เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 508: ประโยชน์ของทงเป่า

บทที่ 508: ประโยชน์ของทงเป่า

บทที่ 508: ประโยชน์ของทงเป่า


บทที่ 508: ประโยชน์ของทงเป่า

จิตสัมผัสของเฉินซานซือเชื่อมต่อกับคางคกเงิน เบื้องหน้าของเขาปรากฏร้านค้าที่ดูเรียบง่ายขึ้นมา

ของที่วางขายในร้านก็เรียบง่ายเช่นกัน มีเพียงอย่างเดียว

ยาห้าปราณชำระพิษ

ระดับ: ยาระดับสาม

สรรพคุณ: เมื่อกลืนลงท้อง จะสามารถคุ้มครองผู้ใช้ ไม่ให้พิษใดๆทำร้ายร่างกายได้

ราคา: สามทงเป่า

นี่มัน...

เพียงแค่ใช้หลัวเซียวทงเป่าที่ได้มาจากทางเดินก่อนหน้านี้ ก็สามารถซื้อของที่ช่วยให้ผ่านป่าพันพิษไปได้อย่างราบรื่นงั้นหรือ?

เฉินซานซือดีใจขึ้นมาในทันที ตั้งใจจะใส่เหรียญเพิ่มอีกสองเหรียญทันที แต่เขาก็พลันนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงลังเลขึ้นมา

การกระทำของเขา ทำให้ผู้ฝึกตนที่อยู่ใกล้ๆก็พากันมารวมตัวกันรอบคางคก

หวังจวิ้นแห่งสำนักเซิงอวิ๋น ยืนสังเกตการณ์อยู่ท้ายแถวอย่างเงียบๆ

"ประมุขยอดเขาหลู?" ซูหยางเข้ามาใกล้ "เกิดอะไรขึ้น คางคกตัวนี้มีอะไรผิดปกติหรือ?"

"อืม"

เฉินซานซือถอยหลังไปสองก้าว ให้ซูหยางดูด้วยตนเอง

"นี่มัน..."

ซูหยางเชื่อมจิตสัมผัสกับคางคก แสดงสีหน้าเหลือเชื่อ "เหรียญที่ได้จากการเอาชนะหุ่นเชิดก่อนหน้านี้ ยังมีประโยชน์แบบนี้ด้วยหรือ?"

คางคกกลืนเหรียญเข้าไป หลังจากนั้นไม่นาน ลิ้นก็ดีดออกมาอีกครั้ง คายลูกแก้วสีดำเม็ดหนึ่งออกมา

"ประมุขยอดเขาหลู!"

ซูหยางเก็บลูกแก้วชำระพิษไว้ดีแล้ว ก็คืนเหรียญหนึ่งเหรียญให้ชายในชุดขาว พลางกล่าว

"ท่านไม่แลกสักเม็ดหรือ ได้ยาแล้ว พวกเราจะได้รีบผ่านหมอกพิษไปก่อน!"

"ศิษย์พี่ซู" เฉินซานซือกล่าวอย่างสงบ "ขอยืมยาของท่านให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่?"

"ได้สิ"

ซูหยางชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

ภายใต้การทำงานของวิชา "เห็นยารู้สูตร" เฉินซานซือก็ถอดรหัสสูตรยา "ยาห้าปราณชำระพิษ" ได้ในทันที เเล้วก็พบว่าวัตถุดิบหลักในนั้น มีงอกอยู่ในป่าพันพิษนี้ด้วย เขาสามารถปรุงเองได้ ไม่จำเป็นต้องเสียสามทงเป่าไปซื้อเลย

เขาคิดว่า...ในเมื่อผู้ที่สร้างแดนลับแห่งนี้ จงใจแจกทงเป่าให้ทุกคน ในภายหลังย่อมต้องมีประโยชน์ที่ใหญ่กว่านี้อย่างแน่นอน ดังนั้นประหยัดได้ก็ควรจะประหยัด

เฉินซานซือคิดเช่นนี้ แต่คนอื่นกลับไม่คิดเช่นนั้น

ผู้ฝึกตนจากสำนักและตระกูลต่างๆเมื่อได้เห็นความผิดปกติของคางคกแล้ว ก็พากันเบียดเสียดเข้ามา เริ่มใช้หลัวเซียวทงเป่าซื้อยาห้าปราณชำระพิษ

"ศิษย์พี่หญิง"

เฉินซานซือส่งกระแสจิตไปหาหญิงสาวตาบอด

"ท่านอย่าเพิ่งไปซื้อยา รบกวนท่านกับข้าเข้าไปในหมอกพิษ เก็บสมุนไพรสองสามต้น"

เจียงซีเยว่ยอมรับโดยปริยาย เดินเข้าไปในป่าพันพิษโดยไม่พูดอะไร ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากตัวนางเป็นศูนย์กลาง ทุกที่ที่นางผ่านไป พืชพรรณก็แข็งตัวเป็นน้ำแข็งทีละนิด แม้กระทั่งหมอกพิษก็ถูกกั้นไว้

เพียงแต่กำลังคนมีจำกัด หมอกพิษกลับไม่มีที่สิ้นสุด และพวกมันราวกับมีชีวิต พยายามที่จะรวมตัวกันเข้าหาสิ่งมีชีวิตอย่างเอาเป็นเอาตาย

พลังปราณคุ้มกายเบื้องหน้านาง เริ่มลดลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ช่างเป็นหมอกพิษที่ร้ายกาจนัก!

เฉินซานซือเคยประเมินว่าตนเองจะทนได้หนึ่งก้านธูป อันที่จริงคงจะน้อยกว่านั้นเสียอีก

เขาไม่เสียเวลา ปล่อยพลังปราณที่หนาแน่นในแก่นทองคำออกมาเช่นกัน เกราะป้องกันแผ่ขยายออกไป ขับไล่หมอกพิษที่พยายามจะรุกล้ำเข้ามาอย่างแข็งขัน

เพียงแต่ในไม่ช้า หมอกพิษเหล่านี้ก็ราวกับงูพิษนับไม่ถ้วน เปิดฉากโต้กลับ กัดกินพลังปราณธาตุไฟอย่างบ้าคลั่ง

ทั้งสองคนรู้ดีว่าหมอกพิษมีฤทธิ์ร้ายกาจ แต่ก็ยังเลือกที่จะฝ่าเข้าไป ภาพนี้ถูกคนอื่นๆมองเห็น

"พวกเขาจะทำอะไร?" ลู่จาวซึ่งเป็นผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำขั้นกลางหรี่ตาลง

"ทำไมไม่แลกยา คิดจะฝ่าเข้าไปดื้อๆงั้นหรือ?"

"หรือว่า..." ผู้ฝึกตนอิสระระดับแก่นทองคำขั้นกลางอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้น "พวกเราจะลงมือกันตอนนี้เลย?"

"ไม่ได้" ลู่จาวปฏิเสธ "ถ้าคนผู้นี้คือเฉินซานซือจริงๆฝีมือย่อมต้องไม่ธรรมดา ต่อให้สหายเต๋าต้งเวยไม่อยู่ พวกเราก็ต้องรอให้สหายเต๋าอีกสองคนมาถึงก่อน"

"และพยายามอย่าให้คนอื่นสังเกตเห็น อย่างไรเสียนี่ก็เป็นการขัดหน้าของสำนักศักดิ์สิทธิ์"

"ก็ได้" ผู้ฝึกตนอิสระที่แก่ชราราวกับไม้ผุพยักหน้า พลางหันไปถาม "ครั้งนี้พวกเราเสี่ยงมากขนาดนี้ จะคุ้มค่าจริงๆหรือ?"

"แน่นอน" ลู่จาวตอบโดยไม่ลังเล "หลังจากเรื่องนี้สำเร็จ เฉาเซี่ยก็จะยึดครองทวีปตงเซิ่งเสินโจว อาศัยการคุ้มครองของผนึกทะลวงสู่ระดับเปลี่ยนแปลงเทวะ เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราเหล่านี้ก็จะพลอยได้ดีไปด้วย!"

"ข้าผู้เฒ่าเองไม่เป็นไรอยู่แล้ว อย่างไรเสียอายุขัยก็เหลือน้อยเต็มทีแล้ว ชาตินี้ก็คงไม่มีโอกาสได้สัมผัสเกณฑ์ระดับวิญญาณแรกเริ่ม"

ผู้ฝึกตนสูงวัยถอนหายใจ

"ที่สำคัญที่สุด ก็คือเพื่อหาหนทางบำเพ็ญเพียรที่ราบรื่นให้แก่ลูกหลาน ครั้งนี้ ข้าเอาชีวิตทั้งชีวิตฝากไว้กับเจ้าแล้ว"

"วางใจเถอะ" ลู่จาวกล่าวอย่างมั่นใจ "ต่อให้เป็นเฉินซานซือจริงๆหากคำนวณตามเวลาแล้ว ระดับพลังก็ไม่น่าจะเกินระดับแก่นทองคำขั้นต้น"

"รอให้สหายเก่าอีกสองคนมาถึง ให้พวกเขารั้งเด็กสาวตาบอดนั่นไว้ เจ้ากับข้าสองคนร่วมมือกันรับมือกับผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำขั้นต้นคนเดียว คงจะไม่มีแรงกดดันอะไรมากนัก"

"หืม..." ผู้ฝึกตนสูงวัยขัดจังหวะ "เฒ่าลู่รีบดู พวกเขาสองคนกำลังเก็บยา?!”

ก็เห็นในป่า เฉินซานซือและหญิงสาวตาบอด ทนต่อการกัดกร่อนของหมอกพิษอย่างยากลำบาก เก็บพืชวิญญาณสองสามต้นออกมาอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเขาต่อหน้าทุกคน เรียกเตาปรุงยาและวัตถุดิบอื่นๆออกมาจากถุงเก็บของ แล้วก็เริ่มปรุงยา

"พวกเขาจะปรุงยาห้าปราณชำระพิษ?!”

ลู่จาวเข้าใจในทันที ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหลือเชื่อ

ผู้ฝึกตนสูงวัยประหลาดใจ "เขารู้สูตรได้อย่างไร?!”

เขาเพิ่งจะไปดูยามา มันไม่เหมือนยาแก้พิษใดๆที่มีขายในตลาดเลยแม้แต่น้อย

บริเวณใกล้เคียงก็ไม่มีสูตรยาหรือคำใบ้ใดๆเจ้านี่จะปรุงได้อย่างไร?

และการปรุงยาหม้อหนึ่ง เร็วก็สิบกว่าวัน ช้าก็ไม่มีกำหนด จะทันหรือ?

ท่ามกลางสายตาของผู้คน เฉินซานซือเปิดเตาปรุงยา

หญิงสาวตาบอดในชุดคลุมสีดำ ผ้าไหมปิดตา ยืนอยู่ข้างๆคอยคุ้มกัน

หลังจากทะลวงสู่ระดับปรมาจารย์ปรุงยาระดับสามแล้ว เฉินซานซือปรุงยาหม้อหนึ่ง ใช้เวลามากที่สุดเพียงสองวันเท่านั้น

ในป่าพันพิษก็ลึกสุดหยั่ง ไม่รู้ว่ามีอันตรายอะไรซ่อนอยู่บ้าง ให้คนอื่นๆเข้าไปสำรวจทางก่อน เขาเดินตามหลังไป ก็จะได้รับคำเตือนบางอย่าง

สำหรับเรื่องที่มีคนเปิดเตาปรุงยานั้น ผู้ฝึกตนที่อยู่ ณ ที่นั้น บางคนก็อยู่ดูต่อ บางคนก็หัวเราะเยาะ บางคนก็แลกยาห้าปราณชำระพิษเสร็จแล้ว ก็รีบพุ่งเข้าไปในป่าพันพิษ กลัวว่าถ้าช้าไปก้าวเดียว สมบัติในแดนลับจะตกไปอยู่ในมือของคนอื่น

เวลาสองวัน ผ่านไปในพริบตา

พร้อมกับเสียงเตาปรุงยาสั่นสะเทือนไม่หยุด แสงสีน้ำเงินก็พุ่งออกมาจากในนั้น กระแทกฝาเตาเปิดออก ประกาศความสำเร็จในการปรุงยา

ทักษะ: ปรุงยา (ระดับสาม)

ความคืบหน้า: 55/2000

…..

ยาเม็ดสีครามสามเม็ดลอยอยู่กลางอากาศ นั่นก็คือยาห้าปราณชำระพิษคุณภาพเยี่ยม!

"ประมุขยอดเขาหลู" ซูหยางเบิกตากว้าง "ท่านรู้วิธีปรุงยาได้อย่างไร?"

"ใช่แล้ว..." ศิษย์ร่วมสำนักสำนักชิงซูคนอื่นๆกล่าวตาม "เหมือนกับที่พวกเราแลกมาไม่มีผิด!"

เฉินซานซืออ้างว่า "บอกตามตรง ข้าเคยสำรวจแดนลับแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ได้ตำรายาโบราณมาเล่มหนึ่ง ในนั้นมีวิธีการปรุงยาชำระพิษอยู่พอดี"

"ประมุขยอดเขาหลูมีวาสนามากนัก ไม่แปลกใจเลยที่เข้าสำนักมาเพียงไม่กี่ปี ก็สามารถสร้างแก่นทองคำได้สำเร็จ!"

ซูหยางอิจฉาอย่างยิ่ง

สองวันนี้ ศิษย์ส่วนใหญ่ของสำนักชิงซูไม่ได้จากไปไหน แต่คอยเฝ้าอยู่ข้างเตาปรุงยา

ไม่ใช่ว่าพวกเขาอยากจะช่วยด้วยความจริงใจ แต่รู้ดีว่าในแดนลับระดับสูงเช่นนี้ การอยู่ใกล้ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำสองคน จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้

ส่วนคนจากสำนักอื่นๆสองวันนี้ก็ทยอยจากไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังลังเลว่าจะเข้าไปในป่าดีหรือไม่

…..

"พอแล้ว"

เฉินซานซือเก็บเตาปรุงยา มอบยาชำระพิษเม็ดหนึ่งให้ศิษย์พี่หญิง แล้วก็ตั้งใจจะผ่านป่าพันพิษไป

"ผู้อาวุโสสำนักชิงซูท่านนี้"

หวังจวิ้นเข้ามาข้างๆกล่าวอย่างนอบน้อม

"ข้าเห็นผู้อาวุโสปรุงยาหม้อนี้ได้สามเม็ด จะขายให้ข้าสักเม็ดได้หรือไม่?"

เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวเสริม "ข้ายินดีจ่ายสองหลัวเซียวทงเป่า"

"โอ้?"

เฉินซานซือมองเขาแวบหนึ่ง นึกถึงว่าที่ตนเองปรุงยาขึ้นมาก็เพื่อประหยัดทงเป่า หากสามารถทำกำไรได้บ้าง ก็น่าจะดียิ่งขึ้นไปอีก

เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วก็ตกลงกับการซื้อขายนี้

"ขอบคุณผู้อาวุโส"

หวังจวิ้นประสานมือคารวะ แล้วก็จากไปพร้อมกับยา

"สหายเต๋า ข้าก็อยากจะซื้อเม็ดหนึ่ง"

ผู้ฝึกตนคนอื่นๆเมื่อเห็นภาพนี้แล้ว ก็พากันอยากจะซื้อบ้าง

พวกเขาถึงแม้จะไม่รู้ว่าหลัวเซียวทงเป่ามีประโยชน์อะไร แต่อย่างไรเสียก็ถูกกว่าแลกจากคางคกหนึ่งเหรียญ

รวมถึงศิษย์สำนักชิงซู ก็เสนอคำขอที่คล้ายกัน

"ขออภัย" เฉินซานซือแบมือ "ข้าเหลือเพียงสองเม็ดสุดท้าย ไม่มีเหลือแล้ว"

"เก็บยาเพิ่มอีกเล่า?" มีคนเสนอ "ผู้อาวุโสในเมื่อรู้สูตรยาแล้ว ในป่าพันพิษก็มีวัตถุดิบ ทำไมไม่ปรุงเพิ่มอีกล่ะ?"

"เช่นนี้ ผู้อาวุโสก็จะสามารถทำกำไรได้ พวกเราก็จะประหยัดได้หนึ่งเหรียญ!"

"ใช่แล้วประมุขยอดเขาหลู" ศิษย์ร่วมสำนักสำนักชิงซูกล่าวเสริม "จะปรุงเพิ่มอีกได้หรือไม่ พวกเราก็ยินดีจ่ายทงเป่าซื้อ"

เฉินซานซือเชื่อมั่นว่า ในด่านทดสอบต่อไปยังคงต้องใช้เหรียญอยู่ ดังนั้นยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

เขาพิจารณาอย่างจริงจังแล้วก็ตัดสินใจจะปรุงเพิ่มอีกหม้อหนึ่ง ดังนั้นจึงกินยาชำระพิษเข้าไป แล้วก็เข้าไปในป่าอีกครั้ง

ในวินาทีที่ยากลืนลงท้อง เฉินซานซือก็รู้สึกว่าทวารทั้งเจ็ดและรูขุมขนทั่วร่างกาย ถูกเคลือบด้วยยาหม่องเย็นๆ

ยาเม็ดนี้ ไม่สามารถป้องกันหมอกพิษจากภายนอกได้

แต่ภายใต้การเสริมฤทธิ์ของมัน หมอกพิษในฟ้าดินจะถูกชำระล้างหลายชั้นก่อนที่จะรุกล้ำเข้ามา ในที่สุดก็จะกลายเป็นพลังวิญญาณบริสุทธิ์ ทำให้รู้สึกสดชื่นสบายใจ!

ไม่แปลกใจเลยที่ยาแก้พิษทั่วไปใช้ไม่ได้ผล หมอกพิษในป่าพันพิษนั้นไม่สามารถป้องกันได้

วิธีที่ดีที่สุดคืออยู่ร่วมกับมัน!

เนื่องจากก่อนหน้านี้อาศัยพลังปราณฝืนทนอย่างเดียว เฉินซานซือจึงไม่ได้เก็บวัตถุดิบมามากนัก ตอนนี้จึงสามารถเดินเข้าไปลึกๆได้อย่างสบายใจ

หลังจากผ่านไปครึ่งวัน เขาก็กลับมาทางเดิม เปิดเตาอีกครั้ง ปรุงยาชำระพิษได้ยี่สิบเม็ด ขายให้กับผู้ฝึกตนคนอื่นๆ

หลัวเซียวทงเป่าในมือของเขา เพิ่มขึ้นจากสิบเหรียญเป็นห้าสิบเหรียญในทันที!

หากไม่กังวลว่าจะเสียเวลามากเกินไป เฉินซานซือยังสามารถปรุงเพิ่มอีกหลายหม้อ

"ขอบคุณประมุขยอดเขาหลู!"

ทุกคนกินยาเข้าไป ไม่มีใครที่ไม่กล่าวขอบคุณและชื่นชม

"ในเมื่อกินยาแล้ว พวกเราก็เดินต่อไปข้างหน้ากันเถอะ"

เฉินซานซือหันกลับไปมอง ก็พบว่ากลุ่มผู้ฝึกตนตระกูลต่างๆที่นำโดย "ลู่จาว" ได้หายไปแล้ว

เขาตั้งการ์ดป้องกันในใจ แล้วก็นำทีมเข้าไปในป่าพันพิษ

การเดินทางครั้งนี้ กินเวลาถึงสิบวัน!

กลุ่มคนเดินเท้าในป่าที่ไม่เห็นแสงตะวันถึงสิบวันสิบคืน ก็ยังหาทางออกไม่เจอ หากไม่ได้ถือเข็มทิศเพื่อระบุทิศทาง เกรงว่าคงจะสงสัยว่าตนเองติดอยู่ในค่ายกลวงกตบางอย่าง

และในป่าพิษนั้น ก็สามารถเห็นซากศพและศาสตราวุธที่แตกหัก หรือแม้กระทั่งศาสตราวุธวิเศษได้เป็นครั้งคราว

เหมือนกับแดนต้องห้ามเก้านรก ที่นี่เคยเกิดสงครามขนาดใหญ่ขึ้น

และจากป้ายเอวที่เหลืออยู่บนโครงกระดูกแล้ว คนที่ตายส่วนใหญ่ก็เป็นคนของไป๋อวี้จิงและสำนักหลัวเซียว

ดูท่าสงครามในยุคโบราณนั้น จะดุเดือดกว่าที่คิดไว้มาก ถึงขนาดทำให้สองสำนักใหญ่ที่เคยยิ่งใหญ่ในโลกของผู้ฝึกตน ต้องสูญหายไปจากโลก!

ศิษย์สำนักชิงซูเริ่มค้นหาของจากศพ

บนร่างของปรมาจารย์โบราณเหล่านี้ ต่อให้หาของที่ใช้ได้สักชิ้นหนึ่ง ก็สามารถนำไปเป็นสมบัติประจำตระกูลได้

เฉินซานซือก็ไม่พลาด

เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ของเขามีสองอย่าง

หนึ่ง, ค้นหาทรายดำฝูซีซึ่งเป็นของวิเศษสำหรับกายาทองคำวิถียุทธ์

สอง, ไข่มุกวิญญาณและแผนผังค่ายกลทำลายวิญญาณ

อย่างหลังจะปรากฏขึ้นที่ใดนั้น ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ส่วนทรายดำฝูซีนั้น จะเกิดขึ้นได้ในสองแห่ง

แห่งหนึ่งคือในเหมืองแร่เหล็กสำหรับสร้างศาสตราวุธชั้นสูงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อีกแห่งหนึ่งคือสุสานดาบหรือสนามรบโบราณที่มีศาสตราวุธและศาสตราวุธวิเศษที่ถูกทิ้งร้างอยู่เป็นจำนวนมาก

เบื้องหน้า คือที่ของสนามรบโบราณ

เฉินซานซือค้นหาอย่างละเอียดถี่ถ้วน น่าเสียดายที่ไม่พบร่องรอยของทรายดำฝูซีเลยแม้แต่น้อย

แม้กระทั่งศาสตราวุธที่เหลืออยู่ ก็ถูกหมอกพิษกัดกร่อนทั้งวันทั้งคืน จนสูญเสียพลังวิญญาณไปโดยสิ้นเชิง กลายเป็นเศษเหล็ก

ของวิเศษประเภทนี้ เป็นของที่หาได้ยากโดยแท้จริง ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเกินไป

ซูหยางเลือกอยู่นาน ก็พบเพียงโล่ที่เต็มไปด้วยรอยร้าว ซึ่งพอจะใช้ได้อีกไม่กี่ครั้งเท่านั้น

เขาหมดความสนใจในป่าพันพิษนี้ทันที

"ประมุขยอดเขาหลู พวกเรารีบเดินต่อไปข้างหน้าเถอะ พยายามหาผู้อาวุโสจิ่วหวนให้เจอ"

เฉินซานซือมองไปยังศิษย์ร่วมสำนักที่คอยอยู่รอบตัวเขา พลางกล่าวอย่างจริงใจ

"พี่น้องทุกท่าน อันที่จริงพวกท่านไม่จำเป็นต้องตามข้ามาตลอดก็ได้"

เขารู้ดีว่าคนเหล่านี้ ต้องการอาศัยผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำเพื่อเพิ่มการคุ้มครอง

แต่ตอนนี้เขาอยู่ในเคราะห์ดาวอังคารรักษ์ใจ มีคนกลุ่มหนึ่งคอยจับตามองอยู่ข้างหลัง การอยู่ใกล้เกินไปกลับเป็นอันตราย

"ประมุขยอดเขาหลู..." ซูหยางรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย "หรือว่าท่านคิดว่าพวกเรารบกวน?"

"ใช่แล้ว" มีคนรีบกล่าว "ประมุขยอดเขาหลู ท่านมีอะไรต้องการให้พวกเราทำก็สั่งมาได้เลย พวกเราจะไม่ถ่วงท่านอย่างแน่นอน"

"ช่างเถอะ..."

เฉินซานซือหมดหนทาง ก็ได้แต่ปล่อยให้พวกเขาตามต่อไป

กลุ่มคนเดินต่อไปอีกยี่สิบลี้ หมอกพิษในป่าก็ยิ่งหนาทึบขึ้น แทบจะถึงขั้นที่ยื่นมือออกไปก็มองไม่เห็นนิ้ว

เมื่อพวกเขาผ่านหมอกพิษนี้ไปแล้ว ก็ได้เห็นแสงสว่างอีกครั้ง!

พืชพรรณเบื้องหน้าเริ่มบางตาลง แสงแดดสามารถส่องผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งไม้ลงมาได้ ทำให้เกิดเงาที่สลับซับซ้อน

"ดีมาก ทางออก!"

ซูหยางแสดงสีหน้าตื่นเต้น ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะประจบ

"ต้องขอบคุณประมุขยอดเขาหลูที่คอยนำทางอยู่ข้างหน้าตลอด พวกเราถึงได้ออกจากป่าพิษนี้ได้ กลับไปแล้ว จะต้องขอบคุณประมุขยอดเขาหลูอย่างดี"

"ใช่ๆๆ!"

ข้างหลังมีเสียงสนับสนุนตามมา เพียงแต่ฟังดูเบาบาง

'เจ้าพวกโง่...' ซูหยางด่าในใจ

ศิษย์ร่วมสำนักของเขาเหล่านี้ ไม่เห็นหรือว่าหลูเซิงจือและเจียงซีเยว่ไม่ต้องการนำพวกเขาไปด้วย?

หากยังไม่รู้จักพยายามเอาใจ ไม่ช้าก็เร็วต้องถูกทิ้ง!

"ทุกคน ต้องขอบคุณประมุขยอดเขาหลูอย่างดี!"

ซูหยางย้ำอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอ เขาขมวดคิ้วหันกลับไป หมายจะดุว่าศิษย์ร่วมสำนักที่ไม่รู้จักกาลเทศะ แต่เขาก็กลับยืนตะลึงอยู่กับที่

ก็เพราะเขาเห็นศิษย์ร่วมสำนักหกคนที่เคยตามมาข้างหลัง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ที่เหลือเพียงสองคนสุดท้ายเท่านั้น

…………….

จบบทที่ บทที่ 508: ประโยชน์ของทงเป่า

คัดลอกลิงก์แล้ว