เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 78 องค์หญิงหยูหลิน

80Y-ตอนที่ 78 องค์หญิงหยูหลิน

80Y-ตอนที่ 78 องค์หญิงหยูหลิน


หลังจากได้รับคำแนะนำจากประมุขนิกายหลัวหยู แล้ว จักรพรรดิเต๋อ ก็รู้วิธีการพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับก้าวผ่านอาณาจักรพลังต่อไป

เขาพยายามหลีกเลี่ยงการร่วมรักในอีกสามเดือนข้างหน้านี้เพื่อรักษาสถานะสูงสุดของร่างกายของเขา และในที่สุดเขาก็จะสามารถทะลวงผ่านขั้นปราชญ์การต่อสู้ได้

‘ในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ไม่เคยมีปราชญ์การต่อสู้อายุ 18 ปีมาก่อน…’

‘ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิพระบิดาหรือเสด็จปู่จักรพรรดิ พวกเขาทั้งคู่ล้วนเป็นผู้ปกครองที่ชาญฉลาดในรุ่นของพวกเขาเอง ข้อเสียเพียงอย่างเดียวที่พวกเขามีก็คือพวกเขาเสียชีวิตเร็วเกินไป’

จักรพรรดิเต๋อไม่ต้องการเดินรอยตามวิธีเก่าของจักรพรรดิพระบิดาและเสด็จปู่จักรพรรดิของเขา

จักรพรรดิหยวนและจักรพรรดิหมิงล้วนเป็นผู้ปกครองที่ชาญฉลาด

พวกเขาปฏิรูปโลก และ ยังสามารถช่วยเหลือราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาจากการล่มสลาย

ความสำเร็จของพวกเขาไม่มีใครปฏิเสธได้

แต่ทว่า ทั้งจักรพรรดิหยวนและจักรพรรดิหมิงล้วนมีช่วงอายุที่สั้นมาก

การปฏิรูปของพวกเขาเสร็จสมบูรณ์ภายใต้ความพยายามของทั้งคู่

แต่ทว่าแต่ละคนก็มีพระชนม์อายุเพียงแค่ 10 กว่าปีเท่านั้นในฐานะองค์จักรพรรดิ กระทั่งรวบรวมผลงานหลังจากขึ้นครองราชย์พวกเขาก็มีช่วงเวลาไม่เกิน 30 ปี

จักรพรรดิเต๋อ ไม่ต้องการเดินเส้นทางเดียวกับ บิดา และ ปู่ของเขา

ดังนั้นนอกจากศึกษาด้านการบริหารบ้านเมือง เขาก็แสวงหาเส้นทางการบ่มเพาะพลังเช่นเดียวกัน

เขาต้องการเสริมสร้างรากฐานร่างกายที่แข็งแกร่งและมีชีวิตที่ยืนยาว

เขาต้องการที่จะเป็นจักรพรรดิที่มีอายุยืนที่สุดของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

เขาต้องการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในฐานะจักรพรรดิร่วมกันกับภรรยาของเขา

หลังจากออกจากนิกายเส้นทางสวรรค์ จักรพรรดิเต๋อ ก็กลับไปที่พระราชวังต้องห้ามและส่งจดหมายถึงจักรพรรดินีพระมารดาบอกว่าเขาต้องการปลีกวิเวกในอีกสามเดือนต่อจากนี้ เขาจะไม่ออกไปไหนในช่วงเวลานี้

เขาต้องการทะลวงผ่านขั้นพลังปราชญ์การต่อสู้

ในตำหนักของจักรพรรดินีพระมารดา,จักรพรรดินีของ หลินเทียนหยวน และ ตอนนี้เป็นพระมารดาของ จักรพรรดิเต๋อ

นางอายุเพียงแค่ 30 กว่าเท่านั้น นางดูไม่แก่เลย

นางอยู่ในวัยที่โตเต็มที่ในฐานะสตรีเพศ

ถึงแม้ว่านางจะอายุเริ่มมาก และ โตเต็มที่แล้ว

แต่นางก็มักจะแต่งกายด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย ให้บรรยากาศความรู้สึกแห่งความสง่าและงดงาม

ในฐานะผู้หญิงที่ดูแลงานราชกิจของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวามาตลอดหลายปี ทักษะในการจัดการของนางไม่สามารถหักล้างได้

ครั้งหนึ่งนางสามารถจัดการวังหลังของจักรพรรดิได้อย่างเป็นระเบียบ ถ้าไม่ใช่เพราะเผ่าวิญญาณขุนเขาได้ใช้เล่ห์กลบางอย่าง หลินเทียนหยวน ก็อาจจะมีความสุขไปกับสนมวังหลังของเขาตลอดชีวิต

นี่คือทักษะและความสามารถในการจัดการของนาง

หลังจากการตายของหลินเทียนหยวน นางก็เริ่มดูแลงานราชกิจของราชสำนักแทน

นางจัดการได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก ทำให้ได้รับคำชมอย่างไม่รู้จบจากเจ้าหน้าที่ในราชสำนักรอบตัวนาง

“วันนี้ฝ่าบาทเสด็จไปยังนิกายเส้นทางสวรรค์อีกแล้วหรือไม่?”

จักรพรรดินีพระมารดาได้มองไปที่จักรพรรดิเต๋อที่ดูตื่นเต้นและกล่าวถาม

“ขอรับ เสด็จแม่...ข้าพบวิธีที่จะทะลวงผ่านขั้นปราชญ์การต่อสู้แล้ว ในอีกสามเดือนต่อมา ข้าจะกลายเป็นผู้บ่มเพาะพลังขั้นปราชญ์การต่อสู้”จักรพรรดิเต๋อกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

จักรพรรดินีพระมารดาได้กล่าวถามอย่างประหลาดใจ“จริงเหรอ?”

“ขอรับ! เสด็จแม่พูดอยู่เสอมว่าคนของนิกายเส้นทางสวรรค์มีความตั้งใจที่ดี พวกเขาเคยแก้ไขปัญหาให้กับราชวงศ์ของพวกเราอีกทั้งยังสอนสั่งข้า…”

“นอกจากนี้ยังไม่เคยมีปราชญ์การต่อสู้อายุ 18 ปีปรากฏขึ้นในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาของเรามาก่อน”จักรพรรดิเต๋อกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

เขาไว้วางใจประมุขนิกายหลัวหยูเป็นอย่างมาก

อารมณ์แห่งความสุขเดิมของจักรพรรดินีพระมารดาได้ดับลงในทันที

นางอดไม่ได้ที่จะตอบกลับ“ลูกข้า เจ้าคือจักรพรรดิ เจ้าไม่สามารถไว้ใจคนแปลกหน้าทั้งหมดได้ แม้ว่าประมุขนิกายหลัวหยู จะไม่มีเจตนาร้ายต่อเจ้า แต่เจ้าก็ห้ามเชื่อใจใครอย่างเต็มที่!”

ความตื่นเต้นของจักรพรรดิเต๋อได้หายไปทันที

เขาทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมา“เสด็จแม่พูดถูก ข้าเข้าใจแล้ว”

จักรพรรดินีพระมารดาต้องการจะพูดอะไรมากกว่านี้ แต่จักรพรรดิเต๋อได้โค้งคำนับและตอบกลับโดยตรง“ข้าต้องการที่จะฝึกฝนต่อ ดังนั้นงานราชกิจต้องรบกวนเสด็จแม่แล้ว ไม่ว่าจะอย่างไร ท่านก็มีความรู้ความเข้าใจมากกว่าข้า”

จักรพรรดินีพระมารดา เฝ้ามองไปที่จักรพรรดิเต๋อที่จากไปอย่างฉุนเฉียว

นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

“ความดื้อรั้นของเขาเหมือนกับพ่อของเขา แม้แต่ความภาคภูมิใจของเขาก็เหมือนกันทุกประการ…”

จักรพรรดิเต๋อคล้ายกับหลินเทียนหยวนมาเกินไป

โดยเฉพาะอารมณ์และการแสดงท่าที

ทุกอย่างของเขาแทบจะแกะสลักออกมาจากแม่พิมพิ์เดียวกันกับ หลินเทียนหยวน

“พ่อของเจ้ามีเสด็จลุงคอยสนับสนุน แต่เจ้า…”

“ข้าสามารถติดต่อเสด็จลุงได้ แต่เจ้าไม่ นั่นหมายความว่าเสด็จลุงไม่ได้รู้สึกอะไรกับเจ้ามากขนาดนั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเจ้าถือว่าประมุขนิกายหลัวหยูเป็นผู้สนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ้า นี่ช่างเป็นความคิดที่ไร้เดียงสา”จักรพรรดินีพระมารดาได้ถอนหายใจออกมา

นางกังวลเรื่องนี้อย่างแท้จริง

‘เหล่าผู้คนจากที่ราบและชนเผ่าเซียนเป่ย กำลังรวมตัวกันเพื่อสร้างขุมพลังใหม่ที่เรียกว่า กองกำลังเหยี่ยวมังกร!’

“กองกำลังเหยี่ยวมังกรมักจะบุกรุกอาณาเขตของพวกเราอยู่เสมอ หน่วยข่าวกรองได้รายงานมาว่า มีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่างยืนอยู่ข้างพวกเขา ทำให้พวกเขากล้าที่จะเคลื่อนไหว และ มันเป็นขุมพลังที่เราไม่สามารถประเมินได้”

“แต่ทว่าเจ้ากลับไม่เคยกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยจริง ๆ …”

จักรพรรดินีพระมารดา รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย

บางทีลูกชายของนางอาจจะไม่เหมาะสมที่จะเป็นจักรพรรดิแต่ควรเป็นผู้บ่มเพาะพลังที่แท้จริงมากกว่า

แต่นางไม่มีทางเลือก

นางมีเพียงลูกชายและลูกสาวเพียงคนเดียว

ยิ่งไปกว่านั้นราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาก็ไม่เคยอนุญาติให้สตรีขึ้นครองบัลลังก์มาตั้งแต่ก่อตั้งราชวงศ์เมื่อหลายร้อยปีก่อน

ดังนั้นมีเพียงจักรพรรดิเต๋อเท่านั้น

แต่การกระทำของจักรพรรดิเต๋อได้สร้างความเหนื่อยล้าให้กับจักรพรรดินีพระมารดาอย่างมาก

‘ข้าควรจะบอกเขาหรือไม่ว่าเขามีปู่ทวดที่ทรงพลังมากกว่านิกายเส้นทางสวรรค์’ จักรพรรดินีพระมารดาได้ครุ่นคิดอย่างเงียบ ๆ

นางได้ใช้มือหนุนศีรษะของนาง การกระทำอันละเอียดอ่อนของนางและความกังวลบนใบหน้าทำให้เกิดภาพอันงดงามที่ไม่มีใครเคยเห็น

หลินจิ่วเฟิง ปู่ทวดของจักรพรรดิเต๋อ

เป็นเวลากว่าหลายสิบปีแล้วนับตั้งแต่เขามาถึงโลกนี้

หลินจิ่วเฟิง ยังรู้สึกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรมากมาย แต่เขาได้กลายเป็นปู่ทวดไปแล้ว

วันนี้เจ้าแมวขาวได้ถาม หลินจิ่วเฟิง เกี่ยวกับการทำงานภายในราชวงศ์

หลินจิ่วเฟิง ได้กอดเจ้าแมวขาวและอธิบายเกี่ยวกับการทำงานภายในราชวงศ์อย่างช้า ๆ

ขณะที่เขาพูด หลินจิ่วเฟิง ก็ได้ตระหนักว่าตนเองเป็นปู่ทวดไปแล้ว

เขาเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของจักรพรรดิหยวน

จักรพรรดิหมิงเป็นหลานชายของเขา

จักรพรรดิเต๋อเป็นลูกของหลานชายของเขา

พวกเขามีเชื้อสายเดียวกัน

ลูกขององค์ชายคนอื่น ๆ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ หลินจิ่วเฟิง

แต่สายเลือดโดยตรงของจักรพรรดิหยวนยังมีความใกล้ชิดกับ หลินจิ่วเฟิง อยู่บ้าง

หลินเทียนหยวน มีลูกสองคน ลูกชายและลูกสาวอย่างละคน

ลูกชายของเขาก็คือจักรพรรดิเต๋อ

ส่วนลูกสาวได้รับพระราชทานยศเป็นองค์หญิงหยูหลิน

องค์หญิงหยูหลิน เป็นน้องสาวของจักรพรรดิเต๋อ และ เป็นลูกสาวของ หลินเทียนหยวน เป็นองค์หญิงเพียงคนเดียวของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

นางมีสถานะสูงส่ง

“เจ้าไม่เคยพบหลานของเจ้าเลย?”เจ้าแมวขาวได้กล่าวถาม

“ทำไมข้าจะต้องไปพบ?พวกเขาต่างก็มีชีวิตเป็นของตัวเองซ้ำข้ายังไม่เคยข้องเกี่ยวกับข้าตลอดชีวิตของพวกเขา เหตุใดข้าจะต้องไปหาพวกเขา?”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

“ชีวิตนั้นยาวนานเกินไป เจ้าดูจะพูดเรื่องพวกนี้เร็วเกินไปหน่อย”

เจ้าแมวขาวได้ปฏิเสธหลินจิ่วเฟิง

“แต่ข้ารู้สึกว่าตนเองอาจจะไม่ไปพบพวกเขาตลอดชีวิต”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวอย่างมั่นใจ

เขาสามารถมีอายุอยู่ได้นานนับพันปี

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาทั้งคู่ยังอยู่ในส่วนที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของเมืองหลวง ในขณะที่ หลินจิ่วเฟิง ได้อาศัยอยู่ในตำหนักเย็น ที่ไม่มีใครสนใจ

ดังนั้นพวกเขาจะมีการติดต่อกันได้อย่างไร?

เจ้าแมวขาวได้พึมพัมออกมา“ข้ามีลางสังหรณ์ว่าอีกไม่นานเจ้าจะได้พบกับหลานของเจ้า”

หลินจิ่วเฟิง ยิ้มและไม่ได้พูดอะไร

เขาเอื้อมมือไปลูบเจ้าแมวขาว และ ไม่ได้หักล้างคำพูดของมัน

ถึงกระนั้นเขาก็ปฏิเสธที่จะเชื่อคำพูดของเจ้าแมวขาว

ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา พระราชวังต้องห้าม

สตรีสาวสวยนางหนึ่งในชุดคลุมผ้าที่งดงามพร้อบกับรอยยิ้มหวาน ๆ ได้เดินเข้าไปยังสถานที่เก็บพระธาตุอันล้ำค่าของจักรพรรดิหยวนและจักรพรรดิหมิง

“ต้องมีสมบัติซ่อนอยู่ในที่เก็บพระธาตุของเสด็จพ่อและเสด็จปู่อย่างแน่นอน!”

“พี่ชายจักรพรรดิ ก็ฝึกฝนทุกวันคืน เขาถึงกลับกล้าเยาะเย้ยข้าและสงสารความสามารถอันน้อยนิดของข้า ช่างเหลวไหลสิ้นดี ข้าจะต้องมองหาสมบัติและแข็งแกร่งขึ้นจนทำให้พี่ชายจักรพรรดิมองข้าใหม่ให้ได้!”

เด็กสาวบริสุทธิ์ได้มองหากองวัตถุขนาดใหญ่อย่างตื่นเต้น

นางก็คือองค์หญิงเพียงคนเดียวของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา องค์หญิงหยูหลิน

นางได้รับความสนใจมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่นางไม่ได้พัฒนาบุคลิกที่เย่อหยิ่งของนาง กลับกันบุคคลิกของนางกลับดูน่ารักน่าเอ็นดูอย่างมาก ทำให้ผู้คนรู้สึกเห็นอกเห็นใจ

นางรู้วิธีที่จะสงสารคนแปลกหน้า

โดยรวมแล้วนางเป็นเด็กสาวที่น่ารักมาก

“หืม อะไรกันเนี่ย เหตุใดมันถึงมาอยู่ในสถานที่เก็บพระธาตุของเสด็จปู่?”องค์หญิงหยูหลินได้ค้นพบกุญแจบางอย่าง

มันดูเก่ามากและไม่น่าจะใช่สำหรับพระราชวังนี้

นางได้มองดูมันอย่างสนใจ

“มันคือกุญแจเปิดพระราชวังของอ๋องเจิ้นเป่ย!”

องค์หญิงหยูหลินขมวดคิ้วแน่นและคิดอย่างรอบคอบ

นางเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

“อ๋องเจิ้นเป่ย นี่คือ ท่านอ๋องที่เสียชีวิตมาตั้งแต่หลายปีก่อนมิใช่หรือ?”

“ท่านอ๋องนี้ถูกคุมขังในพระราชวังของตนเอง หลังจากเขาเสียชีวิต พระราชวังก็ถูกเปลี่ยนเป็นตำหนักเย็นในเวลาต่อมา”องค์หญิงหยูหลิน ได้ขมวดคิ้วแน่น

“เหตุใด เสด็จปู่จักรพรรดิ ถึงเก็บกุญแจนี้ไว้?”

“อีกทั้งเขายังจงใจซ่อนมันอีก?”

ดวงตาของ องค์หญิงหยูหลินค่อย ๆ สว่างขึ้น

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 78 องค์หญิงหยูหลิน

คัดลอกลิงก์แล้ว