านี่มันสี่โมงครึ่งแล้วโดยไม่รู้ตัว เขารีบยกคันเบ็ดขึ้น ปลาซิวตัวเท่านิ้วที่ถูกเบ็ดเกี่ยวเข้าที่ท้อง กำลังดิ้นรนสุดชีวิต จางโหย่วจ้องมองปลาซิวตัวนั้นอย่างเหม่อลอย

เขาซื้ออุปกรณ์ตกปลาไปสามพัน เหยื่ออ่อยใช้ไปห้าถุง รวมแล้วร้อยสามสิบกว่า ทุ่มเทเงินทองไปมากมายขนาดนี้ กลับได้ไอ้ตัวจิ๋วนี้มา จางโหย่วที่เพิ่งได้สติรู้สึกหัวร้อนขึ้นมาหน่อยๆ เขาโยนปลาซิวกลับลงคูน้ำ เขาตัดสินใจว่าครั้งหน้าถ้าจะออกมาตกปลาอีก เขาจะยอมเสียเงินไปบ่อตกปลาดีกว่า ไอ้แม่น้ำธรรมชาติแบบนี้ ปัจจัยที่ไม่แน่นอนมันเยอะเกินไป

แม้จะคิดว่ามาฆ่าเวลา แต่มันก็ไม่ควรจะฆ่าเวลากันขนาดนี้

เขารีบไปถึงจุดรับเด็กที่โรงเรียนกำหนดไว้ ตรงต้นไม้ต้นที่สามของห้อง ป.1/3 รออยู่ไม่กี่นาที เจ้าตัวเล็กก็เดินตามครูออกมาอยู่ในสายตาของจางโหย่ว เย็นนี้ไม่เห็นผู้หญิงที่ชื่อเจียงซือหวานเหมือนตอนเช้า

เธอคงให้คนอื่นหรือป้าที่บ้านมารับแทนแล้ว

คนพอมีเงิน ทางเลือกก็เยอะ ไม่เหมือนคนธรรมดา ที่พอโดนชีวิตกดทับ ก็จะสูญเสียสิทธิ์ในการเลือกทุกอย่าง เหลือแค่สิทธิ์ในการเอาชีวิตรอดเท่านั้น

"เป็นอะไรไป" จางโหย่วรับกระเป๋านักเรียนจากมือลูกสาว เขาสังเกตเห็นว่าเจ้าตัวเล็ก เหมือนมะเขือเปาโดนน้ำค้างแข็ง ทั้งตัวดูห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรง เขาอดถามไม่ได้

"จะเป็นอะไรได้ล่ะ" เจ้าตัวเล็กพูดอย่างอารมณ์เสีย "สอบไม่ดี"

"สอบไม่ดีก็สอบไม่ดีสิ ยังไงซะก็ไม่ใช่ว่าลูกสอบไม่ดีแค่คนเดียว"

วิธีปลอบใจแบบหาทางลงแปลกๆ ของจางโหย่ว ทำเอาเจ้าตัวเล็กถึงกับกลอกตามองบน "โดนพ่อเดาถูกเผงเลย หนูสอบไม่ดีอยู่คนเดียว"

"..." จางโหย่วถึงกับพูดไม่ออก

"พ่อ ตอนนี้ทำยังไงดี" เจ้าตัวเล็กถอนหายใจเฮือก "ถ้าแม่รู้ แม่ต้องเสียใจมากแน่ๆ"

พอเห็นชุดอุปกรณ์ตกปลาวางอยู่บนที่พักเท้าสกู๊ตเตอร์ เจ้าตัวเล็กก็ถามอย่างสงสัย "พ่อไปตกปลามาเหรอ" พอได้ยินพ่อตอบว่า "อืม" เจ้าตัวเล็กก็รีบถามต่อ "แล้วปลาล่ะ"

"ก็เหมือนลูกนั่นแหละ ตกไม่ดี" จางโหย่วตอบกลับ

"คิกคิก" พอได้ยินจางโหย่วพูดแบบนั้น อารมณ์ของเจ้าตัวเล็กก็ดีขึ้นมาหน่อย เธออดหัวเราะไม่ได้ แต่แค่แวบเดียว อารมณ์ของเธอก็กลับไปตกต่ำอีก ตอนที่เธอนั่งซ้อนท้ายสกู๊ตเตอร์ ใบหน้าเล็กๆ นั่นก็กลับมาเศร้าหมองอีก "พ่อ ตกลงจะเอายังไงดี พ่อรีบช่วยหนูคิดหน่อยสิ หนูไม่อยากให้แม่เสียใจ"

"เอางี้ไหม" จางโหย่วลองหยั่งเชิง "พอกลับถึงบ้าน พ่อไม่พูดพร่ำทำเพลง ตรงเข้าไปซัดแม่ลูกสักที ให้แม่ยุ่งจนไม่มีเวลมาสนใจว่าลูกสอบได้เท่าไหร่"

(Salty : เวลาพ่อลูกอยู่ด้วยกัน พ่อก็สอนแต่เรื่องดีๆ สอนให้เกาะแม่กิน สอนให้ทุบตีแม่เพื่อดึงความสนใจ :D)

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 41 - งานอดิเรกใหม่ของพ่อบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว