เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 4 วิญญาณอาฆาต

80Y-ตอนที่ 4 วิญญาณอาฆาต

80Y-ตอนที่ 4 วิญญาณอาฆาต


โอสถปรับแต่งแกนกลาง คือโอสถที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแกนทองคำโดยเฉพาะ มันแพงยิ่งกว่า โอสถชำระแก่นแท้ ที่มีราคาเพียงไม่กี่พันเหรียญ แต่ทว่า โอสถปรับแต่งแกนกลาง กลับไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นโอสถแต่ละเม็ดล้วนล้ำค่าอย่างมาก

เนื่องจาก หลินจิ่วเฟิง สามารถลงชื่อเข้าใช้สถานที่แห่งนี้ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าตนเองไม่มีทางขาดแขลนโอสถปรับแต่งแกนกลางในอนาคต

‘หลังจากเข้าสู่ขั้นก่อเกิดและเข้าสู่ขั้นแกนทองคำ เดิมข้าคิดว่า ความเร็วในการบ่มเพาะพลังของข้าจะเริ่มช้าลงเล็กน้อย แต่ดูเหมือนว่าข้าจะยังคงพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วต่อไป’หลินจิ่วเฟิง ได้คิดอย่างมีความสุข

เขาได้กลืนโอสถปรับแต่งแกนกลางลงไปและปล่อยให้พลังของมันไหลเวียนไปทั่วร่างกาย

พลังงานจำนวนมากได้ไหลเข้าสู่จุดตันเถียนของเขาและพัฒนาความแข็งแกร่ง

ในตันเถียนของเขากระบี่อันทรงพลังได้ปะทุขึ้นจาก ทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุด และ กระบี่ 22 เล่ม ที่หลินจิ่วเฟิง เพิ่งฝึกฝน

ทักษะทั้งสองนี้เป็นทักษะกระบี่ที่ทรงพลังมาก มันสามารถใช้ร่วมกับทักษะนิมิตอันรุ่งโรจน์ยามฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ที่เขาได้รับมาจากการลงชื่อเข้าใช้ และพลังการต่อสู้ในปัจจุบันของ หลินจิ่วเฟิง ได้มาถึงจุดสูงสุดแล้ว

แม้แต่เจ้าของร่างเดิมซึ่งเคยเป็นองค์รัชทายาท ก็ทำได้เพียงแค่ไปถึงระดับสูงสุดของขั้นก่อเกิด ถึงกระนั้น คนทั้งประเทศก็ยังสนับสนุนเขา แต่เขาก็ยังคงใช้เวลากว่า 20 ปี เพื่อบรรลุพลังในขั้นดั่งกล่าว

แต่ หลินจิ่วเฟิง ที่ใช้เวลาทั้งหมดอย่างเงียบ ๆ ลงชื่อเข้าใช้ในตำหนักเย็น ได้บ่มเพาะพลังไปเกินขอบเขตดั้งเดิมของเจ้าของร่างกายภายในระยะเวลา 3 ปี

ความเร็วในระดับนี้ช่างเหนือจินตนาการมากเกินไป

นี่เป็นครั้งแรกที่ หลินจิ่วเฟิง ได้เข้าไปยังพื้นที่ชั้นในของตำหนักเย็น เมื่อเขาเดินผ่านกำแพงชั้นในเข้าไปเขาก็มองเห็นสวนกว้างขนาดใหญ่ ที่มีก้อนหิน ลำธาร ศาลา และ ป่าไพ่อยู่ไกล ๆ

ทิวทัวน์ที่นี่ครั้งหนึ่งเคยสวยงามมาก่อน ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยสิ่งของประดับจำนวนมาก ที่จัดสร้างขึ้นตามข้อกำหนดขององค์ชายองค์แรก แต่แล้ว องค์ชายองค์แรกก็ล้มเหลวในการช่วงชิงบัลลังก์ทำให้ถูกเนรเทศออกจากที่นี่ในที่สุด ต่อมาเขาก็เสียชีวิตด้วยภาวะซึมเศร้า

ตั้งแต่นั้นมาที่นี่ก็ค่อย ๆ เสื่อมโทรมและกลายเป็นส่วนหนึ่งของตำหนักเย็น

สวนที่เคยเขียวขจี ตอนนี้ ค่อนข้างรกไปหมด วัชพืชและต้นไม้ได้เติบโตอย่างไม่เป็นระเบียบ กระทั่งมีเถาวัลย์พันรอบที่พักอาศัย ราวกับ บ้านผีสิงที่อยู่กลางป่าร้าง

หลินจิ่วเฟิง ได้วางมือไว้ด้านหลังของเขาและมองดูสิ่งเหล่านี้ด้วยท่าทีสงบ นี่คือตำหนักเย็นที่ใคร ๆ ต่างก็หวาดกลัว แต่สำหรับเขาที่นี่คือสถานที่ที่ลงชื่อเข้าใช้ซ้ำได้

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

หลินจิ่วเฟิง ได้หรี่ตาลงและยกนิ้วขึ้น เขาได้ใช้มันเป็นกระบี่ฟาดฟันวัชพืชเหล่านี้

กระบวนท่าแรกของทักษะกระบี่ 22 เล่ม!

ฟวั่บ!

ทั้งสวนเต็มไปด้วยพลังกระบี่ที่ถูกร่ายรำในทันที

มันได้กำจัดวัชพืชโดยรอบทั้งหมด จนเผยให้เห็นเส้นทาง

หลินจิ่วเฟิง ได้เดินไปรอบ ๆ

จากนั้นเขาก็ค้นพบโดยบังเอิญว่ามีบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีฝาปิดดอย่างแน่นหนาภายในสถานที่แห่งนี้

แม้ว่ามันจะไม่ใช่บ่อน้ำขนาดใหญ่ในสถานที่แห่งนี้ แต่รายละเอียดสำคัญก็คือมันมีลักษณะเหมือนกับบ่อน้ำในลานที่ หลินจิ่วเฟิง พบก่อนหน้านี้ทุกประการ

ทั้งสีและการออกแบบล้วนเหมือนกันทั้งหมด

‘บ่อน้ำในลานก่อนหน้านี้เป็นสถานที่ที่มีลางร้าย เช่นนั้นบ่อนี่ก็เหมือนกันหรือไม่?’หลินจิ่วเฟิง รู้สึกสงสัย

อย่างไรก็ตาม วันนี้เขาได้ลงชื่อเข้าใช้สถานที่ไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องรอสิทธิ์การลงชื่อเข้าใช้ในวันถัดไป

หลังจากเดินเล่นในสวนแล้ว หลินจิ่วเฟิง ก็จากไปในตอนเย็น

ท้องฟ้าพลันมืดลงเขารีบกลับไปยังลานบ้านของเขา

ต่อมาเขาก็ได้นั่งไขว่ห้างและเริ่มฝึกฝน

ก่อนที่จะเริ่มฝึกฝน หลินจิ่วเฟิง ก็ได้มองไปที่ บ่อน้ำเก่าในลานบ้าน

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้เปิดดูมันแม้แต่น้อย

แต่ในคืนนี้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง หลินจิ่วเฟิง ต้องการเปิดบ่อน้ำดู

เมื่อเขาเปิดฝ่าบ่อน้ำเขาก็ค้นพบน้ำที่ใสสะอาดเช่นเคย

ในช่วงเวลากลางคืน หลินจิ่วเฟิง ได้นั่งไขว่ห้าง

กระบี่สังหารปีศาจได้หวุนวนรอบตัวเขา

เขาได้เสร็จสิ้นการฝึกฝนทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุด เช่นเดียวกับ ทักษะกระบี่ 22 เล่ม ในขณะนี้ หลินจิ่วเฟิง กำลังพยายามทำความรู้จักเกี่ยวกับกระบี่สังหารปีศาจให้มากขึ้น

ในคืนพระจันทร์สลัว

เมฆดำได้ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าและส่งลมหนาวพัดผ่านตำหนักเย็นแห่งนี้

ในเวลานี้เองมีกลุ่มควันดำได้ลอยขึ้นมาจากบ่อน้ำ

มันได้แปลงกลายเป็นผู้หญิง

“เหตุใดเจ้าถึงขังข้าไว้ที่ตำหนักเย็นเย็น!”เสียงนี้ได้คร่ำครวญออกมา หญิงคนนี้ได้พุ่งไปในห้องและเริ่มโจมตี หลินจิ่วเฟิง

หลินจิ่วเฟิง ได้ลืมตาขึ้น เขาได้คว้ากระบี่สังหารปีศาจและใช้งานทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุด

ฟวั่บ!

แสงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวได้ระเบิดออกมา และ พุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่หญิงสาวผู้นี้พุ่งเข้ามาหาเขา

พลังของปราณกระบี่ที่มาจากทักษะดาบผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุด ได้ปราบปรามควันดำได้อย่างชัดเจน หญิงสาวคนนี้พยายามขัดขืนอย่างหนัก แต่ก็ไม่เป็นผล

หลินจิ่วเฟิง ได้เดินออกจากห้องและมองดูใบหน้าของหญิงสาวคนนี้

จากนั้นเขาก็อุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจ“พระสนมเจีย?”

หญิงสาวคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอดีตเจ้าของตำหนักเย็น นางคือพระสนมเจีย ที่ถูกเนรเทศมายังตำหนักเย็นเพื่อ 3 ปีก่อน

นางได้ถูกเนรเทศมาที่นี่โดยถูกตั้งข้อหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมืองของราชสำนัก

ด้วยความที่นางเป็นสนมโปรดขององค์จักรพรรดิ นางจึงเพิกเฉย ต่อเรื่องต่าง ๆ และไม่สนใจตำแหน่งของนาง ช่วยผลักดันน้องชายของนางเข้ามาทำงานตำแหน่งสำคัญ สิ่งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวนกต่างไม่พอใจ

หลังจากนั้นไม่นาน นางก็ถูกเนรเทศมาที่ตำหนักเย็นแห่งนี้

เพียงแต่หลังจาก 3 เดือนในการคุมขัง นางไม่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายได้และเสียชีวิตลงในที่สุด

หลินจิ่วเฟิง ได้มองไปที่ หญิงสาวที่ไม่สำคัญคนนี้

ตอนนี้นางไม่มีอะไรนอกจากความเกลียดชังภายในใจ

“พระสนมเจีย ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่ง หลังจากตกตายไปมากกว่า 3 ปี วิญญาณของนางจะไม่สลายหายไปได้อย่างไร?”หลินจิ่วเฟิง ได้อุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจ

เขามองไปที่ บ่อน้ำ

ตอนนี้มันถูกเปิดออก

จากนั้น เขาก็มองไปที่ พระสนมเจีย ที่สูญเสียสติและเหตุผลของนางไป

นางดิ้นรนอย่างสิ้นหวังและใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

หลินจิ่วเฟิง ได้ครุ่นคิดอย่างเงียบ ๆ

[คุณต้องการลงชื่อเข้าใช้สถานที่วิญญาณอาฆาตหรือไม่?]

ทันใดนั้นข้อความก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของ หลินจิ่วเฟิง

เขาอดไม่ได้ที่มองขึ้นไปบนฟ้า“ดูเหมือนว่าจะเช้าแล้ว”

“ยืนยันการเข้าใช้!”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

[ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับเนตรแห่งการพิพากษา มันสามารถอ่านความทรงจำของวิญญาณและชำระล้างได้]

ดวงตาของ หลินจิ่วเฟิง รู้สึกเจ็บปวดและคันอย่างรุนแรงราวกับว่ากำลังมีบางอย่างไหลออกมาจากมัน

เขาได้ฟันแน่นและพยุงตัวเองขึ้น

โชคดีที่ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ความรู้สึกเหล่านี้ก็หายไป

เขาได้ลืมตาขึ้นและมองไปที่ พระสนมเจีย

หลินจิ่วเฟิง ได้มองเข้าไปในวิญญาณของพระสนมเจียในทันที

หึ่ม!

ความทรงจำของพระสนมเจียตั้งแต่ตอนที่นางยังมีชีวิต ตลอดจนการที่นางกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน ล้วนถูกแสดงให้ หลินจิ่วเฟิง เห็น

“พื้นที่ใต้ดินของตำหนักเย็นนี้ เต็มไปด้วยพลังงานด้านลบที่รุนแรงมาก ดังนั้นไม่แปลกใจเลยที่จะมีวิญญาณชั่วร้ายเกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้”

ในที่สุด หลินจิ่วเฟิง ก็เข้าใจว่าเหตุใดตำหนักเย็นที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ ถึงทำให้ องค์ชายองค์แรก ตอมใจตาย

ปรากฏว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งไม่ดี

ตำหนักแห่งนี้อาจสร้างขึ้นหลังจากที่องค์ชายองค์แรกถูกหลอก มิฉะนั้น ใครมันจะไปคิดสร้างตำหนักในสถานที่ที่มีพลังด้านลับสุดขั้วเช่นนี้?

“บรรดาผู้ที่ถูกส่งมาที่นี่ ล้วนตกตายด้วยกันทั้งสิ้น ยกตัวอย่างก็พระสนมเจีย ที่ถูกส่งมาและทนได้เพียงแค่ 3 เดือน ก่อนที่จะตายไป หลังจากนั้น วิญญาณของนางก็ได้ดูดซับพลังงานด้านลบภายในที่แห่งนี้…”

“เหตุผลที่วิญญาณของนางไม่ได้สลายหายไปก็เพราะพลังงานด้านลบจำนวนมาก อีกทั้งด้วยความที่นางไม่เชี่ยวชาญการบ่มเพาะพลัง นางจึงลงเอยด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างการสับสนและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะแก้แค้น”

“นางได้หลบซ่อนตัวในบ่อน้ำแห่งนี้ เพียงแต่ตราบใดที่ฟาบ่อไม่ได้รับการปิดบัง นางก็สามารถออกมาได้”หลินจิ่วเฟิง ได้บ่นพึมพัมออกมา

จู่ ๆ เขาก็ยิ้มขึ้น เขาเพิ่งรู้จากความทรงจำของพระสนมเจียว่านางต้องการจะออกมาจากที่นั่นตั้งแต่ 3 ปีก่อนแล้ว แต่ในคืนนั้นหลังจากที่ หลินจิ่วเฟิง เปิดฝาดูและไม่พบอะไร เขาก็ปิดผนึกมันกลับไปอีกครั้ง ดังนั้นนางจึงไม่สามารถออกมาได้

หลังจากนั้น ก็ผ่านไป 3 ปี

ในช่วงเวลา 3 ปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่นางเจ็บปวดที่สุด

ถ้า หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้สังเกตุเห็นบ่อน้ำที่คล้ายกัน  และใคร่สนใจ อย่าว่าแต่ 3 ปีเลย เกรงว่านางคงต้องรอต่อไปอีกนาน

แต่ทว่า หลังจากผ่านไป 3 ปี หลินจิ่วเฟิง ได้กลับมาเปิดบ่อน้ำอีกครั้ง ดังนั้น นางจึงใช้โอกาสนี้เพื่อแก้แค้นเกี่ยวกับเรื่องเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

น่าเสียดาย ที่ หลินจิ่วเฟิง ในปัจจุบัน แตกต่างจากช่วงเวลาในตอนนั้น

ตอนนี้ นางได้ถูกพลังปราณกระบี่ตอกกลับจนไปชนผนังกำแพงด้วยความรุนแรง

แน่นอนพลังปราณกระบี่อันแข็งแกร่งนี้ทำให้นางไม่สามารถขัดขืนได้

ผนังกำแพงที่นางชนก็ปรากฏรอยร้าวจำนวนมากออก

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 4 วิญญาณอาฆาต

คัดลอกลิงก์แล้ว