เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 95 รอฝนอีกครั้ง?

80Y-ตอนที่ 95 รอฝนอีกครั้ง?

80Y-ตอนที่ 95 รอฝนอีกครั้ง?


หลังจากได้รับกุญแจจากองค์หญิงหยูหลินแล้ว จักรพรรดิเต๋อ ก็ไม่ได้รีบไปยังตำหนักเย็นในทันที เขาไม่ได้บอกใครในเรื่องนี้และกลับไปที่พระราชวังต้องห้ามเพื่อจัดการงานราชกิจ

ในช่วงครึ่งหลังของคืนนั้น จักรพรรดิเต๋อได้ออกจากพระราชวังต้องห้ามอย่างเงียบ ๆ และ มุ่งหน้าไปยังตำหนักเย็น

ตอนดึกเขาได้เปิดประตูของตำหนักเย็น

เมื่อประตูเปิดออกมา จักรพรรดิเต๋อ ก็ยังไม่ได้เข้าไป

เขาได้โค้งคำนับอยู่ที่ทางเข้าและได้ตะโกนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“หลานของคาระวะเสด็จปู่ใหญ่”

หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าแมวขาวที่กำลังฝึกฝนได้ลืมตาขึ้น

“หลานของเจ้ามาที่นี่”เจ้าแมวขาวมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกงุนงง“เขารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่?”

จักรพรรดินีพระมารดาบอกเขาหรือไม่?

ไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น…

หากจักรพรรดินีพระมารดา บอกจักรพรรดิเต๋อเกี่ยวกับเรื่องของเขา นางคงทำเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อนแล้ว และ คงไม่ยินยอมให้มีเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ขององค์หญิงหยูหลินเกิดขึ้น

ทำไมต้องรอจนถึงตอนนี้?

หลินจิ่วเฟิง ต้องการจะเมินเฉยต่อคำพูดของเขา แต่จักรพรรดิเต๋อได้เรียกเขาว่า ‘เสด็จปู่ใหญ่’ ด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจมาก แสดงว่าอีกฝ่ายรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่?”หลินจิ่วเฟิงกล่าวถามด้วยความสงสัย

ด้านนอกตำหนักเย็น การแสดงออกของจักรพรรดิเต๋อได้สั่นสะท้าน

เขาได้ดึงตัวเองเข้าหากันและตอบกลับ“นั่นเป็นเพราะว่าข้าได้ตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อหลาย 10 ปีก่อน กระทั่งข้อมูลในที่เก็บพระธาตุของเสด็จพ่อและเสด็จปู่ที่ทิ้งเอาไว้”

“ฉลาดไม่เบา”เจ้าแมวขาวได้ชื่นชม

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้คาดหวังเลยว่าจักรพรรดิเต๋อจะค้นพบตัวเองผ่านการคาดเดาต่าง ๆ

สิ่งนี้ทำให้ หลินจิ่วเฟิง เองก็ชื่นชมอีกฝ่าย

“ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาไม่ใช่ว่าสงบสุขดีหรอกเหรอ เหตุใดเจ้าถึงมองหาข้า?”

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายฉลาดมาก หลินจิ่วเฟิง ต้องการถามจุดประสงค์ที่มาที่นี่

เกิดอะไรขึ้นเหตุใดจักรพรรดิเต๋อถึงมาที่นี่เพื่อตามหาเขา?

แทนที่จะเป็นจักรพรรดินีพระมารดา

ท้ายที่สุดจักรพรรดินีพระมารดาก็เป็นเพียงคนเดียวที่รู้ถึงการดำรงอยู่ของเขา

แต่นางไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือ

จักรพรรดิเต๋อได้บอกเล่าเหตุการณ์ล่าสุดของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาและเรื่องราวเกี่ยวกับ 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าอสูรและปีศาจ

คนหนึ่งได้ยืนอยู่หน้าตำหนักเย็นส่วนอีกคนได้ยืนอยู่หน้าลานที่พัก

เสียงของพวกเขาไม่ดังแต่ทั้งสองฝ่ายกลับได้ยินซึ่งกันและกัน

หลังจากจักรพรรดิเต๋อพูดถึง 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เสร็จแล้ว เขาก็คุกเข่าทั้งสองข้างด้วยท่าทีอ้อนวอน

“เสด็จปู่ใหญ่,เสด็จปู่จักรพรรดิและเสด็จพ่อ ได้ส่งผ่านราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาจนมาถึงมือของข้า แม้จะไม่ต้องพูดถึงเรื่องการบุกเบิกดินแดนใหม่ อย่างน้อยหน้าที่ของข้าก็คือปกป้องรากฐานของบรรพบุรุษไม่ให้สูญเสียไปแม้แต่ดินแดนเดียว”

“แต่ 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แข็งแกร่งเกินไป…”

“พลังของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ไม่ใช่คู่มือของพวกเขา หากข้าต้องสละดินแดนของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ข้าก็จะกลายเป็นคนบาปทันที แม้ต้องตายหมื่นครั้งก็ไม่อาจชดใช้ความผิดได้”

“ข้าไม่อาจกลายเป็นคนบาปเช่นนั้นได้ หลานผู้อกตัญญูคนนี้ ได้มาเยือนหน้าบ้านท่านอย่างไม่เต็มใจทั้งนี้ยังรบกวนเวลาฝึกฝนของเสด็จปู่ใหญ่อีก แต่ข้าหวังว่าเสด็จปู่ใหญ่จะช่วยเหลือราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ปกป้องดินแดนที่บรรพบุรุษของเราสืบทอดกันมา…”

“ด้วยวิธีนี้ เสด็จปู่ และ เสด็จพ่อ ในปรโลกจะต้องรู้สึกดีใจเป็นแน่”

จักรพรรดิเต๋อ ได้กล่าวขอร้องด้วยความจริงใจ

เมื่อ 5 ปีก่อน เขายังเป็นเพียงเด็กน้อยที่ไม่รู้จักความรับผิดชอบ และ มุ่งเน้นไปที่เส้นทางการบ่มเพาะพลังของเขาเท่านั้น

แต่ตอนนี้ อีกฝ่ายมีหน้าที่ที่ต้องแบกรับในฐานะจักรพรรดิ

หลินจิ่วเฟิง ที่ยืนอยู่ในลานที่พักเขามองไปที่กำแพงที่ปกคลุมไปด้วยรอยกระบี่

สายตาของเขาจางลงเมื่อเขามองผ่านรอยบนกำแพงเหล่านั้น

จากนั้นเขาก็มองเห็นจักรพรรดิเต๋อที่คุกเข่า

เขารู้สึกประทับใจ

หลินจิ่วเฟิง จำได้ชัดว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ราชาแห่งกองกำลังเหยี่ยวมังกร ต้องการยื่นเงื่อนไขอย่างการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เพื่อรักษาสันติภาพกับราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

เจ้าหน้าที่ในราชสำนักต่างมีข้อพิพาทร้ายแรงในเรื่องนี้

และในฐานะพี่ชายและจักรพรรดิ จักรพรรดิเต๋อไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้

อีกฝ่ายไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงและพยายามซ่อนตัวอยู่ในพระราชวังเพื่อฝึกฝนอย่างขันแข็ง

ถ้าไม่ใช่เพราะการมีอยู่ของ หลินจิ่วเฟิง องค์หญิงหยูหลิน คงไม่สามารถหนีหายนะครั้งนั้นได้

จักรพรรดิเต๋อเมื่อ 5 ปีที่แล้วเป็นเพียงเด็กน้อยจริง ๆ

แต่ 5 ปีต่อมาเขาได้กลายเป็นบุรุษที่มีความรับผิดชอบในฐานะจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

เขารู้ว่าด้วยความแข็งแกร่งของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ไม่มีทางต้านทานการโจมตีของ 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ได้ ดังนั้นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือการชดเชยพวกเขาด้วยดินแดนจำนวนมากเพื่อระงับความโกรธของพวกเขา

แต่จักรพรรดิเต๋อ รู้ว่าหากตนเองทำเช่นนั้นเขาจะกลายเป็นคนบาปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงศ์ตระกูลของเขาเอง ดังนั้นด้วยความอับจนหนทางอีกฝ่ายจึงมองหา หลินจิ่วเฟิง

เขาไม่สนใจชื่อเสียงของตัวเองและคุกเข่าลงร้องขอความช่วยเหลืออย่างจริงใจ

แต่ทำไมสิ่งที่เรียกว่า 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ จึงฟังดูคุ้นเคย?

หลินจิ่วเฟิง มั่นใจว่าเขาเคยได้ยินเรื่องนี้มาจากใครบางคน

“7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่…”เจ้าแมวขาวได้ชี้ลงไปที่ใต้ดินด้วยเล็บของมัน

หลินจิ่วเฟิง จำได้ทันทีว่ามันคือ เทพปีศาจ ที่พ่ายแพ้แก่เขาในวันนั้น

เทพปีศาจผู้นั้นกล่าวว่าตนเองคือ 1 ใน 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ราชาปีศาจผิงเทียน

หลินจิ่วเฟิง กล่าวถามด้วยความสงสัย“7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่พวกนี้คือใคร?”

เมื่อได้ยินคำถามของ หลินจิ่วเฟิง จักรพรรดิเต๋อรู้สึกตื่นเต้น

ตราบใดที่ หลินจิ่วเฟิง ยินดีรับฟัง เขาก็ยังมีความหวังที่จะได้รับความช่วยเหลือ

“พวกเขาคือ มหาปราชญ์แห่งพื้นสมุทร-ราชาปีศาจเจียว ,มหาปราชญ์แห่งความโกลาหล-ราชาปีศาจต้าเผิง,มหาปราชญ์แห่งขุนเขา-ราชาปีศาจกุ้ย,มหาปราชญ์แห่งผืนนภา-ราชาปีศาจหยวน,มหาปราชญ์แห่งชุดขาว ไป่จื่อหลง , มหาปราชญ์แห่งห้วงฝัน หยุนซานไห่,มหาปราชญ์จุติสวรรค์-ราชาปีศาจผิงเทียน”

จักรพรรดิเต๋อได้ระบุชื่อของเขา

เมื่อเขาได้ยินเกี่ยวกับ 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ การแสดงออกบนใบหน้าของเขาก็เป็น ‘ตามที่คาดเอาไว้’

มหาปราชญ์จุติสวรรค์-ราชาปีศาจผิงเทียน 1 ใน 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าอสูรและปีศาจ ได้ถูกปราบปรามในถ้ำปีศาจแห่งนี้

เขาได้พ่ายแพ้แก่ หลินจิ่วเฟิง ทำให้ตัวเขาได้รับการลงชื่อเข้าใช้อีกครั้ง

และได้รับ ทักษะเคลื่อนกระบี่!

และในคืนวันเดียวกัน จักรพรรดิเต๋อก็มาขอความช่วยเหลือ โดยแจ้ง หลินจิ่วเฟิง เกี่ยวกับ สมาชิกคนอื่น ๆ ของ 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่กำลังมาที่เมืองหลวงราชวงศ์เพื่อขอดินแดน

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่ จักรพรรดิเต๋อและตอบกลับ“กลับไปตรวจสอบว่า 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่นี้ จะมากันกี่คน และ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน และที่สำคัญ อย่าได้แพร่งพรายเรื่องของข้าออกไป”

จักรพรรดิเต๋อ รู้สึกยินดีในทันที

เขารู้สึกสบายใจขึ้นอย่างมาก

เขารู้สึกราวกับว่าภาระอันยิ่งใหญ่ของเขาได้ถูกยกออกจากอก

จักรพรรดิเต๋อรีบโค้งตัวลงสองสามครั้งและตอบกลับด้วยสีหน้าตื่นเต้น“ข้าจะรีบกลับไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดและจะกลับมารายงานที่นี่”

“อืม”หลินจิ่วเฟิงได้พยักหน้าตอบรับ

จักรพรรดิเต๋อ ได้ลุกขึ้นก่อนที่จะปิดประตูตำหนักเย็นอย่างระวังและกลับไปสืบสวน

ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่ได้เห็นรูปร่างของ หลินจิ่วเฟิง ด้วยตัวเอง

แต่หลังจากได้ยินเสียงของ หลินจิ่วเฟิง เขาก็รู้สึกวางใจอย่างมาก

นี่อาจะเป็นเพราะพวกเขามีสายเลือดเดียวกันก็เป็นได้

ด้วยเหตุผลบางอย่าง คำพูดของ หลินจิ่วเฟิง เพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอที่จะระงับความตื่นตระหนกในใจทั้งหมดของเขา

หลังจากจักรพรรดิเต๋อจากไป หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าแมวขาวก็ได้มองหน้ากัน

“เจ้าคิดจะสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องนี้งั้นหรือไม่?”เจ้าแมวขาวได้กล่าวถาม

“ถูกต้อง ถ้าราชสำนักเริ่มที่จะสละดินแดนให้พวกเขา ความตายก็คงคืบใกล้เข้ามาแล้ว”หลินจิ่วเฟิง ได้พยักหน้า

เมื่อมีครั้งแรก ก็ย่อมมีครั้งที่สอง และ สาม จนกระทั่งนับไม่ถ้วน

หลินจิ่วเฟิง ไม่ต้องการให้ ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ผู้ซึ่ง จักรพรรดิหยวน และ จักรพรรดิหมิง ที่ได้ปฏิรูปอย่างยากลำบาก ต้องมาพังทลายหลังจากผ่านไปเพียงสามชั่วอายุคน

“คิดจะจัดการเรื่องนี้ยังไง?”เจ้าแมวขาวได้นอนบนไหล่ของ หลินจิ่วเฟิง และกล่าวถาม

หลินจิ่วเฟิง ได้ครุ่นคิดอยู่ครู่นึง

จากนั้นเขาก็ตอบกลับ“บางที...ข้าอาจจะไม่ต้องเข้าไปหยุด 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยตนเอง”

“ถ้าเจ้าไม่ปรากฏตัวแล้วใครจะหยุด 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่?”เจ้าแมวขาวกล่าวถามด้วยความสับสน

7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าอสูรและปีศาจไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรพลังขั้นเทพมนุษย์

หลินจิ่วเฟิง ได้ยิ้มและตอบกลับ“อันที่จริง ก็ไม่มีใครในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาที่ต่อกรกับพวกเขาได้ แต่ก็มีใครบางคนที่สามารถทำได้”

“ใครกัน?”เจ้าแมวขาวกล่าวถามด้วยความสงสัย

สายตาของมันมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง อย่างคาดหวัง

เงาสะท้อนในดวงตาของมันไม่เพียงแต่เป็นลักษณะของดวงดาวเท่านั้น ยังมี ภาพของ หลินจิ่วเฟิง ด้วยเช่นเดียวกัน

“ไม่ใช่ว่าเช้านี้เจ้าเห็นเขาไปแล้วหรอกเหรอ”หลินจิ่วเฟิงได้ตอบกลับ

“มหาปราชญ์จุติสวรรค์-ราชาปีศาจผิงเทียน?”เจ้าแมวขาวจำได้

ราชาปีศาจผิงเทียน เป็น 1 ใน 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่

“ข้ากำลังคิดว่าจะปล่อยเขาออกมาให้เขาไปแก้ไขปัญหานี้ให้กับข้า”หลินจิ่วเฟิง ได้บอกเจ้าแมวขาวถึงแผนการของเขา

“เจ้ากำลังสร้างปัญหาให้ตัวเอง ปีศาจเหล่านั้นไม่ควรจะล้อเล่นด้วย เมื่อพวกเขาได้ดูดซับพลังงานทางโลก ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะฟื้นคืนกลับมาอย่างก้าวกระโดด”เจ้าแมวขาวรู้สึกกังวล

“ไม่เป็นไร ตราบใดที่ข้าอยู่ใกล้ ๆ เมืองหลวงราชวงศ์ ไม่มีทางที่ ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาจะเกิดความโกลาหล!”หลินจิ่วเฟิง ค่อนข้างมั่นใจ

“แล้วเหตุใด เจ้าถึงไม่หยุด 7 มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยตนเอง?”เจ้าแมวขาวค่อนข้างสงสัยในเรื่องนี้

“ตอนนี้ข้าไม่สะดวกที่จะออกหน้าเอง เพราะข้ากำลังรอฝนฤดูใบไม้ผลิแรกอยู่!”

“รอฝนอีกแล้ว?”เจ้าแมวขาวมองไปที่อีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ

หลินจิ่วเฟิง เพียงแค่ยิ้ม สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไร

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 95 รอฝนอีกครั้ง?

คัดลอกลิงก์แล้ว