- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 152 : ข้ามเเม่น้ำอีกครั้ง!
บทที่ 152 : ข้ามเเม่น้ำอีกครั้ง!
บทที่ 152 : ข้ามเเม่น้ำอีกครั้ง!
บทที่ 152 : ข้ามเเม่น้ำอีกครั้ง!
เจ้าขาวพยักหน้า แล้วก็ร้องเสียงดังอีกครั้ง
จากนั้นมันก็พาม้าศึกกว่าสองพันตัวจากไป ในเวลาไม่นานก็หายลับไปทั้งหมด
“…” ฉากนี้แม้แต่เฉินซานซือเองก็ยังรู้สึกตะลึง
….
“เอาล่ะ…ข้ามแม่น้ำได้!” หยูซ่งสั่งการ
หลังจากข้ามแม่น้ำไปแล้ว ทุกคนก็รีบเดินทางทั้งวันทั้งคืน จนในที่สุดก็มาถึงนอกเมืองเล็กๆ หลายเมือง
ทหารฝั่งตะวันออกถูกย้ายไปหมดแล้ว
บางส่วนก็ลงใต้ บางส่วนก็ไปทางตะวันตกเพื่อปราบกองทัพหลักของเหลียงโจว เมืองเหล่านี้จึงไม่มีการป้องกัน มีแค่ตำรวจไม่กี่สิบนาย ไม่มีแม้แต่คนเฝ้าเมือง พอพวกมันเห็นกองทัพของศัตรูก็ตกใจ รีบเปิดประตูเมืองยอมแพ้ทันที
พวกเขามุ่งหน้าลงใต้เรื่อยๆ สุดท้ายก็หยุดพักที่เมืองเจี้ยนโข่ว
แม้ว่าบนแผนที่ระยะทางจะดูสั้น แต่จริงๆแล้วต้องเดินเป็นระยะทางหลายร้อยหลายพันลี้ ถ้าไม่มีม้า ต่อให้มีพลังปราณเเละเลือดก็มีขีดจำกัด ถ้าเดินทัพแบบเร่งรีบโดยไม่หยุดพัก อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
ตั้งแต่ข้ามแม่น้ำมา ก็ผ่านไปสิบห้าวันแล้ว…แต่พวกเขาแทบจะไม่มีความสูญเสียเลย มีเพียงความเหนื่อยล้าเท่านั้น
“จิ๊บ…”
เหยี่ยวนางฟ้าบินมาเกาะที่แขนของเฉินซานซือ พร้อมกับข่าวล่าสุด
นอกเมืองหยางชุน มีกองทัพเจ็ดหมื่นนายล้อมเมืองอยู่เเละบุกโจมตีทุกวัน
จากกำลังพลหนึ่งหมื่นแปดพันนายของกองทัพเหลียงโจว ตอนนี้เหลือแค่หนึ่งหมื่นห้าพันนาย…ถือว่าเสียหายหนักมาก
ถึงแม้ว่า พวกเขาจะอาศัยกำแพงเมืองที่แข็งแกร่งของเมืองหยางชุนตั้งรับได้อีกสักพัก
แต่กว่ากองกำลังเสริมจะมาถึงก็ต้องใช้เวลาอีกยี่สิบกว่าวัน แถมยังเป็นกองทัพจากเมืองเยี่ยนโจวที่ต้องเดินทางจากชายแดนด้านตะวันตกสุดของมณฑลหมิงโจว ห่างจากฝั่งตะวันออกเป็นระยะทางไกลโพ้น แถมยังต้องสู้รบกับแคว้นซีฉีก่อน
ส่วนกองกำลังอื่นๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
….
บนกำแพงเมืองขนาดเล็ก
เฉินซานซือยังคงถือหอกห้าพยัคฆ์วิญญาณเพื่อฝึกฝนทุกวัน
[วิชา: หอกมังกรปกปักษ์ (เชี่ยวชาญ)]
[ความคืบหน้า: 256/1000]
….
เมื่อไม่มีเจ้าขาว เวลาการฝึกของเขาก็น้อยลง
โชคดีที่มีครีมหลิงเหอกับสมุนไพร ความคืบหน้าจึงไม่ช้าเกินไป
เวลาผ่านไปเร็วมาก
ออกมาทำสงครามเกือบสามเดือนเต็ม ตอนนี้ก็เข้าเดือนพฤษภาคมของปีหลงชิ่งที่เจ็ดสิบสามแล้ว
ซินหลันน่าจะตั้งท้องได้ห้าเดือนแล้ว ท้องน่าจะใหญ่ขึ้นมาก
ทุกคนที่เหลียงโจว พอรู้เรื่องที่มณฑลหมิงโจวแล้วคงจะกังวลมาก บางทีอาจจะคิดว่าพวกเขาตายไปหมดแล้ว เพราะไม่มีทางส่งข่าวกลับไปได้
ในควันไฟสงครามที่ตลบอบอวล ที่เขาว่าจดหมายจากบ้านมีค่าดั่งทองคำ ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
เขาเองก็ต้องใช้เหยี่ยวนางฟ้าสอดแนม ไม่สามารถใช้ส่งจดหมายได้
“ผู้พันเฉิน!” หยูซ่งกลับมาด้วยสภาพที่เต็มไปด้วยฝุ่น
“มีข่าวจากทางใต้ว่ามีทหารซีฉีหนึ่งหมื่นนายมาจากหุบเขาเจี้ยนเหมิน พวกเราอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว”
“เจ้าเป็นคนวางแผนนี้ ต่อไปจะทำยังไง เจ้าว่ามาได้เลย”
“ลงใต้” เฉินซานซือวางแผนไว้แล้ว
เขาเคาะนิ้วลงบนแผนที่บริเวณด่านทางใต้สุด
“ตรงไปที่ด่านหลัวเทียน! ลองดูว่าจะสามารถหนีออกจากมณฑลหมิงโจวได้ไหม!”
ด่านหลัวเทียนเป็นด่านสุดท้ายทางตอนใต้
แค่ผ่านที่นี่ไปได้ ก็รอดแล้ว!
“ตกลง!” หยูซ่งพยักหน้า
“ฟังคำสั่ง…ยกทัพ มุ่งหน้าสู่ด่านหลัวเทียน!”
…
ณ เมืองหยางชุน
“ฆ่ามัน!”
“พี่น้อง สู้ตาย!”
“…”
ซาเหวินหลงฟันขุนพลของศัตรูที่บุกขึ้นมาบนกำแพงเมืองขาดสองท่อน
วันนี้…ในที่สุดก็สามารถต้านทานการบุกของศัตรูได้ชั่วคราว
ข้างๆเขา เฉาฟานนั่งหอบเหนื่อยอย่างหมดเเรง
สิบห้าวัน!
สิบห้าวันที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย!
แทบจะไม่ได้ทำอะไรนอกจากตั้งรับและซ่อมแซมป้อมปราการ ความสูญเสียก็เพิ่มมากขึ้นทุกวัน เสบียงก็ลดลงเรื่อยๆ
แบบนี้คงรอจนกว่ากองกำลังเสริมจะมาถึงไม่ไหวแน่
“ไปเถอะ” ซาเหวินหลงหยิบเอาจดหมายจากเหยี่ยวนางฟ้าออก แล้วก็ปล่อยให้มันบินไป
“เเค่กๆ”
เฉาฟานไอสองครั้ง
“ท่านแม่ทัพซา นี่เป็นจดหมายจากเฉินซานซือใช่ไหม? มันเป็นยังไงบ้าง?”
“มันยังไม่ตาย” ซาเหวินหลงกำหมัดแน่น ใช้พลังบดขยี้จดหมายจนเป็นผุยผง
“มันกำลังจะพาหยูซ่งและคนอื่นๆ ลงใต้ไปที่ด่านหลัวเทียน”
“ด่านหลัวเทียน? นั่นน่าจะเรียกว่าด่านมรณะมากกว่านะ” เฉาฟานหัวเราะเยาะ
“ถึงพวกมันมีแค่สามพันกว่าคน แต่ก็มีคนที่มีร่างกายเทพยุทธตั้งสามคน ไม่ว่าจะเป็นต่งอันหรือแคว้นซีฉี ก็ไม่มีทางปล่อยพวกมันไปแน่”
“อีกไม่นานศัตรูก็คงจะส่งกำลังพลไปเสริมที่ด่านหลัวเทียน พวกมันตายแน่ พวกเราแค่รอฟังข่าวการตายของพวกมันก็พอ”
เมื่อเจ้าของเหยี่ยวนางฟ้าตาย เหยี่ยวนางฟ้าก็จะไปหาแม่ทัพคนอื่นที่มีเหยี่ยวนางฟ้าทันที
เเละนั่นก็หมายความว่า เจ้าของเดิมตายไปแล้ว
“เเต่น่าเสียดาย…” เฉาฟานหลับตาลง
“พวกเราก็คงไม่รอดเหมือนกัน”
“ท่านอ๋องอย่าเพิ่งหมดหวัง” ซาเหวินหลงที่ผ่านสมรภูมิมามากมายกล่าวอย่างใจเย็น
“ถึงแม้ว่าเมืองจะแตก ข้าก็มีวิธีพาท่านอ๋องออกไปจากที่นี่ได้…เเละเมื่อไอ้เเซ่เฉินตายแล้ว ท่านอ๋องก็จะได้เป็นศิษย์เอกแทนมันทันที”
…
นอกเมือง ที่กระโจมใหญ่ของกองทัพกบฏ
“รายงาน!”
ทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในกระโจม คุกเข่าข้างหนึ่งลง เเล้วรายงานว่า
“ท่านแม่ทัพต่ง มีกำลังพลไม่ถึงสี่พันนายจากกองกำลังสำรองข้ามแม่น้ำไปทางตะวันออก แล้วก็มุ่งหน้าลงใต้ ดูเหมือนว่าพวกมันจะวางแผนยึดด่านหลัวเทียน แล้วหนีไปทางทะเลทราย”
“อืม” ต่งอันขมวดคิ้ว
หลังจากที่มาถึงที่นี่ พวกเขาก็ได้ข่าวว่ากองทัพเหลียงโจวแยกกำลังกันนอกเมืองหยางชุน
ส่วนหนึ่งข้ามแม่น้ำไปทางตะวันออก อีกส่วนหนึ่งอยู่ตั้งรับและป้องกันเมือง พวกเขายังได้ข้อมูลจากผู้พันที่ถูกจับมาว่าแผนการนี้เป็นความคิดของเฉินซานซือ ศิษย์คนสุดท้ายของผู้บัญชาการซุน คนที่ฮ่องเต้เคยชมเชย แถมยังเคยทะเลาะกับซาเหวินหลงด้วย
สุดท้ายก็พากำลังพลไม่ถึงสี่พันเจ้าออกไป แถมยังทิ้งม้าศึกไว้ทั้งหมดด้วย
“กล้าหาญมาก! รู้ว่าถ้าอยู่ตั้งรับก็มีแต่ตาย ถึงกับกล้าขัดคำสั่งแม่ทัพ เเล้วลงมือเอง”
“ในอนาคตมันต้องยิ่งใหญ่แน่ แต่น่าเสียดาย พวกมันไม่มีอนาคตแล้ว”
แทบจะในเวลาเดียวกัน…เหลียงจี๋เหนียนที่เขาเหมยซานและต่งอันนอกเมืองหยางชุนต่างก็ออกคำสั่งเดียวกัน
“บอกแม่ทัพซีฉีที่หุบเขาเจี้ยนเหมินให้ส่งกำลังพลอีกสองหมื่นนายไปตามล่าพวกมัน แล้วก็เตรียมกำลังพลสามหมื่นนายไว้ที่ด่านหลัวเทียนล่วงหน้า ส่งแม่ทัพระดับแก่นแท้สวรรค์ไปประจำการด้วย…จำไว้ว่าต้องกำจัดพวกมันให้หมด!”
…
หน้าด่านหลัวเทียน
ณ เมืองเซี่ยวหลัว
ออกจากเมืองนี้ไป ข้างหน้าก็คือด่านหลัวเทียน
ข่าวจากเมืองหยางชุนมาถึงแล้ว
เเละมันเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ กองทัพเหลียงโจวเสียหายอย่างหนัก เหมือนกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะตาย
นอกจากนั้น ยังมีข่าวของจ้าวอู๋จี๋ด้วย
หลังจากที่กองทัพแตกกระเจิงไป จ้าวอู๋จี๋ก็พากำลังพลที่เหลือหนีไปทางตะวันตก หลบหนีไปตามเมืองต่างๆ
พวกเขาต้องการยึดเมืองอู๋ถงทางตะวันตกที่กำลังอ่อนแอ เพื่อเป็นที่มั่น
แต่กำลังพลไม่พอ ถ้ามีอีกสามถึงสี่พันเจ้าก็จะไม่มีปัญหา…พวกเขาจึงส่งข่าวมาถามว่าจะส่งกำลังพลไปช่วยหรือรวมพลกันได้ไหม
เมืองอู๋ถงตั้งรับได้ง่าย แถมยังมีเสบียงจำนวนมาก ถ้าสามารถยึดได้ ก็น่าจะตั้งรับได้นานกว่าสี่สิบวัน
เฉินซานซือและคนอื่นๆรออยู่หน้าประตูเมือง รอข่าวสุดท้ายเพื่อตัดสินใจขั้นสุดท้าย
“รายงาน!” จ้าวคังรีบร้อนกลับมารายงาน
“ท่านเฉิน แย่แล้ว! ที่ด่านหลัวเทียน… ที่ด่านหลัวเทียนมีกำลังพลมาเสริมอย่างน้อยสามหมื่นนาย แถมยังมีแม่ทัพระดับแก่นแท้สวรรค์มาด้วย!”
“รายงาน!” เสียงตื่นตระหนกดังมาจากทางด้านหลัง
เป็นทหารอีกคนหนึ่งรายงานว่า “มีกองทัพไล่ตามมาจากทางด้านหลัง ไม่สามารถประเมินจำนวนที่แน่นอนได้ แต่มีอย่างน้อยคือสองหมื่นนาย!”
“นี่มัน…”
“เเบบนี้จะทำยังไงดี?!”
“ข้างหน้ามีหมาป่า ข้างหลังมีเสือ ถอยก็ตาย เดินหน้าก็ตาย…บอกแล้วว่าอย่ามาที่ด่านหลัวเทียน ก็ยังจะมา”
“ผู้พันเฉิน ตอนนี้จะทำยังไงล่ะ?!” เซี่ยซือซู่ร้อนรนจนเดินวนไปวนมา
ลู่ซูหัวขมวดคิ้ว จ้องมองเฉินซานซือพรางบ่นพึมพำ “รู้งี้ไปตั้งรับที่เมืองหยางชุนกับท่านอ๋องดีกว่า มีกำลังพลเพิ่มอีกหลายพันเจ้า ก็น่าจะตั้งรับได้นานกว่านี้ บางทีอาจจะรอดจนกว่ากองกำลังเสริมจะมาถึงก็ได้!”
“ผู้พันเฉิน เจ้าเป็นคนคิดแผนนี้!” หยูซ่งชักดาบออกมา
“ว่ามา ตอนนี้จะทำยังไง! ถ้าไม่ได้จริงๆ พวกเราก็กลับไปสู้ตายกันไปเลย!”
“แผนที่!” เฉินซานซือโบกมือ
ซูเหวินไฉที่เตรียมพร้อมไว้นานแล้ว รีบกางแผนที่ออกทันที
“ข้ามแม่น้ำหงเจ๋ออีกครั้ง!” เฉินซานซือตบลงบนแผนที่บริเวณฝั่งตะวันตก
“ข้ามแม่น้ำอีกครั้ง?” เซี่ยซือซู่ขมวดคิ้ว
“ถ้าไปทางตะวันตก ก็จะเป็นภูเขาหยิงจุ่ยซานและเมืองจินเฉวียน ไม่นานมานี้แม่ทัพซาเพิ่งจะแพ้กองทัพคิ้วแดงที่นั่นมา เเต่ยังจะไปอีก เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง!”
“สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว” เฉินซานซือจำเป็นต้องเสียเวลาอธิบายให้พวกเขาฟัง
ก็อย่างที่บอก ตำแหน่งของเขาต่ำเกินไป อำนาจก็น้อย เเถมไม่เคยบัญชาการรบครั้งใหญ่ จึงไม่มีบารมีอะไรเลย
การโน้มน้าวให้ทุกคนเห็นด้วย เป็นสิ่งที่เขาต้องทำ
“พวกท่านลืมไปแล้วหรือไงว่าตอนนี้กำลังพลหลักของศัตรูกำลังทำอะไรอยู่? มากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ทางตะวันตก เตรียมรับมือกับกองทัพจากเยี่ยนโจว ส่วนที่เหลือก็กำลังบุกเมืองหยางชุน รวมกับกำลังพลห้าหมื่นนายที่ไล่ตามพวกเรามา บริเวณภูเขาหยิงจุ่ยซานหรือแม้แต่เมืองจินเฉวียน ย่อมมีกำลังพลไม่เกินสองพันนายแน่…แถมยังไม่มีการป้องกันใดๆอีกด้วย!
“ถ้าพวกเราไปที่นั่นตอนนี้ ไม่เพียงแต่จะสามารถสลัดการไล่ล่าได้เท่านั้น แต่อาจจะเผาเสบียงของพวกมันได้ด้วย! เพิ่มภาระให้พวกมันในการรับมือกับกองทัพหลวงของพวกมันอีก”
“วางใจเถอะ เรื่องที่กำลังพลทางตะวันตกอ่อนแอ แม่ทัพจ้าวสามารถยืนยันได้ ถ้าไม่เชื่อก็ดูนี่”
ทุกคนยังคงเคลือบแคลงสงสัย
สุดท้าย พอหยูซ่งเห็นข่าวที่จ้าวอู๋จี๋ส่งมาทางเหยี่ยวนางฟ้าแล้ว ก็ถึงยอมเชื่อ
“ตกลง งั้นก็ทำตามที่ผู้พันเฉินว่า พวกเราข้ามแม่น้ำหงเจ๋ออีกครั้ง ตรงไปที่เมืองจินเฉวียน!”
“ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว ถ้าทำสำเร็จ พวกเราก็จะได้รวมพลกับแม่ทัพจ้าว…การมีแม่ทัพระดับแก่นแท้สวรรค์อยู่ด้วย ก็อาจจะรอดได้!”
จ้าวอู๋จี๋…
เฉินซานซือถอนหายใจ…ระยะทางไกลขนาดนี้ คงไม่มีโอกาสรวมพลกับจ้าวอู๋จี๋หรอก
แต่ตอนนี้ เขายังบอกไม่ได้
ได้แต่ใช้วิธีที่พวกเขาเชื่อ เพื่อพาพวกเขาออกไปก่อน
“ออกเดินทาง!”
“เดี๋ยวก่อน ท่านรองแม่ทัพ เรายังไปไม่ได้” เฉินซานซือกล่าว
“เราต้องทิ้งคนไว้ล่อศัตรู ถ่วงเวลาให้พวกเราข้ามแม่น้ำ…พอขึ้นฝั่งแล้ว ม้าศึกก็จะกลับมาหาพวกเรา ถึงตอนนั้นพวกมันก็ตามไม่ทันแล้ว!”
หยูซ่งมองไปรอบๆ “เเล้วใครจะอยู่?”
“ข้าเอง!” ไป๋ถิงจือรีบก้าวออกมา
“ข้ายอมเป็นกองหลังให้ท่านแม่ทัพเฉิน!”
“เป็นการล่อศัตรู ไม่ใช่กองหลังจริงๆ” เฉินซานซือเตือน
“แค่ก่อกวนเป็นระยะๆก็พอ อย่าตายที่นี่จริงๆ ล่ะ!”
แต่สุดท้าย เขายังคงไม่วางใจ
ไป๋ถิงจือและจูถงล้วนเป็นพวกใจร้อน
ส่วนลู่ซูหัวกับเซี่ยซือซู่ ตอนนี้คงไม่ยอมอยู่แน่นอน
“ท่านแม่ทัพ ข้าอยู่เอง!” ต่อหน้าสายตาตะลึงของทุกคน ซูเหวินไฉก็ก้าวเท้าออกมา
“ท่านแม่ทัพ มีข้าอยู่ ข้ามีวิธีทำให้พวกมันเชื่อว่าพวกเราจะบุกด่านหลัวเทียนจริงๆ พวกท่านรีบไปเถอะ ไม่ต้องห่วง!”
“ตาขี้เกียจ แก…แกมีความกล้ากับเขาด้วยเหรอ?” จูถงไม่อยากจะเชื่อสายตา
“ท่านจู ข้าไม่ใช่คนขี้ขลาด!” ซูเหวินไฉแย้ง
“ตอนนี้แหละ ถึงเวลาที่ข้าต้องออกโรงแล้ว!”
“ดี!” จูถงตบหน้าอก
“ข้าจะอยู่เป็นองครักษ์ให้แก ตราบใดที่ข้ายังไม่ตาย ก็จะไม่มีใครสามารถแตะต้องแกได้!”
“ไป๋ถิงจือ” เฉินซานซือกำชับ
“ถ้าเจ้าเชื่อข้า ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เจ้ากับลูกน้องต้องเชื่อฟังซูเหวินไฉ…เขาทำได้แน่”
“ขอรับ!” ไป๋ถิงจือคำนับ
“ในเมื่อท่านแม่ทัพเฉินพูดแบบนี้แล้ว ท่านซูก็คือท่านแม่ทัพของข้า…ทุกคนฟังคำสั่ง ตามท่านซูไปบุกด่านหลัวเทียนกุน!”
“ลำบากพวกเจ้าแล้ว”
เฉินซานซือไม่สามารถอยู่เป็นกองหลังได้
ถ้าเขาไม่ไปด้วย…พอข้ามแม่น้ำไปแล้ว คนพวกนี้คงจะไปหาจ้าวอู๋จี๋ แล้วก็ตายกลางทางแน่
….
พวกเฉินซานซือรีบออกเดินทาง
ไม่นานก็ข้ามแม่น้ำหงเจ๋อเป็นครั้งที่สอง
“ม้า!”
“ม้าของพวกเรากลับมาแล้ว!”
เหล่าทหารดีใจมากที่เห็นม้าศึกมารออยู่ที่ริมฝั่ง
หลังจากตรวจสอบแล้ว ไม่เพียงแต่จะไม่หายไป แต่ยังมีม้าเพิ่มมาอีกกว่าร้อยตัวด้วย
เเม้เเต่เฉินซานซือเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าขาวไปหามาจากไหน มันช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ
“รีบไป อย่าเสียเวลา!” เฉินซานซือตะโกน
ทุกคนขึ้นม้า แล้วก็รีบออกเดินทางทันที
ด้วยการบัญชาการของซูเหวินไฉ พวกเขาก็สามารถดึงความสนใจของศัตรูได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ศัตรูเชื่อว่าพวกเขาจะบุกด่านหลัวเทียนจริงๆ
แต่พอกองทัพของอีกฝ่ายไล่ตามมาถึง ทุกคนก็ไปอยู่ที่ใกล้ๆภูเขาหยิงจุ่ยซาน ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้แล้ว
ในสายตาของศัตรู เมื่อครู่นี้คนสามพันกว่าคนยังอยู่ใกล้ๆด่านหลัวเทียน แต่ตอนนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับหายตัวไปในอากาศ
…
“หายไป?
ต่งอันมองดูรายงานล่าสุด เเล้วขมวดคิ้วแน่น
“แปลก พวกมันจะไปที่ไหนได้อีก?” เซี่ยงเถียนมองแผนที่ คิดเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
“หรือพวกมันบินได้?”
“บินบ้านเเกสิ! เราโดนหลอกแล้ว!” ต่งอันรีบตั้งสติ
“พวกมันต้องข้ามแม่น้ำกลับมาอีกครั้ง คงหวังจะใช้โอกาสที่กำลังพลฝั่งกลางอ่อนแอ อ้อมไปทางภูเขาหยิงจุ่ยซาน ผ่านเมืองจินเฉวียน ไปรวมพลกับจ้าวอู๋จี๋และคนอื่นๆที่กำลังหลบหนีอยู่”
“เดี๋ยวก่อนที่นะ…ที่เมืองจินเฉวียนมีทหารของเราเหลืออยู่เท่าไหร่?”
“น่าจะสองพันกว่านาย” เซี่ยงเถียนนึกอยู่ครู่หนึ่ง
“ส่วนใหญ่อยู่ที่นี่กับพวกเรา ส่วนหนึ่งไปทางตะวันตก ไล่ล่าจ้าวอู๋จี๋และคนอื่นๆ…ที่เหลือก็เป็นแค่ชาวบ้านที่ไม่มีกำลังรบ”
“แย่แล้ว! เสบียง!…เสบียงที่นั่นมากพอให้กองทัพของเราและกองทัพซีฉีใช้ได้เป็นปี!”
“เร็ว สั่งให้กองทัพที่อยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำหงเจ๋อมารวมตัวกัน ข้ามแม่น้ำไปทางตะวันตก แล้วก็ไปที่เมืองจินเฉวียนโดยใช้เส้นทางที่ใกล้ที่สุด!” ต่งอันรีบออกคำสั่ง
“แล้วก็แจ้งแม่ทัพจงของซีฉีด้วย ให้ส่งกำลังพลอีกหนึ่งหมื่นนายไปทางตะวันตกเฉียงใต้ สกัดเฉินซานซือและคนอื่นๆ ก่อนที่พวกมันจะรวมพลกับจ้าวอู๋จี๋…ถึงแม้ว่าการเสียเมืองอู๋ถงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็เป็นเรื่องยุ่งยากอยู่ดี!”
“อ้อ…ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว” เซี่ยงเถียนฟังแล้วก็งงๆ แต่ก็รีบไปทำตาม
“เฉินซานซือ ไอ้หมอนี่น่าสนใจจริงๆ” ต่งอันหยิบพู่กันขึ้นมา วาดเส้นทางเดินทัพของเฉินซานซือลงบนแผนที่
การตัดสินใจที่กล้าหาญของเฉินซานซือทำให้เขารู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกแบบนี้…เขาเคยรู้สึกตอนที่แข่งขันกับฟางชิงหยุนเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน!
หรือว่า…ต้าเซิ่งจะมีฟางชิงหยุนคนที่สองโผล่ขึ้นมาอีก?!
“ฮู่วววว…”
ต่งอันสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์
“ไม่ ข้าไม่มีทางแพ้มันหรอก…ถ้าแพ้เด็กน้อยไร้ประสบการณ์แบบนี้ ข้าคงไม่มีหน้าอยู่ต่อแล้ว!”
สงครามก็เหมือนกับกระดานหมากรุก
แม่ทัพทั้งสองฝ่ายก็เหมือนกับผู้เล่น และเป็นผู้เล่นที่มองไม่เห็นฝีมือของกันเเละกัน
ต้องรอดูว่าฝ่ายตรงข้ามจะเดินหมากยังไง ถึงจะรู้ว่าจะรับมือยังไง
ตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามกำลังเสียเปรียบ แต่ถ้าพวกมันฉวยโอกาสโต้กลับได้ก็คงแย่…ยังไงก็ต้องรีบกำจัดพวกมันทันที
“เสบียงจะถูกทำลายก็ช่างมัน!”
“เเต่ต้องฆ่าคนกลุ่มนี้ให้ได้!”
…
“เสบียงจะถูกทำลายไม่ได้!”
ที่เขาเหมยซาน เหลียงจี๋เหนียนทุบโต๊ะด้วยความโกรธเมื่อได้รับรายงานที่ล่าช้า
“หนึ่งปี! เสบียงที่นั่นมากพอใช้ได้เป็นปี…ถ้าถูกทำลายจริงๆ ข้าจะไปบอกแคว้นซีฉียังไง”
“ไอ้โง่!ต่งอัน มันอยู่ใกล้แค่นั้น เเต่ทำไมถึงสกัดพวกมันไม่ได้”
มิน่าล่ะมันถึงได้แพ้ฟางชิงหยุนตลอด ใครๆก็บอกว่ามันเป็นอัจฉริยะด้านการทหาร แต่ข้าว่ามันโง่เง่าสิ้นดี!
“ตอนนี้กองทัพซีฉีกำลังตั้งค่ายอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ รอกินเสบียงที่เมืองจินเฉวียนอยู่! ถ้าต้องขนส่งเสบียงจากที่อื่น ไม่รู้ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกเท่าไหร่!”
อำนาจและทรัพยากรที่เขาหวังจะได้จากแคว้นซีฉี ล้วนขึ้นอยู่กับสงครามครั้งนี้
ยิ่งกว่านั้น ของวิเศษที่เขาครอบครองอยู่ ก็ต้องได้รับชัยชนะเพื่อเพิ่มพลัง
ถ้าเสบียงถูกเผา เเล้วพ่ายแพ้ภัยตัวเองแบบนี้ พลังของคัมภีร์สวรรค์คงลดลงอีกแน่!
“ท่านแม่ทัพใหญ่ใจเย็นก่อน!” แม่ทัพคนหนึ่งรีบเข้ามา
“ท่านพอจะมีวิธีแก้ไขไหมครับ?”
“มี…ทำตอนนี้ แล้วก็ต้องรีบทำมากๆ!” เหลียงจี๋เหนียนสั่งการอย่างรวดเร็ว
“ส่งกำลังพลหนึ่งหมื่นนายจากเมืองเหมยซาน นั่งเรือลำใหญ่ ข้ามแม่น้ำไปให้เร็วที่สุด ลองดูว่าจะสกัดพวกมันกลางทางได้ไหม!”
“หนึ่งหมื่นนาย…” แม่ทัพคนนั้นมีสีหน้า
กังวล
“ท่านแม่ทัพ เมืองเหมยซานของเรามีกำลังพลห้าหมื่นนาย ส่งออกไปแล้วสามหมื่นนาย ตอนนี้เหลือแค่สองหมื่นนาย จะส่งออกไปอีกหนึ่งหมื่นนายจริงๆเหรอ?”
“แม่น้ำอู๋เป็นปราการธรรมชาติ เจ้าจะไปกลัวอะไร!”
“อีกอย่าง เราก็ยังมีทหารเหลืออยู่อีกตั้งหนึ่งหมื่นนาย!” เหลียงจี๋เหนียนเร่ง
“เร็วเข้า อย่าเสียเวลาอีกเลย!”
“ขอรับ!”
……………………..