เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 62 เหตุผลของยุคสมัยใหม่

80Y-ตอนที่ 62 เหตุผลของยุคสมัยใหม่

80Y-ตอนที่ 62 เหตุผลของยุคสมัยใหม่


เขาบุกผ่านด่านไร้สิ้นสุดและเข้าสู่ช่วงที่สามของขั้นเทพมนุษย์

กายาศักดิ์สิทธิ์!

เมื่อมาถึงขั้นนี้ เขาจะไม่ได้มีร่างกายเป็นมนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป

ร่างกายของเขาจะเป็นร่างกายศักดิ์สิทธิ์

หลินจิ่วเฟิง ที่กลับมาถึงตำหนักเย็น

เขาไม่ได้ศึกษาพื้นฐานการบ่มเพาะพลังขั้นเทพมนุษย์ต่อ

แต่เขาได้ศึกษาทักษะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาอย่างละเอียดแทน

ในลานที่พักที่เต็มไปด้วยกระบี่กระดูก หลินจิ่วเฟิง ได้นั่งเงียบ ๆ และไตร่ตรองถึงปัญหา

ทักษะเปลี่ยนแปลงโชคชะตา

เพียงแค่ชื่อของมันก็เห็นได้ชัดแล้วว่ามันเป็นทักษะที่ท้าทายสวรรค์

แต่ทักษะที่ท้าทายสวรรค์มักมาพร้อมกับข้อบกพร่องที่ร้ายแรง

ทักษะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาก็ไม่มีข้อยกเว้น!

เราจะต้องช่วยเหลือชีวิตของมนุษย์เพื่อแลกกับชีวิตอันรุ่งโรจน์

ความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างนี้อย่างน้อยก็มีนับร้อยเท่า

มีเพียงการทำตามข้อกำหนดเท่านั้นถึงจะใช้ทักษะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้

ถูกต้องนี่เป็นข้อกำหนดเบื้องต้นเท่านั้น

ทักษะเปลี่ยนแปลงโชคชะตามีข้อกำหนดสำหรับผู้ใช้เช่นเดียวกัน

ผู้ใช้จะต้องมีความสามารถในการเดินทางไปมาระหว่างโลกแห่งสิ่งมีชีวิตและโลกใต้พิภพ

หลินจิ่วเฟิง ในปัจจุบัน ไม่สามารถเดินทางไปมาระหว่างโลกแห่งสิ่งมีชีวิตและโลกใต้พิภพได้

‘มันยากมากที่จะใช้ทักษะเปลี่ยนแปลงโชคชะตานี้’ หลินจิ่วเฟิง ได้ถอนหายใจออกมา

เขาจะต้องพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการต้อนรับจักรพรรดิหยวน นอกจากนี้ นี่ยังเป็นเพียงแค่ข้อกำหนดเบื้องต้นเท่านั้น ยังมีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขอื่น ๆ ก่อนที่จะใช้งานทักษะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้

‘ในช่วงไม่กี่ปีต่อจากนี้ ข้าจะพยายามให้หนักขึ้นโดยการลงชื่อเข้าใช้และฝึกฝน ข้าเชื่อว่าสักวันต้องมาถึง’

หลินจิ่วเฟิง ได้ฝังปริศนาเหล่านี้ไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

ในอนาคตเมื่อเขามีพลังมากกว่าในปัจจุบัน เขาจะทบทวนเรื่องนี้และเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของจักรพรรดิหยวน

หลังจากทะลวงเข้าสู่ช่วงที่สามของขั้นเทพมนุษย์

แม้แต่หลินจิ่วเฟิงก็ยังหวาดกลัวความแข็งแกร่งของตัวเอง

เขาได้ปลดล็อค สมบัติทางปราณแท้จริง,สมบัติทางจิตวิญญาณ,สมบัติทางกายแท้จริงและสมบัติทางเต๋า และตอนนี้เขาอยู่ในช่วง ด่านกายาศักดิ์สิทธิ์ ของขั้นเทพมนุษย์

ตามบันทึกโบราณ ความแข็งแกร่งของผู้บ่มเพาะพลังจะแข็งแกร่งมากขึ้นหลังจากมาถึงด่านกายาศักดิ์สิทธิ์ แม้จะเปิดสมบัติในด่านไร้สิ้นสุดไปเพียงแค่อย่างเดียวก็ตาม

แต่เมื่อเทียบกับพวกเขา หลินจิ่วเฟิง ได้เปิดสมบัติอันยิ่งใหญ่ถึง 4 อย่าง

เห็นได้ชัดว่าเขามีพื้นฐานความแข็งแกร่งที่ดีอยู่แล้ว

ในด่านไร้สิ้นสุด คลังสมบัติเหล่านี้ล้วนมีหน้าที่แต่ละอย่างที่แตกต่างกัน

มันไม่ได้รบกวนซึ่งกันและกันหรือโต้ตอบกัน

ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าพวกมันล้วนทรงพลังมากเพียงใด

แต่ทว่าตอนนี้เขาได้ปลดล็อคสมบัติทั้งสี่ไปหมดแล้ว…

เขาสามารถซ้อนทับพวกมันเข้ากันได้

ถ้าจะให้พูดง่าย ๆ ก็คือ ลำพังตัวของ หลินจิ่วเฟิง คนเดียวก็แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว แต่เมื่อรวมกับสมบัติทั้ง 4 ทำให้ตัวของ หลินจิ่วเฟิง ราวกับเพิ่มขึ้นมาอีก 4 คน

เขาสามารถแสดงพลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิมได้

ในเวลานี้ทุกครั้งที่ หลินจิ่วเฟิง สูดอากาศรอบตัว เขาก็รู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังแข็งแกร่งมากขึ้น

ความรู้สึกของความแข็งแกร่งอันไร้ขอบเขตนี้ทำให้ ตัวเขารู้สึกกลัวตัวเอง

เขาได้สบัดมือออกไปเบา ๆ เพียงเล็กน้อย!

บูม!

ความว่างเปล่าได้พังทลายลงทันทีเหมือนกับกระจกเงา

ในช่วงเวลาต่อมา หลินจิ่วเฟิง ก็เอื้อมมือออกไปและซ่อมแซมรูในความว่างเปล่า ในสถานที่นี้ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม

“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”เจ้าแมวขาวมองเห็นฉากนี้มันได้ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่เจ้าแมวขาว

เขายิ้มและตอบกลับ“เจ้าอ่อนแอเกินไป เจ้าควรจะรีบทะลวงสู่ขั้นเทพมนุษย์ให้ได้โดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นเจ้าอาจจะถูกข้ารังแกเอาได้ง่าย ๆ”

เจ้าแมวขาวได้พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

อันที่จริงมันก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะฝ่าฟันไปในไม่ช้านี้

มันไม่ต้องการปล่อยให้ระยะห่างความแข็งแกร่งระหว่างมันกับหลินจิ่วเฟิงห่างชั้นจนเกินไป

คราวนี้เจ้าแมวขาวไม่คิดว่าตนเองสามารถก้าวนำ หลินจิ่วเฟิง ได้

ในที่สุดมันก็ตระหนักได้ว่าความปราถนาของมันไม่มีทางเป็นจริง

ตอนนี้มันเพียงแค่ต้องการไล่ตามเส้นทางการบ่มเพาะพลังเพื่อไม่ให้ตนเองทิ้งห่าง หลินจิ่วเฟิง

เมี้ยว!

เจ้าแมวขาวได้ร้องออกมาและเริ่มเขียน

“ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นในพระราชวังใต้ดิน ดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งปรากฏตัวขึ้นในส่วนลึกของดินแดนพลังงานด้านลบแห่งนี้”

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่ข้อความเหล่านั้นและเร่งเร้าในการถามทันที

“พาข้าไปดูที่นั่น”

เจ้าแมวขาวรีบพา หลินจิ่วเฟิง ไปที่พระราชวังใต้ดิน

พระราชวังใต้ดินนี้เดิมถูกค้นพบโดยนิกายซากศพ พวกเขาถือว่าสถานที่นี้เป็นสมบัติล้ำค่าของพวกเขา แต่น่าเสียดายหลังจากการตายของปราชญ์การต่อสู้สองคนจากนิกายซากศพ พวกเขาก็ไม่กล้าส่งใครมาที่นี่อีก

อีกทั้งพระราชวังที่จอมมารสร้างขึ้นที่นี่ก็ดูไม่สมเหตุสมผล

ในเวลานี้พระราชวังยังคงว่างเปล่าเช่นเคย

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้ลงมาที่นี่หลายปีแล้ว

นี่คืออาณาเขตส่วนตัวของเจ้าแมวขาว

แต่คราวนี้มันตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เป็นผลให้มันล่าถอยกลับไปเรียก หลินจิ่วเฟิง ลงมาดู

เมื่อเดินไปตามทางเดิน หลินจิ่วเฟิง ก็พบพระราชวังอีกครั้ง

หลินจิ่วเฟิง ค้นพบทันทีว่าอักษรอักขระบนพื้นผิวทั่วกำแพงพระราชวังดูเหมือนจะเป็นรูปแบบอาคมป้องกัน

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเขาหลังจากร่ำเรียนมาจากหนังสือสารานุกรมรูปแบบอาคมทำให้เขาเปิดใช้รูปแบบอาคมป้องกันโดยตรงและเข้าไปในพระราชวัง

พระราชวังนี้ยังคงว่างเปล่าเช่นเคย แต่ที่นี่ได้กลายเป็นสถานที่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย

สิ่งสกปรกก่อนหน้านี้ที่เขาเห็นได้หายไปทั้งหมด

เห็นได้ชัดว่าเจ้าแมวขาวได้ย้ายกองขยะทั้งหมดออกไปและทำความสะอาดสถานที่แห่งนี้

กลางพระราชวังยังคงมองเห็นโลงศพที่ถูกวางเอาไว้

หลินจิ่วเฟิง ได้เดินเข้ามา

เขามองไปรอบ ๆ และกล่าวถาม“สิ่งผิดปกติที่เจ้าว่าอยู่ที่ไหน?”

เจ้าแมวขาวได้กระโดดขึ้นไปบนโลงศพ

และชี้ไปที่ด้านล่างของโลงและเริ่มเขียน

“ใต้โลงศพนี้ เมื่อใดก็ตามที่ตกกลางคืน จะมีกลิ่นอายพลังปีศาจแผ่ออกมาจากใต้โลงศพ บางครั้งก็มีเสียงร้องโหยหวน กระทั่งบางทีที่ข้าหลับไป ข้าก็ฝันเห็นถึงปีศาจนับล้านที่กำลังคืบคลานออกมาจากใต้โลงศพนี้”

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่ โลงศพที่ดูสะอาด

เขาเอื้อมมือไปสัมผัสมัน

จากนั้นเขาก็ใช้จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในการตรวจสอบสภาพโลงศพ

“มีหลุมอยู่ใต้โลงศพงั้นหรือไม่?”หลินจิ่วเฟิว ได้อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

เขาได้สะบัดนิ้วเล็กน้อย กระแสพลังปราณแท้จริงได้ไหลออกมา

มันค่อย ๆ เคลื่อนโลงศพออกไป

แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!

เจ้าแมวขาวมองดูด้วยความสงสัย

หลังจากเคลื่อนโลงศพไปได้ครึ่งทาง ในที่สุดพวกเขาก็สามารถมองเห็นหลุมลึกได้

บูม!

กลิ่นอายพลังปีศาจอันไร้ขอบเขตได้พวยพุ่งออกมา

มันพยายามกลืนกิน หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าแมวขาวโดยตรง

ท่ามกลางกลิ่นอายพลังปีศาจเหล่านี้ มีเสียงร้องโหยหวนของปีศาจนับไม่ถ้วนดังออกมา

“ฮ่าฮ่า! เป็นเวลากว่า 1,500 ปีแล้ว! ในที่สุดข้าก็จะได้กลับไปมองเห็นเดือนเห็นตะวันอีกครั้ง!”

“ครั้งสุดท้ายที่จอมมารนั่นจัดการข้า มันก็ผ่านไปนานกว่า 1,500 ปีแล้ว”

“ในโลกปัจจุบันพวกเราพวกเราสามารถอาละวาดได้อย่างเต็มที่หลังจากถูกกดขี่มานานกว่า 1,500 ปี!”

“กลิ่นอายของโลกใบใหม่นี้ช่างวิเศษซะเหลือเกิน ข้าอยากจะฆ่าคนมากมาย ข้าจะใช้โลหิตและชีวิตของพวกมันเพื่อปลอบประโลมวิญญาณของตนเองที่ถูกกดขี่มานานหลายปี…”

เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามนับไม่ถ้วนได้ดังขึ้น

กลิ่นอายพลังปีศาจที่ปลดปล่อยออกมาทำให้เจ้าแมวขาวรู้สึกหวาดกลัวขนของมันลุกตั้งทันที

มันได้ขดหลังและแยกเขี้ยวฟันออกมา

มองเห็นฉากนี้ ใบหน้าของ หลินจิ่วเฟิง ก็กลายเป็นเย็นชา

เขาก้าวไปข้างหน้าโดยตรง

“คิดจะกระทำการชั่วช้าขนาดนี้…”

หลินจิ่วเฟิง ได้ปลดปล่อยพลังเต๋าอันไร้ขอบเขต มันได้หลอมรวมกันเป็นพลังต้านทานกลิ่นอายพลังปีศาจ

กลิ่นอายพลังปีศาจที่พุ่งพล่านได้ถูกระงับโดยสมบูรณ์

เสื้อผ้าของ หลินจิ่วเฟิง ได้กระพือ รัศมีพลังที่เขาปลดปล่อยออกมาไม่มีใครเทียบได้ อีกทั้งดวงตาของเขาในเวลานี้ยังเย็นชาอย่างมาก

“อย่าคิดว่าจะหนีไปไหนได้!”หลินจิ่วเฟิง ได้เอื้อมมือออกไปจับปีศาจในหลุมแห่งนี้

เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะยินยอมหรือไม่เขาได้คว้าตัวและลากเขาออกมาโดยทันที

“เจ้าเป็นใคร?”

“มียอดฝีมือเช่นเจ้าอยู่บนโลกใหม่แห่งนี้ด้วยงั้นหรือไม่?”

“เจ้าเป็นผู้บ่มเพาะพลังขั้นเทพมนุษย์แล้ว?”

“นี่เป็นไปได้อย่างไร”

ปีศาจตัวนี้มีรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาด

คอของมันยาวและมีหัวที่ดูเหมือนกับจะหลุดออกจากบ่าได้ทุกเมื่อ

ตอนนี้ หลินจิ่วเฟิง ได้จับหัวของมัน

ใบหน้าของปีศาจคอยาวนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงหลังจากเผชิญหน้ากับแรงกดดันของ หลินจิ่วเฟิง

“บอกข้ามาว่าเจ้ามาจากไหน?”หลินจิ่วเฟิงได้กล่าวถาม

“พวกเราคือปีศาจจากถ้ำปีศาจ”ปีศาจคอยาวรู้สึกแย่มาก แต่มันก็ไม่กล้าที่สู้กลับ

ภายใต้กลิ่นอายอันทรงพลังของ หลินจิ่วเฟิง มันไม่สามารถต้านทานได้เลย ทำได้เพียงโต้ตอบคำถามเท่านั้น

หลินจิ่วเฟิง ขมวดคิ้วและกล่าวถามต่อ“ถ้ำปีศาจคืออะไร โลกใหม่คืออะไร ? แล้วเจ้ามาอยู่ที่นี่มีจุดประสงค์อะไร?”

“ถ้ำปีศาจก็คือถ้ำปีศาจ ถ้ำของพวกเรามีมาตั้งแต่เมื่อ 8,000 ปีก่อน”

“สำหรับโลกใหม่ ทุกยุคทุกสมัยล้วนมีวัฏจักรของมัน มีตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นเสื่อมโทรมลง นี่คือวัฏจักรของยุคสมัย เมื่อความเสื่อมโทรมมาถึง ถ้ำปีศาจก็จะปิดตัวลงและรอยุคสมัยต่อไป”

“และตอนนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของ วัฏจักรยุคสมัยใหม่อีกครั้ง โดยพื้นฐานแล้ว ผนึกบนถ้ำปีศาจก็ได้เริ่มคลายออก และ พวกเราก็จะก้าวออกมาสู่โลกหล้าอีกครั้ง”

“พวกเราพยายามจะออกมาตั้งแต่เมื่อ 1,500 ปีก่อน แต่เพราะพลังทางโลกยังไม่ฟื้นตัว และ ยุคสมัยใหม่ยังไม่ได้ถือกำเนิด ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงถูกผู้บ่มเพาะพลังปีศาจกดขี่ได้อย่างง่ายดาย”ปีศาจคอยาวได้พูดตอบคำถามอย่างรวดเร็วและแก้ไขข้อสงสัยของ หลินจิ่วเฟิง

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 62 เหตุผลของยุคสมัยใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว