เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 63 ไข่ฟาร์มมอนเตอร์

80Y-ตอนที่ 63 ไข่ฟาร์มมอนเตอร์

80Y-ตอนที่ 63 ไข่ฟาร์มมอนเตอร์


พลังงานทางโลกคล้ายกับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด มันมีวัฏจักรเวียนว่ายตายเกิด

ก็เหมือนกับบอลลูนที่ปล่อยขึ้นไปบนอากาศ เมื่อเหล่าผู้ที่มีอำนาจมากที่เกิดในยุคสมัยนั้นดูดซับพลังงานทางโลกไป พลังงานทางโลกก็จะลดลงอย่างมาก จากนั้นมันก็จะกลายเป็นเรื่องยากมากสำหรับทุกคนที่จะพัฒนาความก้าวหน้าในการบ่มเพาะพลังของพวกเขา

นี่แสดงให้เห็นถึงการสิ้นสุดของยุคสมัย แม้ว่าจะมีความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัว แต่พวกเขาก็ไม่สามารหลีกหนีความตายได้ บางคนกระทั่งทำได้เพียงแค่ผนึกตัวเองและรอการฟื้นคืนจากพลังงานทางโลกครั้งต่อไป ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงยุคสมัยใหม่

มันคือวัฏจักรแห่งการเริ่มต้นและจุดจบ

ชีวิตของคนธรรมดามีอายุขัยประมาณ 100 ปี

ชีวิตของต้นไม้สามารถอยู่ได้นานหลาย 1,000 ปี

ช่วงเวลาแห่งการร่วงโรยของต้นไม้มีเพียงฤดูใบไม้ร่วงเดียวต่อปี

ชีวิตที่แตกต่างก็มีวัฏจักรชีวิตที่ต่างกันไป

นี่คือการทำงานของโลก

เหตุใดตั้งแต่ที่ หลินจิ่วเฟิง เข้ามาที่โลกนี้ เหล่าผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดของโลก ถึงมีเพียงแค่ ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่เพียงเท่านั้น?

มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะพบปราชญ์การต่อสู้ที่มีชีวิตอยู่ในเวลานั้น

ต่อมา-เมื่อพลังวิญญาณทางโลกแสดงให้เห็นถึงสัญญาณของการฟื้นตัว-ปราชญ์การต่อสู้ ก็ค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้น

และ เมื่อฝนตกลงมาในครานั้น โลกก็ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

หลังจากฝนตก ผู้คนบนโลกก็ตระหนักได้ว่ายุคสมัยใหม่ได้มาถึงแล้ว

ปีศาจในถ้ำปีศาจต่างก็เฝ้ารอโอกาสที่เหมาะสม

แต่น่าเสียดายที่พวกเขาถูกจอมมารปราบปรามเมื่อ 1,500 ปีก่อน

จอมมารเป็นหนึ่งในเทพมนุษย์คนสุดท้ายก่อนที่พลังงานทางโลกจะฟื้นคืนกลับมา

ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขาได้ค้นพบปีศาจจากถ้ำปีศาจที่อาจจะออกมาอาละวาดบนโลกในอนาคต

แม้ว่าเขาจะเป็นผู้บ่มเพาะพลังปีศาจ แต่จอมมารก็ไม่ได้มีแผนที่จะสมรู้ร่วมคิดกับพวกเขา

เขาได้สร้างพระราชวังใต้ดินแห่งนี้ขึ้นเพื่อผนึกทางเข้าถ้ำปีศาจ เขาได้ใช้โลงศพทองแดงของตัวเองเป็นตัวสร้างผนึกในการปราบปรามพวกมัน

จอมมาร ค่อนข้างมีใจเห็นแก่ส่วนรวม!

จากนั้นนิกายซากศพก็มาค้นพบพระราชวังแห่งนี้

พวกเขาต้องการเปิดมันและปล้นสมบัติที่อยู่ข้างในไป

ตั้งแต่ต้นจนจบ คนจากนิกายซากศพ ไม่ได้รู้เลยว่ามีถ้ำปีศาจที่น่ากลัวซ่อนอยู่ใต้พระราชวังนี้

พวกเขาได้ศึกษาเป็นเวลานานแต่ก็ไม่อาจเปิดประตูได้

ผลสุดท้าย-นิกายซากศพได้ถูกไล่ล่าโดยผู้คนทั่วโลก พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากละทิ้งดินแดนพลังงานด้านลบสุดขั้วนี้ไปพร้อมกับสมบัติของมัน

หลังจากหลายร้อยปีผ่านไป ในที่สุด ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาก็ก่อตั้งขึ้น และ พวกเขาได้เลือกพื้นที่โดยรอบนี้สร้างเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์

เรื่องราวเกี่ยวกับถ้ำปีศาจ จอมมาร และ นิกายซากศพ ได้หายไปอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับดินแดนพลังงานด้านลบแห่งนี้

จนสุดท้าย องค์ชายแห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาก็ถูกหลอกให้สร้างพระราชวังขึ้นที่นี่

จากนั้นเขาก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ไม่นานสถานที่แห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นตำหนักเย็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง

จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครกล้าเข้ามาที่นี่

หลินจิ่วเฟิง ได้แยกแยะที่มาของดินแดนพลังงานด้านลบสุดขั้วนี้

‘ในตอนแรก ข้ารู้สึกสับสนว่าทำไมดินแดนพลังงานด้านลบจึงได้ถือกำเนิดขึ้นที่นี่ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากฝนตก ดินแดนพลังงานด้านลบ ก็ได้ปรับเปลี่ยนการลงชื่อเข้าใช้ ใครเป็นคนสร้างสถานที่ดังกล่าว?’

‘ในที่สุดตอนนี้ข้าก็เข้าใจแล้ว ไม่ใช่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา นิกายซากศพ และ จอมมาร ดินแดนพลังงานด้านลบแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยปีศาจจากถ้ำปีศาจที่ถูกจอมมารผนึกไว้’

‘พวกมันคือเจ้าของดั้งเดิมของดินแดนพลังงานด้านลบแห่งนี้ แม้ว่าพวกมันจะเลือกปิดผนึกสถานที่แห่งนี้หลังจากจุดสิ้นสุดของยุคสมัยมาถึง แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกมันก็จะกลายเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้อยู่ดี…’

หลินจิ่วเฟิง ได้บ่นพึมพัมออกมา

เจ้าแมวขาวได้เขียนอย่างใจจดใจจ่อที่ด้านข้าง

“ช่วยข้าถามเกี่ยวกับที่อยู่ของจอมมาร”

หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถามทันที

ปีศาจที่ถูกจับอยู่ไม่กล้าชักช้า

เขาแทบจะตอบได้ในทันที“ข้าไม่รู้ พวกเราทั้งหมดเชื่อว่าจอมมารคงจะตายไปแล้ว เพราะก่อนที่เขาจะหายตัวไปเขาได้ปิดผนึกถ้ำปีศาจของพวกเรา ในยุคที่พลังงานทางโลกยังไม่ฟื้นตัวดีการกระทำดังกล่าวเป็นอันตรายต่อชีวิตของเขาอย่างมาก”

เจ้าแมวขาวได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างหดหู่

มันยังคงหวังว่าจอมมารคนนั้นจะยังมีชีวิตอยู่

“ท่านผู้สูงส่ง ข้าตอบทุกอย่างที่ตอบได้ไปแล้วข้าไม่ได้โกหกแม้แต่นิดเดียว…”

“ปล่อยข้าไปได้หรือไม่?”ปีศาจได้อ้อนวอนด้วยความน่าสงสาร

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ปีศาจเหล่านี้ก็สูญเสียการสนับสนุนที่เพียงพอจากพลังงานทางโลก ดังนั้นพวกมันจึงเลือกที่จะผนึกตัวเองไว้ที่ใต้ดินในดินแดนพลังงานด้านลบแห่งนี้

หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน พวกมันที่ไม่ได้รับการฝึกฝนที่เหมาะสม ความชำนาญในทักษะและความสามารถของพวกมันทั้งหมดก็เริ่มเสื่อมถอยลง เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่นอนติดเตียงเป็นเวลานาน ความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายของพวกเขาจะติดขัด

‘ตอนที่ข้าอยู่บนจุดสูงสุด มันเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับข้าที่จะบดขยี้เทพมนุษย์แบบเจ้าจนตาย…’

‘เจ้าสามารถเดินเตร่ไปมาได้เพราะข้าถูกกดขี่เป็นเวลานานและไม่สามารถดูดซับพลังงานทางโลก แต่เมื่อข้าได้เป็นอิสระ และ กลับมาดูดซับพลังงานทางโลกได้อีกครั้ง ข้าจัดเด็ดศีรษะของเจ้าออกมาโดยเร็วที่สุด’ ปีศาจคอยาวได้สาปแช่งในใจของเขา

แต่ภายนอกเขายังคงเชื่อฟังมาก

หลินจิ่วเฟิง ได้ครุ่นคิดและตอบกลับ“ถ้ำปีศาจของเจ้าตั้งอยู่ที่นี่ เช่นนั้นมีกลุ่มอื่นอีกหรือไม่?”

“มีมากเลยล่ะ…”

“ถ้ำปีศาจของเราเป็นหนึ่งใน 18 นิกายปีศาจจากยุคก่อน อีก 17 นิกายปีศาจที่เหลือก็ปิดผนึกตัวเอง นอกจากนี้ยังมีพวกลัทธิเต๋า,นิกายพุทธ,ผู้บ่มเพาะพลัง และ มหาอำนาจที่หลบซ่อนตัวอยู่…”

“พวกเขาเลือกที่จะปิดผนึกตัวเองและรอการมาถึงของยุคสมัยใหม่”ปีศาจตัวนี้ได้กล่าวตามความจริง

“พูดอีกอย่างก็คือ แม้ว่าโลกนี้จะเป็นยุคสมัยใหม่ แต่ทุกคนบนโลกก็ยังอยู่แค่บนเส้นทางเริ่มต้นเท่านั้น ยังมี ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนหลบซ่อนและรอคอยเวลาอันเหมาะสมที่จะปรากฏตัว?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

“ถูกต้อง ดังนั้นเจ้าควรจะปล่อยข้าไป…”

“อีกอย่างย้ายโลงศพนี่ออกไปซะและเราจะทำลายพระราชวังอันเน่าเหม็นนี่ จากนั้น ถ้ำปีศาจของเราก็จะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบนโลก”ปีศาจตัวนี้ได้กล่าวพูดอย่างตื่นเต้น“เมื่อถึงเวลา พวกเราจะตอบสนองความต้องการทั้งหมดของเจ้า”

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่ปีศาจตัวนี้ที่ยื่นข้อเสนอผลประโยชน์ต่าง ๆ

แต่สุดท้าย หลินจิ่วเฟิง ก็สั่นศีรษะ“ข้าเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว เอาเป็นว่าข้าจะผนึกเจ้ากลับไปอยู่ในถ้ำปีศาจต่อ”

หลินจิ่วเฟิง ได้โยนปีศาจตัวนี้กลับไปยังถ้ำปีศาจโดยตรง

“ไม่…”

ปีศาจตัวนี้ได้ร้องลั่น

มันได้ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างรุนแรง

และพยายามจะฝ่าออกไปด้วยทุกอย่างที่มี

มันติดอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว มันรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังอย่างมาก มันไม่ต้องการถูกผนึกในถ้ำปีศาจอีกต่อไป

มันต้องการมองเห็นโลกใบนี้

ตุบ!

แต่ภายใต้การเคลื่อนไหวของ หลินจิ่วเฟิง พระราชวังแห่งนี้ได้สั่นสะเทือนหลายครั้ง โลงศพทองแดงได้เคลื่อนตัวเข้าหาปากทางเข้าถ้ำปีศาจและเปิดใช้รูปแบบผนึกโดยสมบูรณ์

ปีศาจได้ชนเข้ากับรูปแบบผนึก

โลหิตได้ไหลออกมาจากศีรษะของมัน จากนั้นมันก็ร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวไร้สิ้นสุดมันได้ร้องออกมาด้วยความสลดใจ

“มนุษย์ รอก่อนเถอะ! หากข้าออกไปข้าจะฆ่าเจ้า!”

ปีศาจตัวนี้ได้ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ เสียงของมันได้ดังก้องกังวานไปทั่ว

การแสดงออกของ หลินจิ่วเฟิง ค่อนข้างสงบเขาได้พึมพัมออกมา“ที่ด้านบนของถ้ำนี้ก็คือตำหนักเย็นของข้า หากข้าปล่อยให้พวกเจ้าออกไปไม่ใช่ว่าตำหนักเย็นที่ข้าอยู่อาศัยมานานกว่า 30 ปีจะถูกทำลายภายใต้เงื้อมมือของเจ้าเหรอ?”

เขายังคงต้องการลงชื่อเข้าใช้ตำหนักเย็นแห่งนี้ต่อไป เขาไม่อาจปล่อยให้พวกมันทำลายได้

[คุณต้องการลงชื่อเข้าใช้ถ้ำปีศาจหรือไม่?]

พูดถึงปีศาจ…

หลินจิ่วเฟิง เลิกคิ้วข้อความจากระบบได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

เขาไม่ลังเลที่จะตอบกลับ“ยืนยันการเข้าใช้”

เห็นได้ชัดว่านี่เป็นครั้งแรกที่ถ้ำปีศาจได้สัมผัสกับอากาศภายนอก ท้ายที่สุดแล้ว โลงศพของจอมมารก็คือตัวขวางกั้นถ้ำปีศาจนี้เอาไว้

คงจะเป็นเรื่องอศจรรย์อย่างมากหากใครก็ตามที่สามารถค้นพบมันได้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะค้นหา

หลินจิ่วเฟิง คาดหวังว่าตนเองจะได้รับของรางวัลมากมายจากการลงชื่อเข้าใช้สถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรกหลังจากผ่านไปนานหลายปี

[ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับทักษะปราบปรามปีศาจ]

[คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้ซ้ำที่นี่ได้ ตราบใดที่คุณสามารถเอาชนะปีศาจต่าง ๆ คุณจะสามารถลงชื่อเข้าใช้ได้อีกครั้ง]

หลินจิ่วเฟิง คิดว่าตนเองลงชื่อเข้าใช้และได้รับทักษะมาก็ดีเกินพอแล้ว

แต่ใครจะไปคิดว่าสถานที่แห่งนี้จะทำให้เขาสามารถลงชื่อเข้าใช้ซ้ำได้?

“ไข่ฟาร์มมอนเตอร์”

คำนี้ได้ปรากฏขึ้นในใจของ หลินจิ่วเฟิง เขาเคยเล่นเกม ‘ไมน์คราฟต์’ ในชีวิตก่อนหน้ามาก่อน

ในสายตาของคนอื่น ถ้ำปีศาจนี้เป็นสถานที่อันตรายอย่างมากที่สามารถคร่าชีวิตใครก็ได้ทุกเมื่อ

แต่ในสายตาของ หลินจิ่วเฟิง มันเป็นเพียง ไข่ฟาร์มมอนเตอร์ เท่านั้น

และ ไข่ฟาร์มมอนเตอร์ นี้เขาสามารถโซโล่ฟาร์มพวกปีศาจได้อย่างไม่มีกำหนด

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 63 ไข่ฟาร์มมอนเตอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว