เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 79 พบโดยบังเอิญ

80Y-ตอนที่ 79 พบโดยบังเอิญ

80Y-ตอนที่ 79 พบโดยบังเอิญ


มีเพียงคนเดียวที่มาที่ตำหนักเย็นในทุกเดือน

นอกเหนือจากเวลาส่งอาหารแล้วตำหนักเย็นก็มักจะถูกปิดล้อมไปด้วยความเงียบสงัด

ความเงียบนี้คล้ายกับต้นมะเดื่อที่โดดเดี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง

หลินจิ่วเฟิง ยังสงสัยว่าบางครั้งเขาควรปลูกดอกไม้เพื่อทำให้ผ่อนคลายอารมณ์ดีหรือไม่

เนื่องจากไม่มีใครอื่นเข้ามาในตำหนักเย็น หลินจิ่วเฟิง จึงคุ้นเคยกับการอยู่คนเดียวกับเจ้าแมวขาวดังนั้นเขาจะมักไม่สนใจทางเข้าของตำหนักเย็น

หลินจิ่วเฟิง รู้ว่าวันไหน ต้าชุนจะมาส่งอาหารทุกเดือน

และต้าชุนจะมาช่วงเวลาที่แน่นอนสม่ำเสมอ อีกฝ่ายจะไม่มารบกวนเขาหากไม่ถึงเวลา

ผลก็คือ หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าแมวขาวไม่ได้สังเกตุเห็นนางฟ้าตัวน้อยกำลังเดินเข้ามาหน้าทางเข้าของตำหนักเย็นในวันนี้

องค์หญิงหยูหลินได้ถือลูกกุญแจเก่าในมือ

นางได้มองไปรอบ ๆ และพึมพัมออกมา“นี่คือส่วนหนึ่งของพระราชวังร้างที่อ๋องเจิ้นเป่ยทิ้งไว้ท้ายที่สุดมันก็ถูกดัดแปลงเป็นตำหนักเย็นของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา”

“ตัวตำหนักทรุดโทรมลงอย่างแท้จริง การปล่อยให้สิ่งของเหล่านี้เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาช่างเปล่าประโยชน์โดยแท้”องค์หญิงหยูหลินอดไม่ได้ที่จะสั่นศีรษะ

นางค่อย ๆ เดินไปที่ประตูของตำหนักเย็นและมองดูสิงโตหินที่ถูกทำลายไปตามกาลเวลา นางได้เอื้อมมือไปเช็ดออกเผยให้เห็นชั้นฝุ่น

“ที่นี่ไม่มีร่องรอยของใครเลย เหตุใดเสด็จปู่จักรพรรดิถึงเก็บกุญแจเอาไว้?”องค์หญิงหยูหลินมองไปที่สิงโตหินด้วยความอยากรู้

ประตูทางเข้าตำหนักเย็นปกคลุมไปด้วยฝุ่น

ภายในมีลูกกุญแจที่ออกแบบมาโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ

มีเพียงลูกกุญแจของมันเท่านั้นที่เปิดได้

องค์หญิงหยูหลิน ได้เคาะประตูก็ไม่มีเสียงตอบรับ

“กุญแจนี้น่าจะใช้เปิดได้ข้าจะเข้าไปดูข้างใน”

องค์หญิงหยูหลินได้สอดลูกกุญแจเข้าไป

แกร๊ก!

ประตูของตำหนักเย็นที่ไม่ได้เปิดออกเป็นเวลานานได้กลับมาชีวิตชีวาอีกครั้ง

มันได้ส่งเสียง ‘เอี๊ยด’ ออกมาขณะที่มันถูกผลักออก

องค์หญิงหยูหลิน ขมวดคิ้วแน่นนางพยายามเพิ่มพละกำลังมากขึ้นในการผลักของนาง

บูม!

ท้ายที่สุดประตูตำหนักเย็นก็ถูกผลักออกโดยตรง

สิ่งที่ต้อนรับนางไม่ใช่สิ่งสกปรก

แต่กลับเป็นทางเดินที่ราบเรียบและลานที่พักที่ปราศจากวัชพืช

ซึ่งมันแตกต่างจากสิ่งที่องค์หญิงหยูหลินคิดไว้มาก

นางมองดูฉากนี้ด้วยความสงสัยและยืนนิ่ง

ในตำหนักเย็น หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าแมวขาวได้ตื่นขึ้นจากการทำสมาธิ พวกเขาได้มองหน้ากันอย่างแปลกใจ

มีคนเข้ามายังตำหนักเย็น!

สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว

หลินจิ่วเฟิง จำได้ว่าตั้งแต่เขาถูกเนรเทศมายังตำหนักเย็น มีเพียงคนจากนิกายซากศพเท่านั้นที่พยายามแอบเข้ามาภายใน

แต่หลังจากที่สองคนสุดท้ายถูกฆ่าตาย พวกเขาก็ไม่กล้าส่งใครมาอีก

นอกเหนือจากพวกเขาก็มีเพียง จักรพรรดิหยวน,จักรพรรดิหมิง และ คน 3 กลุ่มที่ประกอบไปด้วย นักบวชหนุ่ม,นักพรตเต๋าทั้งสอง และ บุรุษร่างใหญ่

นอกจากบุคคลเหล่านี้แล้ว ก็ไม่มีใครเข้ามายังตำหนักเย็นโดยสมัครใจ

หลังจากการสวรรคตของจักรพรรดิหมิง ประตูตำหนักเย็นก็ไม่เคยเปิดออกมานานกว่า 5 ปี มันได้ถูกปิดอย่างแน่นหนาเสมอ

แต่วันนี้…

มีคนเปิดประตูทางเข้าของตำหนักเย็นโดยไม่คาดคิด-และมันเป็นเพียงเด็กสาวแปลกหน้า

หลินจิ่วเฟิง ได้ตรวจสอบด้วยจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของนางจนเห็นรูปร่างหน้าตาของนาง

นางเป็นเด็กสาวที่สวยมาก

นางอายุประมาณ 10 ปลาย ๆ ดังนั้นร่างกายของนางจึงไม่ได้เปล่งประกายอะไรนอกจากร่างของเด็กสาวในช่วงวัยเยาว์ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างแท้จริง ในเวลานี้ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลังจากสังเกตุตำหนักเย็น

“นางเป็นคนรู้จักเจ้า?”เจ้าแมวขาวมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง อย่างสงสัย

หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะและตอบกลับ“ข้าไม่รู้จักนาง”

“แล้วนางมาที่นี่ทำไม?”เจ้าแมวขาวได้กระโดดขึ้นไปบนกำแพงและมองดูมันมองเห็นองค์หญิงหยูหลินที่กำลังเดินเข้ามาใกล้

แม้แต่เจ้าแมวขาวก็อดชื่นชมความงามของนางไม่ได้

เจ้าแมวขาวพบว่านี่มันแปลก

เด็กสาวคนนี้แต่งกายด้วยชุดดูดีมีราคา ท่าทางของนางก็ยังเห็นได้ชัดว่านางมาจากตระกูลที่ไม่ธรรมดา

แล้วเหตุใดนางถึงมาที่ตำหนักเย็นสถานที่ที่ทุกคนคอยหลีกเลี่ยง?

เจ้าแมวขาวได้ยกกรงเล็บขึ้น

มันพยายามพุ่งออกไปโจมตีนาง

มันต้องการปกป้องอาณาเขตของตนเอง

มันจะไม่ยอมให้คนเพศเดียวกันเข้ามาโดยไม่ตั้งใจ

ตราบใดที่มีสตรีกล้ารุกล้ำเข้ามาในตำหนักเย็นแห่งนี้มันจะไล่มันออกไป

องค์หญิงหยูหลินมองไปที่ตำหนักเย็นที่ดูสะอาดและพึมพัมออกมา“ที่นี่ดูไม่เหมือนกับตำหนักเย็นที่ผู้คนอธิบายว่าเป็นสถานที่ที่ทำให้หลายคนกลายเป็นบ้าได้เลย เนื่องจากเสด็จปู่จักรพรรดิทรงทิ้งกุญแจเอาไว้ แสดงว่าเขาจะต้องเคยมาที่นี่มาก่อน…”

“มันคงไม่มีปัญหาอะไร หากข้าจะเข้าไปดูข้างใน”

องค์หญิงหยูหลินได้ก้าวเข้าไปในตำหนักเย็น

เมี้ยว!

เจ้าแมวขาวได้ร้องออกมาและกำลังจะโจมตี

มันต้องการปกป้องอาณาเขตของมันและไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไป

บูม!

แต่ในเวลาต่อมา พื้นที่ก็หยุดนิ่ง

ร่างของเจ้าแมวขาวได้แข็งค้างอยู่บนกำแพงและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

“เหตุใดเจ้าถึงหยุดข้า?”เจ้าแมวขาวกล่าวถามหลินจิ่วเฟิงด้วยท่าทีโกรธจัด

มันต้องการจะปกป้องดินแดนของมัน

สัตว์ทุกตัวล้วนมีอาณาเขต มันเป็นเรื่องปกติที่มันจะทำเช่นนี้

หลินจิ่วเฟิง ได้เอื้อมมือออกไปและอุ้มมันลงมา

เขาลูบไปที่อีกฝ่ายและตอบกลับ“อย่าทำร้ายนาง นางไม่ใช่คนนอก”

“ไม่ใช่คนนอก?”เจ้าแมวขาวรู้สึกสับสน

“ไหนเจ้าบอกไม่รู้จักนางไง?”เจ้าแมวขาวได้กล่าวถาม

ดวงตาคู่นี้ของมันได้กระพริบอย่างคาดหวัง

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกอายเล็กน้อยและตอบกลับ“นางเป็นหนึ่งในสองคนที่เราคุยกันเมื่อวานนี้”

หนึ่งในสองคนที่คุยกันเมื่อวาน?

เด็กทั้งสองคนที่เป็นหลานของ หลินจิ่วเฟิง เพราะพวกเขาเป็นลูกชายและลูกสาวของหลินเทียนหยวน

คนที่มาที่นี่ในวันนี้สมควรเรียก หลินจิ่วเฟิง ว่า ’ปู่ทวด’

เจ้าแมวขาวไม่ได้โกรธอีกต่อไป มันมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง อย่างสงสัย“เมื่อวานมีใครบางคนสาบานว่าจะไม่ติดต่อกับพวกเขา เหตุใดตอนนี้หลานของเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ หรือว่าเจ้าคาดหวังให้สิ่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก?”

หลินจิ่วเฟิง ยังคงไร้ความรู้สึกเขาไม่ได้ตอบกลับ

วิธีเดียวที่จะแก้ไขความอึดอัดในใจได้คือแสร้งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เขาได้แสดงสีหน้าเย็นชาออกมาเล็กน้อย

เจ้าแมวขาวที่อยู่ตรงหน้าอกของ หลินจิ่วเฟิง มันได้พูดออกมาอย่างโกรธเคือง“หากเจ้ายังคงตีหน้าซื่อเช่นนี้อีก ข้าจะไม่คุยกับเจ้าอีกต่อไป”

หลินจิ่วเฟิง ได้ลูบไล้มันเบา ๆ และตอบกลับ“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้ติดต่อกัน นี่เป็นเรื่องจริง บางทีนางอาจจะเข้ามาที่นี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองหลังจากที่พบว่าที่นี่ไม่มีอะไรนางก็จะจากไปในทันที”

“เจ้าไม่คิดจะออกไปพบนาง?”เจ้าแมวขาวรู้สึกประหลาดใจ

“ถ้าออกไปพบจะเริ่มต้นคุยกันยังไง?”หลินจิ่วเฟิงได้ตอบกลับ

เจ้าแมวขาวรู้สึกพูดไม่ออก

เขาไม่รู้จะพูดอะไรหากทั้งสองพบกัน

ขณะที่ชายและแมวกำลังทะเลาะกัน องค์หญิงหยูหลิน ก็ได้ปิดประตูตำหนักเย็นไปแล้วครึ่งทาง

จากนั้นนางก็เดินไปตามทางเดินผ่านลานที่พักจนเข้าสู่ที่พักของ หลินจิ่วเฟิง

นี่เป็นลานที่พักที่ หลินจิ่วเฟิง อาศัยอยู่

หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าแมวขาวมองหน้ากันอย่างตกตะลึง

“ยังไม่ได้จัดการพื้นที่ให้เรียบร้อยเลย”เจ้าแมวขาวได้โพล่งออกมา

หลินจิ่วเฟิง ก็ตระหนักได้เช่นเดียวกัน

เขากำลังจะจัดสถานที่ให้เรียบร้อยแต่ทว่าองค์หญิงหยูหลินก็ผลักประตูเข้ามาแล้ว

หลินจิ่วเฟิง ได้มองเห็นองค์หญิงหยูหลินโดยตรง

ในเวลานี้ เจ้าแมวขาวก็หยุดหายใจเช่นเดียวกัน

เพียงแต่มันพบว่าองค์หญิงหยูหลินราวกับไม่สามารถมองเห็น หลินจิ่วเฟิง ที่ยืนอยู่ในลานที่พัก นางได้เดินตรงเข้ามาและมองไปรอบ ๆ อย่างประหลาดใจ

เจ้าแมวขาวถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ถ้า หลินจิ่วเฟิง ไม่ต้องการให้ใครค้นพบ เขาก็ไม่ถูกค้นพบอย่างแน่นอน

แต่ทว่าภายในลานบ้านเขาไม่ได้จัดเก็บสิ่งของให้เรียบร้อย

องค์หญิงหยูหลินได้โพล่งออกมาด้วยความประหลาดใจ“มีใครอยู่ที่นี่หรือไม่?”

“เตียงนี้เย็นดีจัง”องค์หญิงหยูหลินได้กระโดดและนั่งลงบนเตียงหยกน้ำแข็งและพึมพัมออกมาด้วยความประหลาดใจ

“ข้าสัมผัสได้ว่าพลังปราณในร่างกายกำลังพลุ้งพล่าน นี่ขนาดข้านั่งเพียงแค่ชั่วครู่เดียว ฐานการบ่มเพาะพลังของข้าก็ได้รับการสนับสนุนอย่างมาก”ความประหลาดใจที่น่ายินดีขององค์หญิงหยูหลินได้ดำเนินต่อไป

“มีหนังสือมากมายที่นี่ มันคืออะไร?”

องค์หญิงหยูหลิน มองเห็นหนังสือที่สตรีศักดิ์สิทธิ์มอบให้ หลินจิ่วเฟิง

นางได้พลิกอ่านหนังสือ จากนั้นสีหน้าของนางก็กลายเป็นจริงจัง

ในที่สุดนางก็ปิดปากของนาง

“นี่ควรจะเป็นสมบัติที่เสด็จปู่ทิ้งไว้ให้ ข้าค้นพบมันแล้ว!”

องค์หญิงหยูหลินอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น

โลกใบใหม่ได้เปิดขึ้นสำหรับนาง

ทั้ง หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าแมวขาวได้มองหน้ากันอยู่ครู่นึง

ในที่สุดพวกเขาก็ทำได้เพียงเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

พวกเขาจะจัดการกับผู้หญิงคนนี้อย่างไรดี?

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 79 พบโดยบังเอิญ

คัดลอกลิงก์แล้ว