เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 2 ฝึกฝนในตำหนักเย็น

80Y-ตอนที่ 2 ฝึกฝนในตำหนักเย็น

80Y-ตอนที่ 2 ฝึกฝนในตำหนักเย็น


ตำหนักเย็นถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน

ครั้งสุดท้ายที่มีคนเข้ามาก็คือเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

ที่นี่มีใยแมงมุมและวัชพืชอยู่ทุกหนแห่ง กระทั่ง อากาศยังคงส่งกลิ่นเหม็นออกมา

เขาได้เข้าไปยังห้องชั้นใน และมองเห็น โต๊ะ เกาอี้ กระทั่ง ม้านั่งสองสามตัวที่นอนอย่างเบื่อหน่าย พวกมันอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม จนแทบจะไม่สามารถใช้งานได้

แต่หลินจิ่วเฟิง หาได้สนใจเรื่องนี้ เขาทำความสะอาดที่นี่เล็กน้อยและนั่งลง เมื่อหลับตาลง เขาก็เริ่มตรวจสอบทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุดภายในจิตใจ

หลังจากลงชื่อเข้าใช้แล้ว ข้อมูลของทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุด ก็ปรากฏขึ้นในใจของเขา

ขั้นแรกของทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุด คือการสร้างร่างกระบี่

“การบ่มเพาะพลังของข้าถูกทำลายไปแล้วก็จริง แต่เพียงแค่ทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุดใช่ว่าจะฝึกฝนไม่ได้”ดวงตาของ หลินจิ่วเฟิง ได้เป็นประกาย เขาได้นั่งสมาธิและพยายามฝึกฝนขั้นแรกของทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์

สร้างร่างกระบี่!

มันคงเป็นเรื่องยากมากสำหรับคนธรรมดาที่จะฝึกฝนทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุด อย่างไรก็ตาม สำหรับ หลินจิ่วเฟิง มันเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับเขา

เขาสามารถฝึกฝนมันได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรเลย

เขาใช้เวลาในวันแรกไปกับการฝึกฝนทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุด และ เข้าสู่ ขั้นสร้างรากฐานโดยตรง ภายในตันเถียนของเขาได้ปรากฏร่างกระบี่ขึ้น [ศูนย์กลางพลังภายในร่างกาย]

‘บรรพบุรุษของข้าขณะที่ยังเป็นองค์ชาย เขาได้ทุ่มเทกับการฝึกฝนตั้งแต่เด็ก กระทั่งได้รับทรัพยากรบ่มเพาะพลังมากมาย แต่ถึงกระนั้นยังต้องใช้เวลากว่า 3 เดือน กว่าจะไปถึงขั้นสร้างรากฐานได้ แต่ทักษะที่ข้าได้รับมานี้สามารถทำให้ข้าเข้าถึงมันได้เลย’

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกยินดีกับตัวเอง

พอตกตอนกลางคืน แสงจันทร์ได้สาดส่องลงมายังพื้นดินราวกับผิวน้ำตก

หลินจิ่วเฟิง ได้ทุ่มเทไปกับการบ่มเพาะพลัง การฝึกฝนของเขาคล้ายกับการตีเหล็กตอนที่มันยังร้อน

เพียงแต่ตอนนี้ มีคนมาเคาะประตูที่หน้าตำหนักเย็นและตะโกนขึ้น“องค์ชายจิ่วเฟิง ข้านำอาหารมาให้ท่านแล้วขอรับ”

หลินจิ่วเฟิง ไม่มีทางเลือกนอกจากหยุดฝึกฝน เนื่องจากการบ่มเพาะพลังถูกทำลายไป ทหารองค์รักษ์คนนี้รู้ดีว่าจะต้องรีบส่งอาหารให้อีกฝ่ายเพราะเขาไม่ได้รับอนุญาติให้ปล่อยอีกฝ่ายอดตาย

แต่พวกเขาหาได้รู้ไม่ว่า หลินจิ่วเฟิง ได้สร้างรากฐานการบ่มเพาะพลังขึ้นมาใหม่หลังจากผ่านไปเพียงวันเดียว ด้วยการบ่มเพาะพลังในปัจจุบันของเขา เขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้สิบวันหรือมากกว่านั้นโดยไม่จำเป็นจะต้องมีปัจจัยยังชีพใด ๆ เลย

เขาเดินไปที่ด้านหน้าประตูตำหนักเย็น หลินจิ่วเฟิง มองเห็นรูเล็ก ๆ ที่มีหินกั้นเอาไว้

คนด้านนอกได้พูดขึ้น“องค์ชายจิ่วเฟิง ท่านรีบย้ายหินนี้ออกไปแล้วข้าจะส่งอาหารให้ท่าน”

หลินจิ่วเฟิง ได้ทำตามที่อีกฝ่ายบอก

อาหารที่กำลังร้อนและเต็มไปด้วยเนื้อสัตว์และผักถูกส่งมาทางรู

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกตกตะลึงและกล่าวถาม“ข้าจะได้กินอาหารอร่อย ๆ แบบนี้งั้นหรือไม่?”

คนที่อยู่ด้านนอกประตูหัวเราะออกมา“องค์ชาย แม้ว่าท่านจะถูกปลดจากบัลลังก์ แต่ท่านก็ยังเป็นสมาชิกของราชวงศ์อยู่ดี ดังนั้น ผู้บัญชาการจึงสั่งให้ข้าเตรียมอาหารที่ดีให้ท่าน”

หลินจิ่วเฟิง ได้ยิ้มออกมา“ฝากขอบคุณผู้บัญชาการของเจ้าแทนข้าด้วย!”

คนข้างนอกรีบตอบกลับ“รีบกินเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะมาอีก ข้าจะนำอาหารมาให้ท่าน 3 มื้อต่อวันและให้สัญญาว่าจะไม่ขาดไม่สาย”

หลินจิ่วเฟิง ต้องการจะบอกว่าเขาไม่ต้องการมื้ออาหารมากขนาดนั้น แต่คนด้านนอกก็จากไปแล้ว

เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกินอาหารมื้อแรกตั้งแต่มาถึงที่โลกนี้

หลังจากรับประทานอาหารแล้ว เขาก็ยังคงฝึกฝนต่อไป ไม่คิดล่าช้าแม้แต่นิดเดียว

ขั้นตอนแรกของการบ่มเพาะพลังคือ รวมปราณ และ สร้างรากฐาน

หลังจากที่เสร็จสิ้นการรวมปราณและสร้างรากฐานแล้ว ถึงจะเริ่มต้นเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างแท้จริง จากนั้นก็ ขั้นก่อเกิด,ขั้นแกนทองคำ,ขั้นปรมาจารย์,ขั้นปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่,ขั้นปราชญ์การต่อสู้ และ ในที่สุดก็ขั้นเทพมนุษย์”

ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อเกิด สามารถจัดการกับศัตรูนับหมื่นคน ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแกนทองคำ สามารถปราบปรามกองทัพนับล้าน ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรมาจารย์สามารถทำลายเมืองได้ทั้งเมือง และ ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่สามารถต่อสู้กับคนทั้งประเทศได้

สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้ แต่ละคนล้วนมีพลังเหนือจินตนาการ

ส่วนขั้นเทพมนุษย์กลับทรงพลังมากกว่า

หลินจิ่วเฟิง ในตอนนี้ อยู่ในขั้น รวมปราณ และ สร้างรากฐาน

เขายังคงอ่อนแอเกินไป ดังนั้นเขาจึงต้องพยายามอย่างหนัก

‘ฝึกฝนอย่างเงียบ ๆ ลงชื่อเข้าใช้สถานที่อย่างเงียบ ๆ ไม่สามารถปัญหาหรือผลกระทบใด ๆ และพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง…’

‘อย่างไรก็ตามตอนนี้ ข้าอยู่ที่นี่คนเดียวและถูกปลดออกจากตำแหน่งองค์รัชทายาทแล้ว ข้าสามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างสงบและลงชื่อเข้าใช้สถานที่อย่างต่อเนื่อง’

หลินจิ่วเฟิง ได้ครุ่นคิดเงียบ ๆ

ในคืนแรกผ่านไป ภายในตำหนักเย็น หลินจิ่วเฟิง ได้นั่งขัดสมาธิตลอดทั้งคืน เพื่อเพิ่มระดับการบ่มเพาะพลังของเขา

มี 9 ระดับสำหรับการรวมปราณ และ 15 ระดับสำหรับสร้างรากฐาน

หลินจิ่วเฟิง ได้ไปถึงระดับ 3 ของการสร้างรากฐานในชั่วข้ามคืน

เขาไม่มีปัญหาในการฝึกฝนทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุดที่เขาได้รับมาจากการลงชื่อเข้าใช้เลย

เช้าวันรุ่งขึ้น หลินจิ่วเฟิง ได้ลืมตาตื่น สิ่งแรกที่เขาทำก็คือการลงชื่อเข้าใช้

[คุณต้องการลงชื่อเข้าใช้ภายในตำหนักเย็นใช่หรือไม่?]

“ลงชื่อเข้าใช้!”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

[ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับ โอสถชำระแก่นเท้!]

[สามารถลงชื่อเข้าใช้ซ้ำที่นี่ได้จนกว่าผลของการลงชื่อเข้าใช้จะหายไป]

คำสองบรรทัดได้ปรากฏขึ้นด้านหน้าของ หลินจิ่วเฟิง สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกมีความสุข

“โอสถชำระแก่นแท้ นี้เป็นของดี มีเพียงนักเล่นแร่แปรธาตุเท่านั้นที่สามารถปรับแต่งมันได้ เพียงแต่มันจะต้องใช้เงินอย่างน้อย 2-3 พันเหรียญในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา”โอสถสีขาวบริสุทธิ์ได้ปรากฏขึ้นในมือของ หลินจิ่วเฟิง เขาได้กลืนมันลงไปทันที

“สิ่งนี้จะช่วยขจัดของเสียภายในร่างกายของข้า และทำให้ข้าสามารถบ่มเพาะพลังได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น”

หลินจิ่วเฟิง ได้เริ่มต้นฝึกฝนของเขาทันที

1 ชั่วยามต่อมา เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น หลินจิ่วเฟิง ก็ได้ย่อย โอสถชำระแก่นแท้ ได้อย่างสมบูรณ์ ระดับการบ่มเพาะพลังของเขาได้ไปพุ่งไปถึงระดับ 5 ของการก่อตั้งรากฐาน

เขาต้องการจะฝึกฝนต่อไปแต่คนส่งอาหารรได้มาเยือนในตอนเช้า

เมื่อหลินจิ่วเฟิง รับอาหารมา เขาก็ตอบกลับ“ต่อจากนี้ไปเจ้ามาส่งอาหารทุก ๆ 7 วันก็พอ เจ้าไม่ต้องมาบ่อยขนาดนั้น”

การมาถึงของคนส่งอาหารมักจะทำให้เขารู้สึกได้ถึงการรบกวนขณะกำลังบ่มเพาะพลัง

“แล้วท่านจะไม่หิวงั้นหรือ?”ทหารคนนี้ได้กล่าวถามอย่างระวัง

“ข้ากำลังฝึกฝนและสร้างรากฐานใหม่ ดังนั้นไม่ต้องกังวลไป”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา

เขาไม่ได้โกหก

หลังจาการบ่มเพาะพลังของเขาถูกทำลาย มันก็ไม่ใช่เรื่องปกติที่เขาจะคิดฝึกฝนและสร้างรากฐานใหม่

“ตกลง ข้าจะกลับมาที่นี่ในอีก 7 วันต่อมา และนำของอร่อย ๆ มาให้ท่าน”ทหารคนนี้ได้ตอบกลับอย่างเชื่อฟัง

หลินจิ่วเฟิง พึงพอใจมาก เขาได้ทานอาหารเช้าและฝึกฝนต่อไป

เขาสามารถลงชื่อเข้าใช้อย่างสงบสุขตลอด 7 วันนี้ และ ฝึกฝนมัน จากนั้นก็รอรับประทานอาหารอร่อยมื้อต่อไป

กิจวัตรประจำวันที่เงียบสงบและสวยงามเช่นนี้ค่อนข้างเหมาะกับ หลินจิ่วเฟิง

หลังจากส่งอาหารเช้าแล้ว ทหารคนนี้ก็กลับไปรายงานรองผู้บัญชาการของเขา

“เขาบอกว่า ในอนาคตให้ส่งอาหารไปทุก ๆ 7วันก็เพียงพอ ตอนนี้เขากำลังสร้างรากฐานพลังใหม่และไม่อยากถูกรบกวน”

รองผู้บัญชาการได้สั่นศีรษะ“แม้ว่าองค์ชายจะทรงเป็นอัจฉริยะที่รู้จักกันดีในราชวงศ์ แต่เขาก็ไม่สามารถท้าทายชะตาสวรรค์และฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีกครั้งหลังจากที่การบ่มเพาะพลังของเขาถูกทำลายไป อย่างมากที่สุด เขาก็อาจจะติดอยู่ในขั้นสร้างรากฐานไปตลอด ดังนั้นลืมมันไปเถอะ เพียงแค่ส่งอาหารไปให้เขาทุก ๆ 7 วันก็พอ”

“ขอรับ!”ทหารคนนี้ได้ป้องหมัดและรับคำสั่ง

หลังจากที่เขาถูกขับออกจากบัลลังก์และเนรเทศมายังตำหนักเย็น เหตุการณ์วุ่นวายก็พลันจบลง ไม่มีใครพูดถึงองค์ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอัจฉริยะหาใดเปรียบคนนี้อีกแล้ว

ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ได้จัดการแข่งขันขึ้นเพื่อชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทคนใหม่

ไม่มีใครสนใจ หลินจิ่วเฟิง ที่ยังอยู่ในตำหนักเย็น

แน่นอนว่า หลินจิ่วเฟิง ก็ไม่ได้ต้องการให้พวกเขามาดูแล

เขายังคงฝึกฝนอย่างเงียบ ๆ และลงชื่อเข้าใช้เป็นประจำ

หลินจิ่วเฟิง ได้ลงชื่อเข้าใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน

เขาได้นั่งไขว่ห้างทุกวันโดยไม่ลุกไปไหน

7 วันต่อมา หลินจิ่วเฟิง ได้บ่มเพาะพลังมาถึงระดับสูงสุดของการสร้างรากฐาน

นี่คือขอบเขตสูงสุดที่ หลินจิ่วเฟิง ไปถึงได้ ตามที่รองผู้บัญชาการกล่าวเอาไว้

หลังจากที่ หลินจิ่วเฟิง ทะลวงระดับพลัง ทหารคนนั้นก็กลับมาส่งอาหารอีกครั้ง

หลินจิ่วเฟิง ได้ย้ายหินออกและรับอาหารที่มาส่ง

ในนี้มีกระทั่งไวน์และเนื้อสัตว์ชั้นดี ถือเป็นมื้อฟุ่ยเฟือยที่ดีอย่างแน่นอน

หลินจิ่วเฟิง อดไม่ได้ที่จะถาม“เจ้าชื่ออะไร?”

“ข้าชื่อ ต้าชุน นี่คือชื่อที่ทุกคนเรียกข้า”ทหารคนนี้ได้ตอบกลับ

“เอาล่ะ อีก 7 วันเจอกัน”หลินจิ่วเฟิง อารมณ์ดีและหัวเราะออกมา

เมื่อ ต้าชุน ได้ยินเสียงหัวเราะของ หลินจิ่วเฟิง เขาก็กล่าวถามด้วยความสงสัย“องค์ชาย ทรงรู้สึกอารมณ์ดี?”

“อืม ข้าจำได้ว่ามีเรื่องน่ายินดี”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

เขาได้หยิบไวน์ขึ้นมาและเพลิดเพลินไปกับเนื้อชั้นดีและมื้ออาหารนี้

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 2 ฝึกฝนในตำหนักเย็น

คัดลอกลิงก์แล้ว